เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 - ระดับสิบ

บทที่ 410 - ระดับสิบ

บทที่ 410 - ระดับสิบ


บทที่ 410 - ระดับสิบ

⚉⚉⚉⚉

หลายวันต่อมา โจวจื่อเหวินก็เข้าสู่ช่วงที่ยุ่งวุ่นวาย

ตอนเช้าก็ต้องแวะไปที่สถานีอนามัยหนึ่งรอบ แล้วก็ต้องไปดูความคืบหน้าของโรงเพาะเห็ด ตอนบ่ายส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่โรงเพาะเห็ด

เพราะยังไงโรงเพาะเห็ดก็คือฐานที่มั่นหลักของเขา เป็นหลักประกันชีวิตของเขาในหมู่บ้านเขื่อนใหญ่แห่งนี้

พอมีเวลาว่าง เขาก็จะแวะไปที่ทีมพราน เอาสุนัขที่กำลังโตวันโตคืนติดมือไปด้วย

ภายใต้การฝึกฝนของเขา สุนัขเหล่านี้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นสุนัขล่าสัตว์

ปกติเวลาที่คนในทีมพรานออกลาดตระเวนในหมู่บ้าน พวกเขาก็จะพาสุนัขเหล่านี้ไปด้วย

แม้ว่าสุนัขเหล่านี้จะยังไม่โตเต็มวัย แต่พวกมันก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองแล้ว

ถ้าเจอคนที่ไม่คุ้นหน้า พวกมันก็จะส่งเสียงเห่าขู่ด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่แตกหนุ่มดี

ผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตาพวกมันแล้ว

โดยเฉพาะเด็กๆ ในหมู่บ้าน ที่ชอบวิ่งไล่พวกมัน จนพวกมันต้องวิ่งหนีหางจุกตูดกันเป็นแถว

วันนี้ โจวจื่อเหวินตื่นขึ้นมาบนเตียงอุ่นแต่เช้า เขาเปิดแผงควบคุมการปล่อยทักษะขึ้นมาดูด้วยความคาดหวัง

[หมัดแปดขั้ว LV9(899/900)]

[วิชาแพทย์ LV2(615/2000)]

[ทักษะฝึกสุนัข LV6(425/600)]

[ทักษะทำอาหาร LV6(130/600)]

[ทักษะยิงธนู LV4(151/400)]

[วิชาปืน LV5(375/500)]

บนแผงควบคุม หมัดแปดขั้วขาดอีกแค่แต้มเดียวก็จะเลื่อนระดับแล้ว

เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่า หมัดแปดขั้วเมื่ออัปเกรดเป็นระดับสิบแล้ว มันจะเป็นยังไง

เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับว่าระดับของเขาจะเต็มหรือไม่

ตามรูปแบบของเกมแล้ว โดยทั่วไป ระดับสิบก็คือระดับสูงสุด

แต่ถ้าระดับสิบแล้วยังมีค่าความชำนาญอยู่ นั่นก็หมายความว่า ขีดจำกัดสูงสุดของทักษะของเขานั้นสูงมาก

ไม่แน่ว่า อาจจะสามารถอัปเกรดได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้ามันสามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต การที่จะกลายเป็นเซียนบรรลุเต๋า ก็อาจจะเป็นไปได้

ต่อมาก็คือทักษะทำอาหาร หลังจากปล่อยทักษะทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทักษะทำอาหารก็อัปเกรดจากระดับห้าเป็นระดับหกแล้ว

หลังจากบรรลุระดับหก แม้ว่าจะเป็นวิธีการปรุงแบบธรรมดาๆ ใช้เครื่องปรุงธรรมดาๆ แต่อาหารที่ทำออกมาก็ยังอร่อยมาก

จำได้ว่าเมื่อสองวันก่อน เขาไปทำอาหารจัดเลี้ยงให้คนอื่น พอพวกเขาได้ชิมอาหารฝีมือเขา แต่ละคนก็เหมือนกับหมาป่าแย่งอาหารกัน ในเวลาเพียงไม่กี่นาที อาหารที่เต็มโต๊ะก็หายเกลี้ยง

ภาพนั้น พอนึกถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกตลกอยู่เลย

ทักษะยิงธนูก็อัปเกรดจากระดับสามเป็นระดับสี่แล้ว

ฝีมือการยิงธนูระดับนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นพรานป่าเฒ่าแล้ว

เขามั่นใจว่า ตราบใดที่มีเหยื่อเข้ามาในสายตาของเขา ไม่มีทางที่จะหนีรอดจากลูกธนูของเขาไปได้แน่นอน

หลังจากที่ใช้เวลาทำอยู่นาน ธนูของเขาก็ใกล้จะใช้งานได้แล้ว

รอให้เรื่องที่โรงเพาะเห็ดเสร็จเรียบร้อยก่อน เขาก็เตรียมตัวจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์สักรอบ

