เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 สวมเกือกเหล็กตามหา มิอาจพบพาน

บทที่ 29 สวมเกือกเหล็กตามหา มิอาจพบพาน

บทที่ 29 สวมเกือกเหล็กตามหา มิอาจพบพาน


### บทที่ 29 สวมเกือกเหล็กตามหา มิอาจพบพาน

ฉินเฟิงเดินกลับบ้านอย่างเชื่องช้าไปตลอดทาง พลางครุ่นคิดว่าเมื่อสมุดบันทึกแจ้งว่าส่งคำขอสำเร็จแล้ว ก็หมายความว่าคำอธิษฐานสำเร็จผล เช่นนั้นแล้วตนเองก็น่าจะพบเจอกับวาสนาในไม่ช้า

แต่ที่น่าประหลาดคือ ตลอดทางจากโรงฝึกยุทธ์กลับมาถึงบ้านนั้นเงียบสงัด อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่ภูตผีก็ไม่เห็นสักตน

ภายในบ้านที่ว่างเปล่า ฉินเฟิงนอนแผ่บนโซฟา ตรวจสอบสมุดบันทึกอีกหลายครั้ง บันทึกการส่งคำขอเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าได้ส่งสำเร็จแล้ว

เช่นนั้น... เช่นนั้นแล้วเหตุใด [ตำราหล่อเทพ] ของโอวเหย่จื่อจึงยังไม่ปรากฏ?

หรือว่า ปรากฏแล้ว แต่ข้าไม่เห็น?

ฉินเฟิงรู้สึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับวิธีการประทานพรแบบปริศนาทายคำของสมุดบันทึกเล่มนี้ ตกลงว่ามันศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์กันแน่!

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของฉินเฟิงก็ดังขึ้น เป็นท่านแม่ที่โทรมา

ฉินเฟิงรับสาย "ท่านแม่ มีเรื่องอะไรหรือขอรับ?"

ท่านแม่กล่าว "ข้าลืมเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่ง! เมื่อวันพุธที่แล้วข้าเอาปลาสวยงามที่พ่อเจ้าเลี้ยงไว้ออกไปตากอากาศที่ระเบียง ครั้งที่แล้วรีบออกจากบ้าน เลยลืมย้ายมันกลับเข้ามาในห้องนอน เจ้าไปย้ายกลับเข้ามาเร็วเข้า! อย่าให้มันแข็งตายเสียก่อน!"

ฉินเฟิงใช้มือซ้ายกุมหน้าผาก พลางถอนหายใจมองฟ้า "สวรรค์ นี่หิมะตกมาสองสัปดาห์แล้ว ปลานั่นจะยังรอดอยู่หรือ?"

"ท่านแม่! ไม่ใช่ว่าทุกชีวิตจะอึดเหมือนลูกชายของท่านนะ!"

"ท่านดูข้าสิ ท่านปล่อยปละละเลยข้ามาเกือบเดือนแล้ว ข้าก็ยังอยู่ดีมีสุข"

"ปลาไม่กี่ตัวนั่นย่อมไม่สู้ข้า คงจะม่องเท่งไปแล้วแน่นอน!"

ท่านแม่กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "อย่ามาพูดจาเหลวไหลกับข้า! ตอนนี้ที่ร้านข้ายุ่งมาก เจ้ารีบไปดูเร็วเข้า! แล้วก็ ช่วงสองสามวันนี้ข้ากับพ่อเจ้าจะอยู่ที่ร้าน ไม่กลับแล้ว ในตู้เย็นมีกับข้าวอยู่ เจ้านำไปอุ่นกินเอง ถ้าไม่อยากอุ่นก็สั่งอาหารเดลิเวอรี่มากินได้ แค่นี้นะ!"

ท่านแม่พูดจบก็วางสายไป

ฉินเฟิงผลักประตูห้องนอนของบิดามารดาเข้าไปด้วยสีหน้าสุดจะบรรยาย

พูดตามตรง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเฟิงเข้ามาในห้องนอนนี้ตั้งแต่เดินทางข้ามมิติมา ห้องนอนหันหน้าไปทางทิศเหนือชั้นล่าง โปร่งและสว่างมาก

เมื่อเปิดม่านระเบียงห้องนอน ก็จะมองเห็นสวนผักนอกบ้าน

บ้านของฉินเฟิงเป็นบ้านสองชั้นพร้อมสวนหลังบ้าน ชั้นแรกเป็นที่อยู่อาศัย ชั้นที่สองเป็นห้องเก็บของ

ในตอนนี้ระเบียงห้องนอนอย่าว่าแต่แสงแดดเลย หิมะก็แทบจะปกคลุมหน้าต่างจนมิดแล้ว ส่วนตู้ปลาสวยงามของท่านพ่อนั้น ก็แข็งโป๊กไปนานแล้ว!

