เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 010 - ย้ายสถาบัน

ตอนที่ 010 - ย้ายสถาบัน

ตอนที่ 010 - ย้ายสถาบัน


ตอนที่ 010 - ย้ายสถาบัน

ฟ้าว!

แรงลมที่เกิดจากหมัดระเบิดออกอย่างแรง ถังเทียนจดจ่ออยู่กับการปล่อยหมัดทั้งสองอย่างต่อเนื่อง เขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เม็ดเหงื่อไหลย้อยมาจนถึงคางเขาและล่วงหล่นไปยังพื้นสีดำใต้เท้าของเขา

ในระหว่างนั้นบางคราที่หมัดจะหายไปกระทันหัน

ทุกคราเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ตัวเลขบนประตูจะเพิ่มขึ้น ถังเทียนยังเป็นมือใหม่สำหรับวิชานี้ ปล่อยออกสิบหมัด จะมีเพียงหมัดเดียวที่เกิดเป็นหมัดอัสนีบาต

ยันต์จิตวิญญาณขั้นทองแดงเพียงประทับร่างช่วงสั้นๆ มันไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจอย่างกระจ่างเพียงเวลาอันน้อยนิด เพราะฉะนั้น ราคาของยันต์จิตวิญญาณขั้นเงินจึงสูงกว่ายันต์ขั้นทองแดง

อย่างไรก็ตามถังเทียนก็ไม่ได้ใส่ใจ ตราบเท่าที่มีเพียงยันต์จิตวิญญาณใบเดียว เขาก็พึงพอใจแล้ว

เขายังไม่คุ้ยเคยกับการเคลื่อนไหวของหมัดนี้ ใช้ออกสิบครา มีเพียงหนึ่งที่สำเร็จ เขาก็ไม่ใส่ใจปัญหานี้สักเท่าไหร่ มันเทียบไม่ได้กับห้าปีที่แล้วเลย เมื่อยามที่เขาฝึกซ้อมวิชาการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน

ถ้าหากเขาไม่คุ้นเคยมันก็เพียงฝึกเพิ่มขึ้น ยันต์จิตวิญญาณขั้นทองไม่ได้ให้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และนั้นเขาจักต้องไตร่ตรองด้วยตัวเอง

เขายุ่งมากกับการฝึกซ้อม หลังจากใช้เวลาไปห้าปี ในที่สุดเขาก็ได้ฝึกวิชาการต่อสู้ระดับสอง สิ่งที่อัดอั้นในใจของเขาพอที่จะระเบิดโลกนี้ออกเป็นเสี่ยงๆ

เพื่อความเชี่ยวชาญ 200,000 จุด สำหรับความต้องการเชี่ยวชาญวิชา!

เพื่อกระบวนท่าสังหาร!

เพื่อเฉียนฮุ่ย!

เพื่อมารดาข้า!

เพื่อตัวข้าเอง!

เขารู้สึกว่าพลังงานในร่างกายไม่รู้จักหมดสิ้น และสภาพตอนนี้ของเขาก็ไม่เคยดีขึ้น เขาชื่นชอบเส้นทางชีวิตนี้ของตน เขาตะโกนก้องถึงเป้าหมายภายในใจ และเขาสามารถหลั่งเหงื่อได้อย่างอิสระภายใต้ดวงตะวันนี้

เหล่าเป้าหมายความทะเยอทะยานไม่ยั้งยืนดั่งดวงดาราบนท้องฟ้า ไม่สามารถที่จะบรรลุถึง ช่างยาวไกลนัก

ถ้าหากเขาไม่แม้จะที่จะหลั่งเหงื่อ ความฝันของเขาแน่นอนมันก็เพียงแค่ความฝัน

เขาไม่ยอมหลับยอมนอนสักครั้งตั้งแต่ที่เขาพบว่าเขาไม่จำเป็นต้องกินขณะที่อยู่ในพื้นที่หลังประตูดารากางเขนใต้นี้ ถ้าหากเขาไม่ได้ฟื้นฟูพลัง เขาก็จะฝึกซ้อม [วิชาหมัดอัสนีบาต] เขาพึ่งจะสำเร็จหมัดอัสนีบาตเพียง 768 หมัด

