- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีแห่งปรโลก
- บทที่ 11 เด็กดีไม่ควรพลาด เด็กดื้อก็อย่าปล่อยให้หลุดมือ
บทที่ 11 เด็กดีไม่ควรพลาด เด็กดื้อก็อย่าปล่อยให้หลุดมือ
บทที่ 11 เด็กดีไม่ควรพลาด เด็กดื้อก็อย่าปล่อยให้หลุดมือ
บทที่ 11 เด็กดีไม่ควรพลาด เด็กดื้อก็อย่าปล่อยให้หลุดมือ
คนขายเนื้อมองเจ้าขี้ขลาดคนนั้นด้วยแววตาชื่นชม
เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวใดเอ่ยปากคัดค้าน มันก็หันไปมองหลินฮ่าวด้วยท่าทีเคารพ
มันไม่กล้าแม้แต่จะคิดทำอะไรอุกอาจ เช่นฆ่าคนหรือแย่งของ เพราะกลัวว่าจะได้ของมาแต่ไม่มีชีวิตอยู่ใช้
หนึ่งหมื่นวิญญาณธูปเงินนั้นมีค่ามหาศาลสำหรับมัน มันไม่กล้าทำให้เป็ดในปากบินหนีไป และยิ่งไม่กล้าทำลายกฎลี้ลับ เพราะมันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตประหลาดระดับล่าง สมัยเด็กมันเคยเห็นกับตาว่าผู้แข็งแกร่งระดับภัยคุกคามประเทศคนหนึ่งต้องตายแบบไร้ชิ้นดีเพราะฝ่าฝืนกฎของสิ่งลี้ลับ
เมื่อคิดถึงภาพนั้น มันก็รู้สึกเหมือนเป็นฝันร้ายในวัยเด็ก ไม่อยากนึกถึงอีก
อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินว่าหลินฮ่าวจะพาคนไปด้วย หลายคนก็เริ่มแตกตื่น
“เลือกฉันสิ! ฉันทำได้ทุกท่า! จะใส่ชุดไหนก็ได้ทั้งนั้น!”
“ไอ้คนไร้ยางอาย! แกเป็นผู้ชายนะ! เลือกฉันสิ ฉันเป็นผู้หญิงนะคะพี่ สามารถคลอดลูกให้พี่ได้เลย!”
“เงียบไปเลย แกมันแค่หนุ่มน้อยน่ารักหน้าหล่อ ฉันต่างหากที่เป็นสาวแท้ รอให้ใครมาเปิดก่อน!”
ในทันใด เมื่อได้ยินว่าหลินฮ่าวสามารถพาคนไปด้วย ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ แม้กระทั่งพวกหัวเกรียน หรือคนแก่ใกล้ลงโลง ต่างก็พร้อมทิ้งศักดิ์ศรี ขอแค่มีโอกาสรอดชีวิต
“เลือกฉันสิ! นายเคยเห็นฉันมีชีวิตดีแค่ไหนไหม!”
สาวผมทองยาวคนนั้นก็มองหลินฮ่าวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
แต่แล้ว สิ่งที่หลินฮ่าวทำกลับทำให้เธอผิดหวังอย่างรุนแรง
เขาชี้ไปที่สาวน้อยผมดำท่าทางอ่อนแอคนนั้น—อี๋เมิ่งโหรว
อี๋เมิ่งโหรวดูแปลกใจเล็กน้อย แล้วก็หันมามองหลินฮ่าวด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความรู้สึกขอบคุณ
ส่วนสาวผมทอง เมื่อเห็นว่าหลินฮ่าวไม่ได้เลือกตน สายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังก็ฉายแววเคียดแค้น
ทันใดนั้น อารมณ์มากมายก็ปะทุขึ้นมาพร้อมกันทั้งความสับสน โกรธแค้น และอับอาย ก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ทำไมไม่รักฉัน! เจอกันครั้งแรกฉันก็จริงใจกับนายขนาดนี้แล้วนะ!”
หลินฮ่าวยิ้มบาง
“รักเธอ 300 ครั้งต่อรอบน่ะเหรอ? รักแบบไม่แพง?”
สำหรับหลินฮ่าวแล้ว แม้หน้าตาของเธอจะพอใช้ได้ แต่การจะตัดสินว่าใครเป็นหญิงดีหญิงชั่วนั้นอยู่ที่จิตใจและคุณธรรม ใบหน้าก็แค่เปลือกภายนอก
บางคนขายเรือนร่างเพื่อช่วยพ่อแม่ แบบนี้หลินฮ่าวยังพอเข้าใจ และบางครั้งก็น่านับถือ
แต่ถ้าทำเพื่อความสนุก หาเพื่อนนอนตามใจตัวเอง แล้วสุดท้ายยังเรียกร้องค่าสินสอดหลักแสนจากผู้ชายแสนดีที่ทำงานเหนื่อยแทบตายเพื่อเก็บเงินซื้ออนาคตร่วมกัน แต่กลับใช้เงินไม่คิดหน้าคิดหลังกับคนแปลกหน้าเพียงเพราะหน้าตาดี ขับรถหรู แถมยังพอโดนหลอกก็โพสต์ด่าผู้ชายว่าชั่วไม่มีใครดี!
“เธอคิดว่าเธอคู่ควรกับความรักเหรอ? แฟนเธอให้เงินเธอไม่ใช่น้อย แล้วเธอตอบแทนเขายังไง?”
