เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 013 – ผู้ชม

ตอนที่ 013 – ผู้ชม

ตอนที่ 013 – ผู้ชม


ตอนที่ 013 – ผู้ชม

พลังที่มาจากหมัดของถังเทียนช่างผิดปกติ!

อย่างไม่คาดคิดการปะทะของหมัด รู้สึกถึงความแข็งแกร่งอันแปลกประหลาด

มีอะไรบางอย่างผิดปกติ! พลังที่เขาส่งมานั้นผิดปกติ! ประกายตาของอาโม่หลี่ปรากฏขึ้นด้วยความตื่นเต้น มองดูถังเทียนก่อเกิดพลังเช่นนี้ เท้าทั้งสองก็ลอยขึ้นไปในอากาศ เนื่องในระยะห่างระหว่างพวกเขาช่างน้อยนิด ถ้าหากอาโม่หลี่ไม่ได้สนใจ เขาคงจะไม่รู้สึกถึงมันได้

โดยการใช้วิธีการนี้เพื่อหลบออกจากกระแทกปฐพี เป็นที่คู่ควรแล้วสมกับเป็นพื้นฐานถัง!

แทนที่จะรู้สึกหดหู่ใจอาโม่หลี่กลับกลายเป็นตื่นเต้นยิ่งขึ้น

เขาสามารถระบุได้ว่าถังเทียนกำลังจะใช้วิชาหมัดอัสนีบาต ด้วยลักษณะของหมัดอัสนีบาตมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากและสามารถทำให้จดจำได้ง่าย จากทั้งหมดของวิชาการต่อสู้ระดับสอง [หมัดอัสนีบาต] ไม่ได้ถือว่าแปลกแยก เนื่องจากเหล่านักสู้ไม่ค่อยได้ฝึกในวิชาหมัดนี้มากนัก มันจึงทำให้วิชาการต่อสู้นี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยม อย่างไรก็ตาม มันไม่แปลกใหม่สำหรับอาโม่หลี่

จากทั้งหมด มีผู้ที่เชี่ยวชาญใน [วิชาหมัดอัสนีบาต] ในสถาบันอสูรอำมหิต หวังเจิ้น ผู้ซึ่งอยู่อันดับสามของสถาบันอสูรอำมหิต เขามุ่งมั่นสนใจในวิชาการต่อสู้หมัดและเมื่อยามเขาบรรลุถึงขั้นสองปราณแท้จริง เขาก็เชี่ยวชาญใน [วิชาหมัดอัสนีบาต]

หวังเจิ้นได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งในหมัดอัสนีบาต ซึ่งหนึ่งในนั้นอาโม่หลี่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

อย่างไรก็ตาม หมัดอัสนีบาตของหวังเจิ้นกับถังเทียนนั้นแตกต่างกัน

ยามเมื่อหวังเจิ้นปลดปล่อยมันออกพลังจะรุนแรงและเมื่อยามหายไปในอากาศคลื่นพลังกระแทกตัดผ่านอากาศ ส่วนหมัดของถังเทียนไม่ได้ก่อเกิดคลื่นพลังกระแทก แต่หมัดของเขารวดเร็วยิ่งกว่าและปกปิดอย่างมิดชิดไม่สามารถรู้ได้เลยว่าหมัดของถังเทียนจะปรากฏมาอีกครารึไม่

นอกจากนี้จำนวนการโจมตีของถังเทียนก็มากกว่า ความรุนแรงกดดันศัตรูจนแทบไม่มีช่องว่างเพื่อหายใจ

เมื่อเทียบกับหมัดอัสนีบาตของทั้งสองคนนี้ อาโม่หลี่ประหลาดใจนักที่ไม่อาจจะประเมินได้ว่าหมัดอัสนีใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน

จุดสำคัญอยู่ที่ว่า...

