เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 778 แสดงพลังของค่ายกล

ตอนที่ 778 แสดงพลังของค่ายกล

ตอนที่ 778 แสดงพลังของค่ายกล


ตอนที่ 778 แสดงพลังของค่ายกล

"ไม่จำเป็นหรอก หากข้าเข้าใจไม่ผิด กองทัพของเขตชิงโจวแห่งนี้ก็น่าจะเก่งกาจในเรื่องค่ายกลของกองทัพใช่หรือไม่?" มู่อี้ถามกลับมา การจัดค่ายกลของกองทัพนั้นสามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดและในตอนที่อยู่ในโลกมนุษย์เขาก็พอทราบเรื่องค่ายกลของกองทัพมาบ้าง ไม่รู้ว่าที่เขาได้รู้มามันจะแตกต่างจากค่ายกลของกองทัพของที่นี่มากเพียงใด นอกจากนี้เขายังเคยเข้าไปในภูเขาชิงชิวและได้เห็นค่ายกลของกองทัพจากเผ่าปีศาจจิ้งจอกสวรรค์และเผ่าปีศาจจิ้งจอกดำมาก่อน .

เพียงแต่ว่าเรื่องค่ายกลของกองทัพไม่ใช่แค่เริ่มต้นได้อย่างยากลำบากเท่านั้น แต่มันถือเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาอย่างหนึ่งเลย ต้องใช้เวลามากมายหลายปีกว่าจะทำความเข้าใจได้ ถึงแม้ว่ามู่อี้จะเรียกว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงคนหนึ่งแต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ท้ายที่สุดแล้วตัวเขาเองก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะศึกษาเรื่องนี้ด้วยเหมือนกันเรื่องค่ายกลในตอนนี้ไม่ใช่แค่ยังไม่มีประโยชน์สำหรับเขาแต่มันจะทำให้การบ่มเพาะของเขาต้องล่าช้าออกไปด้วยเช่นกัน ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคตจะดีกว่า

แต่แน่นอนว่าเรื่องค่ายกลนั้นเป็นเรื่องที่สามารถส่งต่อให้กับคนอื่นได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากศึกษาเรื่องนี้ต่อไปแต่ก็ไม่มีปัญหาที่จะบอกกล่าวเรื่องนี้ให้คนอื่นได้ทราบ หลังจากได้มาที่นี่มู่อี้ก็ได้เห็นค่ายกลของที่นี่เขาก็เปลี่ยนใจไปทันที

หลังจากได้ยินคำพูดของมู่อี้ สีหน้าของข่งเหรินก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อเขาคิดว่ามู่อี้มาที่นี่เพื่อต้องการค่ายกลของกองทัพหลังจากนี้จะหาความลับของกองทัพรั่วไหลออกไปเรื่องทั้งหมดของไม่จบเพียงเท่านี้แน่นอน

"ท่านอย่ากังวลไป ข้าไม่ได้ต้องการค่ายกลของกองทัพของที่นี่ ข้าเพียงแค่ต้องการให้พวกท่านมีค่ายกลของกองทัพที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้นคงจะเป็นการดีที่สุดถ้าหากพวกท่านแสดงรายละเอียดทั้งหมดของค่ายกลให้ข้าเห็น แบบนั้นได้หรือไม่? "มู่อี้พูดและจ้องมองมาที่ข่งเหริน

การจ้องมองครั้งนี้ทำให้ข่งเหรินรู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายสามารถมองทะลุเข้ามาในร่างกายของเขาได้และเขาเองก็ตัวสั่นขึ้นมาทันที แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินว่ามู่อี้ไม่ได้ต้องการขโมยข้อมูลของค่ายกล สำหรับเรื่องการแสดงค่ายกลให้อีกฝ่ายเห็นนั้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เป็นเพียงแค่ทหารกลุ่มเล็กๆย่อมไม่สามารถแสดงค่ายกลที่แข็งแกร่งออกมาได้ และถึงแม้ว่ากลุ่มย่อยของพวกเขาจะร่วมมือกันพร้อมกับแสดงพลังของค่ายกลออกมาก็รับมือได้เพียงแค่ผู้ที่มีพลังระดับเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าเติบโตขั้นแรกเริ่มเท่านั้น

