- หน้าแรก
- เช็คอินที่ฐานทัพสามปี ก็กลายเป็นบิดาแห่งหน่วยรบพิเศษระดับโลก
- บทที่1801[ประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก]
บทที่1801[ประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก]
บทที่1801[ประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก]
บทที่1801[ประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก]
◉◉◉◉◉
ทุกคนไม่พอใจการกระทำของพวกหมาหนังมาแต่ไหนแต่ไรแล้วยิ่งหลายปีที่ผ่านมาพวกนั้นก็ยิ่งก่อเรื่องไม่หยุดหย่อนแล้วพอมาเห็นหลักฐานในเรือดำน้ำที่เป็นเหมือนใบรับรองความชั่วร้ายของพวกมันทุกคนก็ยิ่งเดือดดาล
ที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกมันยังหน้าด้านออกมาพูดว่าจะให้ฝ่ายเหยียนมอบเอกสารทั้งหมดแล้วถอนกำลังออกไปไม่อย่างนั้นก็จะต้องรับผลที่ตามมา
เคยเจอพวกไร้ยางอายแต่ไม่เคยเจอพวกไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อนถ้าไม่กำจัดพวกนั้นให้สิ้นซากความแค้นของเพื่อนร่วมชาติที่ต้องตายอย่างน่าอนาถและนักดำน้ำที่พลีชีพไปเมื่อครู่ก็จะไม่ได้รับการชดใช้ทุกคนเลยยิ่งฮึกเหิมอยากจะออกไปสู้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แม้เฉินหลิงจะมองไม่เห็นสีหน้าของทหารเรือทุกคนแต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะสู้ที่ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีวันยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ทันใดนั้นเฉินหลิงก็หยุดพูดเรื่องไร้สาระแล้วเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน“เอาละตอนนี้ยังมีเวลาอยู่พวกนายทุกคนไปเขียนจดหมายลาตายซะ”
“ครับ!”
ทุกคนพยักหน้าอย่างไม่ลังเลแล้วรีบหันไปหยิบปากกากับกระดาษมาเขียนจดหมายลาตายทันที
จดหมายลาตายเป็นเหมือนตัวแทนของความมุ่งมั่นที่จะไม่ถอยแม้ต้องตายเพราะถ้ารบจนตัวตายก็คงจะไม่มีโอกาสได้เจอครอบครัวอีกแล้วการเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ก็เป็นเหมือนการบอกลาครั้งสุดท้าย
นี่เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติอยู่แล้วก่อนออกรบทุกครั้งเฉินหลิงจะให้ทหารของเขาเขียนจดหมายลาตายเพราะการสู้รบก็เหมือนการสู้กับคนตาบอดถ้าไม่จัดการเรื่องทุกอย่างไว้ล่วงหน้าก็จะโหดร้ายกับครอบครัวของพวกเขามากเกินไป
เมื่อพูดจบเฉินหลิงก็หันไปทำสัญลักษณ์ให้นายทหารสื่อสารปิดการสื่อสารจากนั้นก็เดินไปหาหลงวั่นชวนแล้วเอ่ยปากถามว่า“ตอนนี้ยังติดต่อข้างบนได้อยู่ไหม?”