ยามเมื่อนักสู้ฝึกวิชาหมัดอัสนีบาต ไม่สามารถก่อเกิดหมัดอัสนีบาตในทุกหมัด และเพียงแค่ก่อเกิดหมัดอัสนีบาตเพียง 8 หมัดใน 10 หมัด นั่นก็ถือว่าอยู่ในระดับเชี่ยวชาญแล้ว ด้วยสถิติภายในสถาบันอสูรอำมหิตที่หวังเจิ้นทำไว้ ใช้ออกถึง 100 หมัดอย่างต่อเนื่อง และก่อเกิดเป็นหมัดอัสนีบาตอย่างน่าอัศจรรย์เพียง 83 หมัด สถิติอันน่าอัศจรรย์นี้ สร้างความตระหนกแก่ผู้คนภายในเมืองเมฆาดารา และหลังจากนั้นเป็นต้นมา หวังเจิ้นก็เป็นที่รู้จักในเมืองเมฆาดาราในนามอันดับหนึ่งของผู้เชี่ยวชาญหมัดอัสนีบาต

แต่!

อาโม่หลี่โบกมือทั้งสองของเขาและตั้งรับอยู่จุดศูนย์กลางปฐพีอย่างต่อเนื่อง

ภายในดวงตาของเขาก่อเกิดเงาหมัดนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้าปราศจากการแจ้งเตือนใด ราวกับพวกมันจะกระหน่ำลงบนหน้าเขา

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหาก หวังเจิ้นได้เห็นหมัดอัสนีบาตของถังเทียน

อาโม่หลี่ไม่สามารถนับได้ว่าหมัดของถังเทียนมีเท่าใดที่ปล่อยมายังเขา และจนถึงตอนนี้ ถังเทียนใช้ออกหมัดอัสนีบาตไม่ผิดพลาดแม้เพียงหมัดเดียว

พื้นฐานถัง เจ้ามันช่างเกินความคาดหมายของผู้คนที่คาดคิดไว้มากนัก!

อาโม่หลี่ถูกกำราบอย่างสมบูรณ์ ด้วยสิบสองฝ่ามือสนั่นปฐพีของเขา ได้ถูกทำลายอย่างหมดจด แต่ใบหน้าของอาโม่หลี่ยังคงเต็มไปด้วยประกายสดใส

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

บริเวณด้านนอกของสนามฝึกประมาณ ห่างออกไปประมาณ เจ็ดสิบก้าว มีเงาร่างสองคนยืนอยู่บนกิ่งไม้ หนึ่งในนั้นคือเหลียงเซียวและด้านข้างของเขายืนไว้ด้วยชายที่สวมใส่ชุดจอมยุทธ์สีเทา เขามองดูคล้ายเป็นคนเปิดเผยและมือทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล เขาจ้องไปยังการต่อสู้ของทั้งสองโดยตาไม่กระพริบ

เขาคือหวังเจิ้น

“นั้นเป็นหมัดอัสนีบาตที่ยอดเยี่ยม!” เหลียงเซียวรู้สึกประหลาดใจ แต่ท่าทางเขายังคงนิ่งเฉย “ข่าวลือเกี่ยวกับถังเทียนที่ว่าเขาอ่อนแอนั้นไม่เป็นความจริงเลย แม้ว่าอาโม่หลี่ ไม่ได้ใช้วิชาการต่อสู้ระดับสามของเขา พวกเขาเพียงใช้วิชาระดับสอง แต่ถังเทียนยังคงกำราบอาโม่หลี่ได้ เขานั้นไม่เลวนัก”

ถ้าโลกภายนอกได้รู้ว่าเหลียงเซียวชื่นชมถังเทียนว่า ‘ไม่เลวนัก’ พวกเขาคงอาจจะคิดว่าฟังผิดไป

“ฮ่าฮ่า ในตอนนี้เจ้าคงไม่จำเป็นต้องห่วงเกี่ยวกับอาโม่หลี่แล้ว ข้ารู้สึกได้ว่า อาน้อย บางครั้งอาจดูไม่น่าเชื่อถือ แต่เขายังคงมีเส้นทางของเขา” หวังเจิ้นยิ้มและคลายหมัดของเขา แต่เขาไม่ได้ละสายตาไปจากถังเทียนเลย

