- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นเซียนชนบท
- บทที่ 630 - การค้นพบของก้าวเมฆา
บทที่ 630 - การค้นพบของก้าวเมฆา
บทที่ 630 - การค้นพบของก้าวเมฆา
บทที่ 630 - การค้นพบของก้าวเมฆา
⚉⚉⚉⚉
หลังมื้อเย็น โจวจื่อเหวินรีบอาบน้ำแต่งตัว รอจนสองพี่น้องอาบน้ำเสร็จ กิจกรรมยามค่ำคืนก็เริ่มขึ้น
"พี่จื่อเหวินคะ เมื่อไหร่ฉันจะท้องสักทีคะ?"
หลังเสร็จกิจ เฉินเฉี่ยวอีหมดแรงข้าวต้ม แต่ยังกัดฟันถาม
"หมดเดือนนี้ก็รู้แล้ว"
โจวจื่อเหวินตอบ
เขามั่นใจในตัวเองมาก
ด้วยร่างกายที่แข็งแรง เลือดลมสูบฉีด พลังงานเหลือเฟือ ไม่ถึงกับยิงร้อยนัดโดนร้อยนัด แต่ถ้าไม่คุมกำเนิด การจะมีลูกไม่ใช่เรื่องยาก
บวกกับขยันทำการบ้านทุกวัน โดยเฉพาะวันไข่ตกยิ่งจัดหนัก ถ้ายังไม่ท้อง มนุษยชาติคงสูญพันธุ์ไปแล้ว
รอจนสองพี่น้องหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย โจวจื่อเหวินจัดแจงตัวเองเล็กน้อย
ขณะกำลังจะย่องไปห้องข้างๆ เพื่อปลอบขวัญเสิ่นจาวตี้ เจ้าก้าวเมฆาก็วิ่งเข้ามาจากข้างนอก
"ก้าวเมฆา เป็นอะไร?"
โจวจื่อเหวินลูบหัวมัน ถามอย่างสงสัย
"งื้ดๆๆ!"
เจ้าก้าวเมฆาส่งเสียงครางเบาๆ จากน้ำเสียง โจวจื่อเหวินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
"แกบอกว่าข้างนอกมีคนเหรอ?"
โจวจื่อเหวินขมวดคิ้ว
"งื้ดๆๆ!"
เจ้าก้าวเมฆายังคงส่งเสียงคราง
แม้จะพูดไม่ได้ แต่โจวจื่อเหวินก็เข้าใจความหมาย
เสียงร้องและท่าทางของสุนัข สามารถสื่ออารมณ์ได้
และการเดาความหมายจากอารมณ์เหล่านั้น ไม่ใช่เรื่องยาก
ทักษะฝึกสุนัขของโจวจื่อเหวินถึงระดับเก้าแล้ว
เขาฟังออกว่าเจ้าก้าวเมฆาต้องการจะสื่ออะไร
"ไป ไปดูกัน"
สื่อสารกันสักพัก โจวจื่อเหวินพอจะเดาเจตนาของเจ้าก้าวเมฆาได้
สวมเสื้อผ้าเสร็จ โจวจื่อเหวินย่องตามเจ้าก้าวเมฆาออกไป
เจ้าก้าวเมฆานำทาง มุ่งหน้าไปยังที่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากลานปัญญาชน
ยังไปไม่ถึง โจวจื่อเหวินก็เดาได้แล้วว่าเจ้าก้าวเมฆาจะพาไปไหน
ที่นั่นคือบ้านของปัญญาชนรุ่นก่อน เขาจำได้ว่าชื่อเฉินซิ่วฉิน
ในความทรงจำของโจวจื่อเหวิน เฉินซิ่วฉินเป็นเด็กสาวขี้อาย หน้าตารูปไข่ ตาโต ไม่ค่อยพูดค่อยจา หน้าตาจัดว่าใช้ได้
แม้จะรู้ว่าเจ้าก้าวเมฆาจะพาไปไหน แต่โจวจื่อเหวินก็ยังงงๆ
ดึกดื่นป่านนี้ เจ้าก้าวเมฆาพาเขามาทำไม?
