เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - The Dagger-Wielding Mage

บทที่ 7 - The Dagger-Wielding Mage

บทที่ 7 - The Dagger-Wielding Mage


Chapter 7 - The Dagger-Wielding Mage

นักดาบปีศาจมีชื่อเสียงโด่งดั่งในเกมอาณาจักรเวทมนตร์ เขาได้ก่อตั้งกิลด์ท้าทายสวรรค์ขึ้นมาด้วยตัวคนเดียวซึ่งผู้เล่นหลายคนพยายามอย่างหนักเพื่อสิทธิในการเข้าร่วม ในตอนที่เขาบอกว่าจะย้ายไปเล่นพาราเรลเวิร์ล ผู้เล่นจำนวนมากได้ตอบตกลงและประกาศว่าพวกเขายินดีที่จะย้ายตามเขาไปทันที เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ที่มาพร้อมกับเขานั้นเชื่อมั่นเขาในฐานะผู้นำ

แต่ใครจะคิดว่าทุกคนจะต้องใช้หน้าตาที่แท้จริงของตนเล่นในเกมเสมือนจริง? ลักษณะที่แท้จริงของนักดาบปีศาจนั้นแตกต่างจากอุดมคติของผู้เล่นหลายคนมากเกินไปจนสมาชิกกิลด์ยากที่จะยอมรับ คนส่วนใหญ่เริ่มบอกว่าตนอยากเล่นคนเดียวทันที และผู้เล่นหญิงที่เคยแห่กันมาล้อมรอบตัวเขาก็ไม่มาให้เห็นอีกเลยหลังจากที่ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ในท้ายที่สุดก็มีสมาชิกเพียงห้าสิบคนจากพันกว่าคนเท่านั้นที่ยังเต็มใจติดตามเขาต่อไป

นักดาบปีศาจรู้สึกผิดหวังกับธรรมชาติของมนุษย์ อย่างไรก็ตามในฐานะผู้เล่นระดับสูงที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ นักดาบปีศาจไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ ลึกลงไปในใจเขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะหวนคืนอดีตอันรุ่งเรืองของกิลด์ 'ท้าทายสวรรค์' ในเกมพาราเรลเวิร์ลให้ได้

เห็นได้ชัดว่าการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเป็นก้าวแรกของการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ อย่างไรก็ตามนักดาบปีศาจได้รับรู้ถึงหายนะตั้งแต่วันแรกที่เกมเปิด ความสามารถในการ'ควบคุม'ของเขาไร้ค่าในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง มือที่ควบคุมเม้าและคีย์บอร์ดของเขาอาจประดุจหัตถ์เทวะในโลกของเกมธรรมดา แต่มันไร้ค่าสำหรับเกมนี้ ในฐานะนักเล่นเกมระดับแนวหน้าเขารู้ทันทีว่าเขาต้องศึกษาและค้นคว้ากลไกของเกมVRอย่างละเอียด โชคยังดีที่หลังจากเปิดตัวเกมไปได้แค่ครึ่งวันเกมพาราเรลเวิร์ลก็ได้ประกาศปิดตัวฉุกเฉินเพื่อแก้ไขระบบที่มีปัญหามากมาย เรื่องนี้ทำให้เขามีโอกาสในการทำความคุ้นเคยเกี่ยวกับกลไกของตัวเกม เพื่อจุดมุ่งหมายของเขา เขาทุ่มเทเวลาทั้งเดือนเพื่อค้นคว้าและศึกษาข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับตัวเกม เขากระทั่งฝึกฝนและจดจำท่าต่อสู้เพื่อเตรียมเอามาใช้ในโลกของเกม ด้วยเหตุนั้นนักดาบปีศาจจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจเมื่อเขากลับเข้าเกมมาอีกครั้งในวันนี้

ความจริงเขามีเลเวล25แล้วโดยใช้เวลาแค่ไม่ถึงวัน คนธรรมดาคงไม่อาจแม้แต่จะเข้าใจความยากลำบากของมัน การเล่นเกมสำหรับเขามันไม่ใช่เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างช่องว่างระหว่างเลเวลคือช่วงเปิดเกม นักดาบปีศาจย่อมไม่พลาดโอกาสนี้ เขาไม่เสียเวลากับเขตนอกเมืองเพราะมันไม่คุ้มค่าสำหรับเขา แต่เมื่อกู่เฟยจากไปพร้อมกับFireballหลังจากเตะคนของเขาสามคนร่วงลงไปในการกวาดขาครั้งเดียว เหล่าสมาชิกกิลด์ของนักดาบปีศาจจึงไปแจ้งเขาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