เมื่อเทียบกับ 200,000 หมัด 786 หมัด คล้ายจะดูเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ถังเทียนยังคงมุ่งมั่น เขารู้จุดเริ่มต้นมักจะเป็นส่วนที่ยากที่สุด แต่เมื่อยามเขาผ่านจุดนั้นไปได้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการใช้ออกหมัดอัสนีบาตจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เป็นเวลาห้าวันติดต่อกัน ถังเทียนจมอยู่กับการฝึกซ้อม

จำนวนตัวเลขความสำเร็จของหมัดอัสนีบาตของเขาเริ่มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว ก่อนหน้าใช้ออกสิบหมัดเขาจะสำเร็จเพียงหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาสำเร็จถึงสามภายในสิบหมัด

ตัวเลขบนประตูเพิ่มขึ้นเรื่อยและรวดเร็ว และระหว่างระยะการเพิ่มขึ้นยิ่งสูงขึ้นกว่าเดิม

หอบหายใจอย่างหนัก และเหงื่อก็ไหลล่วงหล่นอย่างมากมาย ความเมื่อยล้าเริ่มคลืบคลานเข้ามา เขาเท้าไปยังเข่าของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือด เขามองไปพื้นที่รอบๆอย่างช้าๆ ด้วยสายตาละห้อยที่เริ่มจะฟื้นตัวขึ้น

เขายิ้มขึ้น แม้ว่าเขาจะรู้สึกหมดเรี่ยวแรง แต่ยังคงดูแจ่มใสราวกับดวงตะวัน

เขาสำเร็จความเชี่ยวชาญหมัดอัสนีบาตไปถึง 8000 แล้ว

เขานั่งราบเรียบไปกับพื้น ปิดตาลงเหมือนยามปกติ เริ่มต้นโคจร [วิชาลับการบ่มเพาะลมปราณ] ภายในประตูดารากางเขนใต้ มีพลังงานมากมาย เร่งเร้าการบ่มเพาะพลังปราณและเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะมากขึ้น ถังเทียนรู้สึกได้ถึงทุกอย่างทุกพลังที่ส่งมายามเขาโคจร [วิชาลับการบ่มเพาะลมปราณ] ลอยอยู่รอบตัวเขาคล้ายแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ที่พุ่งตรงมาหาเขา

พลังงานที่ลอยอยู่แทรกซึมเข้าไปในร่างกายถังเทียน พร้อมกับที่เขาโคจร [วิชาลับการบ่มเพาะลมปราณ] เมื่อยามที่มันไปถึงตันเถียน มันแน่นิ่งอยู่ภายในบ่อน้ำ

ที่นั่นมีอยู่สองบ่อในตันเถียนของถังเทียน หนึ่งบนอีกหนึ่งอยู่ล่าง บ่อที่อยู่ด้านบนคือบ่อตันเถียนบ่อแรก และที่อยู่ล่างคือบ่อตันเถียนที่สอง

เมื่อพลังปราณแท้จริงเข้าสู่ตันเถียน ร่างกายจะสร้างบ่อตันเถียนขึ้นมาใหม่ทุกคราที่เติมเต็มแล้ว บ่อจะถูกสร้างขึ้นด้านบนของบ่อที่แล้ว คล้ายเป็นขั้นบันได

ตามตำนาน ถ้าหากฝึกจนถึงระดับที่หยั่งไม่ถึง ปราณแท้จริงจะแทรกซึมเข้าสู่บ่อตันเถียนและเพิ่มขึ้นระดับต่อระดับ จนไปถึงจุดอวิ้นถังอยู่ระหว่างคิ้วของแต่ละคน เพื่อพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็นนิรันดร์

แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่ข่าวลือ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดบ่มเพาะปราณแท้จริงจนถึงจุดนั้น เช่นเดียวกับที่ยังไม่มีผู้ใดไปถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางสวรรค์

ซึมซับพลังเข้าสู่ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นปราณแท้จริงและเติมเต็มตันเถียน ชำระล้างอีกคราเพื่อเติมเต็มลงสู่บ่อตันเถียนที่สอง

