เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 019 – ผลึกฟ้าติดร่างแห

ตอนที่ 019 – ผลึกฟ้าติดร่างแห

ตอนที่ 019 – ผลึกฟ้าติดร่างแห


ตอนที่ 019 – ผลึกฟ้าติดร่างแห

 

“อาจารย์ใหญ่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! ที่นำปัญหามาให้ทุกคน” ฟู่ต๋าอดไม่ได้ที่จะบ่น

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา อาจารย์ใหญ่ได้ประกาศอย่างกะทันหัน หากสถาบันไม่ได้อันดับที่ดีภายในงานชุมนุมยุทธ์เมืองเมฆาดาราปีนี้ จะยกเลิกงานเทศกาลวันหยุดตลอดสองปี และการประกาศนี้รวมถึงเหล่าศิษย์และอาจารย์ทุกคน

คำประกาศของอาจารย์ใหญ่เป็นดั่งประกาศิต และไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวอันใดทั้งสิ้น ทุกคนที่อยู่ภายในสถาบันผลึกฟ้าต่างรู้ว่าคำกล่าวของอาจารย์ใหญ่ไม่ใช่คำกล่าวลอยๆ

ในขณะนั้น ผู้คนภายในสถาบันผลึกต่างโหยหวนราวสุกร วิ่งไปมาเยี่ยงสุนัข

เหล่าอาจารย์ตัวเป็นเกลียว ทั้งวันทั้งคืนหมอบคลานจับตาดูเหล่าศิษย์ เพิ่มชั้นเรียนในการฝึกพิเศษทุกประเภท ไม่มีช่วงเวลากลางวันหรือกลางคืนของการฝึกซ้อม

ศิษย์ทุกคนภายในสถาบันผลึกฟ้าต่างรู้สึกทรมานเกินกว่าที่จะกล่าว มีข่าวลือว่ามันผู้ใดที่ขาดเรียน หรือเข้าเรียนช้าภายใต้สถานการณ์กดดันอันนี้ จะถูกลงทัณฑ์อย่างรุนแรง ในอดีตพวกเขามักจะติดสินบนเงินเล็กน้อยต่อเหล่าอาจารย์ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีวันเวลาว่างเป็นของตัวเอง แต่ ณ ตอนนี้วิธีการเช่นนี้ต่างไร้ประโยชน์ ราวกับว่าอาจารย์ไร้ความเมตตาและเข้มงวดเนื่องจากคำขู่ของอาจารย์ใหญ่

ปราศจากผู้คนที่คิดจะหนีจากการเรียน และทุกวันเหล่าศิษย์ผู้ซึ่งทนทุกข์จากการลงทัณฑ์จะยืนอยู่หน้าโถงทางเดิน

ฟู่ต๋าเป็นหนึ่งในผู้ที่ทรมานจากการลงทัณฑ์ในวันนั้น

“ถ้าหากไม่ใช่เพราะสารเลวสามตัวนั้น” สมุนคนหนึ่งของเขาผู้ซึ่งรู้ข่าวภายใน กล่าวเสียงต่ำ “ท่านจำเจ้าพวกบ้านนอกสามคนในวันนั้นได้หรือไม่? ในเวลานั้น ข้าพบเห็นพวกมันเข้ามายังสถาบันของเราและได้กลิ่นแปลกๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ข้าไม่เคยคาดว่าพวกมันจะเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติครั้งใหญ่!”

“เจ้ากำลังพูดถึงเจ้าบ้านนอกสามคนนั้น?” ฟู่ต๋าถาม เขาก็พบเห็นสามคนนั้นในวันนั้นเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน

“ตาเฒ่าเป็นอาจารย์ของสถาบันคาราเมล และอีกสองคน คนหนึ่งคืออาโม่หลี่ และอีกคนคือถังเทียน ท่านน่าจะรู้ พวกเขาเป็นสาเหตุของเรื่องอื้อฉาวเมื่อไม่กี่วันก่อน!”

ฟู่ต๋าพยักหน้า “ใช่ ใช่ ข้าได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทิงคลั่งอาโม่หลี่ได้ย้ายสถาบันแล้ว เพียงแต่ทำไมพวกเขาถึงเกี่ยวข้องกับอาจารย์ใหญ่ของเรากัน? หรือพวกเขาบังเอิญขัดใจอาจารย์ใหญ่?”