อย่างไรก็ตามนักดาบปีศาจรู้สึกงงเกี่ยวกับเนื้อหของรายงาน เขาได้ศึกษาสกิลทุกอย่างของทุกอาชีพในเกมพาราเรลเวิร์ลมาหมดแล้ว และการเตะของกู่เฟยค่อนข้างใกล้เคียงกับสกิล"นางแอ่นโต้กลับ"ของอาชีพไฟท์เตอร์ ทว่ามันเป็นสกิลระดับสูงที่กว่าจะได้รับก็ปาไปเวล54แล้ว มันเป็นไปได้ยังไงที่มีคนเรียนสกิลระดับนั้นในตอนนี้ได้? แถมสมาชิกกิลด์ของเขาก็ยังมีเลเวลไม่ถึง10 แล้วแบบนั้นเขาจะใช้สกิลใส่ภายใต้การป้องกันการPKของเกมได้ยังไง?

นั่นเป็นผลให้นักดาบปีศาจรีบกลับมาจากเขตเก็บเลเวลและรีบเดินทางมาตามหาพวกเขาทั้งสองพร้อมกับสมาชิกกิลด์คนอื่นในกิลด์ทันที นักดาบปีศาจไม่ได้แค้นเคืองกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการแย่งฆ่ามอนสเตอร์ระดับต่ำ เขาแค่อยากรู้ว่ากู่เฟยสามารถใช้ทักษะแบบนั้นได้ยังไงเท่านั้น

น่าเสียดายที่คำพูดไม่กี่คำของนายFireballดันไปจี้ใจดำของเขาพอดี นักดาบปีศาจจึงชำเลืองมองFireballอย่างไม่พอใจก่อนถามกู่เฟย "ตอนนี้นายเลเวลเท่าไหร่?"

"10" กู่เฟยตอบ

"เยี่ยม!" นักดาบปีศาจพยักหน้า "ฉันอยากให้พวกนายทั้งสองมาสู้กับฉัน นายว่าดีไหม?"

"เชี่ย! ฉันเพิ่งเวล1เอง!" Fireballตอบกลับอย่างไม่พอใจ

กู่เฟยกล่าวเพิ่ม "ใช่ เขาเวลแค่1เท่านั้น PVPไม่ได้"

นักดาบปีศาจยิ้มเยาะเย้ยเมื่อได้ยินที่พวกเขาพูด เขาไม่ได้ตั้งใจจะสู้กับทั้งสองตั้งแต่ต้น เขาแค่อยากท้าทายให้ทั้งสองเจียมตน แต่จู่ๆกู่เฟยก็พูดขึ้นว่า "เพราะงั้นแค่ฉันก็พอแล้ว"

นักดาบปีศาจเบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินไป "ว่าไงนะ?"

"หืม? นายอยากจะPVPไม่ใช่เหรอ?" กู่เฟยถามกลับ

เมื่อกู่เฟยย้อนถามกลับมา นักดาบปีศาจก็ไม่สามารถยอมถอยได้อีกต่อไป ทีแรกที่เขาไม่คิดจะสู้ไม่ใช่เพราะเขากลัว แต่เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่มีค่าพอ นักดาบปีศาจถือว่าการต่อสู้ครั้งแรกของเขาในเกมนี้สำคัญเกินกว่าที่จะเอามาเสียไปกับจอมเวทย์เวล10

ทว่าเขาก็ไม่อาจกลืนคำพูดที่พูดออกไปแล้วได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสู้ "ดีมาก" นักดาบปีศาจมองสภาพแวดล้อมโดยรอบ เขาจำได้ว่ามีทุ่งกว้างทุ่งหนึ่งอยู่ถัดไปจากบ่อน้ำตรงแถวเนินเขา เขาชี้ไปทางนั้นและถาม "เราไปสู้กันตรงทุ่งกว้างแถวนั้นดีไหม?" จะยังไงมันก็เป็นการPVPครั้งแรกของเขาในเกมพาราเรลเวิร์ล ดังนั้นเขาจึงอยากแสดงความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ในพื้นที่เปิดโล่ง

ส่วนกู่เฟยเขายังไงก็ได้ เขาเพียงแค่พยักหน้าและเดินไปทางนั้นทันที

Fireballรีบตามไปและกระซิบกับกู่เฟย "นายเสียสติไปแล้วเหรอ? นายยอมรับการPVPทั้งๆที่ยังไม่รู้เลเวลของเขาด้วยซ้ำเนี่ยนะ?"

