เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 207 ในที่สุดก็จบลง

ตอนที่ 207 ในที่สุดก็จบลง

ตอนที่ 207 ในที่สุดก็จบลง


ตอนที่ 207 ในที่สุดก็จบลง

เมื่อมู่อี้ได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสโม่ก็รู้สึกพูดไม่ออกอยู่สักพัก บรรยากาศของที่นี่กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

จนกระทั่งหลังจากนั้นมู่อี้ก็พูดขึ้นมาว่า "ท่านบอกมาว่าหลี่เฉียจื่ออยู่ที่ใด แล้วข้าจะมอบตราหยกให้กับท่าน"

แม้ว่ามู่อี้อยากจะรู้ความลับของทัณฑ์สวรรค์สาปแต่ถ้าหากเทียบกันแล้วท่านปู่สำคัญสำหรับเขามากกว่า ในฐานะลูกศิษย์หลังจากที่ท่านปู่เสียชีวิตไป ศพก็ถูกทำให้กลายเป็นผีดิบทันที นี่ทำให้มู่อี้รู้สึกไม่พอใจจริงๆ แต่ในเมื่อท่านปู่เคยเป็นผู้ดูแลธงวิหคเพลิงเช่นนั้นแล้วกลุ่มทูตแห่งซวนหมิงจะไม่ทำอะไรหน่อยเลยหรือ? พวกเขาจะไม่ช่วยเรื่องการตามหาศพของท่านปู่กลับมาเลยหรือ?

ในเมื่ออีกฝ่ายจับตามองเขามานานขนาดนี้ เช่นนั้นแล้วมู่อี้ก็ไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านปู่ของเขา แต่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยเหลือเขาเลย นี่ทำให้มู่อี้ไร้ซึ่งความประทับใจใดๆกับสิ่งที่เรียกว่ากลุ่มทูตแห่งซวนหมิง นอกจากนี้ในความคิดของเขานั้นธงวิหคเพลิงนับว่าเป็นของร้อนรับเอาไว้ในมือก็ลวกมือเสียเปล่าๆและเขาไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย

เมื่อมู่อี้คิดเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาก็พบว่าถ้าหากศพของท่านปู่ไม่ได้โดนแย่งชิงไปเขาก็คงอาศัยอยู่ในภูเขาฟุเนียวอย่าเงียบสงบต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าโลกนี้จะถูกแบ่งแยกหรือเกิดความโกลาหลใดๆก็ตามมันจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย

"แม้ว่าเจ้าไม่มอบตราหยกมา ข้าก็จะบอกเจ้าเรื่องของหลี่เฉียจื่ออยู่แล้ว น่าเสียดายถ้าหากท่านอาจารย์ของเจ้าไม่ได้สั่งให้พวกเราห้ามเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิดหรือว่าหลี่เฉียจื่อช่วงชิงศพอาจารย์ของเจ้าไปได้?" ผู้อาวุโสโม่ถอนหายใจออกมา เขาเองก็เห็นถึงความไม่พอใจของมู่อี้ในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

"แต่เจ้าเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมอาจารย์ของเจ้าถึงไม่ยอมให้พวกเราเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้?" ผู้อาวุโสโม่ถามขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อผู้อาวุโสโม่อธิบาย มู่อี้ก็เข้าใจความคิดของท่านปู่ทันที ที่ท่านปู่ทำแบบนี้ก็เพื่อต้องการฝึกฝนเขาอย่างนั้นหรือ? น่าเสียดายที่มันเป็นแผนการที่วางเอาไว้ตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แม้แต่นักพรตเต๋าเฒ่าเองก็คงไม่คิดหรอกว่ามู่อี้จะมีพัฒนาการที่รวดเร็วขนาดนี้ ซึ่งทำให้แผนการที่เขาวางเอาไว้มีช่องโหว่มากมาย

บางทีตามแผนการที่นักพรตเต๋าเฒ่าวางเอาไว้นั้น ในระหว่างที่เขาตามไล่ล่าหลี่เฉียจื่อเขาก็จะได้รับประสบการณ์มากมายและพลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงระดับที่น่าพึงพอใจ เมื่อเสียชีวิตไปแล้วร่างกายของมนุษย์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากผิวหนังที่ใส่ของเน่าเสียเอาไว้ภายในเท่านั้น พลังชี่ในร่างกายไม่อาจเคลื่อนไหวอีกต่อไป แต่ไม่ว่าอย่างไรแผนการของเขาก็ทำให้มู่อี้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้ใช่ไหม?