เหลียวเซียวไม่คาดหวังให้อาโม่หลี่จะตกอยู่ในเส้นทางอันต่ำต้อยและติดตามอาโม่หลี่มาสืบสวนอย่างเงียบๆ

“ฮึ ดีแล้วที่ไม่ได้เชื่อในข่าวลือ ความจริงที่ว่า เชียงกวนเฉียนฮุ่น มองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขา มันจะต้องมีความหมายอย่างพิเศษเป็นแน่ในตัวตนของเขา” เหลียงเซียวกล่าวอย่างพึ่งพอใจ “ช่างน่าเสียดายนัก เมื่อยามที่เชียงกวนเฉียนฮุ่ยยังคงอยู่ ความแข็งแกร่งของข้ายังไม่มากนัก มันช่างน่าเสียใจมากที่ไม่สามารถจะประลองกับนางได้สักครั้ง”

“ใช่! คงจะไม่มีผู้ใดคล้ายเชียงกวนเฉียนฮุ่ยซึ่งมีความแข็งแกร่งที่แท้จริง แต่หมัดอัสนีบาตของถังเทียนก็ทำให้ข้ารู้สึกคันไม้คันมืออยากจะสู้แล้วเหมือนกัน”

“เขากำลังบ้าคลั่ง” เหลียงเซียวกล่าว “มองไปในดวงตาของเขาสิ”

สิ่งที่เรียกว่า “บ้าคลั่ง” เป็นคำกล่าวถึงผู้คนที่ถูกกระตุ้นจนเข้าสู่สภาวะระเบิดพลัง ศักยภาพของบุคคลจะให้พรวดพราดสูงขึ้น และในช่วงเวลานั้น พลังความแข็งแกร่งของนักสู้จะเพิ่มขึ้นทั้งหมด แปรเปลี่ยนเป็นน่าสะพึงกลัวอย่างผิดปกติ

“แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะบ้าคลั่ง หมัดอัสนีบาตของเขาใช้ออกช่างงดงามจริง นอกจากนี้จังหวะกระบวนท่าแต่ละหมัดของเขาทั้งหมดช่างโดดเด่นมาก ถ้าข้าไม่ได้เห็นกับตา ข้าก็คงไม่เชื่อว่าผู้งมงายยุทธ์จะมีพลังเช่นนี้” หวังเจิ้นก็เคลื่อนไหว

“เจ้าจะมีโอกาสของเจ้า” เหลียงเซียวเหลืองมองไปยังหวังเจิ้น “สถาบันคาราเมลไม่มีคะแนนเพียงพอ”

“มีคะแนนไม่เพียงพอ?”

“อื้ม ข้าได้ตรวจสอบคะแนนของสถาบันคาราเมลมาแล้ว ถ้าหากพวกเขายังต้องการที่จะยังคงไว้ด้วยคุณสมบัติ พวกเขาจักต้องไว้วางใจในสองคนนี้สะสมคะแนนจากบททดสอบ”

“เจ้ากำลังจะบอกว่า…” หวังเจิ้นตกตะลึง แต่เขาก็รู้ว่าเหลียงเซียวนั้นมักจะระมัดระวังในสิ่งที่เขากระทำเสมอ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วก็คงจะมีส่วนที่เป็นความจริง

รูปแบบการให้คะแนนของเมืองเมฆาดาราจะเป็นตัวประเมินอันดับของทุกสถาบัน ผลจากบททดสอบจะประเมินคะแนนที่จะได้รับของแต่ละสถาบัน และสุดท้ายคะแนนสะสมจะเป็นตัววัดว่ามีความเหมาะสมที่สถาบันจะได้รับการสนับสนุนด้านการสิ่งอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างที่ควรหรือไม่

“สถาบันคาราเมลแทบจะมีคะแนนสะสมเป็นศูนย์ในปีนี้ นอกเหนือจากการสอบอย่างเป็นทางการ พวกเขาจำต้องเข้าร่วมชุมนุมยุทธ์ของเมืองเมฆาดารา และยังต้องได้อันดับที่ดี ก่อนที่จะมีความสามารถได้คะแนนสะสมอย่างเพียงพอ” เหลียงเซียวกล่าวอย่างเป็นนัย

หวังเจิ้นหัวร่อขึ้น “นั้นมันช่างน่าสนใจนัก!”