“ข้าก็ไม่แน่ใจในเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกัน แต่ข้าได้ยินจากผู้คนมาว่า อาจารย์และตาเฒ่านั้นโต้เถียงกันภายในห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ หลังจากนั้น เรื่องนี้ก็เกิดขึ้น!”สมุนคนนั้นกล่าวอย่างรุนแรง

“นั้นเป็นไปไม่ได้” ฟู่ต๋าไม่เชื่อในเรื่องนั้นราวกับเขาได้ยินเรื่องตลกที่หัวร่อไม่ออก “สถาบันพิการเช่นสถาบันคาราเมล มีค่าให้อะไรให้สู้ด้วย? เว้นแต่ว่าเขาต้องการที่จะแข่งกับพวกเราภายในชุมนุมยุทธ์เมืองเมฆาดารา? เขาปัญญาอ่อนไปแล้ว”

เขาไม่ได้กล่าวโอ้อวดเลย เพราะอะไรถึงต้องเป็นสถาบันผลึกฟ้า? สถาบันผลึกฟ้าเป็นอันดับหนึ่งของเมืองเมฆาดารา! สถาบันคาราเมลอันดับสามจากท้าย ซึ่งทั้งสองสถาบันต่างไม่ใช่เรื่องที่จะแข่งขันกันได้ ถ้าไม่เป็นเพราะข่าวเรื่องการย้ายสถาบัน ฟู่ต๋าก็คงไม่เคยได้ยินนามของสถาบันนั้น

“โลกนี้มีหลายผู้คนที่อยู่เหนือกว่าพวกมัน” สมุนผู้นั้นนักไหลของเขาพลางกล่าวต่อ “พวกมันคงปัญญาอ่อนแน่แล้ว พวกเราเพียงอยู่เฉยก็ยังโดนลูกหลงได้!”

“จริงอย่างที่กล่าว!” ฟู่ต๋าอ้าปากกว้างด้วยอาการผวา

“จริงแท้แน่แล้ว” ลูกสมุนรู้สึกขมขื่น

ฟู่ต๋ารู้สึกความโกรธพลุ่งพล่านภายใน “หากกลุ่มขยะนั้นปัญญาอ่อนกันหมดก็แล้วกันไป แต่พวกมันกลับทำให้เราติดร่างแหไปด้วย พวกเราไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้”

“ท่านจะทำเช่นไรงั้นรึ?” ลูกสมุนผู้นั้นกล่าวไปด้วยพลัง

ฟู่ต๋าหัวร่อ “พวกมันหวังจะสู้กับสถาบันผลึกฟ้าของพวกเราในงานชุมนุมยุทธ์เมืองเมฆาดารา เหล่าคางคกนี้ไม่แม้แต่จะส่องกระจก พวกมันมีคุณสมบัติเช่นใดในตัวพวกมันกัน? ช่างน่าขบขันนัก! ข้าจะทำให้พวกมันได้รู้ว่าพวกมันห่างชั้นกันมากกว่าที่คาดไว้”

“ท่านหมายความว่าท่าจะ…” เกิดแสงประกายวาบภายในดวงตาของลูกสมุนคนนั้น

“เฮอะ พวกเราไม่จำเป็นต้องรอถึงวันงานชุมนุมยุทธ์เมืองเมฆาดารา เราจะเสาะหาคนสักสองคนไปสั่งสอนพวกมัน พวกมันหวังจะได้เข้าร่วมในงานชุมนุมยุทธ์งั้นรึ? งั้นพวกเราจะทุบตีมันจนกว่าจะพวกมันจะไม่มีความสามารถที่จะเข้าร่วมได้!” สายตาฟู่ต๋าเย็นชาพลางเยาะเย้ย “พวกมันคาดว่าด้วยเพียงกระทิงคลั่งอาโม่หลี่ จะทำให้พลิกสถานการณ์ได้? สถาบันอสูรอำมหิตยังไม่กล้าที่จะแข่งกับพวกเราสถาบันผลึกฟ้า ด้วยอาโม่หลี่เพียงคนเดียว พวกมันกลับกลายเป็นโอหัง? ต้องจัดการพวกมัน!”

“ใช่ พวกเราจะต้องเสาะหาผู้คน! มารดามันเถอะ นี้มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว จะต้องจัดการมัน!”

