- หน้าแรก
- ระบบเซียนย้อนวัยพลิกชะตา
- บทที่ 790 อิทธิฤทธิ์สัตว์อาคมถล่มฟ้า
บทที่ 790 อิทธิฤทธิ์สัตว์อาคมถล่มฟ้า
บทที่ 790 อิทธิฤทธิ์สัตว์อาคมถล่มฟ้า
''ตำนานเล่าว่า โลกเซียนมีเจินอู่จอมปราบมารผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าแห่งสวรรค์เซียนได้สร้างเหรียญสลักรูปราชาแห่งวิถียุทธ์ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ในการปราบมาร''
''เหรียญนี้...เป็นเหรียญต้นกำเนิด!''
เหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์แม้จะเป็นของล้ำค่า แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นวัตถุแห่งชัยชนะ แต่หากเป็นเหรียญต้นกำเนิดแล้ว นั่นย่อมแตกต่างโดยสิ้นเชิง
เหรียญต้นกำเนิดนั้นถูกหลอมขึ้นด้วยมือของเจ้าแห่งสวรรค์เซียนโดยตรง อีกทั้งมีอายุนับหมื่นปี ดูดซับพลังวิถียุทธ์แท้จากโลกมาอย่างเต็มเปี่ยม
ลู่หยางจ้องมองเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ ใจเริ่มหวั่นไหว นี่คือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้เป็นวัตถุแห่งชัยชนะสำหรับ 'ยอดทัพอมตะ'!
หากสามารถได้ครอบครองมัน โอกาสที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นเจินจวินย่อมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
"เจ้าหนุ่ม โชคดีนักนะเจ้า" เสียงของหลงเอี๋ยนดังขึ้นจากธงวิญญาณหมื่นดวง "แต่เหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์นี้ไม่เข้ากับตัวเจ้า มันแข็งกร้าวและทรงอานุภาพเกินไป เจ้าจะเอามันไปทำอะไร?"
ในความคิดของเขา แม้จะไม่สามารถรับรู้เมล็ดวิถีของลู่หยางได้อย่างชัดเจน แต่ก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่เมล็ดวิถีสายแข็งกร้าวที่จะเข้ากันได้กับเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ เหรียญนี้น่าจะไร้ประโยชน์สำหรับอีกฝ่าย
"วัตถุนี้มีวาสนาต่อข้า ต้องได้มาก่อน แล้วค่อยว่ากัน!" ลู่หยางกล่าว พูดจบ เขาก็กลายเป็นสายแสงพุ่งตรงไปยังเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์
เมื่อเห็นภาพนั้น หลงเอี๋ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย "เจ้าหนุ่มนี่ซ่อนเร้นลึกล้ำนักนะ"
เมื่อได้อยู่ร่วมกับลู่หยาง เขาก็รู้ดีว่า ผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมหนุ่มผู้นี้ไม่ได้หยิ่งผยองไร้สมองอย่างที่เห็นภายนอก ไม่เคยทำสิ่งใดที่ไร้ความหมาย เป็นคนนิสัยที่ไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่ลุกจากที่นอน
ตอนนี้ที่อีกฝ่ายเลือกไขว่คว้าเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ เบื้องหลังย่อมมีเหตุผล แต่เขาไม่รู้เหตุผลนั้นในขณะนี้ก็เท่านั้นเอง
หลงเอี๋ยนไม่ได้ซักไซ้ เขาซ่อนตัวลึกลงในธงวิญญาณหมื่นดวงอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะชำระความเป็นมาของจิตวิญญาณเศษส่วนนี้จนสะอาดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่เจ้าแห่งวิถีธรรมบางคนที่มีกลวิธีประหลาดจะตรวจพบเขาได้
ลู่หยางทะยานไปราวกับสายรุ้งแห่งเทพเจ้า
เหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์เคลื่อนที่เร็วมาก แม้แต่ลู่หยางเองก็ยังไม่อาจไล่ตามทัน เพียงไม่กี่ลมหายใจก็ห่างไปหลายสิบลี้ สุดท้ายเหรียญร่วงหล่นลงบนพื้นของพิภพแท่นขึ้นสวรรค์
เหรียญทองคำเล็กๆ นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ลู่หยางเพิ่งไปถึง ก็เห็นสายแสงหลายสายพุ่งมุ่งหน้ามาทางเขา และในนั้นมีร่างของจี๋ฝานและคนอื่นๆ
"เหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ ของดีแท้!" นักพรตหนุ่มคนหนึ่งเห็นเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์แล้ว ดวงตาเป็นประกายวูบวาบ
เหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์เป็นวัตถุแห่งชัยชนะ ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อผู้บำเพ็ญเพียรสายพลัง แต่ยังมีผลต่อมหาวิถีธาตุบวกอีกหลายประเภท
"วัตถุนี้เป็นของราชอาณาจักรเซียนเสินซวีของข้า หลีกไป!" เสียงแฝงอำนาจดังขึ้น จากนั้นจึงเห็นอ๋องจินเสวียนพุ่งมายังเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ พร้อมยื่นมือใหญ่คว้า
เหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์มีอักษร "帝" (จักรพรรดิ) อยู่ด้านบน
อย่าลืมว่าเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ชุ่มชโลมด้วยดวงชะตาจากเจ้าแห่งสวรรค์เซียน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของราชอาณาจักรเซียนในยุคสมัยหลัง ทำให้เหรียญนี้เป็นวัตถุแห่งชัยชนะชั้นเลิศสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรสายราชอาณาจักรเซียนอีกด้วย
ไม่น่าแปลกใจที่อ๋องจินเสวียนจะถูกดึงดูดมา นอกจากนี้ ยังมีผู้แข็งแกร่งอีกหลายคนจ้องมองด้วยความโลภล้ำเกินพอดี
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างจี๋ฝานที่ไม่เข้ากับเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์จึงหยุดชะงัก บางคนถึงกับไม่แม้แต่จะมอง เบนทิศทางกลางอากาศหนีไปค้นหาโชคลาภที่อื่นเสียเลย
พูดถึงตอนนี้ช้า แต่เหตุการณ์เกิดเร็วยิ่ง ในพริบตา อ๋องจินเสวียนก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้าลู่หยาง
เมื่อเห็นว่าลู่หยางไม่สนใจคำพูดของตนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับยื่นมือคว้าเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ ยิ่งทำให้อ๋องจินเสวียนโกรธหนัก "เจ้าช่างกล้านัก ข้าจะสังหารตระกูลเจ้าให้สิ้นเก้าชั่วโคตร!"
ลู่หยางไม่สนใจคำขู่แม้แต่น้อย ไม่มีความลังเล พลันคว้าเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์ไว้ในมือทันที
ในขณะที่กุมเหรียญไว้ พลังอำมหิตรุนแรงสายหนึ่งแทรกซึมผ่านฝ่ามือสู่เส้นลมปราณทั่วร่าง ราวกับถูกเพลิงเผาร่าง ความเจ็บปวดรุนแรงโถมซัดราวกับคลื่นยักษ์
วัตถุแห่งชัยชนะไม่ใช่สิ่งที่ครอบครองได้ง่ายดาย โดยเฉพาะในยามที่ล้อมรอบด้วยผู้แข็งแกร่ง แต่ลู่หยางไม่ยอมปล่อยมือ จากนั้น ก็เริ่มหมุนเวียนพลังเซียนในร่าง ยิ่งกำเหรียญแน่นขึ้นไปอีก
อ๋องจินเสวียนเห็นผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มตรงหน้าไม่แยแสตนเลยแม้แต่น้อย ถึงกับหัวเราะอย่างโกรธจัด พร้อมกันนั้น มือขวาของเขาก็กลายร่างเป็นกรงเล็บมังกรสูงหลายสิบจั้ง ฟาดลงใส่ลู่หยางอย่างรุนแรง
"ไปตายซะ!"
จี๋หมิงเยว่ที่อยู่ห่างออกไปเห็นภาพนั้น เอ่ยเสียงแผ่ว "อ๋องจินเสวียนมีพลังแข็งแกร่งยิ่ง คนผู้นั้นถูกพลังอาฆาตจากเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์รุกล้ำ กำลังรบเสื่อมถอยลงไปบ้างแล้ว เกรงว่าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอ๋องจินเสวียน"
ส่วนจี๋ฝานมองอย่างเย็นชา ไม่พูดอะไร และเมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนตั้งเขตห้ามขึ้นโดยรอบแล้ว
พวกเขากำลังจะเล่นเกมนกกระจอกแย่งกันกินหอยกับปู และส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่อ๋องจินเสวียน
ในสายตาของพวกเขา คนหน้าใหม่ผู้นั้นช่างทะนงตนเหลือเกิน แบกรับการโจมตีย้อนกลับจากเหรียญราชาแห่งวิถียุทธ์แล้วยังสู้กับอ๋องจินเสวียน ย่อมมีแต่พ่ายแพ้มากกว่าชนะ
แต่ในชั่วขณะถัดมา สีหน้าของผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมดก็เปลี่ยนไป ไอดำทะมึนราวหมึกพวยพุ่งออกมา ในมือของนักพรตหนุ่มผู้นั้นปรากฏธงสีขาวผืนหนึ่ง
"ธงวิญญาณหมื่นดวง นี่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมหรือนี่?"
