เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้เป็นอ่อนแอย่อมมลายสิ้น!

ตอนที่ 23 ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้เป็นอ่อนแอย่อมมลายสิ้น!

ตอนที่ 23 ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้เป็นอ่อนแอย่อมมลายสิ้น!


ตอนที่ 23 ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้เป็นอ่อนแอย่อมมลายสิ้น!

“หัวหน้าตระกูล! แย่แล้วขอรับ! มีคนกลุ่มใหญ่พุ่งตรงมาทางตระกูลเราด้วยกลิ่นอายที่ดุร้ายยิ่ง!”

“มาทางตระกูลเรา?”

“รู้หรือไม่ว่าพวกมันเป็นใคร?” ฉู่จิงเยว่ขมวดคิ้วถาม

“ไม่ทราบขอรับ แต่คนในตระกูลของเราหลายคนถูกพวกมันจับตัวไปแล้ว!”

“ว่าไงนะ?!”

ฉู่จิงเยว่ตกตะลึง เขารู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นกองกำลังจากภายนอกแน่

“แจ้งผู้อาวุโสคนอื่นๆ ให้ตามข้ามาเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปดูหน้าไอ้พวกที่บังอาจมาทำกำเริบเสิบสานในเมืองชิงหยางของข้า!”

“ขอรับ!”

......

ที่หน้าประตูใหญ่ตระกูลฉู่

เสาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดกว่ายี่สิบต้นปักเรียงราย

ไม่ไกลออกไปนัก ผู้ฝึกยุทธ์หลายสิบคนถืออาวุธครบมือ ยืนล้อมหน้าประตูตระกูลฉู่ด้วยท่าทีคุกคาม

ผู้นำกลุ่มคือชายชราผู้ผอมแห้ง ขมับสองข้างเป็นสีดอกเลา หน้าผากยับย่นด้วยรอยตีนกา แต่ดวงตากลับเป็นประกายวาววับ เขาคือเฉินหยวนคุน บรรพบุรุษตระกูลเฉินแห่งเมืองอู่เอิน

ด้านหลังเขามียอดฝีมือตระกูลเฉินยืนเรียงราย เฉินเส้าหัว ลูกชายหัวหน้าตระกูลเฉินก็รวมอยู่ในนั้นด้วย

“ที่นี่มีปราณฟ้าดินหนาแน่นถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”

ดูท่าตระกูลฉู่จะได้รับวาสนาวิเศษมาจริงๆ สินะ!

เฉินหยวนคุนอุทานออกมา

ระยะทางระหว่างเมืองชิงหยางกับเมืองอู่เอินนั้นไม่ได้ไกลกันมากนัก ทั้งสองเมืองมีการไปมาหาสู่กันอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าปราณฟ้าดินที่นี่จะเข้มข้นปานนี้ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน!

หากตระกูลเฉินของเขายึดครองที่นี่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ความแข็งแกร่งของตระกูลจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน!

“ที่นี่ต้องเป็นของตระกูลเฉินข้า!”

เวลานี้ ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเริ่มมามุงดูอยู่ห่างๆ พวกเขาเข้าใจได้ทันทีว่า เมืองชิงหยางที่สงบสุขมาเกือบเดือน กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่อีกครั้งในวันนี้!

ฉู่จิงเยว่นำเหล่าผู้อาวุโสเดินออกมาอย่างองอาจ มายืนประจันหน้าอยู่ที่ประตูใหญ่

“ท่านเป็นใคร มีจุดประสงค์อันใดถึงยกพวกมาเยือนตระกูลฉู่ของข้าอย่างเอิกเกริกเช่นนี้!” ฉู่จิงเยว่ถามตรงๆ แม้รูปร่างเขาจะดูท้วม แต่ประสบการณ์การเป็นหัวหน้าตระกูลมายาวนานทำให้เขามีบุคลิกที่น่าเกรงขาม

“หึๆ ชายชราผู้นี้คือเฉินหยวนคุน จากตระกูลเฉินแห่งเมืองอู่เอิน ข้ามาที่นี่เพื่อขอแบ่งปันวาสนาจากตระกูลของท่านสักหน่อย!”

เฉินหยวนคุนลูบเคราแล้วกล่าวอย่างใจเย็น ราวกับมาขอยืมของใช้เพื่อนบ้าน

“เฉินหยวนคุนแห่งเมืองอู่เอิน?”