เป็นไปอย่างรวดเร็ว คำกล่าวของฟู่ต๋าแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่ศิษย์ถึงผู้ซึ่งอาสา ยามพวกเขานึกถึงสถานการณ์ในตอนนี้พวกเขาทั้งก็หมดก็แทบคลั่งไปด้วยความโกรธ

ฟู่ต๋าไม่คาดว่าจะมีผู้คนมากมายที่ขออาสา

อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้ตกเป็นที่สนใจของเหล่าอาจารย์และจะต้องรับโทษทัณฑ์มากขึ้น พวกเขาก็เลือกศิษย์ที่แข็งแกร่งสองคน ในขณะที่คนอื่นๆปกปิดเพื่อสองคนนั้นในชั้นเรียน

เฉินเหยียน ศิษย์ปีสาม อันดับเก้าสถาบันผลึกฟ้า

หยางหย่ง ศิษย์ปีสอง อันดับยี่สิบสองสถาบันผลึกฟ้า

ทั้งสองต่างหายไป

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการบ่มเพาะกายากระเรียน วัฏจักรแห่งความเพียร ไม่เหนื่อยล้าดั่งเช่นเคย หมัดอัสนีบาตของถังเทียนในวันนี้เชี่ยวชาญสมบูรณ์แล้ว และเขายังสามารถใช้ออกหมัดอัสนีบาตได้อย่างอิสระ

หลังจากนั่งโคจรมาเป็นชั่วโมง เขาก็ปราศจากความเหนื่อยล้า การบ่มเพาะกายากระเรียนทำให้ปราณแท้จริงฟื้นฟูได้รวดเร็วเพิ่มขึ้น

ตามความเข้าใจในยันต์จิตวิญญาณ กายากระเรียนเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของตำราปราณกระเรียน และแน่นอนว่าห่างชั้นกันมาก กายากระเรียนของถังเทียนสามารถกล่าวได้ว่าเป็นเพียงลูกเจี๊ยบ เขาจะต้องทะลวงเส้นปราณอันเล็กมากกว่านี้เพื่อเสริมสร้างกายากระเรียน หลังจากเสริมสร้างกายากระเรียน ตัวกระเรียนจะกลายชัดแจ้งและมีชีวิตขึ้น มันคงจะเป็นพลังที่น่าเกรงขาม

เมื่อยามเขาได้บ่มเพาะถึงขั้นนั้น ด้วยความคิดนั้น เขาจะสามารถทำให้กายากระเรียนแข็งแกร่งขึ้นและทั่วร่างของเขาพรั่งพรูไปด้วยปราณแท้จริง เพียงชั่วพริบตา ยามเมื่อปลดปล่อยปราณแท้จริงมันจะไม่สามารถถูกทำลายได้ มันเบาบางแต่ยังคงมั่นคง

ถังเทียนรู้สึกช่างโชคดีหนักที่ประสบความสำเร็จ

ตำราปราณกระเรียนเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับป้ายดารากางเขนใต้แห่งความเพียร มันไม่เพียงช่วยเขาในการบ่มเพาะวิชาการต่อสู้ มันยังคงช่วยเขาเพิ่มปราณแท้จริงอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถังเทียนต้องการ บ่มเพาะอย่างไม่หยุดหย่อน และเพียรพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จะมีสิ่งใดง่ายดายเช่นนั้น?

ถังเทียนเต็มไปด้วยความคาดหวังต่อร่างกายของเขา เขาตระหนักได้เลยว่าจะเกิดอันใดขึ้นถ้าหากเขาบรรลุถึงขั้นสุดยอดของกายากระเรียน

ถังเทียนหัวร่อออกมาเสียงดัง กระโดดขึ้นจากพื้นพลางรีบวิ่งออกไปจากห้องของเขา เขาอดไม่ได้ที่จะรอที่จะประลองกับอาโม่หลี่

อาโม่หลี่เหงื่อไหลออกมาอย่างบ้าคลั่งบนลานฝึกซ้อม ภายใต้มือของเขาถือไว้ด้วยดาบไม้ที่ดูใหญ่โตเท่ากับตัวเขา เขาตะโกนซ้ำๆ เพียงแต่ในอดีตที่ผ่านมา ตาเฒ่าเว่ยไม่เคยได้พบเห็น

โดยไม่ตั้งใจ ถังเทียนรู้สึกว่าอาโม่หลี่ฝึกหนักกว่าที่เคยเป็น ในความเป็นจริง อาโม่หลี่ก็ฝึกหนักอยู่ตลอดเวลา ถังเทียนแค่ไม่เคยเห็นเขาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยามเมื่อเขามองไปยังภาพเงาของอาโม่หลี่ ถังเทียนอดไม่ได้ที่จะมีความคิดขึ้นอย่างฉับพลัน “หรือว่าอาโม่หลี่จะฝึกหนักมากกว่าข้า?”