ฉินเฟิงงัดชั้นน้ำแข็งออก หยิบปลาคาร์ปแดงตัวหนึ่งออกมาจากข้างใน โยนเบาๆ ปลาคาร์ปแดงที่แข็งโป๊กก็พุ่งปักลงบนพื้น!

"ท่านแม่สามารถเลี้ยงข้ามาจนถึงบัดนี้ยังไม่ม่องเท่ง ก็นับเป็นปาฏิหาริย์เช่นกัน!"

ฉินเฟิงถอนหายใจพลางคิดจะย้ายตู้ปลาออกไป แต่ในขณะที่กำลังจะย้ายตู้ปลาออกไปนั้น ฉินเฟิงก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ

ฉินเฟิงหยุดยืนนิ่ง เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

"ซิ ซิ—"

"เปรี๊ยะ—"

เสียงนี้ เหมือนกับเสียงโครงสร้างภายในของวัสดุไม้ที่กำลังปริแตก

ฉินเฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ในไม่ช้าก็สังเกตเห็นต้นตอของเสียงปริแตก

เมื่อครู่ตนเองได้โยนปลาคาร์ปแดงที่แข็งโป๊กไปปักบนพื้นทิ้งไว้เป็นรู รูบนพื้นไม้กำลังปริแตกออกไปสี่ทิศแปดทาง!

ขณะที่ฉินเฟิงกำลังทำอะไรไม่ถูกนั้น แผ่นพื้นไม้แผ่นหนึ่งที่อยู่ติดกับปลายเตียงก็ทรุดตัวลงไปทันที ใต้แผ่นพื้นไม้นั้น บันไดที่ทอดลึกลงไปก็ปรากฏสู่สายตาของฉินเฟิง

ฉินเฟิงมองดูบันไดที่ลึกลงไปเบื้องล่าง ทีละขั้นๆ ราวกับเป็นถ้ำสมบัติลับที่ไม่เป็นที่รู้จัก

ในขณะนี้เอง ในใจของฉินเฟิงก็พลันสว่างวาบ!

สวมเกือกเหล็กตามหา มิอาจพบพาน ได้มากลับมิต้องเปลืองแรง!

มิน่าเล่าข้าเดินกลับมาตลอดทางก็ไม่พบเจอคนหรือเรื่องราวแปลกๆ ใดๆ ไม่ได้พบเจอกับวาสนา!

แท้จริงแล้ว วาสนาอยู่ที่บ้านของข้านี่เอง!

เจ้าสมุดบันทึกนี่แกล้งข้าเล่นหรืออย่างไร?

เจ้าบอกข้าตรงๆ ว่ามันอยู่ที่บ้านข้าก็สิ้นเรื่องแล้วมิใช่หรือ?

เจ้าบ้าเอ๊ย ยังเก็บหมึกข้าไปตั้งร้อยหยด!

ในตอนนี้ฉินเฟิงเสียใจจนไส้แทบเขียว หากตนเองใช้สมองสักหน่อย มาที่ห้องนอนของบิดามารดาบ่อยๆ ช่วยบิดามารดาทำงานบ้านบ่อยๆ ตนเองก็ควรจะค้นพบเรื่องที่ใต้ดินบ้านตนเองซ่อน [ตำราหล่อเทพ] ของโอวเหย่จื่อไว้ตั้งนานแล้ว! ตนเองจะไปเสียหมึกตั้งร้อยหยดเพื่อขอพรจากสมุดบันทึกจนเกินขีดจำกัดไปทำไม!

ฉินเฟิงหยิบไฟฉายขึ้นมา เดินลงไปตามแผ่นพื้นที่ทรุดตัวลง

ตอนนี้ฉินเฟิงสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า สมบัตินี้ ท่านพ่อท่านแม่รู้หรือไม่?

หากว่าไม่รู้ ก็ดูจะไม่สมเหตุสมผล เพราะอย่างไรเสียท่านพ่อท่านแม่ก็อาศัยอยู่ที่นี่มานานขนาดนี้ ท่านพ่อฉินอู่หยางยังเป็นยอดฝีมือนักฆ่ากึ่งอาชีพ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่รู้!

