- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 58: เร่งรีบสู่โรงพยาบาล
บทที่ 58: เร่งรีบสู่โรงพยาบาล
บทที่ 58: เร่งรีบสู่โรงพยาบาล
เจียงเหวินซวี่ไม่ได้กลับมาที่นี่หลายปีแล้ว ต่อให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนสำคัญ ๆ เขาก็จะส่งผู้ช่วยคนสนิทมาแทน เมื่อก่อนเขาไม่เคยใส่ใจเหตุผลเบื้องหลังการกระทำของตัวเอง แต่ตอนนี้จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า... เขารู้สึกผิดต่อจือซูมาโดยตลอด
เขาติดค้างเหอจือซูตั้งแต่จุดเริ่มต้น ยอมรับว่าการทำดีกับจือซูและการปกป้องจือซูเกิดจากความชอบที่มีให้ แต่บ่อยครั้งมันมาจากความเห็นแก่ตัวของเด็กวัยรุ่นขี้อวดที่อยากโชว์พาว เขาจะรู้สึกพึงพอใจทุกครั้งที่เห็นจือซูหน้าแดงหรือหลบตาด้วยความเขินอาย และยิ่งลำพองใจเมื่อคำสารภาพรักของเขาได้รับการตอบรับ
จือซูเป็นคนซื่อบื้อมาตลอด เขาเก็บทุกความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เจียงเหวินซวี่มอบให้ไว้ในใจ และตอบแทนกลับด้วยความรักทั้งหมดที่มีอย่างเต็มหัวใจ ราวกับติดหนี้บุญคุณเจียงเหวินซวี่มหาศาล
เซ็กซ์ครั้งแรกของเหอจือซูเกิดขึ้นในวันเกิดอายุครบ 18 ปีของเจียงเหวินซวี่ ในโรงแรมราคาถูกซอมซ่อ พวกเขาทำกันบนเตียงไม้เก่า ๆ ที่ไม่รู้ว่าผ่านศึกมากี่สมรภูมิแล้ว ทั้งคู่ขาดประสบการณ์ เจียงเหวินซวี่ใจร้อนและอยากรู้อยากเห็น ส่วนเหอจือซูก็ยอมตามใจทุกอย่าง ครั้งนั้นจือซูเจ็บมาก เจ็บจนร้องไม่ออก และไม่กล้าร้องด้วยเพราะห้องเก็บเสียงแย่มาก นับตั้งแต่นั้นมา จือซูกลายเป็นผู้ตามที่เงียบงัน ไม่มั่นใจในตัวเอง และชินชากับการประนีประนอมยอมความ
เจียงเหวินซวี่ไม่ได้แกล้งรักเหอจือซู แม้จะผ่านไปกว่า 10 ปี แต่เขา "รักตัวเอง" มากกว่านิดหน่อยเสมอ นี่คือเหตุผลที่เขาเลือกจือซูทั้งที่รู้ว่าอนาคตข้างหน้ายากลำบาก นี่คือเหตุผลที่เขาไปหาเศษหาเลยข้างนอกเมื่อจือซูตอบสนองความต้องการไม่ได้ และนี่คือเหตุผลที่เขาหวงแหนจือซูจนขังให้อยู่แต่ในบ้าน
แต่เมื่อมาถึงจุดเป็นจุดตาย วินาทีที่ต้องเผชิญหน้ากับผลกรรม เจียงเหวินซวี่ถึงได้ตระหนักว่าเขารักจือซูมากกว่าที่คิดไว้... ไม่ใช่แค่มากกว่านิดหน่อย แต่เขารักจือซูมากกว่าชีวิตตัวเองด้วยซ้ำ ณ เวลานี้ ถ้ามีใครยื่นข้อเสนอให้จือซูหายป่วยแลกกับอาชีพการงานหรือแม้แต่ชีวิตของเขา เขาจะตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
ความรักที่เจียงเหวินซวี่มีต่อจือซูไม่เคยลดน้อยลง ตรงกันข้าม มันก่อตัวขึ้นทีละน้อย เริ่มจากความหลงใหลชั่ววูบของวัยหนุ่ม หลงทางไปกับสิ่งยั่วยวน และตอนนี้... คือการตื่นรู้ ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เจียงเหวินซวี่ถูกโอบล้อมด้วยความอ่อนโยนของจือซูที่หลอมละลายได้แม้กระทั่งหัวใจที่แข็งดั่งหินผา
ริมฝีปากของเจียงเหวินซวี่เริ่มเขียวคล้ำ เขากดหน้าอกแน่นและควานหายาในกระเป๋าเสื้อ
ผู้จัดการสาขาที่นั่งอยู่เบาะหน้าเหลือบมองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง ครั้งสุดท้ายที่เจอเจียงเหวินซวี่คือตอนประชุมที่สำนักงานใหญ่ปักกิ่งเมื่อวันชาติปีนี้ ตอนนั้นเจียงเหวินซวี่ยังดูห้าวหาญ เผด็จการ และมั่นใจในตัวเอง แต่ผ่านไปไม่ถึงหกเดือน เขาดูห่อเหี่ยวราวกับเทพเจ้าที่ร่วงหล่นจากบัลลังก์ ผู้จัดการเลือกที่จะเงียบและบอกคนขับให้มุ่งหน้าไปโรงแรม