โอ้ มันจะเป็นความเข้าใจผิดแล้ว

ถังเทียนส่ายหน้า ทิ้งความคิดไร้สาระไว้เบื้องหลัง ด้วยความคิดนั้น ปราณแท้จริงถ่ายเทไปยังทั้งสองขาของเขา ส่งตัวเขาเหินออกไปดังปืนใหญ่ ตรงไปยังอาโม่หลี่ผู้ซึ่งกำลังฝึกซ้อม

“แมลงวันวัว! รับมือข้า!”

ถังเทียนตะโกนก้องขณะอยู่ในอากาศ ควงหมัดของเขาพลางชกออก

อาโม่หลี่รู้สึกได้ว่าถังเทียนกำลังเข้ามาใกล้ๆ และทันใดนั้นเขาก็ดีดดาบไม้ขนาดใหญ่ในมือของเขาขึ้น ฟาดฟันรอบๆร่างกายอันใหญ่โต ด้วยความว่องไวจนไม่อาจอธิบายได้

“พื้นฐานถัง! ให้ข้าได้ชมความรุดหน้าของเจ้าหน่อย!”

อาโม่หลี่หัวร่อเสียงดัง ด้วยดาบไม้อันใหญ่โตซึ่งรอรับถังเทียนผู้ซึ่งอยู่กลางอากาศพลางฟาดฟันลงมา

ดาบไม้อันใหญ่ปลดปล่อยเงาดาบสีดำพุ่งออกมา ด้วยเสียงที่หนักแน่น พุ่งเข้าไปหายังถังเทียน

อาโม่หลี่ไม่สามารถกระตุ้นปราณแท้จริง แต่พลังดาบของเขาก็แข็งแกร่งราวกับถูกกดทับโดยภูเขาลูกหนึ่ง ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาไม่มีเส้นทางหลบหนี อาโม่หลี่กำเนิดมามีพละกำลังดุจดั่งเทพเจ้า ขณะที่ตัวดาบไม้ทำมาจากไม้เนื้อแข็งภายในป่าและขนาดเท่าประตูบ้าน มันมีน้ำหนักมากถึงสองร้อยจิน

ด้วยการฟันที่หนักหน่วงมันช่างน่าอัศจรรย์นัก!

ด้วยความสงบอาโม่หลี่สามารถรู้สึกความรุดหน้าของตัวเองได้อย่างชัดเจน ด้วยการฟันครั้งนี้ คล้ายกับยกฟันได้อย่างง่ายดาย มันชัดเจนเป็นอย่างมากถึงพละกำลังที่เขาได้แสดงออก เขาได้รุดหน้าอย่างมากเมื่อเทียบกับเขาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม อาโม่หลี่ไม่คาดว่าถังเทียน ผู้ซึ่งอยู่กลางอากาศ ไม่แม้แต่มีความตั้งใจจะหลบหลีก

หรือว่าพื้นฐานถังเป็นบ้าไปแล้ว?

อาโม่หลี่รู้สึกสับสนเล็กน้อย ร่างกายถังเทียนแม้จะโดดเด่นแต่เขาไม่น่าจะสามารถต้านรับการจู่โจมนี้ได้ แม้ว่าเขาเองก็ยังไม่อาจที่จะรับการจู่โจมนี้โดยปราศจากอาวุธ

บนกลางอากาศ ถังเทียนก็ปลดปล่อยหมัด!

ยามเมื่อเขาปล่อยหมัดออก มันก็สลายหายไปในทันที

หมัดอัสนีบาต!

อาโม่หลี่ตกตะลึง ครั้งล่าสุดถังเทียนใช้ออกหมัดอัสนีบาต เขาก็ถูกทุบตีอย่างราบคาบและตั้งแต่นั้นเขาก็รู้สึกหดหู่ แม้ว่าถังเทียนจะอยู่ในภาวะบ้าคลั่งในตอนนั้นและล้นปรี่ไปด้วยพลัง อาโม่หลี่รู้สึกได้ว่านั้นมันเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

แสดงให้ข้าดูหน่อยว่าหมัดอัสนีบาตของเจ้ารุดหน้าไปเพียงใด!

ภายในใจอาโม่หลี่กระจ่างแจ้ง และพลังของดาบของเขาก็ยิ่งซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เงาดำของดาบของเขาพาดทับคล้ายคลึงดั่งรูปร่างกายของเขา

ลมอันมืดมัวสลายหายไป และพลังดาบของเขาซึ่งหนักหน่วงดังขุนเขา พลันสว่างวาบอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจหมัดอัสนีบาตของถังเทียนจะมาจากทิศใด พวกมันจะต้องปะทะเข้ากับดาบทั้งหมด

ทันใดนั้นหมัดถังเทียนก็ปรากฏออกมาจากกลางอากาศ

ประเดี๋ยวนะ!