หากว่ารู้ พวกท่านเหตุใดจึงไม่บอกข้า? เป็นห่วงว่าจะเป็นการนำภัยมาสู่ตัวข้าหรือ?

ฉินเฟิงเดินลงไปตามบันได

คาดไม่ถึงว่าใต้บ้านของตนเองจะไม่ใช่ดิน แต่เป็นชั้นหินชนวนสีเขียวที่แข็งแกร่งหาได้ยาก ลึกลงไปในชั้นหินล้วนเป็นบันไดที่ขุดเจาะด้วยเครื่องมืออย่างประณีต บนบันไดมีร่องกันลื่นที่ละเอียดอ่อน และยังสะอาดมากอีกด้วย

จากนี้ก็เพียงพอที่จะเห็นได้ว่า ที่นี่มักจะมีคนมาทำความสะอาดอยู่เสมอ หรืออาจกล่าวได้ว่า มีคนใช้งานอยู่เป็นประจำ

เช่นนั้นแล้วความสงสัยของฉินเฟิงก็มีคำตอบ ท่านพ่อท่านแม่รู้เรื่องห้องใต้ดินลับนี้! และดูเหมือนว่าพวกท่านทั้งสองจะลงมาเล่นบ่อยๆ ด้วย!

เดินลงไปต่ออีกประมาณยี่สิบเมตร ก็ถึงสุดทางแล้ว

สิ่งที่ปรากฏในสายตาของฉินเฟิงคือถ้ำหินใต้ดินขนาดใหญ่ ถ้ำหินมีขนาดเท่าสนามบาสเกตบอล สูงไม่เกินสองเมตร

และด้านหน้าสุดของถ้ำหินมีโต๊ะบูชายาวตัวหนึ่งวางอยู่ บนโต๊ะบูชามีป้ายวิญญาณสองป้ายตั้งอยู่

ฉินเฟิงตะลึงไปครู่หนึ่ง หอบรรพชน... หอบรรพชนของบ้านข้าจะตั้งอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

ฉินเฟิงเดินเข้าไปใกล้ พินิจดูอย่างละเอียด

บนป้ายวิญญาณด้านซ้ายเขียนไว้ว่า ป้ายวิญญาณขององค์หญิงแห่งแคว้นฉู่ สยงซินหลาน, บุตรี จื่อชิงคารวะ

บนป้ายวิญญาณด้านขวาเขียนไว้ว่า ป้ายวิญญาณของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเยียน ฉินสยง, บุตรชาย ฉินอู่หยางคารวะ

ฉินเฟิงมองดูป้ายวิญญาณทั้งสองอย่างละเอียด ความรู้ทางประวัติศาสตร์ในสมองเริ่มพลุ่งพล่าน

ปกติท่านแม่มีชื่อว่าหลงจื่อชิง จื่อชิงคือชื่อจริงของท่านแม่!

ฉินอู่หยางคือชื่อของท่านพ่อ!

เช่นนั้นแล้ว... สยงซินหลานบนป้ายวิญญาณผู้นี้ ก็คือท่านยายของข้ามิใช่หรือ?

แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเยียนฉินสยงคือท่านปู่ของข้า?

และแซ่สยงคือแซ่ของราชวงศ์แคว้นฉู่ ท่านยายสยงซินหลานของข้ายังเป็นองค์หญิง เช่นนั้นแล้วฐานะของนางก็ปรากฏออกมาแล้ว นางก็คือองค์หญิงแห่งแคว้นฉู่ที่ขโมย [ตำราหล่อเทพ] ของโอวเหย่จื่อผู้นั้น ที่สมรสกับแคว้นฉิน แล้วต่อมาก็ตกทุกข์ได้ยากที่เมืองหลงเฉิง!

แต่ท่านแม่ของข้ากลับเรียกนางว่ามารดา หรือว่า ท่านยายจะตั้งครรภ์ก่อนแต่ง?

บัดซบ!

เรื่องล้อเล่นนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว!

หากนี่เป็นเรื่องจริง เช่นนั้นแล้วใครคือท่านตา?

ชนชั้นของท่านยายคือชนชั้นสูงที่แท้จริง เป็นมังกรและหงส์ในหมู่คน ผู้ที่ติดต่อด้วยล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์ขุนนางที่แท้จริง!

และในชนชั้นนั้นผู้ที่แซ่จื่อ ดูเหมือนจะมีเพียงสายเลือดของซางโจ้วในราชวงศ์ก่อนเท่านั้น! อย่างเช่นจื่อโซ่ว ก็คือซางโจ้วหวาง!