บ่อน้ำตันเถียนที่สองถูกเติมเต็มทีละนิด

กระบวนการนี้เชื่องช้ายืดเยื้อเป็นบททดสอบของความอดทน เมื่อพลังปราณแปรเปลี่ยนเป็นปราณแท้จริงอย่างช้าๆ ร่างกายเหมือนได้รับสารอาหารล่อเลี้ยงเพื่อฟื้นฟู

เหล่านักสู้ผู้มั่งคั่งต่างใช้หินดาราเพื่อบ่มเพาะปราณแท้จริง หินดารามีปริมาณพลังงานที่บริสุทธิ์ หลังจากดูดซับพลังงานบริสุทธิ์ การบ่มเพาะสามารถที่จะแปรเปลี่ยนพลังงานเป็นปราณแท้จริงได้ และลดระยะเวลาในการบ่มเพาะ

อย่างไรก็ตามราคาของหินดารา ไม่ใช่สำหรับคนปกติที่จะใช้จ่ายไหว

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ตันเถียนบ่อที่สองของถังเทียนเต็มไปด้วยปราณแท้จริง แต่ถังเทียนยังไม่รู้สึกถึงสัญญาณการขยายตัว เขาถูกกระตุ้น ให้บ่มเพาะพลังปราณต่อเพื่อดึงมาชำระเป็นปราณแท้จริง หลังจากผ่านจุดอวิ้นถังไหลลงสู่ตันเถียนหลังจากนั้นก็ไหลต่อไปยังบ่อตันเถียนที่สอง

ทันใดนั้น ร่างถังเทียนก็สั่นสะท้าน สีหน้าของเขาดูปลื้มปิติ

เขารู้สึกถึงปราณแท้จริงในตันเถียนคล้ายเขาสามารถสัมผัสได้ถึงกำแพงที่มองไม่เห็น

มันเต็มแล้ว!

บ่อตันเถียนที่สองถูกเติมเต็มแล้ว!

ขั้นของกำแพงที่มองไม่เห็นรู้จักในนามของกำแพงแห่งความสมบูรณ์แบบ เบื้องหลังกำแพงนี้คือบ่อตันเถียนที่สาม ยามสัมผัสได้ถึงกำแพงแห่งความสมบูรณ์แบบ นั่นหมายถึงว่าการบ่มเพาะปราณแท้จริงของบ่อนั้นก็สมบูรณ์แบบ

ขณะนี้นั้นต้องการวิชาการบ่มเพาะปราณระดับสามหรือมากกว่าเพื่อจะทะลายกำแพงแห่งความสมบูรณ์แบบและสร้างบ่อตันเถียนที่สาม

ไม่สงสัยเลยที่ถังเทียนจะมีความสุข คาดเดาได้เลยว่า เขาใช้เวลานานมากที่สำเร็จ [วิชาลับการบ่มเพาะพลังปราณ] เขาไม่ได้คาดหวังเลยว่าตัวเขาจะเชี่ยวชาญมันรวดเร็วขนาดนี้

ดังนั้น เขาสามารถที่จะเริ่มฝึกบ่มเพาะวิชาการบ่มเพาะพลังปราณระดับสามได้แล้ว

พลังปราณแท้จริงที่มาจากบ่อตันเถียนที่สามจะมีขนาดใหญ่และคุณภาพกว่าบ่อตันเถียนที่สอง

[คั่นหนังสือ : ตามที่ต้นฉบับอังกฤษบอกไว้นะครับ ตันเถียนบ่อที่สามหมายถึงมีพลังปราณระดับปราณแท้จริงขั้น 3 มีสองบ่อก็ ขั้น 2 เขาว่ามางั้นครับ ^O^]

ถังเทียนเต็มไปด้วยความสุข พลังปราณแท้จริงเป็นการสร้างรากฐาน หากปราศจากปราณแท้จริง วิชาการต่อสู้คงเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน วิชาการต่อสู้ที่น่ายำเกรงจะสิ้นเปลืองอย่างสูงของปราณแท้จริง โดยเฉพาะเหล่าลูกศิษย์ของพวกตระกูลใหญ่ผู้ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ในการบ่มเพาะของพวกเขา

ขั้นที่สาม!