คงไม่ใช่จะหาเจ้านายหญิงให้เขาเพิ่มอีกคนหรอกนะ!
ขณะที่โจวจื่อเหวินกำลังคิดฟุ้งซ่าน เจ้าก้าวเมฆาที่นำหน้าอยู่ก็หยุดชะงัก
เห็นมันจ้องมองไปที่บ้านของเฉินซิ่วฉินตาเขม็ง โจวจื่อเหวินก็มองตามไป
มองแวบเดียว โจวจื่อเหวินก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
ด้วยสายตาอันเฉียบคม เขาเห็นเงาคนอยู่ที่นอกบ้านเฉินซิ่วฉิน
เงาคนนั้นกำลังเดินวนไปวนมารอบบ้านเฉินซิ่วฉิน
อาศัยจังหวะที่เงานั้นเผลอ โจวจื่อเหวินถอยไปหลบหลังต้นไม้ แล้วสังเกตการณ์อย่างละเอียด
จากท่าทางการเดิน ดูออกว่าเป็นผู้ชาย
โจวจื่อเหวินอาศัยแสงจันทร์ จำได้ว่าคนคนนี้ดูเหมือนจะเป็นปัญญาชนจากลานปัญญาชน
"คิดจะทำอะไร?"
โจวจื่อเหวินขมวดคิ้ว
สังเกตดูสักพัก เขาก็พอจะเดาจุดประสงค์ของปัญญาชนคนนี้ได้
ผู้ชายคนหนึ่งดึกดื่นไม่หลับไม่นอน มาเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้านผู้หญิงตัวคนเดียว
แถมผู้หญิงคนนั้นยังสวยด้วย
แบบนี้ คิดจะทำอะไรก็ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว
สำหรับคนประเภทนี้ โจวจื่อเหวินรังเกียจมาก
ถ้าแน่จริงก็จีบซึ่งๆ หน้าสิ
หรือไม่ก็ไปหาแม่ม่ายในหมู่บ้านก็ได้
มองดูเงาที่ยังเดินวนเวียนอยู่ แววตาของโจวจื่อเหวินเริ่มเย็นชา
เขาอยากรู้เหมือนกันว่าคนคนนี้จะกล้าทำจริงไหม
ถ้ากล้าจริง ก็จะได้จับให้ได้คาหนังคาเขา
พอมีความคิดนี้ โจวจื่อเหวินก็ไม่รีบ
เขายืนดูเงาคนนั้นนิ่งๆ รอให้ลงมือ
ตอนนี้ปัญญาชนคนนั้นกำลังหาวิธีเข้าบ้าน
รั้วบ้านของเฉินซิ่วฉินเป็นกำแพงดินอัด บนกำแพงปักเศษแก้วกันขโมยไว้เต็มไปหมด
แต่ของพรรค์นี้ ดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วไม่มีประโยชน์
ถ้าคิดจะเข้าจริง วิธีการมีเยอะแยะ
ทางด้านโน้น ความหื่นอาจจะกระตุ้นสมองปัญญาชนคนนี้
เดินวนอยู่พักหนึ่ง เขาก็คิดวิธีได้จริงๆ
เขาแอบยกหินสองก้อนมาวางหนุนที่ตีนกำแพง แล้วหาหญ้ามาปูทับบนกำแพง
เสร็จแล้วยังลองเอามือกดๆ ดู พอเห็นว่าเศษแก้วไม่ทิ่มมือ เขาถึงได้ปีนขึ้นไป
พอขึ้นไปได้ ที่เหลือก็ง่าย เขาแค่กระโดดเบาๆ ก็เข้าไปในลานบ้าน
แม้ตอนกระโดดลงจะมีเสียงดังนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เฉินซิ่วฉินตื่น
เพราะตอนมาใหม่ๆ เคยมีปากเสียงกับปัญญาชนรุ่นเก่าในลานปัญญาชน
เฉินซิ่วฉินเลยไม่ชอบหน้าคนในลานปัญญาชน
ตอนสร้างบ้าน เธอเลยเลือกสร้างห่างจากลานปัญญาชน