แต่สายเลือดของโจ้วหวางในราชวงศ์ก่อนมิใช่ถูกตระกูลจีแห่งราชวงศ์โจวบดกระดูกเป็นผุยผงไปแล้วหรอกหรือ?

หรือว่าสายเลือดของโจ้วหวางยังมีคนรอดชีวิตอยู่? แถมยังได้เสียกับท่านยาย? แล้วก็มีท่านแม่?

เช่นนี้แล้ว ต่อมาฉู่อ๋องจึงจำต้องสมรส บีบบังคับท่านยาย ท่านยายจึงโกรธแค้นจนขโมย [ตำราหล่อเทพ] ของโอวเหย่จื่อเพื่อที่จะให้ฉู่อ๋องพังพินาศไปด้วยกัน?

สวรรค์ของข้า นี่มันจะเป็นเรื่องฉาวโฉ่ครั้งใหญ่ขนาดไหน!

องค์หญิงแห่งแคว้นฉู่ตั้งครรภ์ก่อนแต่ง ฉู่อ๋องจำต้องสมรส ดังนั้นองค์หญิงจึงขโมยสมบัติล้ำค่า ฉู่อ๋องไล่ล่ามาถึงแคว้นฉิน ฉินอ๋องก็ไม่อยากถูกสวมหมวกเขียว แต่ก็ยังต้องการสมบัติล้ำค่า ทำอะไรไม่ได้จึงต้องเปิดศึกกับฉู่ ทำสงครามอันดุเดือดที่เมืองหลงเฉิง ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครได้เปรียบ

และท่านยายก็ฉวยโอกาสหนีเอาชีวิตรอด ให้กำเนิดท่านแม่ ไม่นานหลังจากนั้นก็ตรอมใจตาย

และท่านตาเจ้าคนใจดำเจ้าชายแห่งราชวงศ์ก่อนนั้น จนตายก็ไม่ปรากฏตัว

ต่อมาท่านพ่อขุนนางตกอับแห่งแคว้นเยียนก็มาถึงที่นี่ บุตรชายของแม่ทัพใหญ่ผู้ตกอับและองค์หญิงน้อยผู้ตกทุกข์ได้ยากก็ได้เกิดประกายไฟแห่งความรักขึ้น

จากนั้น ตนเองก็ถือกำเนิดขึ้น

และส่วนสมบัติล้ำค่าของแคว้นฉู่ที่ท่านยายขโมยมาในตอนท้าย [ตำราหล่อเทพ] ของโอวเหย่จื่อ ดูเหมือนจะไม่มีใครเอ่ยถึงอีกเลย

ในตอนนี้ฉินเฟิงเพียงแค่อยากจะพูดว่า สมแล้วที่เป็นผู้ใหญ่ เรื่องราวที่พวกท่านประสบมานั้นเกินกว่าจินตนาการของคนธรรมดาอย่างตนเอง

กวาดสายตามองไปรอบๆ ฉินเฟิงหยิบธูปขึ้นมาก้านหนึ่ง จุดให้กับป้ายวิญญาณ

ขณะที่ฉินเฟิงก้มศีรษะลงก็สังเกตเห็นว่า ใต้โต๊ะบูชามีตัวอักษรอยู่หลายแถว

พินิจดูอย่างละเอียด ที่แท้ก็คือบทกวีบทหนึ่ง

"บุปผางามหนึ่งเดียวในเมืองลั่วสุ่ย, แม่นางกับข้าแต่เดิมคือครอบครัวเดียวกัน"

"ม้ามังกรแบกแผนภูมิไท่จี๋ออกมา, วารีท่วมห้าธาตุก่อเกิดเป็นโป๊ยก่วย"

ฉินเฟิงมองดูบทกวีนี้ สองประโยคบนเหมือนกับบทกวีรัก สองประโยคหลังแฝงไว้ด้วยความลึกลับ

หรือว่า นี่จะเกี่ยวข้องกับหยินหยางโป๊ยก่วย?

หากต้องการจะหาเคล็ดลับ จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งของในสมัยที่ท่านยายยังอยู่

ถ้ำหินทั้งหมดดูเหมือนจะถูกท่านพ่อท่านแม่จัดระเบียบไว้แล้ว ยกเว้นตะเกียงอายุวัฒนะที่เต็มไปด้วยฝุ่นในมุมหนึ่ง!