มู่อี้ยอมรับว่าเหตุผลที่เขาฝึกฝนอย่างหนักก็เพราะเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ได้

ท่านปู่อาจจะไม่สนใจว่าศพของตนเองจะถูกกระทำอย่างไรบ้าง แต่สำหรับเขาแล้วนี่คือเรื่องที่ยอมไม่ได้เพราะท่านปู่คือคนที่ใกล้ชิดที่สุดของเขา

"เขาก็คือเขา ข้าก็คือข้า" มู่อี้พูดออกมาอย่างเย็นชาและจากนั้นเขาก็โยนตราหยกให้กับผู้อาวุโสโม่

ผู้อาวุโสโม่ไม่ได้รับตราหยกมาและสีหน้าของเขามีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น เขาไม่คิดว่ามู่อี้จะเด็ดขาดขนาดนี้แม้จะได้รู้ความจริงแล้วก็ตาม เขามองไปที่มู่อี้และอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

"ข้าผิดไปแล้วจริงๆ"

ผู้อาวุโสโม่พูดกับตัวเองในใจ เดิมทีในความเห็นของเขานั้นมู่อี้ย่อมต้องตกลงรับตำแหน่งแน่นอนหลังจากที่ได้ทราบความปรารถนาของท่านอาจารย์ของตนเองหรือไม่ก็อาจจะใช้เวลาเตรียมตัวอีกเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะยังอายุน้อยและอ่อนแอไปหน่อย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขายังเติบโตได้ไม่มีที่สิ้นสุดในอนาคตข้างหน้า

เมื่อมองไปที่มู่อี้นั้น ผู้อาวุโสโม่เห็นความหวัง เขารู้ดีว่าท่านปู่นักพรตเต๋าเฒ่าคาดหวังกับมู่อี้มากเพียงใด ถ้าหากนักพรตเต๋าเฒ่าไม่พามู่อี้เดินทางไปยังที่ต่างๆเป็นเวลา 8 ปีเต็มแต่หาสถานที่ที่เงียบสงบและพักผ่อน เขาก็จะสามารถมีชีวิตต่อไปได้อย่างน้อย 10 ปี

แต่เขากลับยกชีวิตที่เหลืออยู่ 10 ปีของตนเองให้กับมู่อี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเหมือนกับมู่อี้ที่คิดว่านักพรตเต๋าเฒ่าคือคนที่ใกล้ชิดที่สุดของตนเอง นักพรตเต๋าเฒ่าก็มีความรู้สึกเช่นนี้กับมู่อี้เหมือนกัน

"เอาล่ะ แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีข่าวคราวใดๆของหลี่เฉียจื่อมาสักพักแล้ว แต่เขาจะต้องปรากฏตัวในย่านเมืองเก่าของเมืองเซียงซีในวันที่ 5 ของเดือนพฤษภาคมอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าแค่ไปดักรอแล้วเจ้าจะได้พบกับหลี่เฉียจื่อ" ผู้อาวุโสโม่ตอบกลับมา

"วันที่ 5 ของเดือนพฤษภาคม? เมืองเซียงซี ย่านเมืองเก่า?" มู่อี้จดจำสถานที่และเวลาจากนั้นก็กล่าวขอบคุณผู้อาวุโสโม่ "ขอบคุณท่านมากที่บอกเรื่องนี้กับข้า"

หลังจากพูดจบมู่อี้ก็เดินออกไปจากที่นี่โดยไม่สนใจใยดี แต่อีก 2 คนที่เหลือก็ไม่ได้เดินตามเขาออกมา