อย่าคิดว่าผู้ที่มีพลังระดับเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าเติบโตขั้นแรกเริ่มนั้นอ่อนแอ แท้จริงแล้วข่งเหรินก็เพิ่งจะสามารถควบแน่นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าของตัวเองได้เท่านั้น ยังคงห่างไกลกว่าที่เขาจะไประดับเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าเติบโตขั้นแรกเริ่มได้สำเร็จส่วนคนอื่นที่อยู่ในค่ายทหารแห่งนี้ก็ถือว่าอ่อนแอยิ่งกว่าเขาอีก หากพวกเขาทุกคนไม่ได้ร่วมมือกันและเปิดใช้ค่ายกล เพียงแค่ผู้ที่มีพลังระดับเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าเติบโตขั้นแรกเริ่มก็มากพอแล้วที่จะสังหารพวกเขาได้

"ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ได้แน่นอน" ข่งเหรินตอบกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่กล้าที่จะสงสัยอะไรอีกเพราะท้ายที่สุดแล้วชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่เขาต้องทำก็มีแค่การแสดงค่ายกลของพวกเขาออกมาเท่านั้น อย่างน้อยถ้าหากสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ที่แข็งแกร่งได้ก็ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์

"เช่นนั้นก็เริ่มกันเถอะ" มู่อี้ตอบกลับมา

"ที่นี่เลยหรือ?" ข่งเหรินรู้สึกลังเลใจขึ้นมาทันที ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่าค่ายทหารแห่งนี้จะมีขนาดใหญ่ แต่ก็มีพื้นที่ไม่มากพอให้กับพวกเขาได้แสดงพลังของตัวเองออกมา ทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เป็นทหารที่แข็งแกร่งหากลงมือแสดงพลังของตัวเองออกมาค่ายทหารแห่งนี้คงถูกทำลายไปแน่นอนและการแสดงพลังของค่ายกลก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย

"เรื่องอื่นๆท่านวางใจได้เลย" มู่อี้ตอบกลับมาทันที

เมื่อได้ยินมู่อี้พูดออกมาเช่นนี้ ข่งเหรินก็ไม่ลังเลใจอีกต่อไป "เรียนนายท่านกลุ่มของพวกเรามีทั้งหมด 18 คน มีเพียงการรวมตัวกันให้ครบ 18 คนเท่านั้นจึงจะสามารถแสดงกำลังของค่ายกลออกมาได้ ตอนนี้ยังมีบางคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าจะรีบเรียกพวกเขามาที่นี่โดยเหตุที่สุด"

"ตกลง." มู่อี้พยักหน้าและจากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ หลังจากนั้นข่งเหรินก็เริ่มส่งลูกน้องของตัวเองออกไปตามคนที่ยังมาไม่ถึงที่นี่

แม้ว่าหลายคนจะรู้สึกไม่เต็มใจแต่เพราะความหวาดกลัวที่มีต่อมู่อี้ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่กัดฟันและรีบออกไปตามหาสมาชิกคนอื่นๆที่ยังไม่ได้มาที่ค่ายทหารแห่งนี้

ไม่นานหลังจากนั้นนายทหารทั้ง 18 คนต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่และล้อมรอบมู่อี้เอาไว้ตรงกลาง

"นายท่าน โปรดระวังตัวด้วย พวกข้ากำลังจะแสดงพลังของค่ายกลออกมาให้ท่านเห็น" ข่งเหรินสูดหายใจเข้าลึกๆและกล่าวเตือนมู่อี้ไปด้วย

"เริ่มกันเถอะ" มู่อี้พยักหน้า บนผิวหนังของเขามีแสงสีทองส่องประกายขึ้นมาและแสงสีทองก็ครอบคลุมไปที่ทั้ง 18 คนที่ยืนล้อมรอบคอไว้ด้วยเช่นกันจากนั้นก็แผ่กระจายออกไปทั่วค่ายทหารแห่งนี้ ผู้ที่อยู่ภายนอกรัศมีสีทองนี้จะไม่ได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นภายในแม้แต่น้อย