มีเพียงขั้นที่สามหรือมากกว่าเท่านั้นที่มีความสามารถที่จะผ่านไปยังประตูดาราของเส้นทางสวรรค์เพื่อไปยังเส้นทางสวรรค์สู่ภูเขาดาราอมตะเพื่อที่จะได้พบเฉียนฮุ่ย

ถังเทียนยิ้มจนถึงหู ขณะที่เขากระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้น

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ขั้นสาม ข้าต้องการบ่มเพาะวิชาการบ่มเพาะพลังปราณขั้นสาม”

“ข้าจะไปยังเส้นทางสวรรค์!”

“ข้าต้องการไปยังภูเขาดาราอมตะ!”

เขากระโดดด้วยความสุขเบื้องหลังประตูกางเขน เต้นโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริงคล้ายกับเด็ก

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หยุดพัก

สีหน้าของเขาแจ่มใสเหมือนดวงตาของเขา เขากำหมัดแน่น ชกออกไปในอากาศและตะโกนก้องอย่างจริงว่า “เฮ้ เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าแน่ใจว่าเจ้าเป็นเทพเจ้า”

“วูบ” ร่างของเขากระพริบปรากฏด้านตรงข้ามกับที่เขายืนอยู่ แสร้งทำเป็นพูดว่า “โอ้ ข้าว่าเจ้าคิดถูกแล้ว”

“วูบ” กลับไปยังตำแหน่งเดิมของด้วยสีหน้าชื่นชม “ข้ารู้ได้ว่า [วิชาหมัดอัสนีบาต] ดุจดั่งเทพเจ้าอย่างที่เจ้าว่า โดยรวมแล้วไม่น่าจะมีปัญหา”

“วูบ” กลับไปด้านตรงข้าม โบกมือของเขา มองดูอย่างประทับใจ “หนุ่มน้อย ช่างรอบรู้ในวัยเพียงเท่านี้ ดีมาก เจ้าจะมีอนาคตที่ดีในภายภาคหน้า”

หลังจากเสร็จสิ้นการออกท่าทาง ถังเทียนรู้สึกพึงพอใจและกลับไปฝึกซ้อมของเขาต่อ

เสียงลมแหวกระเบิดจากทุกหมัดของเขา มันเห็นได้ชัดว่ามีพลังมากขึ้นในตัวเขา

[คั่นหนังสือ : ถึงตอนนี้แล้วบอกตรงๆครับ เจอพระเอกกำลังภายในจีนมาเยอะ พึ่งจะเจอคนที่เป็นบ้าก็เรื่องนี้แหละ คุยพึมพำกับตัวเองไม่ว่าดันมีสลับบทคุยคนเดียวด้วย]

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

“อาโม่หลี่ เจ้ากำลังจะย้ายสถาบันงั้นรึ? เพราะอะไร?” อาจารย์ใหญ่ถามด้วยอาการไม่น่าเชื่อ เขาไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่ว่าเขาจะมองดูยังไง มันก็ไม่พบเหตุผลว่าทำไม อาโม่หลี่ถึงต้องการที่จะย้ายไปยังสถาบันอื่น

สถาบันอสูรอำมหิตใหญ่เป็นอันดับสามของเมืองเมฆาดารา เขามีทรัพยากรเยอะกว่าสถาบันคาราเมลอย่างมาก อาโม่หลี่ได้คำนึงถึงพรสวรรค์ของเขาเป็นที่สำคัญ เขาอยู่ในอันดับหนึ่งในสิบเมื่อยามที่เขาเข้ามาเมื่อสองปีที่แล้ว พรสวรรค์นี้ยังหายากนัก

อาจารย์ใหญ่กล่าวอย่างสงบ “ข้าคงจะยุ่งกับงานมากและได้ละเลยเจ้า หากเจ้ามีความไม่พอใจและไม่มีความสุขอันใดสามารถบอกข้าได้ หรือว่าเจ้าติดขัดในการบ่มเพาะ? เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับยันต์จิตวิญญาณ? เจ้าสามารถเลือกยันต์จิตวิญญาณระดับสี่ขั้นเงินได้สามใบเลย”

อาโม่หลี่ส่ายหน้า “มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งพวกนั้น ข้าไม่ได้เดินในเส้นทางที่ผิดแต่ข้าเพียงต้องการตามหาเส้นทางการต่อสู้ของตัวเอง!”