เนื้อที่ตุนไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ใกล้จะถูกเขากินจนหมดแล้ว

เพื่อที่จะได้กินเนื้อ เขาต้องวางแผนล่วงหน้า

เมื่อเห็นว่าค่าความชำนาญของหมัดแปดขั้วขาดอีกแค่แต้มเดียว โจวจื่อเหวินก็เลยไม่ลุกขึ้นจากเตียง เขานอนอยู่บนเตียงอุ่น รอคอยค่าความชำนาญแต้มสุดท้าย

เขารอไม่นานเลย รู้สึกเหมือนแค่ผ่านไปครู่เดียว ค่าความชำนาญของหมัดแปดขั้วบนแผงควบคุมก็ขยับขึ้นอย่างเงียบเชียบ

[หมัดแปดขั้ว LV10(0/1000)]

ในชั่วพริบตาที่หมัดแปดขั้วอัปเกรด โจวจื่อเหวินก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในร่างกายของเขา

มันเป็นการเปลี่ยนแปลงจากภายใน ราวกับมีกระแสธารอันอบอุ่น ไหลผ่านไปทั่วร่างกาย แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูเซลล์

ภายใต้การหล่อหลอมของพลังงานนี้ เขารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกำลังถูกเปลี่ยนแปลง พละกำลังในร่างกายก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

แม้ว่าจะยังไม่ได้ลอง แต่เขาก็มีลางสังหรณ์ว่า พละกำลังของเขาในตอนนี้ ไม่น่าจะต่ำกว่าแปดพันชั่ง

พละกำลังแปดพันชั่ง! เรียกได้ว่ามีพลังถอนภูเขา เคลื่อนย้ายปฐพีได้เลยทีเดียว

แค่พละกำลังขนาดนี้ ก็สามารถไปต่อกรกับช้างได้แล้ว

ในสมองของเขา ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ สิ่งที่เขาเคยเห็น เคยได้ยิน หรือแม้แต่ท่าทางการเคลื่อนไหวของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ การหายใจของสัตว์ การไหวของต้นไม้ใบหญ้า แสงแดดที่สาดส่อง การลอยของเมฆ และทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ราวกับเป็นแรงบันดาลใจนับไม่ถ้วน ผุดขึ้นมาในสมองของเขา

แรงบันดาลใจเหล่านี้ ถูกรวมเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ โดยยึดตามแนวคิดเดิมของหมัดแปดขั้ว ก่อเกิดเป็นกระบวนท่าและการเคลื่อนไหวใหม่ๆ ขึ้นมานับไม่ถ้วน

กระบวนท่าเหล่านี้ หมุนเวียนราวกับภาพตัดต่อที่ฉายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ลดน้อยลง จนสุดท้าย เหลือเพียงแปดกระบวนท่าเท่านั้น

แปดกระบวนท่านี้ ก็คือ แปดสุดยอดกระบวนท่าของหมัดแปดขั้ว และยังเป็นแก่นแท้ของหมัดแปดขั้วอีกด้วย

กระบวนท่าทั้งหมดของหมัดแปดขั้ว ล้วนแต่พัฒนามาจากแปดกระบวนท่านี้

แต่แปดกระบวนท่าที่ปรากฏขึ้นมาใหม่นี้ กลับมีความแตกต่างจากหมัดแปดขั้วเดิมอย่างสิ้นเชิง

กระบวนท่าชุดนี้ ต่อให้เป็นคนที่ฝึกฝนหมัดแปดขั้วมาโดยเฉพาะ ก็ไม่สามารถหาจุดที่คล้ายคลึงกันได้เลย

เรียกได้ว่า หมัดมวยชุดนี้ของโจวจื่อเหวิน แม้ว่าชื่อจะยังคงเป็นหมัดแปดขั้ว แต่แก่นแท้ภายในนั้น แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง

“แข็งแกร่งมาก”

โจวจื่อเหวินกำหมัดแน่น รู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้ไร้เทียมทานแล้ว

เขารู้สึกว่า บนโลกใบนี้ ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อีกแล้ว

คนที่พอจะเทียบเคียงกับเขาได้ คงจะมีแค่ยอดคนในประวัติศาสตร์เท่านั้น

ฌ้อปาอ๋อง, หลี่หยวนป้า, หลี่ฉุนเสี้ยว, หร่านหมิ่น...