เมื่อได้เห็นแสงสีทองปกคลุมร่างกายของตนเองข่งเหรินและคนอื่นๆต่างก็รู้สึกตกตะลึงไปพร้อมเพียงกันแต่หลังจากที่พวกเขาพบว่าแสงสีทองไม่ได้ทำร้ายตนเอง ทุกคนต่างก็รู้สึกโล่งใจ หลังจากนั้นพวกเขาก็พบว่าค่ายทหารของตัวเองดูเหมือนจะได้หายไปแล้วและพวกเขาได้ปรากฏตัวขึ้นในอีกสถานที่หนึ่งที่เป็นเหมือนกับโลกอีกใบหนึ่ง

"นี่มัน..."

ข่งเหรินรู้สึกตัวเป็นคนแรก สายตาของเขาแสดงความไม่อยากจะเชื่อออกมาและยิ่งใช้ความคิดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้นจนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้เห็น ท้ายที่สุดแล้วเขาเองก็เป็นผู้ที่สามารถควบแน่นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าในร่างกายของตัวเองได้แล้วและในตอนนี้เขาก็พยายามสงบสติของตัวเองให้มากที่สุด เขาเข้าใจดีว่าสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้มู่อี้รู้สึกพึงพอใจ

"ทุกคนจงทำตามคำสั่งของค่า"

ด้วยคำสั่งของข่งเหรินท่าทีของอีก 17 คนที่เหลือก็เปลี่ยนไปทันที คำสั่งของเขาเหมือนดังก้องขึ้นมาในจิตใจของทหารทุกๆคน ท้ายที่สุดแล้วพลังในร่างกายของทหารทั้ง 18 คนก็เหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและมีการปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง แต่พลังที่ปลดปล่อยออกมานี้เหมือนจะมีความซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมและมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้นับ 10 เท่า

"น่าสนใจยิ่งนัก"

ในตอนนี้มู่อี้ได้นำทุกๆคนเข้ามาอยู่ในเขตแดปิดผนึกของตนเอง แต่เขาก็ไม่ได้สร้างแรงกดดันหรือต้องการทำให้บาดเจ็บเพียงแค่ต้องการแยกทุกๆคนออกมาจากโรคเดิมเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในนี้ไม่มีทางที่บุคคลภายนอกจะรับรู้ได้เลย เว้นแต่ว่าพลังที่กองทหารเหล่านี้จะถามว่าทำลายเขตแดนปิดผนึกของมู่อี้ได้สำเร็จ แต่เห็นได้ชัดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าพลังที่ปลดปล่อยออกมาจะมากกว่านี้สักร้อยเท่าพวกเขาก็ยังไม่สามารถทำลายเขตแดนปิดผนึกของมู่อี้ได้เลย

เพราะช่องว่างระหว่างพลังที่มีอยู่มากเกินไป ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มู่อี้ได้ก้าวเข้าสู่ระดับเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์อย่างแท้จริงแล้วไม่ใช่เพียงแค่ระดับเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์เทียมตามที่อีกฝ่ายจินตนาการ

หากเปรียบเทียบกันแล้วมันก็เหมือนกับเชิงเขาไปเปรียบเทียบกับยอดเขา ทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างสมบูรณ์

หลังจากที่พลังของทหารทุกๆคนร้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเขาก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้เพียงแค่ภาพติดตาเท่านั้น หากผู้ฝึกยุทธระดับปรมาจารย์หรือผู้บ่มเพาะระดับเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าเติบโตมาอยู่ที่นี่พวกเขาคงไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของทหารทั้ง 18 คนได้เลย แต่ในตอนนี้มู่อี้กลับสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

"โจมตี!"