“เส้นทางการต่อสู้ของเจ้า?”อาจารย์ใหญ่หยุดยิ้ม “อาโม่หลี่ แม้ว่าเจ้าเป็นคนมีพรสวรร์แต่เจ้ายังคงเยาว์วัย ความสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่การค้นหาเส้นทางการต่อสู้แต่เป็นการสร้างรากฐานที่ดี ทุกเส้นทางการต่อสู้มันไม่ใช่เพียงแค่การเพ้อฝัน”

อาโม่หลี่ก้มศีรษะลงให้อาจารย์ใหญ่พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าขอบคุณในความเป็นห่วงของท่าน ข้าจะขยันอย่างหนัก!”

อาจารย์รู้ได้เลยว่าอาโม่หลี่เอาจริงเอาจัง แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกผิดหวังพลางตอบว่า “อาโม่หลี่ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่รู้สึกนึกเสียใจในการตัดสินใจครั้งนี้”

“ข้าจะไม่มีวันเสียใจ!” อาโม่หลี่ตอบ

เขาเดินออกจากห้องทำงานอาจารย์ใหญ่

ขณะกำลังเดินอยู่ห้องโถง เสียงขึงขังก็ดังมาทางด้านหลังอาโม่หลี่

“อาโม่หลี่ เจ้ากำลังย้ายสถาบันงั้นรึ? ไปยังสถาบันเดียวกับเจ้างมงายยุทธ์นั่น?”

อีกเสียงที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ผู้ที่มีแนวโน้มจะได้เป็นดั่งราชาในสถาบันอสูรอำมหิต กลับวิ่งหนีไปพร้อมกับผู้งมงายยุทธ์อันฉาวโฉ่กระโจนลงไปยังบึงโคลน ช่างน่าอับอายขายหน้านัก!”

อาโม่หลี่หันร่างมา ขมวดคิ้วจ้องมองไปยังตาเขา “เทียนหลิน ถ้าหากเจ้าไม่อยากโดนข้าตบปากละก็ เข้าควรจะหุบปากเอาไว้”

ด้านหน้าของเขา หนึ่งในสองคนนั้นมีใบหน้าที่ดูเหยียดหยามและปราศจากความยำเกรง เขามีนามว่า เทียนหลิน เทียนหลินเป็นนักศึกษาหนึ่งในสิบอันดับของสถาบันอสูรอามหิตอยู่อันดับเก้า

ประกายตาเทียนหลินปรากฏความโกรธ แต่เขายังคงหุบปากไว้ เมื่อใดที่อาโม่หลี่โมโหขึ้นมา มันคงไม่ยอมจบจนกว่าจะมีใครสักคนตกตาย เทียนหลินไม่ได้ต้องการที่จะปะทะกับอาโม่หลี่

ถัดจากเทียนหลิงเป็นชายหนุ่มที่ดูสงบนิ่งสูงด้วยสีหน้าที่ขึงขัง กล่าวด้วยน้ำเสียงลึกๆว่า “อาโม่หลี่ เจ้าต้องการที่จะเดินบนเส้นทางอันต่ำต้อยนี้จริงๆ?

อาโม่หลี่ไม่ได้เห็นเทียนหลินอยู่ในสายตา แต่อีกผู้หนึ่งที่สูงนี้ ทำให้เขากดดันเป็นอย่างมาก

เหลียงเซียว อันดับหนึ่งแห่งสถาบันอสูรอำมหิต!

สิ่งใดที่ทำให้อาโม่หลี่รู้สึกกดดัน ไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งแกร่งของเหลียวเซียว แต่ยังมีความจริงที่ว่าเหลียงเซียวมักจะคอยดูแลเขาอยู่เสมอและคอยให้คำแนะนำแก่เขาเป็นอย่างมาก

สิ่งที่พี่ชายเหลียงเซียวกล่าว ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ แต่เขาก็รู้ว่าในเวลานี้ คำอธิบายคงไร้ความหมายที่ไม่มีผู้ใดที่จะเชื่อมัน

ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะใช้หนึ่งในเป้าหมายของเขาเพื่อจะอธิบายมัน

อาโม่หลี่กำหมัดแน่นแต่ไม่นานเขาก็คลายออก เงยหน้าขึ้นกล่าวอย่างมั่นใจต่อเหลียงเซียว “ศิษย์พี่เหลียงเซียว รอคอยข้าเพื่อจะเอาชัยท่าน!”