ทำให้บ้านของเธอค่อนข้างเปลี่ยว
อาจเพราะบ้านเปลี่ยว ถึงได้มีคนกล้ามาทำมิดีมิร้าย
พอเห็นมันปีนเข้าบ้านไปแล้ว โจวจื่อเหวินก็ออกจากหลังต้นไม้ รีบเดินไปที่หน้าบ้านเฉินซิ่วฉิน
พอเข้าไปใกล้ โจวจื่อเหวินไปที่กำแพงอีกด้าน ไม่สนใจเศษแก้วบนกำแพง ใช้มือยัน เท้าลอยจากพื้น เหวี่ยงตัวขึ้นไปอยู่บนกำแพง
"ที่แท้ก็หลิวกั๋วเหลียง"
พออยู่ใกล้ เขาถึงเห็นหน้าชัดๆ ว่าเป็นใคร
คนนี้เขาจำแม่น
ตอนลงมาทำงานในหน่วยการผลิตใหม่ๆ จอบของหลุดมือ ไปเฉาะโดนส้นเท้าของหลี่เหว่ยจวินที่อยู่ข้างหน้า
ส้นเท้าของหลี่เหว่ยจวินแหว่งไปเลย เหลือหนังห้อยต่องแต่ง
ต่อมาหลิวกั๋วเหลียงต้องชดใช้เงินก้อนโต และต้องยกแต้มผลงานให้หลี่เหว่ยจวินจนกว่าจะหายดี
จนถึงตอนนี้ แผลของหลี่เหว่ยจวินเกือบหายดีแล้ว เดินไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้ว
แต่ยังไงก็ถือว่าบาดเจ็บหนัก ต่อไปคงทำงานหนักไม่ได้ตลอดชีวิต
เรียกได้ว่า เพราะความผิดพลาดครั้งเดียวของหลิวกั๋วเหลียง ทำลายชีวิตหลี่เหว่ยจวินไปทั้งชีวิต
แต่โจวจื่อเหวินนึกไม่ถึงเลยว่า คนที่ย่องมาบ้านเฉินซิ่วฉินกลางดึก จะเป็นหลิวกั๋วเหลียง
ตอนนี้หลิวกั๋วเหลียงกำลังงัดประตูบ้านเฉินซิ่วฉิน
ไม่รู้ไอ้หมอนี่ไปเรียนมาจากไหน งัดแงะอยู่พักหนึ่ง ประตูบ้านเฉินซิ่วฉินก็เปิดออก
"รนหาที่ตายแท้ๆ!"
เห็นหลิวกั๋วเหลียงย่องเข้าไป โจวจื่อเหวินส่ายหน้า
เพื่อไม่ให้เฉินซิ่วฉินได้รับอันตราย โจวจื่อเหวินไม่รอช้า ใช้มือยันกำแพง พลิกตัวข้ามเข้าไปในลานบ้านอย่างเงียบเชียบ
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเมื่อกี้ตอนเขายันกำแพง ฝ่ามือเขากดทับลงบนเศษแก้วเต็มๆ
แต่เพราะฝึกหมัดแปดขั้วจนบรรลุ ผิวหนังของโจวจื่อเหวินจึงเหนียวแน่น แม้จะไม่ถึงขั้นฟันแทงไม่เข้า แต่เศษแก้วแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้
"อื้อๆ!"
ขณะที่โจวจื่อเหวินมาถึงหน้าประตูบ้าน ข้างในมีเสียงอื้ออึงดังออกมา
"หยุดนะ!"
เห็นดังนั้น โจวจื่อเหวินไม่รอช้า ตะโกนก้อง แล้วพุ่งตัวเข้าไปทันที
"โฮ่งๆๆ!"
"โฮ่งๆๆ!"
...
พร้อมกับเสียงของโจวจื่อเหวิน เจ้าก้าวเมฆาก็เห่ากระโชกเสียงดัง
เสียงเห่าดังก้องไปไกล พริบตาเดียว หมาสามตัวที่บ้านโจวจื่อเหวินก็เห่ารับ
เสียงหมาเห่าประสานกันเหมือนวงซิมโฟนี ปลุกชาวบ้านระแวกนั้นให้ตื่นจากฝันทันที
⚉⚉⚉⚉
[จบแล้ว]