จนกระทั่งมู่อี้ออกไปจากที่นี่แล้ว ผู้อาวุโสโม่ก็พูดขึ้นมาว่า "ข้ารู้ดีว่าคนอย่างเขาแม้จะรู้ความจริงแล้ว ก็อาจไม่ยอมรับเรื่องราวเหล่านี้ได้"

"ผู้อาวุโสโม่ ท่านคิดมากไปแล้ว ใครบ้างจะทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคตได้? บางครั้งอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถอะ เอาล่ะ วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้วขอตัวกลับไปอาบน้ำก่อน" เมื่อเหลิงหยู่พูดจบเขาก็หายตัวไปช้าๆ

เหลือเพียงผู้อาวุโสโม่เท่านั้นที่ยังอยู่ในสุสานแห่งนี้ เขาก้มลงมองตราหยกที่อยู่ในมือของตนเอง แต่สีหน้าของเขาไม่มีความประหลาดใจใดๆ

"พี่ชาย ท่านคิดว่ามันคุ้มค่าแล้วงั้นหรือ?" ท้ายที่สุดผู้อาวุโสโม่ก็ถอนหายใจออกมาและออกไปจากที่นี่

สุสานศพไร้ญาติแห่งนี้กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง แต่เปลวไฟที่ถูกจุดเอาไว้ก่อนหน้านี้ยังไม่ดับไปและบางครั้งก็จะส่งเสียงออกมาเบาๆ

ทันใดนั้นสายลมที่รุนแรงก็พัดเข้ามาในสุสานแห่งนี้จนทำให้เปลวไฟดับไปทันที เหลือเพียงเศษขี้เถ้าที่เกิดจากการเผาเงินกระดาษของมู่อี้เท่านั้นที่ลอยไปมา จากนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ร่างนั้นปรากฏตัวออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยดวงวิญญาณมากมายในสุสานแห่งนี้

"ฮี่ ฮี่"

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาทันที

ดวงวิญญาณที่ลอยอยู่ในอากาศก็รีบหนีไปด้วยความตกใจ พวกมันกลับเข้าไปในส่วนลึกของสุสานอีกครั้ง

น่าเสียดายที่ความเร็วของดวงวิญญาณนั้นถือว่าช้าเกินไปหน่อย มือหยกเอื้อมออกมาคว้าดวงวิญญาณดวงหนึ่งเอาไว้ "ข้าต้องตอบแทนความดีของผู้ที่เผาเงินกระดาษครั้งนี้ด้วยหรือไม่? แต่ค่าตัวของข้าก็ไม่ได้ถูกขนาดนี้เสียหน่อย"

เมื่อมีเสียงพูดดังขึ้นมามือหยกข้างนั้นก็ออกแรงบีบทันที ดวงวิญญาณที่อยู่ในมือก็ส่งเสียงร้องแหลมออกมา ทันใดนั้นทั่วทั้งสุสานศพไร้ญาติแห่งนี้ก็มีเสียงมากมายดังขึ้นมาและดวงวิญญาณนับร้อยดวงก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

"หนวกหู!"

น้ำเสียงที่โหดเหี้ยมดังขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้ทั่วทั้งสุสานแห่งนี้กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง จากนั้นมือหยกก็ดึงกลับมาใกล้ตัวและดวงวิญญาณที่อยู่ในมือก็ไม่มีการดิ้นรนต่อไปและยอมให้ถูกกุมไว้ในฝ่ามือหยก

"ไม่เลวเลยนี่นา ในเมื่อเจ้ารับเงินกระดาษของเขาแล้วเจ้าก็ต้องตอบแทนเขากลับไปด้วยเช่นกัน" หลังจากพูดจบเจ้าของมือหยกก็หายตัวไปทันที ขี้เถ้าของเงินกระดาษที่ถูกเผาไหม้ยังคงลอยไปมากลางอากาศราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่

หลังจากนั้นครู่หนึ่งดวงวิญญาณมากมายถึงกล้าออกมาจากส่วนลึกของสุสานอีกครั้ง ถ้าหากมีใครผ่านเข้ามาที่นี่คงเห็นได้ว่าสุสานศพไร้ญาติแห่งนี้ดูวุ่นวายโกลาหลอย่างยิ่ง