หลังกล่าวเสร็จสิ้น เขาก็จากไปปราศจากสิ่งใดๆที่บ่งบอกว่าไม่เต็มใจ

ตามเส้นทาง ผู้คนต่างชี้มายังเขาและกระซิบกระซาบขณะที่เข้าเดินผ่าน เขาทำเป็นมองไม่เห็น ด้วยอาการยั้บยั้งที่จะกำหมัดของเขา เขาตัดสินใจแน่วแน่ในหัวใจเขาแล้ว

เขา อาโม่หลี่ แน่นอนว่าจะค้นหาเส้นทางเต๋าของตัวเอง!

“เจ้าหวังว่าจะได้ชัยเหนือศิษย์พี่เหลียงเซียวงั้นเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” เทียนหลินหัวเราะอย่างชั่วช้าดังมาแต่ไกลเสียงของดังก้องทั่วห้องโถง

ได้ยินเช่นนี้ ทุกคนที่กำลังมองไปยังอาโม่หลี่ ต่างหัวร่อและเวทนาเขา เขาช่างประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว นั่นช่างดูบ้าบอมาก

สถาบันคาราเมล อะไรกัน? ก่อนหน้า ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อสถาบันนี้มาก่อนและเมื่อรู้เรื่องเกี่ยวกับอันดับของสถาบันคาราเมล พวกเขาคงจะตกตะลึง

อันดับสามจากท้าย!

โอ้สวรรค์ นี่มันสถาบันเห็บเหาอันใด!

และนั่นนักศึกษาผู้ซึ่งโดนไล่ออกจากจะสถาบันสันติธรรม* ผู้โด่งดังของเมืองเมฆาดารา สุดยอดงมงายยุทธ์

[คั่นหนังสือ : เปลี่ยนจากสถาบันแอนดรูว์เป็นสันติธรรม *อานเต๋อ* ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ Tongchat Chotisen ครับ]

ตัววายร้าย! ตัววายร้าย!

ในสายตาของทุกคน อาโม่หลี่ทำลายอนาคตของเขาเอง และยิ่งได้ยินเกี่ยวกับการประกาศก้าวของเขา ทั้งหมดคิดว่าเขาคงเป็นบ้าไปแล้ว

ยกเว้นเหลียงเซียวผู้ซึ่งจ้องมองไปยังเบื้องหลังของอาโม่หลี่ ดูคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง

ข่าวที่ว่าอาโม่หลี่ย้ายไปยังสถาบันคาราเมล แพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วทั้งเมืองเมฆาดารา

ไม่ใช่ใครเป็นดั่งเช่น กระทิงคลั่งอาโม่หลี่ เพียงสองปีของเขา ก็พุ่งทะยานขึ้นไปติดอันดับหนึ่งในสิบของสถาบันอสูรอำมหิต เขาถูกมองเป็นผู้รับช่วงต่อจากเหลียงเซียว

อีกคนที่คล้ายกันที่ผู้คนต่างรู้จัก คือสุดยอดงมงายยุทธ์แห่งเมืองเมฆาดารา จอมเผด็จการอันดับหนึ่งของสถาบันสันติธรรม เป็นที่เกลียดชังและน่ารังเกียจจากหลายคน สุดยอดเด็กขยะถังเทียน เกิดจากสวะ สุดยอดขยะ

ทั้งสองเข้าไปด้วยกันยังสถาบันอันดับสามจากท้าย สถาบันเห็บเหานามคาราเมล

เรื่องแปลกๆนี้ เป็นคราแรกที่เกิดขึ้นในเมืองเมฆาดารา ก่อให้เกิดความโกลาหลอย่างมากในสถาบันต่างๆ

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

 

จบบทที่ ตอนที่ 010 - ย้ายสถาบัน

คัดลอกลิงก์แล้ว