วันนี้ฟ้าครึ้มและมีฝนตกในช่วงบ่าย บ้านทั้งหลังจึงหนาวเหน็บและชื้นจนน่าอึดอัด
ร่างกายของเหอจือซูไวต่อสภาพอากาศยิ่งกว่ากรมอุตุฯ เสียอีก ตลอดทั้งวันเขาอ่อนเพลียและเบื่ออาหาร กินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด จนอ้ายจื่ออวี้กังวลแทบบ้า ท้ายที่สุด จือซูอาเจียนน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นที่อ้ายจื่ออวี้ป้อนให้ ออกมาเป็นเลือด
อ้ายจื่ออวี้ตกใจสุดขีด เขารีบพาจือซูขึ้นรถซิ่งไปโรงพยาบาลและสั่งฉีดยา Ara-C (ยาเคมีบำบัด) ทันที
จือซูหลับไปแล้วที่โรงพยาบาล อ้ายจื่ออวี้กอดจือซูไว้แน่นเพราะไม่อยากให้ผ้าปูที่นอนบาง ๆ ทำจือซูหนาว อ้ายจื่ออวี้กลัวจับใจ หัวใจเขาเต้นแรงจนมือสั่นคุมพวงมาลัยไม่อยู่ เขาไม่อยากสัมผัสความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว
ในฐานะหมอที่ทำงานมานาน เขาเคยเกลียดเสียงกรีดร้องโวยวายของญาติคนไข้ เขาเคยเชื่อว่าพระเจ้ามีแผนการของท่าน มนุษย์ทำได้เพียงพยายามให้ดีที่สุด แต่ตอนนี้อ้ายจื่ออวี้เข้าใจแล้วว่า ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุด... ไม่มีพฤติกรรมใดของมนุษย์ที่บ้าคลั่งเกินไปหรอก เมื่อคนที่คุณรักที่สุดกำลังจะตายในอ้อมแขน
ถ้าอ้ายจื่ออวี้ไม่สติแตกจนเสียศูนย์และควบคุมเสียงตัวเองไม่ได้ เขาคงจะไปก้มหัวกราบกรานขอร้องเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านลูคีเมียทีละคนให้มาช่วยชีวิตจือซู โดยไม่สนศักดิ์ศรีของตัวเองแล้ว
จือซูดูดีขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมา แต่หน้ายังซีดอยู่ อ้ายจื่ออวี้ยังคงกอดเขาไว้แน่นและเหม่อลอย ไม่รู้ว่าใจลอยไปถึงไหน
"...คิดอะไรอยู่ครับ?" จือซูถามเสียงแผ่ว
อ้ายจื่ออวี้ค่อย ๆ ดึงสติกลับมามองจือซูและยิ้ม "เรื่องสำคัญน่ะครับ"
จือซูไม่ถามต่อ แต่หยิกเอวอ้ายจื่ออวี้เบา ๆ "คุณมาเข้าฝันผมด้วยนะ"
"จริงเหรอ?"
"อื้ม"
"ฝันว่าอะไรครับ?"
"คุณยืนอยู่ไกล ๆ ข้างหลังคุณมีทุ่งดอกไม้เต็มไปหมด..."
"ฮะ ๆ ผมเป็นคนขายดอกไม้สินะ?"
"ใช่ครับ ไม่งั้นคุณคงไม่เมินผมตอนที่ผมไปขอดอกไม้ฟรีจากคุณหรอก"
อ้ายจื่ออวี้กระชับกอดแน่นขึ้นทันที "ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ"
จือซูยิ้มอย่างจนใจและผลักเขาออก "บอกแล้วไงครับว่าเป็นแค่ความฝัน อย่าจริงจังนักสิ แต่ผมมีคำขอข้อนึงจริง ๆ นะ... กลับบ้านกันเถอะครับ โรงพยาบาลเหม็นจะตาย"
อ้ายจื่ออวี้ฝืนยิ้ม "คุณจะตกลงไหมถ้าผมคุกเข่าอ้อนวอนให้คุณรักษาตัวต่อ?" เขาตอบกลับหลังจากเงียบไปนาน
"เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าจะให้ทุกอย่างที่ต้องการ แล้วนี่จะมาเอาศักดิ์ศรีแลกกับการยอมแพ้ของผมเหรอครับ?" จือซูจ้องตาอ้ายจื่ออวี้ ถอนหายใจพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "ไม่เอาน่า... ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร..."
อ้ายจื่ออวี้ไม่พูดอะไร เขาดูเศร้าสร้อยจนจือซูทนมองไม่ได้
ริมฝีปากของจือซูเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น ประทับจูบเบา ๆ ที่มุมปากของอ้ายจื่ออวี้
"...ชาติหน้าผมจะเป็นของคุณ ช่วยแกล้งทำเป็นมีความสุขหน่อยไม่ได้เหรอครับ?"