“ท่านคือบรรพบุรุษตระกูลเฉิน?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง ข้าเอง ได้ยินมาว่าตระกูลฉู่ของท่านรุ่งเรืองเฟื่องฟู โบราณว่า ‘รวยแล้วอย่าลืมเพื่อนเก่า’ ท่านคงไม่ลืมเพื่อนบ้านเก่าแก่ของท่านหรอกนะ!”

เฉินหยวนคุนหัวเราะร่าด้วยความฮึกเหิม คนตระกูลเฉินด้านหลังก็หัวเราะตาม

ฉู่จิงเยว่และคนอื่นๆ เข้าใจแจ่มแจ้ง อีกฝ่ายหมายตาวาสนาของตระกูลฉู่!

“บรรพบุรุษเฉิน ตระกูลของเราสองตระกูลต่างคนต่างอยู่ น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองมาโดยตลอด สิ่งที่ท่านทำอยู่ไม่เกินไปหน่อยหรือ?” ผู้อาวุโสสูงสุดฉู่หงถูจ้องเขม็งและตวาดด้วยความโกรธ

“เกินไป?”

“หึๆ ดูเหมือนพวกเจ้าจะยังไม่จำบทเรียนที่ตระกูลหม่ามอบให้สินะ!”

“ในโลกของผู้ฝึกตน คำว่า ‘เกินไป’ คืออะไร? ทุกอย่างมันคือกฎแห่งป่า!”

“พวกเจ้ายังไม่เข้าใจสัจธรรมที่ว่า ‘ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้เป็นอ่อนแอย่อมมลายสิ้น’ อีกรึ!”

เฉินหยวนคุนแสยะยิ้ม

ฉู่จิงเยว่ก้าวออกมาข้างหน้า “ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ก็มาสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าใครแข็งแกร่งกว่า!”

“หึ! ลำพังเจ้าเนี่ยนะ? ไปเรียกตาแก่ตระกูลเจ้าออกมาเถอะ!” เฉินหยวนคุนแค่นเสียง ไม่เห็นหัวรุ่นลูกอย่างฉู่จิงเยว่เลยแม้แต่น้อย

“อยากเจอบรรพบุรุษข้า? ก็ต้องผ่านข้าไปให้ได้ก่อน!”

ฉู่จิงเยว่ตะโกนลั่น แล้วพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ทันที

“ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!”

เฉินหยวนคุนหน้าเปลี่ยนสี พลังปราณในกายพลุ่งพล่าน ก่อนจะกระโจนเข้าปะทะกับฉู่จิงเยว่

“หัวหน้าตระกูล ระวังตัวด้วย!” สมาชิกตระกูลฉู่ตะโกนด้วยความเป็นห่วง

ในขณะนั้น ฉู่เหยียนก็เดินออกมา มองดูพ่อของเขาต่อสู้อย่างประหลาดใจ

“นักรบขั้นสาม... สมบูรณ์?”

เขาแปลกใจมาก เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อไม่กี่วันก่อน พ่อเขายังอยู่แค่ระดับนักรบขั้นสองตอนกลางไม่ใช่หรือ? ไฉนถึงทะลวงระดับมาเป็นนักรบขั้นสามสมบูรณ์ได้ในเวลาสั้นๆ เพียงนี้?

“ผู้เฒ่าเย่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ฉู่เหยียนถาม

“บางทีเขาอาจกินโอสถเพิ่มพลังบางอย่างเข้าไปกระมัง!” ผู้เฒ่าเย่าตอบ เพราะจากขั้นสองไปขั้นสาม มีโอสถหลายชนิดที่ช่วยได้

ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ร่างเงาซ้อนทับ พลังปราณปะทุ ทั้งคู่มีม่านพลังบางๆ ห่อหุ้มร่างกาย การปะทะกันแต่ละครั้งก่อให้เกิดคลื่นพลังกระแทกอย่างรุนแรง รอยแยกปรากฏขึ้นบนพื้นดินราวกับถูกดาบฟัน

“นักรบขั้นสามสมบูรณ์? เจ้าทะลวงถึงระดับนี้แล้วรึ?”