เมื่อเห็นธงวิญญาณหมื่นดวงอันเลื่องชื่อในทางชั่วร้าย ตัวตนของผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มผู้นั้นก็ชัดเจนขึ้นมาทันที
"ผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมอีกแล้วหรือ?" อ๋องจินเสวียนนึกถึงผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมคนนั้นที่สังหารเซี่ยถิงซวนอย่างไม่มีสาเหตุ
เซี่ยถิงซวนตายไปแล้ว เขาจึงถูกสำนักเจี้ยเต๋าตามรังควานเป็นเวลานาน ต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าจะระงับเรื่องนี้ได้ มิฉะนั้นเขาซึ่งเป็นอ๋องแห่งราชอาณาจักรเซียนเสินซวี จะต้องมาแย่งชิงวัตถุแห่งชัยชนะด้วยตนเองทำไมกัน
ทั้งเคืองทั้งแค้น
อ๋องจินเสวียนเพิ่มแรงในมือ พลังวิถีแห่งธรรมหลั่งไหลสู่ฝ่ามือ
โครม! พลันเสียงกึกก้องดังสนั่น
อ๋องจินเสวียนถูกลู่หยางใช้ธงวิญญาณหมื่นดวงรับมือได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาผู้บำเพ็ญเพียรที่กำลังดูเหตุการณ์อยู่ต่างก็เปลี่ยนจากสนุกสนานเป็นหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
"โลกแห่งการบำเพ็ญเซียนตั้งแต่เมื่อใดกันที่มีผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?"
อ๋องจินเสวียนที่ถูกปัดป้องการโจมตี กลับไม่ได้โกรธเคือง แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขณะจ้องมองอีกฝ่าย หากผู้ที่คุ้นเคยกับผู้เป็นอ๋องย่อมรู้ดีว่า นี่คือลางบอกเหตุว่ากำลังจะเอาชีวิตคน
''พิภพแท่นขึ้นสวรรค์สามารถกดทับเจ้าแห่งวิถีธรรมได้ การสังหารคนที่นี่ แม้เจ้าแห่งวิถีธรรมอยู่ห่างไกลก็ไม่อาจช่วยเหลือได้ทัน''
ในขณะที่ธงวิญญาณหมื่นดวงปรากฏ เขาก็เข้าใจแล้วว่า ผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมหนุ่มตรงหน้าคือคนเดียวกับที่สังหารเซี่ยถิงซวนนอกเมืองเสินซวี
ดังนั้นต้องตาย!
ในยามนี้ อ๋องจินเสวียนใจเย็นอย่างยิ่ง ไม่ได้โผเข้าใส่ผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคมที่ทำให้ตนเจ็บปวดผู้นี้แต่อย่างใด กลับถอยร่นอย่างสง่างามไปรวมกับคนของราชอาณาจักรเซียนเสินซวีเป็นวงล้อม ในทันใดนั้นจึงประกอบกันเป็นกลไกรุมโจมตีอันลึกลับอย่างยิ่ง
ราชอาณาจักรเซียนเสินซวีจัดพิธีบูชาใหญ่ที่แท่นขึ้นสวรรค์ ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร?... มากคนมากกำลัง!
ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรสัตว์อาคม หรือจะต้องพูดถึงความเที่ยงธรรมและศีลธรรม ย่อมต้องรุมกันจัดการอยู่แล้ว
อ๋องจินเสวียนมองด้วยสายตาเยือกเย็นยิ่ง ในสายตาของเขา ลู่หยางเป็นเพียงคนตายแล้วเท่านั้น
"ปราบมาร!" เสียงของเขาเพิ่งขาดคำ บนท้องฟ้าก็ปรากฏลวดลายมังกรแดงขนาดใหญ่กว่าร้อยจั้ง ล้อมลู่หยางไว้ในกลไกอย่างแน่นหนา
"กลไกมังกรแดงเซียน!" เมื่อเห็นกลไกปรากฏ สีหน้าของจี๋ฝานก็เปลี่ยนไป
ในชาติก่อนเมื่อเขาเป็นเจ้าแห่งวิถีธรรม เคยร่วมวิวาทะกับเจ้าแห่งวิถีธรรมของราชอาณาจักรเซียนเสินซวี ซึ่งเจ้าแห่งวิถีธรรมผู้นั้นใช้กลไกมังกรแดงเซียนนี้เป็นพื้นฐาน มีอานุภาพร้ายกาจ ทำให้เขาจดจำได้ถึงทุกวันนี้
"ผู้นี้เกรงว่าคงอันตรายมากกว่าปลอดภัย" เมื่อเห็นกลไกมังกรแดงเซียนปรากฏ ผู้ที่รู้จักประมาณตนต่างหนีไปไกลแล้ว กลัวจะถูกลากเข้าไปพัวพัน
ราชอาณาจักรเซียนเสินซวีจัดพิธีบูชาใหญ่ที่แท่นขึ้นสวรรค์ ย่อมมีกำลังมาก ใครเล่าจะกล้าไปยุ่งเกี่ยว?
ต้องตายแน่นอน!
ลู่หยางสีหน้าสงบนิ่ง ยกนิ้วชี้ขวาแตะกลางอากาศเบาๆ ทันใดนั้นพายุจิตวิญญาณอันทรงพลังก็ก่อตัวขึ้นโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง
—-------------
ปล. ลู่หยางสู้เขานะเจ้าคะ อย่าให้เสียชื่อท่านลุงหลี่รุ่ยเล่า! (☆▽☆)