หญิงสาวคนนั้นไม่คาดคิดว่าเขาจะถามแบบนี้ จึงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบแก้ตัว
“แล้วไงล่ะ ฉันเป็นผู้หญิงยุคใหม่ เข้าใจไหม? ฉันอยากใช้ชีวิตยังไงก็เรื่องของฉัน ฉันหาแฟนที่ดีกว่าเขาได้อีกเยอะ แล้วอีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้ขอให้เขาเปย์นะ แค่บอกเป็นนัยๆ เอง อย่างครีมบำรุงพันกว่าบาท หรือกระเป๋า
แบรนด์เนมราคาหลายหมื่นที่คนอื่นซื้อให้ฉันน่ะ เขาไม่มีเงินเลยเหรอ? คนที่ฉันรู้จัก ขับเบนซ์ เงินเดือนเป็นแสนหมดแล้ว!”
“แล้วเธอเคยคิดไหม ว่าเงินที่เขาให้เธอ มันคือเงินที่เขาอุตส่าห์ประหยัดจากชีวิตตัวเอง เขาไม่เหลือเงินแม้แต่จะซื้อจักรยานด้วยซ้ำ!”
ในมุมมองของหลินฮ่าว การที่ผู้ชายใช้เงินเพื่อผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องปกติ และควรทำ แต่ต้องเป็นผู้หญิงที่รู้จักคุณค่า เห็นความพยายามของอีกฝ่าย แบบนั้นถึงจะสมควรได้รับการดูแลเอาใจใส่
แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่รับเงินไปแต่กลับหักหลัง แถมยังทำหน้าตาเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ต่อให้ต้องจ่ายแค่หยวนเดียวก็ยังไม่คุ้ม!
หญิงสาวเริ่มตะกุกตะกัก ไม่รู้จะตอบยังไง
“ฉัน… เขาเป็นแฟนฉันนะ แค่จ่ายหลักหมื่นก็ไม่มากไปหรอก เขาควรทำเพื่อนฉันอยู่แล้ว แล้วของพวกนั้นก็ไม่ได้มีราคาอะไร ที่สำคัญ ถ้าเขาหน้าตาดีเหมือนคุณสักครึ่ง ฉันก็คงไม่เรียกร้องอะไรแบบนี้หรอก หล่อแบบคุณ… ได้โปรด พาฉันไปเถอะ ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อ…”
เธอพยายามยิ้มหวาน ส่งสายตาออดอ้อน พร้อมทั้งเอื้อมมือจะปลดซิปกางเกงของหลินฮ่าว
เธอถึงกับยอมใช้เสน่ห์ทั้งหมดที่มีเพื่อให้เขาหันมามองเธอสักนิด ให้เธอได้มีความหวังสักหน่อย
“นี่มันหน้าด้านระดับตำนานแล้ว!”
เจ้าขี้ขลาดตกใจจนปากแทบค้าง
“ไม่อายเลยรึไงวะ! ไอ้หญิงเลว!”
“ยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้างไหม?”
“นี่มันขอทานหรืออะไร? โลกมันตกต่ำลงขนาดนี้เลยเหรอ? เมื่อก่อนผู้หญิงยุคเรายังสู้ชีวิตกันทั้งนั้น!”
หลายคนที่อยู่แถวนั้นก็อดไม่ได้จะร่วมกันด่าทอสาวผมทอง
“ขอร้องล่ะ ให้โอกาสฉันหน่อย ฉันยังมีชีวิตที่ดีเหลืออยู่…”
แต่หลินฮ่าวไม่แม้แต่จะชายตามองผู้หญิงแบบนี้ เพราะสำหรับเขา เธอไม่มีค่าแม้แต่น้อย
แล้วทันใดนั้น ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งอยู่ก็บังเกิดสายฟ้าผ่าลงมาที่ร่างของหญิงสาว
หลินฮ่าวเห็นภาพนั้นก็นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองคนขายเนื้อ แล้วพูดต่อเรื่องต่อรอง
“พาฉันไปได้แค่คนเดียว แบบนี้หนึ่งหมื่นยังเหลืออยู่ใช่ไหม?”
“แน่นอน แน่นอนอยู่แล้ว!”
คนขายเนื้อพยักหน้ารัวๆ สำหรับมันแล้ว นี่คือการซื้อขายที่ได้กำไรแน่นอน
“นายเองก็น่าจะมีวิชาแห่งความประหลาดอยู่ใช่ไหม?”
“วิชาแห่งความประหลาด!? นายรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงกัน!?”
เมื่อได้ยินหลินฮ่าวพูดถึงคำนี้ คนขายเนื้อก็รู้ทันทีว่าหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา
ว่ากันว่า มีผู้เดินระหว่างสองภพอยู่จริง หรือว่าเขาคือหนึ่งในนั้น!?
โดยเฉพาะเมื่อเขาควักเงินวิญญาณธูปเงินมาหนึ่งหมื่นแถมยังแฝงพลังปราณเสวียนหมิงออกมาด้วย ก็ยิ่งยืนยันความคิดของมันเข้าไปอีก
คนขายเนื้อเหงื่อแตกพลั่ก รู้สึกหวาดกลัว
ก่อนจะถูกส่งมายังโลกแห่งความประหลาดนี้ ปู่ของมันเคยสั่งไว้ชัดเจนว่า
“ในโลกนี้ มีอยู่สองประเภทคนที่ห้ามยุ่งด้วย หนึ่งคือคนรวย สองคือผู้เดินระหว่างสองภพ พวกนี้มักจะเป็นพวกนักพรต ช่างทำหุ่นกระดาษ พกวิชาแปลกๆ ถ้าบังอาจไปยุ่งกับพวกเขา มีหวังตายไม่รู้ตัว!”
“ดีนะ ที่เมื่อกี้ฉันไม่ได้ทำอะไรผลีผลามใส่เขา…”
“ไม่ต้องถามมาก เงินที่เหลือ เอาไว้ซื้อวิชาแห่งความประหลาดจากนาย ได้ไหม?”