"การสู้คือการสู้ ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น" กู่เฟยหัวเราะ

กู่เฟยและนักดาบปีศาจยืนมองหน้ากันในทุ่งโล่งกว้างข้างบ่อน้ำ สมาชิกกิลด์ของนักดาบปีศาจต่างยืนอยู่ด้านหลังเขาด้วยความรู้สึกเป็นกังวล จริงอยู่ที่พวกเขาทุกคนเชื่อในตัวนักดาบปีศาจ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทุกคนติดตามเขา แต่นักดาบปีศาจจะยังเป็นอัจฉริยะอย่างเก่าหรือไม่? การต่อสู้ในครั้งนี้อาจมีคำตอบสำหรับปัญหาที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคน

Fireballที่ยืนอยู่ข้างหลังกู่เฟยจมอยู่กับความคิดของตน เขากำลังตรวจสอบขนาดและความลึกของบ่อน้ำอย่างละเอียด เขาพยายามมองหาโขดหินที่สามารถช่วยเขาให้พ้นจากการจมน้ำได้หากเขาถูกโยนลงไป เขารู้สึกว่ากู่เฟยไม่มีหวังในการชนะ เป็นกังฟูแล้วไง? นั่นคือนักดาบปีศาจ เกมเมอร์อันดับต้นๆของโลก ไม่เคยมีเกมออนไลน์ไหนที่เขาก้าวขึ้นไปแล้วเขาไม่ชนะ อาณาจักรเวทมนตร์เหรอ? นั่นเป็นแค่หนึ่งในเกมที่เขาเจิดจรัสเท่านั้น

"เริ่มได้เลย!" กู่เฟยกล่าวพลางยกชุดคลุมจอมเวทย์ของเขาขึ้นแล้วดึงมีดออกมาเล่มหนึ่ง

มีด? นักดาบปีศาจถึงกับงง ยังไงคนๆนี้ก็เป็นจอมเวทย์ชัดๆ!

มีไม่กี่สกิลในเกมที่สามารถใช้ได้ทุกอาชีพ และการเรียนพวกมันจะต้องมีเลเวลตามที่สกิลกำหนดไว้ สกิลประเมินเป็นหนึ่งในนั้น สกิลนี้ไม่ได้ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์สวมใส่ได้เพียงอย่างเดียว แต่อาชีพและเลเวลของผู้เล่นหรือมอนสเตอร์ก็สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน

เนื่องจากประสบการณ์การเล่นเกมที่โชกโชน นักดาบปีศาจจึงเรียนสกิลนี้ทันทีที่เขาสามารถทำได้ เขาได้ประเมินกู่เฟยกับFireballตั้งแต่ตอนที่เจอกันแล้ว พวกเขาทั้งสองเป็นจอมเวทย์เลเวล1กับเลเวล10อย่างแน่นอน ทว่าระดับความชำนาญสกิลของนักดาบปีศาจยังไม่สูงพอที่จะตรวจสอบอุปกรณ์สวมใส่ได้ ด้วยเหตุนั้นเขาจึงค่อนข้างตกใจเมื่อกู่เฟยดึงมีดออกมา

ก็แค่ลูกเจี๊ยบ นักดาบปีศาจส่ายหัวและรู้สึกค่อนข้างผิดหวัง คู่ต่อสู้ในการต่อสู้ครั้งแรกของเขากลับเป็นจอมเวทย์ที่ใช้มีดเป็นอาวุธ การต่อสู้นี้แทบไม่มีอะไรสูสีกันเลย

นักดาบปีศาจย่อมดึงอาวุธของเขาออกมาจากเอวเช่นกัน อาวุธของเขาคือกริช ทว่าอาชีพของนักดาบปีศาจคือโจร กริชคืออาวุธคู่กายของเขา

"เข้ามา!" นักดาบปีศาจรู้สึกว่ามันจะเป็นการเอาเปรียบเกินไปหากเขาไปชิงโจมตีศัตรูที่เลเวลต่ำกว่าก่อน

"ระวังตัวด้วย!" กู่เฟยถือมีดกลับหัวและประสานมือโค้งตัวไปทางนักดาบปีศาจ นักดาบปีศาจตกตะลึงกับท่าเคารพของกู่เฟย และในขณะที่เขาตกตะลึงนั้นเองกู่เฟยก็พุ่งตัวและแทงมีดออกมา!