ด้วยหมัดอัสนีดังกล่าว หวังเจิ้นกระหายจะลองเผชิญดูสักครั้ง

ทันใดนั้น หวังเจิ้นนึกถึงคำถามที่ว่า “ถ้าหากสถาบันคาราเมลตกอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ เจ้าจะชักชวนอาโม่หลี่กลับมาได้อย่างไร”

“ทุบตีเขาจนกว่าเขาจะกลับไป” เหลียงเซียวกล่าวอย่างเย็นชา

หวังเจิ้นตกใจและยิ้มในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ราวกับว่าเขารู้ว่าเหลียงเซียวจะกระทำสิ่งนั้นอย่างที่ว่าแน่นอน

“ไปกันเถอะ ในเวลานี้เราจะปล่อยเขาไปก่อน” เหลียงเซียวหันไปปราศจากความลังเล “ในระหว่างงานชุมนุมยุทธ์ พวกเราจะรู้กันว่าเขาพัฒนาขึ้นหรือไม่”

หวังเจิ้นหันกลับไปและมองยังถังเทียนด้วยประกายตาที่ลุกเป็นไฟในดวงตาของเขา ก่อนที่จะหันหลังตามติดเหลียงเซียว และจากหายไป

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เมื่อยามที่เหลียงเซียวและหวังเจิ้นจากไป ตาเฒ่าเว่ยผู้ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้น เขาเหลือบมองไปยังทิศที่เหลียงเซียวและหวังเจิ้นจากไป ใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยริ้วรอย บอกได้ยากว่าเขารู้สึกมีความสุขอยู่หรือว่าโกรธอยู่ แต่แน่นอนว่าเขาต้องคิดอะไรบางอย่างอยู่เป็นแน่

สายตาของเขาลดลงไปมองยังสองคนที่ซึ่งกำลังต่อสู้กันอยู่และด้วยสายตาอันผิดปกติที่ปรากฏขึ้นมาในดวงตาของเขา

ถึงแม้ว่าอาโม่หลี่ควบคุมความแข็งแกร่งของเขาและเขายังคงไม่ได้ใช้ออกด้วยวิชาการต่อสู้ระดับสาม และแม้ว่าถังเทียนจะเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง ตาเฒ่าเว่ยรู้สึกประหลาดใจที่อาโม่หลี่ยังคงถูกกำราบโดยถังเทียน

คราแรกที่ตาเฒาเว่ยพบอาโม่หลี่เมื่อหลายปีก่อน และอาโม่หลี่เป็นผู้ซึ่งมีศักยภาพสูงล้ำด้วยที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน มาตรฐานร่างกายและความเข้าใจทางด้านวิชาการต่อสู้ของอาโม่หลี่ทำให้ผู้คนตกใจนัก เขายังมีสภาวะจิตใจที่บริสุทธ์ และไม่บ่นเมื่อยามเผชิญหน้ากับความลำบาก อาโม่หลี่เป็นผู้ที่มีความสามารถตั้งแต่เยาว์วัยและกลายมาเป็นผู้ที่รู้จักกันดีในผู้เชี่ยวชาญของสถาบันอสูรอำมหิต

ตาเฒ่าเว่ยเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาโม่หลี่ที่ว่า เหล่านักศึกษาผู้ที่มีชื่อเสียงมากกว่าอาโม่หลี่ เนื่องเพราะวัยของอาโม่หลี่ยังน้อย และเนื่องจากพวกเขามีเวลาบ่มเพาะมากกว่าเขา

เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว ศักยภาพของถังเทียบก็ต่างกันไม่มากนัก และมีเพียงจุดเดียวที่น่ายกย่องเขาคือ ถังเทียนมีรากฐานที่แข็งแกร่ง

เมื่อถังเทียนที่อยู่ตรงหน้าเขา ได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่เขามีต่อถังเทียนเมื่อวันสองวันก่อนอย่างหมดจด

เขาได้เฝ้ามองดูอาโม่หลี่อย่างลับๆมาหลายปี คุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของร่างกายอาโม่หลี่ เขารู้ดีที่สุด และนี้เป็นคราแรกที่เขาค้นพบผู้ซึ่งมีลักษณะร่างกายของเขาดีเทียบเท่าอาโม่หลี่

และ ยันต์จิตวิญญาณของ [วิชาหมัดอัสนีบาต] และมันพึ่งจะเป็นเพียงค่อนวันเท่านั้นที่เขาส่งมอบมันให้กับถังเทียน...

ตาเฒ่าเว่ยจ้องมองไปยังพวกเขาอย่างตั้งอกตั้งใจเต็มที่

ด้านร่างกายของทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันและเมื่อพิจารณาถึงความสามารถดด้านวิชาการต่อสู้แล้ว อาโม่หลี่เหนือกว่า แต่เมื่อถังเทียนที่อยู่ในสภาวะบ้าคลั่งและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ก็สอดคล้องเหตุผลที่ว่าทั้งสองแข็งแกร่งเท่ากัน

แต่อาโม่หลี่ก็ถูกทุบโดยสิ้นเชิงต่อหน้าของตาเฒ่าเว่ย

ช่างข่มเหงกันเหลือเกิน!

สายตาของตาเฒ่าเว่ยแวววาว ถังเทียนถูกครอบงำและชั่วร้ายผิดปกติ เขากำราบอาโม่หลี่ราวกับว่าเขาต่อสู้เอาชีวิตเป็นตายกัน ปราศจากเหตุผล เขาจู่โจมราวกับพายุอันบ้าคลั่ง แม้ว่าอาโม่หลี่จะอยู่ในการตั้งรับปกป้องตัวเองอยู่แล้ว อันตรายก็ปรากฏขึ้นรอบๆตัวเขา

“บ้าคลั่ง…” ตาเฒ่าเว่ยพึมพำกับตัวเอง

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

การโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความโกรธของถังเทียนอย่างรุนแรง ภายในดวงตาของเขาแดงก่ำ เขาปลดปล่อยเสียงคำรามออกมาจากปากของเขา และจังหวะการโจมตีของเขาจากทั้งสองหมัดก็เพิ่มขึ้นเร็วอีกอย่างต่อเนื่อง

อาโม่หลี่รู้สึกกดดันมากขึ้น เขาเริ่มที่จะเหนื่อยล้าและ[สิบสองฝ่ามือสนั่นปฐพี]ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง

เว้นเสียแต่ว่าเขาจะจำเป็นต้องใช้วิชาการต่อสู้ระดับสามกัน?

อาโม่หลี่กัดฟันของเขาอย่างแน่น หากเขาใช้ออกด้วยวิชาการต่อสู้ระดับสาม ไม่ใช่ว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้หรือ?

ในขณะนั้นก็มีกลิ่นหอมของเนื้อย่างชโลมเต็มไปในอากาศ

หื้ม?

ทั้งสองต่างแข็งค้าง

ถังเทียนสูดลมหายใจและท้องของเขาก็ร้องขึ้น ตาแดงก่ำของเขาก็หันจ้องไปยังทิศที่กลิ่นโชยมา ความหิวกระหายของเขาอยู่เหนือการควบคุมและดูดพลังเขาไปหมด เบื้องหลังประตูกางเขน เขาแน่นอนว่าไม่หิว แต่ตามหลัการแล้ว สัญชาตญาณดั้งเดิมของเขายังคงอยู่ เขาไม่ได้กินอะไรเลยในช่วงสิบวันที่ผ่านมาและด้วยกลิ่นเนื้อย่างนี้ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูกเลย

ถังเทียนหันหัวไป ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มีกองไฟอยู่ด้านหลังของเขา และตาเฒ่าเว่ยกำลังย่างเนื้ออย่างสบายใจอยู่

สังเกตุเห็นว่าถังเทียนมองมายังเขา ตาเฒ่าเว่ยพลันยกมือขวาของเขาขึ้นและโบกมือ “อ๊า ตามสบายเลย ทั้งสองคนสู้กันต่อตามสบายเลย!”