หลงวั่นชวนขมวดคิ้วแน่นและส่ายหัว“สัญญาณถูกรบกวนจนใช้งานไม่ได้แล้วครับพวกเราไม่สามารถติดต่อใครได้เลย”
เฉินหลิงขมวดคิ้วตามและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหานายทหารเรือทุกคนแล้วพูดเสียงทุ้ม“ทุกคนครับพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้!ผมรู้จักการสู้รบในทะเลน้อยกว่าพวกคุณเพราะฉะนั้นการสู้รบครั้งนี้ผมขอฝากไว้ที่พวกคุณด้วยนะครับ”
เขาตัดสินใจมอบอำนาจให้พวกเขาโดยตรงเพราะนี่เป็นการสู้รบในทะเลครั้งแรกของเขาจริงๆซึ่งมันมีอะไรหลายอย่างที่เขาไม่รู้มากนักเขาไม่อยากจะสุ่มสี่สุ่มห้าออกคำสั่งจนต้องทำให้ทุกคนเสียชีวิตไปหมด
ส่วนทักษะการสู้รบของทหารกบที่เขาได้รับมาก็เป็นแค่ทักษะส่วนตัวไม่สามารถเอามาใช้สั่งการเรือรบได้ทั้งหมด
เฉินหลิงรู้ดีว่าต่อให้ตอนนี้เขาจะได้รับฉายาเป็นถึงบิดาแห่งหน่วยรบพิเศษก็ตามแต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างในโลกนี้ที่เขาไม่รู้การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
เฉินหลิงรู้ขีดจำกัดของตัวเองดีและไม่ว่าในสถานการณ์ไหนเขาก็จะให้ทุกคนแสดงความสามารถของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ไม่ใช่ให้ใครมาทำอะไรตามใจชอบเหมือนพวกวีรบุรุษจอมปลอม
เมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดนี้หลงวั่นชวนที่ลังเลมาพักใหญ่ก็ตัดสินใจยอมทำตามแล้วพยักหน้าทันที“ได้ครับ!”
ในเมื่ออีกฝ่ายอยากจะเปิดสงครามแล้วเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลีกหนีอีกต่อไปต่อให้ต้องตายเขาก็จะต้องทำให้พวกนั้นเลือดตกยางออกให้ได้
คำว่าลูกหลานประเทศเหยียนเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคนที่ไม่กลัวตายอยู่แล้ว
และเมื่อได้ฟังคำพูดของเฉินหลิงนายทหารเรือทุกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหลงวั่นชวนก็ยืนตัวตรงแล้วมองหน้ากันทุกสายตาของพวกเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียวแต่กลับมีแต่ความมุ่งมั่น
ใช่แล้วความมุ่งมั่น
พวกเขารอวันนี้มานานแสนนานจนแทบจะลืมไปแล้วว่ารอนานแค่ไหน
ในอดีตความเสื่อมโทรมของประเทศเริ่มต้นจากทัพเรือโดยเฉพาะการสู้กับศัตรูตรงหน้าในตอนที่ต้องสู้รบกับพวกนั้นครั้งแรกในช่วงปีค.ศ.1990ผู้บัญชาการทหารเรือเติ้งไม่เคยถอยแม้แต่ก้าวเดียวเขาได้นำทัพเรือสู้รบกับศัตรูจนถึงที่สุดแต่สุดท้ายพวกเขาก็แพ้อยู่ดี
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่แข็งแกร่งแต่เป็นเพราะประเทศที่อยู่ข้างหลังพวกเขามันไร้ประโยชน์จนเกินบรรยาย
ราชการทุจริตผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นแก่ตัวและต่างพากันยักยอกเงินกองทัพเพื่อใช้จ่ายส่วนตัวอาวุธที่ผลิตออกมาก็มีการทุจริตและลดคุณภาพลงไปมากกระสุนที่ผู้บัญชาการเติ้งใช้ยิงก็ต้องเอาตะไบมาตะไบออกถึงจะใส่เข้าไปในปืนใหญ่ได้และถึงยิงออกไปได้กระสุนก็ไม่ระเบิดเพราะมันถูกผลิตมาจากของเหลือทิ้งทั้งหมด
เมื่อนึกถึงประวัติศาสตร์อันน่าอับอายในอดีตพวกเขาก็ได้แต่คับแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยไม่ใช่ว่าทหารไม่แข็งแกร่งแต่เป็นเพราะคนข้างบนที่ทุจริตต่างหากนั่นทำให้ประเทศและประชาชนต้องตกอยู่ในความทุกข์ระทมมานานหลายปี
แต่ตอนนี้พวกเขาดีใจที่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้วประเทศของพวกเขากำลังรุ่งโรจน์ประชาชนและทหารทั่วประเทศร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวและเรื่องราวในอดีตก็จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
ดังนั้นในช่วงเวลานี้พวกเขาต่างก็หวังว่าจะใช้เลือดของตัวเองมาล้างความอัปยศที่เคยเกิดขึ้นและใช้ชีวิตของพวกนั้นปลอบประโลมดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
ทันใดนั้นเองนายทหารสื่อสารก็หน้าซีดและรีบตะโกนเสียงดังว่า“รายงานครับ!พบเครื่องบินของศัตรูแล้ว!”