เร็วมาก! นับดาบปีศาจตกใจ ด้วยความเข้าใจในตัวเกม นักดาบปีศาจจึงบอกได้ทันทีว่ากู่เฟยเอาแต้มสถานะทั้งหมดไปลงกับความว่องไว จอมเวทย์กับความว่องไว - เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงประสบการณ์การเล่นเกมออนไลน์ครั้งก่อนของเขา มันก็พอมีจอมเวทย์ที่เอาค่าสถานะไปลงกับความว่องไวอย่างเดียวอยู่บ้าง แต่กว่าผู้เล่นเหล่านั้นจะมีอัตราหลบที่สูงพอก็ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงและอุปกรณ์สวมใส่พิเศษจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าผลลัพธ์ของการอัพสเตตัสเช่นนี้กว่าจะปรากฏผลก็ตอนช่วงท้ายของเกมแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้เล่นที่ทำแบบนั้นก็ต้องรู้อัลกอริธึมของเกมอย่างสมบูรณ์ก่อน ทว่าพาราเรลเวิร์ลเป็นเกมใหม่ดังนั้นเรื่องพวกนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ผู้เล่นทุกคนถูกจำกัดให้มีไอดีได้เพียงคนละหนึ่งบัญชีเท่านั้น ดังนั้นหากอัพสเตตัสผิดตัวละครนั้นก็จะพินาศทันที ด้วยเหตุนั้นนักดาบปีศาจจึงใช้แต้มสถานะของเลเวล1ถึง10เท่านั้นแม้เขาจะมีเลเวล25ก็ตาม เขาไม่สามารถเสี่ยงใช้แต้มสเตตัสอย่างเปล่าประโชยน์ก่อนที่เขาจะรู้แนวทางการเล่นของเขาในเกมนี้ได้

ในสายตาของนักดาบปีศาจ จอมเวทย์ที่อัพแต่ความว่องไวจนเต็มคือคนประมาท

ก่อนที่เขาจะแทงโดนกู่เฟยเห็นนักดาบปีศาจเคลื่อนไหวดังนั้นเขาจึงขยับมือตาม ปฏิกิริยาของกู่เฟยนั้นเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

ทว่าชื่อเสียงของนักดาบปีศาจไม่ได้มีไว้โชว์ เขาก้มตัวหลบมีดที่กวาดตามมาอย่างชำนาญ อย่างไรก็ตามการโจมตีของกู่เฟยไม่ได้มีแค่นั้น กู่เฟยใช้โอกาสที่โจมตีพลาดบิดตัวหันหลังแล้วแทงมีดจากใต้รักแร้ของเขาใส่นักดาบปีศาจอีกครั้ง

ในตอนนั้นนักดาบปีศาจยังอยู่ในท่าก้มตัวหลบการโจมตีครั้งที่สองของกู่เฟย ดังนั้นการโจมตีครั้งที่สามนี้จึงแทงเข้าใส่หัวของนักดาบปีศาจทันที เมื่อรู้ว่าหลบไม่ทันแล้วนักดาบปีศาจจึงยกมือของเขาขึ้นมาป้องกันทำให้กริชของเขากระแทกกับมีดของกู่เฟยด้วยเสียงดังลั่น นักดาบปีศาจสบโอกาสใช้แรงจากการกระแทกนั้นถอยห่างจากกู่เฟย

พวกเขาทั้งคู่ต่างตื่นตระหนก

กู่เฟยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหลบการโจมตีทั้งสามได้ ท่วงท่าเหล่านี้ไม่ใช่การเคลื่อนไหวธรรมดา

ทาซุย- เหลียวเหว่ย - เยฉะ.

ทักษะการใช้มีดนี้ถูกฝึกฝนและตกผลึกโดยกู่เฟยผ่านการพยายามอย่างหนัก พวกมันแต่ละท่าล้วนคร่าชีวิตได้ แน่นอนว่าเขาใช้เพราะนี่เป็นโลกของเกมเท่านั้น หากเป็นในโลกความเป็นจริง กู่เฟยคงไม่ใช้การเคลื่อนไหวทั้งสามนี้ง่ายๆ เพราะพลาดนิดเดียวอาจถึงตายได้

กู่เฟยคิดว่าการโจมตีของเขานั้นไร้ที่ติดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่ามันจะล้มเหลว เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาก่อน แต่การตอบสนองของเขาค่อนข้างเร็ว นอกเหนือจากนั้นเขายังจัดสรรสเตตัสโดยเน้นไปที่ความเร็ว นี่คือประเด็นที่สำคัญ ซ้ำร้ายเนื่องจากลักษณะพิเศษของอาชีพของเขา เขาจึงย่อมเคลื่อนไหวได้ดีกว่าในความเร็วที่เท่ากัน กู่เฟยตระหนักถึงอีกปัญหานึงได้เพราะเขา - ผู้ฝึกกังฟูอย่างเขาคงรวดเร็วเหนือใครในชีวิตจริง แต่ทุกคนที่นี่สามารถมีความเร็วเท่าเขาได้ตราบเท่าที่แต้มสถานะของพวกเขามากพอ

กู่เฟยไม่คิดเลยว่าเขาจะได้เจอกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในชีวิตในเกมนี้อีกครั้ง เขารู้สึกยินดีทีเดียว

*อย่าลอกไปแทงใครนะครับ 55

- - - - -

จบบทที่ บทที่ 7 - The Dagger-Wielding Mage

คัดลอกลิงก์แล้ว