หลังจากเดินออกไปได้สักระยะหนึ่งทันใดนั้นผู้อาวุโสโม่ก็หันกลับมาและมองไปที่สุสานศพไร้ญาติอีกครั้ง แม้จะรู้สึกได้แต่เขาก็ส่ายศีรษะ "ผู้ดูแลธงผู้นี้ยังเด็กนัก"

ส่วนมู่อี้นั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย เขากลับไปที่บ้านของตนเองและเห็นโม่เสี่ยวหยูกำลังจ้องมองมาที่เขาพร้อมกับต้าหนิว

"นายท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ" หลังจากได้เห็นมู่อี้ โม่เสี่ยวหยูก็รีบลุกขึ้นมาจากพื้นและมองมาที่มู่อี้ด้วยสีหน้าที่มีอารมณ์มากมายอยู่ภายในนั้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาแต่ทุกๆคนก็เข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดี

"เจ้ากลับไปที่บ้านของตัวเองได้แล้ว" มู่อี้พูดออกมาในขณะที่จ้องมองโม่เสี่ยวหยู

"กลับบ้าน?" โม่เสี่ยวหยูรู้สึกตกตะลึงจากนั้นก็ถามกลับมาว่า "นายท่าน ท่านหมายความว่าท่านเจ้าของร้านกลับมาแล้วหรือขอรับ?"

"เขาอาจจะรอให้เจ้ากลับไปที่นั่นอยู่" มู่อี้พยักหน้า

"ขอบคุณมากขอรับ" โม่เสี่ยวหยูกระโดดขึ้นมาทันทีเมื่อเขาได้ยินข่าวดี จากนั้นเขาก็รีบวิ่งออกไปด้วยความตื่นตระหนก แต่เมื่อเขาวิ่งไปถึงประตูเขาก็หยุดวิ่งและหันกลับมาโค้งคำนับมู่อี้อีกครั้ง "นายท่าน ข้ารู้ว่าต้องเป็นท่านแน่นอนที่ช่วยเหลือท่านเจ้าของร้านของข้าเอาไว้ เพียงแค่คำขอบคุณไม่สามารถตอบแทนสิ่งที่ท่านทำลงไปได้ ในอนาคตถ้าหากมีเรื่องใดที่โม่เสี่ยวหยูคนนี้สามารถช่วยท่านได้ ท่านก็จงบอกมาเลย ข้าจะไม่ปฏิเสธแน่นอน"

แม้ว่าโม่เสี่ยวหยูจะไม่รู้ว่าความจริงมันเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ ในทางกลับกันเขาทราบข้อมูลต่างๆได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 2 วันก่อนเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าท่านเจ้าของร้านของเขาจะกลับมาอีกไม่นาน ในความคิดของเขานั้นต้องเป็นมู่อี้แน่นอนที่เป็นคนช่วยเหลือท่านเจ้าของร้าน

"เจ้ารีบกลับไปเถอะ" มู่อี้ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย สำหรับคำพูดของโม่เสี่ยวหยูนั้นเขาไม่ได้เก็บเอาไว้ในใจ อย่างน้อยด้วยพลังของโม่เสี่ยวหยูในตอนนี้ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย

"ขอบคุณและลาก่อนขอรับ" โม่เสี่ยวหยูพยักหน้าและรีบออกไปทันที

หลังจากเห็นว่าโม่เสี่ยวหยูออกไปแล้ว มู่อี้ก็ส่ายศีรษะเบาๆ ความจริงแล้วเรื่องนี้เขาไม่โทษผู้อาวุโสโม่เลยและอีกฝ่ายก็เลยบอกข้อมูลของหลี่เฉียจื่อให้เขาได้ทราบแล้ว แต่ในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนก่อนจะถึงวันที่ 5 ของเดือนพฤษภาคม เวลาเท่านี้มากพอที่ทำให้เขาเดินทางไปยังเมืองเซียงซีอย่างไม่รีบร้อนได้