อาจจะมีแค่คนเหล่านี้เท่านั้น ที่พอจะต่อกรกับเขาได้

แต่พอเห็นบนแผงควบคุมการปล่อยทักษะ หมัดแปดขั้วที่บรรลุระดับสิบแล้ว ก็ยังมีแถบค่าความชำนาญอยู่ ทำให้เขารู้สึกงงๆ อยู่บ้าง

เขาไม่รู้ว่า ระดับสิบแล้ว มันจะสูงสุดหรือยัง

ตอนแรกนึกว่าพออัปเกรดเป็นระดับสิบแล้ว แถบค่าความชำนาญจะหายไป แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด

อยากจะรู้ว่ามันสูงสุดหรือยัง ก็คงต้องรอให้ค่าความชำนาญระดับสิบเต็มก่อนถึงจะยืนยันได้

แต่ไม่ว่ายังไง การที่ยังมีแถบค่าความชำนาญอยู่ สำหรับเขาก็ถือเป็นเรื่องดี

“จื่อเหวิน นายตื่นแล้วเหรอ?”

ขณะที่โจวจื่อเหวินกำลังตรวจสอบแผงควบคุมการปล่อยทักษะอยู่นั้น เฉินซืออิงที่อยู่ข้างๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาจากอกของเขา

“อื้ม พี่ก็ตื่นแล้วเหรอ? จะนอนต่ออีกหน่อยไหม?”

โจวจื่อเหวินกระชับวงแขนกอดรอบเอวของเธอ

“ไม่เอาแล้ว” เฉินซืออิงค้อนให้เขาวงหนึ่ง ก่อนจะรีบพลิกตัวลุกขึ้นจากอ้อมกอดของเขา ราวกับว่าถ้าช้าไปอีกนิดเดียว ก็จะลุกไม่ขึ้นแล้ว

“ผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย!”

โจวจื่อเหวินมองเธออย่างขบขัน

“หึ ฉันไม่กลัวซะหน่อย”

เฉินซืออิงย่นจมูก

แม้ว่าปากจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็ขยับตัวออกห่างจากโจวจื่อเหวิน กลัวว่าจะถูกเขารวบตัวไว้

“เหอะๆ!”

โจวจื่อเหวินหัวเราะร่า หนีไปก็หนีได้ไม่พ้นหรอก ตอนนี้หนีไปได้ เดี๋ยวตอนกลางคืนเธอก็ต้องคลานขึ้นเตียงมาเองอยู่ดี

เฉินซืออิง: “...”

วันนี้เป็นวันที่โรงเพาะเห็ดจะสร้างเสร็จ หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ โจวจื่อเหวินก็มาที่โรงเพาะเห็ด

พอเขามาถึง กลุ่มช่างสกัดหินก็กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น

อู๋ต้ากังและหัวหน้าหน่วย รวมทั้งหวังหงปิงและจูโหย่วเต๋อต่างก็มากันพร้อมหน้า

สี่ขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านมารวมตัวกัน ก็เพื่อรอให้โรงเพาะเห็ดสร้างเสร็จ

พอเห็นโจวจื่อเหวิน พวกเขาก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง

“เสี่ยวโจว นายมาก็ดีแล้ว มาทางนี้เร็ว”

“เสี่ยวโจว วันนี้มาเช้าจังนะ?”

“เสี่ยวโจว...”

ทั้งสี่คน มองโจวจื่อเหวินด้วยสายตาที่ร้อนแรง ราวกับกำลังมองดูต้นไม้เรียกเงินอย่างไรอย่างนั้น

“ลุงอู๋, หัวหน้าหน่วย, พี่หวัง, ลุงจู” โจวจื่อเหวินทักทายพวกเขาทีละคน

“เสี่ยวโจว โรงเพาะเห็ดใกล้จะเสร็จแล้ว ทางนายไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?” หัวหน้าหน่วยเอ่ยปากถาม

“ไม่มีปัญหาครับ” โจวจื่อเหวินตอบ

“แล้วนายคาดว่า จะเริ่มงานได้เมื่อไหร่?” หัวหน้าหน่วยถามต่อ

“ถ้าจะเริ่มงาน ก็คงจะเป็นวันที่สองเดือนสองครับ!” โจวจื่อเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ

วันที่สองเดือนสอง (ตามปฏิทินจันทรคติ) หรือเทศกาลมังกรเงยหน้า เป็นวันที่ฤดูใบไม้ผลิเริ่มต้นขึ้น การเริ่มต้นทำงานในวันนั้น ถือเป็นฤกษ์งามยามดี และยังเป็นสิริมงคลอีกด้วย

“วันที่สองเดือนสองเหรอ? งั้นก็อีกไม่กี่วันแล้วสินะ” หัวหน้าหน่วยพยักหน้า

ช่วงนี้อากาศดีมาก หิมะข้างนอกก็ละลายไปเกือบหมดแล้ว

ตามสถานการณ์ของทุกปีที่ผ่านมา อีกไม่กี่วันก็คงจะสามารถเรียกสมาชิกในหน่วยมาเริ่มงานได้แล้ว

และนั่นก็หมายความว่า การจำศีลในฤดูหนาวได้สิ้นสุดลงแล้ว

⚉⚉⚉⚉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 410 - ระดับสิบ

คัดลอกลิงก์แล้ว