ในเมื่อสิ่งที่ทุกคนแสดงออกมาคือค่ายกลก็ย่อมต้องมีหัวใจของค่ายกลด้วยเช่นกัน และในตอนนี้ข่งเหรินที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดก็ถือเป็นหัวใจของค่ายกล เขาแสดงพลังทั้งหมดของตัวเองออกมาและออกคำสั่งให้ทุกคนโจมตีไปที่มู่อี้ทันที ข่งเหรินใช้ดาบเล่มหนึ่งซึ่งในตอนนี้ได้ส่งผ่านปราณดาบออกมาพุ่งตรงเข้าไปหามู่อี้

เมื่อเผชิญหน้ากับปราณดาบที่พุ่งตรงเข้ามาหาตนเอง มู่อี้ก็เพียงแค่สะบัดปลายนิ้วของเขาเบาๆและเสียงระเบิดก็เกิดขึ้น ปราณดาบที่อยู่ตรงหน้าเขาระเบิดออกทันที โชคดีที่มู่อี้ยังสามารถควบคุมพลังของตัวเองได้ดีไม่ให้มากเกินไปหรือน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับพลังของข่งเหริน ดังนั้นเมื่อโจมตีสวนกลับไปข่งเหรินจึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆและค่ายกลของกองทัพก็ยังไม่ถูกทำลายไป

หลังจากนั้นปราณดาบจำนวนมากมายมหาศาลก็พุ่งตรงเข้ามาหามู่อี้จากทุกทิศทาง ความหวาดกลัวในจิตใจของข่งเหรินเริ่มลดน้อยลงไปแล้วและในที่สุดค่ายกลของเขาก็สามารถแสดงพลังทั้งหมดออกมาได้เต็มที่ นี่ทำให้พลังของค่ายกลแห่งนี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและนายทหารทุกๆคนก็สามารถร่วมมือกันได้อย่างสามัคคีและแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

หลังจากนั้นไม่ใช่แค่ข่งเหรินคนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้โจมตีแต่ทหารคนอื่นๆก็โจมตีออกมาด้วยเช่นกันนี่ทำให้พลังของค่ายกลมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้นและการโจมตีของข่งเหรินก็ปะปนไปกับการโจมตีของทหารคนอื่นๆทำให้รับมือยากมากยิ่งขึ้น

มู่อี้เดินวนเวียนไปมา มือขวาของเขายกขึ้นมาเป็นครั้งคราวและรับการโจมตีที่พุ่งเข้ามาได้อย่างสบายๆ ตอนนี้เขาได้เข้าค่ายกลที่ทหารเหล่านี้ใช้ออกมามากขึ้นเรื่อยๆซึ่งมันทำให้เขารู้สึกพึ่งพอใจมาก โชคดีทีค่ายกลที่ทหารเหล่านี้แสดงออกมาสามารถดัดแปลงให้เข้ากันกับค่ายกลที่อยู่ในใจของเขาได้ ท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์ต่อเขตแดนปิดผนึกของเขาด้วยเช่นกันและประโยชน์ที่เขาได้รับก็มากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก

ตลอด 1 ชั่วโมงมู่อี้รับการโจมตีจากค่ายกลอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นทหารทั้ง 18 คนก็มีบางคนเริ่มล้มลงไปกับพื้นบางคนก็กระเด็นออกมาจากค่ายกล ท้ายที่สุดแล้วค่ายกลก็หยุดไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงแค่ข่งเหรินที่ยืนอยู่ตรงกลาง

ตอนนี้ผมมีธุระต้องกลับมาบ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันก่อน ทำให้ไม่สามารถลงนิยายได้ตามแผนการที่วางเอาไว้ ผมกำลังกลับไปที่ทำงานวันพรุ่งนี้ครับ พรุ่งนี้ผมเดินทางกลับช่วงเช้าอาจจะได้ลงนิยายอีกครั้งก็ตอนเย็นเลย ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามกันมาด้วยนะครับ ขอโทษด้วยจริงๆครับ

จบบทที่ ตอนที่ 778 แสดงพลังของค่ายกล

คัดลอกลิงก์แล้ว