ใบหน้าของกัปตันเรือตงหลายซีดเผือดและรีบสั่งอย่างเคร่งขรึมว่า“เร็วเข้าล็อกเป้าแล้วโจมตีทันที”
“รับทราบ!”
ไม่นานนายทหารสื่อสารก็พูดเสียงขรึม“รายงานครับเครื่องบินของศัตรูบินเร็วมากจนเราไม่สามารถล็อกเป้าได้ครับ”
ให้ตายสิ!
กัปตันเรือตงหลายกำหมัดแน่นแล้วรีบวิ่งไปที่หน้าจอเรดาร์เมื่อเห็นภาพบนหน้าจอแล้วเขาก็สั่งการทันทีว่า“แจ้งให้ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะสู้ได้เลย”
“รับทราบ!”
นายทหารสื่อสารพยักหน้าแล้วรีบแจ้งคำสั่งลงไปในช่องทางการสื่อสารทันที
จากนั้นกัปตันเรือตงหลายก็เอ่ยปากถามอีกครั้ง“ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?เราจะโจมตีพวกมันได้ไหม?”
นายทหารสื่อสารส่ายหัวอย่างจนใจ“รายงานครับ!พวกมันเจ้าเล่ห์มากครับพวกมันบินเลียบผิวน้ำทำให้ระยะของขีปนาวุธไม่สามารถโจมตีพวกมันได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ”
กัปตันเรือตงหลายขมวดคิ้วแน่น
ที่พวกมันทำแบบนี้เป็นเพราะว่าพวกมันมั่นใจว่าขีปนาวุธของเขาจะทำอันตรายพวกมันไม่ได้
แน่นอนว่าการที่พวกนั้นบินเลียบผิวน้ำไม่ได้เป็นการแสดงความสามารถอะไรแต่มันเป็นแผนการที่ไม่น่าไว้วางใจ
เป็นที่รู้กันดีว่าเฮลิคอปเตอร์ของทัพเรือไม่ได้มีแค่ภารกิจปราบเรือดำน้ำเท่านั้นแต่ยังสามารถติดอาวุธตอร์ปิโดและขีปนาวุธต่อต้านเรือรบได้ด้วยซึ่งมันเป็นอันตรายต่อเรือรบอย่างมาก
กัปตันเรือตงหลายถามอีกครั้งว่า“พวกมันส่งเครื่องบินมาทั้งหมดกี่ลำ?”
นายทหารสื่อสารรายงานเสียงเคร่งขรึม“ดูจากตอนนี้แล้วมีอย่างน้อยห้าลำครับ”
ใบหน้าของกัปตันเรือตงหลายยิ่งดูหนักใจขึ้นไปอีก
แย่แล้วสิ
ต้องรู้ก่อนว่าสำหรับประเทศแล้วนักบินแต่ละคนมีค่ามากเพราะการที่จะมาเป็นนักบินได้จะต้องผ่านอะไรหลายอย่างไม่ใช่แค่ร่างกายที่ต้องแข็งแรงสมบูรณ์เท่านั้นแต่สมองก็ต้องดีด้วยและต้องผ่านการสอบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนักบินด้วย
ตอนนี้ศัตรูส่งเครื่องบินมาห้าลำแต่พวกเขามีแค่ลำเดียวความต่างมันมากเกินไปถ้าเริ่มการต่อสู้เมื่อไหร่นักบินของพวกเขาจะถูกล้อมและตายในทันที
กัปตันเรือตงหลายเพิ่งจะคิดมาถึงตรงนี้ก็ได้ยินเสียงของนายทหารสื่อสารอุทานขึ้น“ไม่ดีแล้วครับ!นกนางนวล1ของเราขึ้นบินแล้วมันกำลังจะไปโจมตีครับ…”
เมื่อพูดจบทุกคนในห้องบัญชาการก็ตกใจกันจนตัวสั่นไปหมด
อะไรนะ?นกนางนวล1ขึ้นบินไปโจมตีเองงั้นเหรอ?แต่มันเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวที่พวกเรามีอยู่นะ
◉◉◉◉◉