หลังจากปะทะกันกว่าสิบกระบวนท่า เฉินหยวนคุนมองฉู่จิงเยว่ด้วยความตกตะลึง

“อะไรกัน? จะมีแต่เจ้าคนเดียวรึที่เป็นนักรบขั้นสาม ข้าจะเป็นบ้างไม่ได้หรือไง?” ฉู่จิงเยว่กล่าวเรียบๆ

ด้านหลังเขา สมาชิกตระกูลฉู่ต่างอ้าปากค้าง

“หัวหน้าตระกูลทะลวงระดับนักรบขั้นสามสมบูรณ์แล้ว?”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ฉู่หงถูถามด้วยความตกใจ

“ข้าไม่รู้! ข้าคิดว่าท่านเป็นแค่นักรบขั้นสองมาตลอด!” เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ส่ายหน้าด้วยความงุนงง พวกเขาไม่รู้อะไรเลย!

ฉู่จ้านตะโกนลั่น “หัวหน้าตระกูลจงเจริญ!”

ทันใดนั้น ศิษย์ตระกูลฉู่ก็พร้อมใจกันตะโกน “หัวหน้าตระกูลจงเจริญ!”

ฝ่ายตระกูลเฉินก็ไม่ยอมน้อยหน้า ภายใต้การนำของเฉินเส้าหัว พวกเขาตะโกนก้อง “ท่านบรรพบุรุษไร้เทียมทาน ปราบศัตรูให้ราบคาบ!”

มุมปากของเฉินหยวนคุนกระตุกเล็กน้อย พวกเจ้าจะเว่อร์ไปไหนเนี่ย? แต่คำพูดพวกนี้ก็ทำให้เขาฮึกเหิมขึ้นมาเหมือนกัน

“ในเมื่อเจ้าทะลวงถึงระดับนักรบขั้นสามสมบูรณ์แล้ว งั้นข้าคงปล่อยเจ้าไว้ไม่ได้!”

เฉินหยวนคุนคำราม พลังในกายระเบิดออกมาอย่างไม่มีกั๊ก

“ปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสี่... ตอนต้น?”

ฉู่จิงเยว่ตกใจ ตาแก่นี่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้จริงๆ ด้วย

คนตระกูลเฉินตื่นเต้นกันยกใหญ่ แม้แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษบรรลุระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสี่แล้ว นี่คือยอดฝีมือของจริง! คราวนี้ใครจะหยุดเขาได้?

“ฮ่าฮ่าฮ่า นึกไม่ถึงล่ะสิ? เจ้าคิดว่าหลายปีที่ผ่านมาข้าเสี่ยงตายเข้าไปในเทือกเขาเก้าสวรรค์ทำไม? คิดว่าข้าไปเดินเล่นรึไง?”

เฉินหยวนคุนยืนไพล่หลัง มองฉู่จิงเยว่อย่างผู้กำชัยชนะ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน เขาก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที เหมือนชกโดนสำลี

“พ่อข้าดูจะไม่กลัวเลยแฮะ?”

ฉู่เหยียนสังเกตเห็นเช่นกัน เดิมทีเขาตั้งใจจะลงมือช่วย แต่ท่าทางไม่เกรงกลัวของพ่อทำให้เขาสงสัยว่าพ่ออาจจะมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่?

“ไปตายซะ!”

เฉินหยวนคุนรวบรวมพลังมหาศาล พุ่งเข้าโจมตีอย่างเกรี้ยวกราด

แต่ในวินาทีนั้นเอง...

แสงสีทองเจิดจ้าปะทุออกจากร่างของฉู่จิงเยว่ จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดสวนเข้าใส่กำปั้นของเฉินหยวนคุน

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก พลังปราณทะลักล้น กลายเป็นระลอกคลื่นกวาดไปทั่วสารทิศ

แสงสีทองแผ่ขยายออกไปทันที พัดพาพลังอันไร้เทียมทานราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่เฉินหยวนคุน

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน ร่างของเฉินหยวนคุนปลิวละลิ่วไปราวกับว่าวสายป่านขาด กระแทกพื้นอย่างแรง!

'อั่ก!'

เลือดสดๆ พุ่งออกจากปาก!

จบบทที่ ตอนที่ 23 ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้เป็นอ่อนแอย่อมมลายสิ้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว