- หน้าแรก
- เมื่อบุตรแห่งโชคชะตาสู่แดนเซียน สตรีของเจ้าข้าขอนะ
- บทที่ 9: จูบฉันสิ แล้วฉันจะไว้ชีวิตมัน
บทที่ 9: จูบฉันสิ แล้วฉันจะไว้ชีวิตมัน
บทที่ 9: จูบฉันสิ แล้วฉันจะไว้ชีวิตมัน
บทที่ 9: จูบฉันสิ แล้วฉันจะไว้ชีวิตมัน
"เหอะๆ น่าสนใจนี่ นายคงเป็นคนของเฉินฝานจากแก๊งหมาป่าโลหิตสินะ? 'มังกร' ใช่ไหม?"
หลี่หว่านจีลองเดาดู
แก๊งหมาป่าโลหิตเป็นกองกำลังใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหมิงอวิ๋น
หลังจากถูกเฉินฝานปราบจนราบคาบ 'เจ๊หมาป่า' ผู้นำแก๊งก็ทำงานรับใช้เฉินฝานมาโดยตลอด
ตอนนี้เมื่อเฉินฝานบรรลุเป็นเซียน ภารกิจของแก๊งหมาป่าโลหิตก็คือการปกป้องบรรดาผู้หญิงของเขานั่นเอง
"เชอะ! ฉันคือ 'อาหู่' แห่งแก๊งหมาป่าโลหิตต่างหาก จะจัดการแก ไม่ต้องถึงมือพี่มังกรหรอก!"
อาหู่แค่นเสียงอย่างเย็นชา
"อี้อี!" ทันใดนั้น สาวน้อยร่างเล็กน่ารักมัดผมแกละคู่ก็วิ่งเข้ามาจากข้างนอก
เธอยืนอยู่ข้างอาหู่ ดวงตากลมโตจ้องมองหลี่หว่านจีอย่างระแวดระวัง
"ไอ้สารเลว แกทำอะไรอี้อี?"
"กั๋วกั่ว ฉันไม่เป็นไร" เฉินหลานอี้เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและกำลังเดินลงมาจากชั้นบน
"อี้อี รีบมาทางนี้เร็ว!" กั๋วกั่วร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง
"พวกเธอ..." เฉินหลานอี้เห็นสถานการณ์แล้วก็อดทำหน้าอ่อนใจไม่ได้
อีกฝ่ายเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรเชียวนะ
ถึงแม้อาหู่จะมีฝีมือการต่อสู้แบบคนธรรมดา และเคยได้รับการสอนทักษะยุทธ์จากพี่ชายของเธอมาบ้าง แต่มันก็ยังอยู่ในขอบเขตของยุทธภพโบราณเท่านั้น
นักสู้ยุทธภพโบราณจะไปสู้กับผู้บำเพ็ญเพียรได้ยังไงกัน?
"อี้อี รีบมานี่สิ!" สีหน้าของกั๋วกั่วเต็มไปด้วยความกังวล
"กั๋วกั่ว อาหู่ รีบออกไปเถอะ!"
เฉินหลานอี้ออกคำสั่ง
แต่อาหู่ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน เขายืนหยัดและประกาศกร้าวว่า
"คุณหนูไม่ต้องกลัวครับ ครั้งนี้ผมพาพี่น้องมาตั้งสามสิบคน แถมยังมีอาก้า-47 มาอีกสามกระบอก ต่อให้มันเก่งมาจากไหน วันนี้มันก็ต้องตาย!"
"นายไม่เข้าใจหรอก ฉันสั่งนาย เดี๋ยวนี้เลย รีบออกไปซะ!"
เฉินหลานอี้ทำหน้าเคร่งเครียด น้ำเสียงเฉียบขาด
อาหู่ถึงกับชะงัก เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
หรือว่าคุณหนูจะโดนไอ้หมอนี่เล่นงานจนเสียท่าไปแล้ว?
"อะไรกัน นี่นายไม่ฟังคำสั่งฉันแล้วเหรอ? ก่อนพี่ชายจะไป เขาบอกนายว่ายังไง!"
เฉินหลานอี้ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องอ้างถึงพี่ชาย
"ครับ คุณหนู" อาหู่กัดฟันกรอด หันหลังกลับเตรียมจะเดินออกไป "ไปพวกเรา!"
"เหอะๆ คิดจะหนีตอนนี้เหรอ? สายไปแล้วมั้ง!"
หลี่หว่านจีแสยะยิ้ม ขยับเท้าเพียงนิดเดียว ร่างของเขาก็วูบหายไปโผล่ขวางทางอาหู่ไว้ในพริบตา
"พวกมดปลวก ตายซะให้หมด!"
สีหน้าของหลี่หว่านจีเย็นชาไร้อารมณ์ เขาเสกบอลเพลิงขึ้นมาอย่างง่ายดาย
"ตูม!" เปลวเพลิงระเบิดออก คร่าชีวิตคนกว่าสิบคนในทันที ร่างแหลกเหลวโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง
"อะไรนะ?!"
อาหู่หน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว "แกเป็นผู้บำเพ็ญเพียร!"
"รู้ตัวช้าไปแล้ว!"
หลี่หว่านจีซัดบอลเพลิงต่อเนื่อง ระเบิดกลุ่มคนที่เหลืออีกสิบกว่าคนจนตายเรียบ
เพียงไม่กี่วินาที คนกว่าสามสิบคนที่อาหู่พามาก็ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
ภายในวิลล่า เหลือเพียงอาหู่คนเดียวที่ยังยืนหยัดเป็นศัตรู
"แก... แก..." ขาของอาหู่สั่นเทาด้วยความกลัว หน้าซีดเผือด ถอยหลังกรูดไม่หยุด
"อะไรกัน ไหนว่าจะฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ? ขนาดไอ้สวะเฉินฝานยังทำให้ฉันพิการได้ แล้วนายล่ะ จะฆ่าฉันไหม? เข้ามาสิ"
หลี่หว่านจีสาวเท้าเข้าไปใกล้ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า
ทันใดนั้น!
ร่างของเขาก็พุ่งวูบ ทิ้งภาพติดตาเป็นทางยาว เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าอาหู่แล้วเตะเข้าเต็มแรง!
อาหู่ร้องโหยหวนล้มกลิ้งไปกับพื้น
"กร๊อบ!" หลี่หว่านจีกระทืบซ้ำจนกระดูกหน้าแข้งของอาหู่แตกละเอียด
"อ๊ากกก!!!"
เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากของอาหู่ ใบหน้าดุดันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซีดจนไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องของเขาแหลมสูงเสียดแทงหัวใจ
กั๋วกั่ว สาวน้อยหน้าตุ๊กตาโลลิยืนตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กบอบบางถอยกรูดจนชิดมุมกำแพง
"นาย... นายไม่ฆ่าเขาได้ไหม?" เฉินหลานอี้กัดริมฝีปากอ้อนวอน
"หือ?" หลี่หว่านจีหันไปมองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"แล้วเธอมีอะไรมาแลกกับชีวิตมันล่ะ?"
เฉินหลานอี้ชะงัก
เธอไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรบ้าง
ร่างกายเหรอ?
ก็เป็นของเขาไปแล้ว
เงินทอง?
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียร การหาเงินไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด
เฉินหลานอี้เงียบกริบไปครู่ใหญ่
"งั้นก็ตายซะเถอะ เป็นลูกน้องเฉินฝาน ก็เตรียมใจตายไว้แล้วนี่"
หลี่หว่านจีรวมพลังบอลเพลิงไว้ในฝ่ามือ เตรียมจะซัดใส่อาหู่
"เดี๋ยว..."
กั๋วกั่วที่หลบอยู่มุมห้องจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตมองหลี่หว่านจีอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"นาย... นายปล่อยลุงต้าหู่ไปได้ไหม? ถ้าปล่อยเขาไป ฉันจะไม่เอาเรื่องที่นายขโมยจูบแรกฉันเลย"
กั๋วกั่วพูดเสียงแผ่ว
บอลเพลิงในมือหลี่หว่านจีค่อยๆ หดเล็กลงจนหายไปในที่สุด
เขาดีดนิ้วยิงลำแสงสีขาวใส่กลางหน้าผากของอาหู่
"อึก..." อาหู่สลบเหมือดไปทันที
สองสาวต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก
"ไม่ต้องห่วง แค่สลบไปน่ะ"
หลี่หว่านจีกล่าว สองสาวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วหัวใจของกั๋วกั่วก็กลับมาเต้นรัวอีกครั้ง
เพราะผู้ชายคนนี้กำลังเดินตรงมาหาเธอ
หลี่หว่านจีในชุดเสื้อกล้ามหลวมโพรกกับรองเท้าแตะ ดูเหมือนลุงโรคจิตที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาลูกแกะน้อยโลลิในมุมห้อง
"นะ... นายจะทำอะไร?" กั๋วกั่วอยากจะถอยหนี แต่ก็จนมุมเสียแล้ว
ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไป
หลี่หว่านจียืนประจันหน้า พลางเชยคางมนสวยของเธอขึ้นมา
"นักเรียนกั๋วกั่ว อาหู่เป็นคนของเธอใช่ไหม? บอกมาสิ ฉันควรจะลงโทษเธอยังไงดี?"
เมื่อได้พินิจใบหน้าสวยหวานราวตุ๊กตา ผิวขาวเนียน จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากสีเชอร์รี่
หลี่หว่านจีอดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก ราวกับอยากจะกลืนกินแม่สาวน้อยโลลิคนนี้เข้าไปทั้งตัว!
"นายรังแกอี้อี นายเป็นคนเลว แต่ฉันก็ไม่คิดว่าพี่หู่จะถึงขั้นฆ่าแกงกัน ฉันขอโทษ"
กั๋วกั่วกลัวจนน้ำตาไหลพราก ดวงตาคู่สวยฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตา
หลี่หว่านจีค่อยๆ โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเล็กๆ ของเธอว่า
"ฉันจะปล่อยอาหู่ไปครั้งนี้ก็ได้ แต่ต่อจากนี้ไป เธอต้องให้ฉันจูบ"
กั๋วกั่วได้ยินดังนั้น ความหวังก็จุดประกายขึ้นในใจ
แต่เธอก็ลังเลอีกครั้ง
"คิดให้ดีนะ เธอเป็นคนเรียกอาหู่มาฆ่าฉัน ถ้าเธอไม่ยอมให้จูบ เขาก็ต้องตายเพราะเธอ"
"กั๋วกั่วที่รัก เธออยากเป็นฆาตกรจริงๆ เหรอ?"
หลี่หว่านจียิ้มร้ย
"ฉันไม่ใช่ฆาตกรนะ!" กั๋วกั่วเถียงกลับ
"ก็เพราะอาหู่ตายโดยมีสาเหตุมาจากเธอ เธอก็เลยเป็นฆาตกรไง"
"ไม่เคยเรียนเหรอ 'ฉันไม่ได้ฆ่าป๋อเหริน แต่ป๋อเหรินตายเพราะฉัน' นักเรียนกั๋วกั่ว?"
มองดูท่าทางไร้เดียงสาบริสุทธิ์ของสาวน้อยโลลิ
หลี่หว่านจีถูกใจเป็นบ้า
เขาอดเลียริมฝีปากอีกครั้งไม่ได้
ให้ตายสิ ไอ้เฉินฝานมันโชคดีชะมัด
ถ้าเขาไม่ทะลุมิติมา โลลิเกรดพรีเมียมคนนี้ก็คงเสร็จมันไปแล้ว!
แค่คิดก็อิจฉาจะแย่
"นายแค่อยากจูบฉันชัดๆ ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต ไอ้ตาแก่บ้ากาม คนเลว!"
กั๋วกั่วด่าทอเขายกใหญ่
"อะไรกัน พี่หู่อยากฆ่าฉัน ฉันจะฆ่ามันไม่ได้หรือไง?"
"ในเมื่อเธอไม่อยากให้ฉันจูบ ก็ช่างเถอะ งั้นมันตายซะ!"
สีหน้าของหลี่หว่านจีเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที พรึ่บเดียว บอลเพลิงก็ปรากฏขึ้นในมือ
"ไม่นะ!" กั๋วกั่วลนลาน รีบคว้าแขนชายหนุ่มไว้แน่น "อย่าฆ่าลุงต้าหู่นะ ฉันยอมให้จูบแล้ว!"