ปราศจากคำพูดสักครึ่งคำ ถังเทียนผละจากอาโม่หลี่และร่ำไห้ไปยังตาเฒ่าเว่ย “มอบมันให้ข้า ข้าต้องการมัน! ข้าต้องการมัน!

อาโม่หลี่ยืนมองอย่างตกตะลึง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนัก รวดเร็วจนเขางุนงงไปหมด

ปรากฏความสับสนภายในดวงตาของเขาอย่างรวดเร็ว

เขามองเห็นเงาร่างผู้ซึ่งตะโกนพลางทิ้งตัวลง และเขาก็กำหมัดแน่น

พื้นฐานถัง ข้าไม่ยอมแพ้ต่อเจ้า!

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ถังเทียนผู้ที่เต็มไปด้วยความต้องการสังหาร มีใบหน้าเต็มไปด้วยความพอใจขณะที่นั่งลงอย่างอ่อนเปลี้ย กอดรัดหน้าท้องของเขาคล้ายอาการมัวเมา “ดีมาก เป็นอาหารที่ดี! ตาเฒ่า ข้าไม่เชื่อเลยว่า ความสามารถการทำอาหารของท่านจะไม่เลว เรื่องปากท้องในภายภาคหน้า ข้าขอฝากไว้ที่ท่านแล้วกัน!”

อาโม่หลี่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าถังเทียนเลย ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตและอ่อนเพลียของเขาเปิดเผยขนขาอันน่าหวาดกลัว พลางแคะฟันของเขา “ตาเฒ่า หรือว่าท่านเคยเป็นคนครัวมาก่อน?”

ดูคล้ายภูมิใจ ตาเฒ่าเว่ยตอบ “พวกเจ้าทั้งสองยังคงเยาว์ ข้าผู้เชี่ยวชาญบนเส้นทางสวรรค์ ให้ข้าบอกเจ้าเรื่องนี้ ถ้าหากพวกเจ้าทั้งสองมีเจตนาจะเดินทางไปทั่วเส้นทางสวรรค์ อย่างนั้นเจ้าจะต้องเชี่ยวชาญวิชาการทำอาหารเป็นอันดับแรก”

“เส้นทางสวรรค์?” ถังเทียนตะลึง เด้งลุกขึ้นมานั่งในทันที

อาโม่หลี่รักษาสีหน้าพึงพอใจเอาไว้พลางลุกขึ้นนั่งตัวตรง “ตาเฒ่า เจ้าเคยไปยังเส้นทางสวรรค์?”

“ฮี่ฮี่ เมื่อตอนข้ายังหนุ่มข้าได้ผจญมาประมาณสองสามปี” ตาเฒ่ากล่าวพลางหัวเราะ

ถังเทียนและอาโม่หลี่กลายเป็นจริงจัง ดาราอู่อันอยู่ไกลโพ้น ณ อีกขอบของดวงดาว แม้เป็นที่รู้กันว่า เป็นถิ่นกำเนิดของมนุษย์ แต่หลังจากผ่านไปหลายหมื่นปี ดาราอู่อันก็กลับกลายเป็นสถานที่โดดเดี่ยวรกร้างไป

ผู้คนที่มีความสามารถก้าวไปสู่เส้นทางสวรรค์ได้ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดา

“นี่ ตาเฒ่า เส้นทางสวรรค์มันเป็นยังไงกันแน่?” ถังเทียนถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 013 – ผู้ชม

คัดลอกลิงก์แล้ว