ในตอนนี้ฉินเฟิงสังเกตเห็นตะเกียงอายุวัฒนะ ตะเกียงอายุวัฒนะนี้ลุกไหม้อยู่ที่นี่ดูเหมือนจะไม่เคยดับ และไส้ตะเกียงของตะเกียงอายุวัฒนะ ก็จะมีการกะพริบเป็นครั้งคราว การกะพริบนี้บ้างยาวบ้างสั้น

พลังสมอง 20% ของฉินเฟิงพลันสว่างวาบในทันที นี่คือรหัสลับแบบอนุกรมจุดเหมือนกับรหัสมอร์ส!

ฉินเฟิงจ้องมองเปลวไฟของตะเกียงอายุวัฒนะตรงหน้า บันทึกช่วงเวลาการกะพริบของเปลวไฟ หนึ่งนาที ห้านาที สิบนาที หนึ่งชั่วโมง สามชั่วโมง ห้าชั่วโมง...สามสิบเก้าชั่วโมง!

ในสมอง สมุดบันทึกปรากฏข้อความแจ้งเตือน

"ติ๊ง! ภายใต้ผลของ [สมาธิขั้นสูง] รหัสผ่านปัจจุบันกำลังถูกถอดรหัส เนื่องจากวิธีการใช้รหัสผ่านใช้กลุ่มดาว, โจวอี้, นักษัตร, ปฏิทินจันทรคติ, ปฏิทินหลวง และวิธีการเข้ารหัสแบบดั้งเดิมของตะวันออก ทำให้กระบวนการอนุมานยากลำบากอย่างยิ่ง รหัสผ่านคือ: หลีสาม, ตุ้ยสี่, เกิ้นหก..."

ความสนใจของฉินเฟิงยิ่งเข้มข้นขึ้น รหัสผ่านโป๊ยก่วยก่อนฟ้า! ช่างมีความคิดสร้างสรรค์! ลูกเล่นแพรวพราวจริงๆ!

เวลาผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที ในที่สุดพร้อมกับการที่สมุดบันทึกพลิกหน้าใหม่ "ถอดรหัสสำเร็จ!"

ดวงตาของฉินเฟิงเปล่งประกาย ในปากท่องพึมพำ เท้ายกขึ้น

"ทิศทางของโป๊ยก่วยก่อนฟ้าคือเฉียนอยู่ทิศใต้, ตุ้ยอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้, หลีอยู่ทิศตะวันออก, เจิ้นอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ, ซวิ่นอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้, ขั่นอยู่ทิศตะวันตก, เกิ้นอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ, คุนอยู่ทิศเหนือ"

"ดังนั้น หลีสาม ก็คือเดินไปทางทิศตะวันออกสามก้าว!"

"ตุ้ยสี่ ก็คือเดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สี่ก้าว!"

"เกิ้นหกก็คือเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือหกก้าว!"

"..."

"นี่คือก้าวสุดท้ายแล้ว! แต่กลับเป็นกำแพง!"

ในตอนนี้ฉินเฟิงกำลังจะก้าวออกไปเป็นก้าวสุดท้าย แต่ตรงหน้าของเขากลับเป็นกำแพง กำแพงที่หนาทึบ!

ฉินเฟิงมองดูกำแพง อย่างมากก็แค่หัวแตกเลือดอาบ!

เป็นไงเป็นกัน!

ฉินเฟิงพุ่งศีรษะเข้าไป ในวินาทีต่อมา ฉินเฟิงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงจากการที่ศีรษะของตนเองกระแทกกับก้อนหิน และก็ไม่รู้สึกถึงเลือดที่ไหลราวกับน้ำตกใดๆ

ฉินเฟิงเพียงแค่รู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่ตรงหน้า ตรงหน้าพลันสว่างวาบ ตนเองยืนอยู่บนแท่นหินโป๊ยก่วยที่ไม่คุ้นเคย และบนแท่นหินเต็มไปด้วยฝุ่น ราวบันไดแกะสลักลวดลายมังกรเล่นหงส์ มีพื้นที่เพียงสามสี่ตารางเมตร แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสง่างาม!

และตรงกลางสุดของแท่นหินโป๊ยก่วย มีแหวนหัวแม่มือหยกดำวงหนึ่งวางอยู่!

(หนักเลย แปลยากชิบหาย)

จบบทที่ บทที่ 29 สวมเกือกเหล็กตามหา มิอาจพบพาน

คัดลอกลิงก์แล้ว