ทันใดนั้นอาโม่หลี่จดจ่อ และภายในใจความรุ่มร้อนก็มอดดับลง ขณะที่มองไปยังหมัดของถังเทียนอย่างว่างเปล่า

รังสีสีขาวจางๆปกคลุมรอบหมัดของถังเทียน

มันคือรังสีหมัดสีขาว!

เป็นไปไม่ได้! เพียงสามคำ เป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นภายในใจของอาโม่หลี่ หมัดอัสนีบาตก่อเกิดรังสีหมัดได้อย่างไร? เป็นไปได้อย่างไร!

[คั่นหนังสือ : 不可能 = เป็นไปไม่ได้ = สามคำ]

วิชาหมัดอัสนีบาตเป็นเพียงวิชาระดับสอง...

แต่เป็นรังสีหมัดชัดเจนอย่างแน่นอนแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นรังสีหมัดที่ค่อนข้างจะเลือนลางแต่มันก็เป็นรังสีหมัดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ด้วยอาการมึนงงของอาโม่หลี่ปลุกเขาออกมาจากอาการตกตะลึง

ในขณะนั้น ดาบไม้ใหญ่และหมัดที่ปกคลุมไปด้วยรังสีหมัดก็ปะทะกัน

เคร้ง!

เสียงดังคล้ายโลหะปะทะเข้ากับศิลา อาโม่หลี่สามารถรู้สึกได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งสะท้อนมาจากมือของเขา ฝ่ามือของเขาเจ็บแสบไปหมด แทบจะทำให้เขาไม่สามารถถือดาบไม้อันใหญ่ไว้ได้

รังสีหมัด!

จริงแท้แน่นอนแล้วมันคือรังสีหมัดแท้จริง!

ในเวลานี้ อาโม่หลี่ปราศจากความสงสัยในใจ ลำแสงสีขาวที่ปกคลุมอยู่บนหมัดของถังเทียนเป็นรังสีหมัดแน่แล้ว!

พื้นฐานถัง...

หลังจากอาการตะใจ อาโม่หลี่เต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้ พื้นฐานถังข้าจะไม่พ่ายแพ้เจ้า ราวกับร่างเขาเป็นดั่งขุนเขา เขาแปรเปลี่ยนการวางเท้าบนพื้น หลังจากนั้นเขาก็ยกดาบไม้อันยักษ์ภายในมือขึ้น

“พื้นฐานถัง เจ้าบรรลุความเข้าใจรังสีหมัดแล้ว! ฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็สามารถจะสู้กับเจ้าได้อย่างสบายใจแล้ว! มาเถอะ พื้นฐานถัง รับมือ [ผ่าปฐพี] ของข้า”

ดาบตอนนั่นของอาโม่หลี่ทรงพลังและหนักหน่วงอย่างมาก แม้ว่าหมัดของถังเทียนจะปกคลุมไปด้วยรังสีหมัด เขาก็ยังถอยหลังไปสองสามก้าว เขารู้ได้ว่าไหล่ของเขาไร้เรี่ยวแรงและเจ็บปวด

เจ้ากระทิงเถื่อนตัวนี้ช่างมีความแข็งแกร่งมากนัก!

ในขณะที่อาโม่หลี่เชิญชวนเขาต่อสู้อย่างตื่นเต้น ทันใดนั้นถังเทียนก็ถอนหมัดกลับพลางยิ้มอย่างธรรมชาติโบกมือของเขา “อะแฮ่ม แมลงวันวัว ข้าเพียงต้องการทักทายเจ้าเท่านั้น ในตอนนี้ข้าก็ทักทายแล้ว อื้ม ข้ายังมีเรื่องที่ต้องกระทำอยู่ เจ้าเล่นไปคนเดียวล่ะกัน…”

ด้วยเหตุนี้ เขาก็หลบหนีออกไปอย่างไหลลื่นรวดเร็ว

อาโม่หลี่จ้องมองด้วยความงุนงง มองถังเทียนที่หายไปต่อหน้าต่อตา ทั้งที่เขายังเปี่ยมด้วยใจต่อสู้ราวดอกฝ้ายพลิ้วลอยหาย เขาแทบกระอักเลือดออกมา

[คั่นหนังสือ : ขอขอบคุณคุณ Tongchat Chotisen ครับ]

ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังลั่นไปทั่วป่า

“พื้นฐานถัง! เจ้ามันตัวสารเลว!”

ถังเทียนหัวร่อออกมาเสียงดัง ถกแขนเสื้อขึ้นพลางจากไป

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 019 – ผลึกฟ้าติดร่างแห

คัดลอกลิงก์แล้ว