ในขณะที่เขาถอนหายใจออกมานั้นเขาก็รู้สึกว่าตนเองเสียพลังงานไปมาก แต่สิ่งที่เขาทำไปก็ไม่ถือว่าสูญเปล่าเสียทีเดียว อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่าหลี่เฉียจื่อจะปรากฏตัวขึ้นที่ย่านเมืองเก่าของเมืองเซียงซีในวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม การเตรียมการในเมืองลั่วหยางไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว แม้แต่ลุงหลานตระกูลเซี่ยก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเขาอีกต่อไป

แน่นอนว่ามู่อี้ย่อมไม่มีทางพูดกับอีกฝ่ายตรงๆแบบนี้ เพราะทั้งลุงหลานตระกูลเซี่ยและฉงเจียอี่ย่อมมีประโยชน์สำหรับเขาในอนาคต

ส่วนตอนนี้มู่อี้ไม่รู้ว่าเขาควรทำอะไรก่อนดี หรือว่าเขาจะเตรียมข้าวของและออกเดินทางไปจากที่นี่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ดี?

มู่อี้ส่ายศีรษะ นอกจากเวลายังเหลือเฟือแล้วเขายังรู้สึกเสมอว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในเมืองฉางโจว ดังนั้นมู่อี้จึงตัดสินใจอยู่ที่นี่ไปอีกสักระยะหนึ่ง ลึกๆในจิตใจของเขานั้นเขายังสงสัยเรื่องทัณฑ์สวรรค์สาปอยู่ดี เขารู้สึกสนใจความลับที่ซ่อนอยู่ในเรื่องนี้ แม้ว่าตราหยกยังไม่ได้อยู่ที่เขาอีกแล้วแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าความอยากรู้ของเขาจะหายไปด้วย

คำสาปของโลกใบนี้ ความเศร้าและความสุข ชีวิตและความตาย ความเกลียดชังและการลาจาก

ในขณะที่มู่อี้กำลังทำสมาธิอยู่นั้น เนี่ยนหนิวเอ้อร์ก็ปรากฏตัวออกมาจากต้นไผ่แห่งชีวิตและตรงเข้ามาที่โต๊ะทันที

"พี่ชาย ท่านคิดถึงท่านปู่หรอ?" เนี่ยนหนิวเอ้อร์ถามด้วยความปรารถนาดี

"อื้ม ข้าไม่รู้ว่าท่านปู่เป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้" มู่อี้ส่ายศีรษะเล็กน้อย เขาไม่เคยเข้าใจความปรารถนาดีของท่านปู่เลย แต่ถ้าหากไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบใดๆ ย้อนกลับไปตอนนั้นแม้แต่กลุ่มทูตแห่งซวนหมิงก็ยังล่มสลาย แล้วจะมีประโยชน์อะไรกันถ้าหากเขาได้รับตำแหน่งเป็นผู้ดูแลธงวิหคเพลิง?

ด้วยพลังของเขาในตอนนี้การเข้ารับตำแหน่งนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับเขาเลย

แต่ท่านปู่ของเขาล่ะเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้? ท่านปู่กลายเป็นผีดิบ ผิวหนังมีกลิ่นเหม็นเน่า แม้ว่าเขาจะไม่สนใจว่าตนเองจะเป็นเช่นไรแต่มู่อี้ก็ไม่อาจปล่อยวางเรื่องนี้ได้

"ท่านปู่ แม้ว่าท่านจะบอกว่าอย่ายึดติดกับสิ่งใด แต่จำเป็นด้วยหรือที่ท่านต้องวางแผนการมากมายขนาดนี้" มู่อี้อดคิดถึงสิ่งที่ท่านปู่พูดกับเขาในตอนที่เดินทางไปยังที่ต่างๆขึ้นมาไม่ได้ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เคยทำร่วมกันกับท่านปู่ในตอนนั้น ทั้งเรื่องการหลอกลวงมากมาย เขาก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 207 ในที่สุดก็จบลง

คัดลอกลิงก์แล้ว