- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 52: การเผชิญหน้าของพี่น้อง
บทที่ 52: การเผชิญหน้าของพี่น้อง
บทที่ 52: การเผชิญหน้าของพี่น้อง
อ้ายจื่อเฉียนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าน้องชายแท้ ๆ จะมาลงไม้ลงมือกับเขาเพราะคนนอก... พอผู้ชายสองคนตะลุมบอนกัน มันก็หนักหน่วงเอาเรื่อง น้องชายคนนี้เขาเฝ้าประคบประหงมดูแลมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่ตอนนี้กลับกล้าหันมาสู้กับเขา ซึ่งมันทำให้หัวใจคนเป็นพี่แตกสลายยับเยิน
"ไอ้เด็กเวรเอ๊ย! แกสนุกของแกคนเดียว แต่รู้ไหมว่าฉันเสียเงินไปเท่าไหร่ในช่วงไม่กี่วันนี้? แค่สามวัน! ยี่สิบล้านเชียวนะเว้ย! ต่อให้แกไปเป็นชู้กับฟ่านปิงปิง (ดาราจีนชื่อดัง) ก็ยังไม่เสียหายเยอะขนาดนี้เลย! ถ้าฉันไม่คอยออกหน้าปกป้องแก ป่านนี้เจียงเหวินซวี่คงเล่นงานแกตายไปแล้ว! ถ้าฉันไม่ตามใจแก ป่านนี้พ่อคงหวดก้นแกลายไปแล้ว!"
ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี...
อ้ายจื่ออวี้หอบหายใจหนักหน่วง เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าพี่ชายจะยอมจำนนหรือยัง เขารู้สึกไม่สงบใจมาตั้งแต่เมื่อคืน ขณะที่เขากำลังหวาดกลัวและกระวนกระวาย พี่ชายเขากลับเข้ามาแทรกแซงโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่
อ้ายจื่อเฉียนทำเกินไปแล้ว เขาพูดจาดูถูกเหยียดหยามและใส่ร้ายคนที่อ้ายจื่ออวี้ให้ความสำคัญและรักที่สุดอย่างเลือดเย็น ไม่ว่าเหอจือซูจะแย่แค่ไหน เขาก็ยังเป็นคนที่อ้ายจื่ออวี้แคร์ที่สุดในหัวใจ เป็นดั่งแสงจันทร์ที่ไขว่คว้าไม่ถึง... อ้ายจื่อเฉียนสมควรโดนหมัดนี้แล้ว
คนเราต่างก็มีเรื่องที่น่าอับอายแต่ตัดใจไม่ลงกันทั้งนั้น อ้ายจื่ออวี้ไม่เคยพูดออกมา แต่เขาก็เจ็บใจลึก ๆ ที่มีผู้ชายอื่นได้ดูแลประคบประหงมจือซูมานานกว่าสิบปี คำพูดของพี่ชายจึงยิ่งทิ่มแทงใจเขา ราวกับเหยียบซ้ำลงบนตะปูที่ปักคาเท้าอยู่
อ้ายจื่ออวี้สังหรณ์ใจไม่ดีเมื่อเห็นสายตาของพี่ชายมองข้ามไหล่เขาไปแล้วชะงักค้าง...
เหอจือซูยืนอยู่หลังฉากกั้นไม้ ภายในห้องอากาศเย็น เขาใส่เพียงชุดนอนบาง ๆ ภายใต้เสื้อโค้ทตัวหนา ใบหน้าของเขาซีดเผือด เปลือกตาหลุบต่ำลงปิดซ่อนอารมณ์ความรู้สึกจากอ้ายจื่ออวี้ ไม่มีใครรู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว
"คุณคือ...?" อ้ายจื่อเฉียนขมวดคิ้ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ รู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที
อ้ายจื่ออวี้ตื่นตระหนกสุดขีด เขาก้าวเข้าไปหาจือซูแต่ก็หยุดชะงักกลางทาง "จือซู?" เขาเรียกชื่อแผ่วเบา
เหอจือซูค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาว่างเปล่า "อ้ายจื่ออวี้... ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ต้นไม้ในสวนแตกใบหนาเป็นพุ่มแล้วนะ" นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเต็มของคุณหมอ แต่มันกลับทำให้อ้ายจื่ออวี้แทบร้องไห้
อ้ายจื่อเฉียนตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่คิดว่านี่คือเหอจือซู เขานึกว่าคนที่จะแย่งหัวใจเจียงเหวินซวี่ไปและทำให้น้องชายเขาหลงหัวปักหัวปำ จะต้องมีหน้าตาสวยสะดุดตาและดูร่านสวาทบนเตียง แต่นี่กลับเป็นผู้ชายที่ดูเศร้าสร้อยและโดดเดี่ยว เขาดูซีดเซียวและจืดชืด จนเกือบจะเรียกได้ว่าไร้อารมณ์ทางเพศด้วยซ้ำ
อ้ายจื่อเฉียนเป็นคนความจำดี จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดที่น้องชายเคยบอกว่า คนรักของเจียงเหวินซวี่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลของเขา... เดี๋ยวนะ น้องชายเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) นี่นา?
อ้ายจื่อเฉียนรู้สึกว่าเรื่องนี้มันบ้าบอคอแตก นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้ ในฐานะนักธุรกิจ เขาคำนวณต้นทุนและกำไรอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาไม่เข้าใจเลยว่าน้องชายจะได้อะไรจากเรื่องนี้ อ้ายจื่ออวี้ทุ่มเททั้งกายและใจเพื่อพาเหอจือซูมาอยู่ด้วย แต่แตะต้องตัวก็ไม่ได้ แถมมะเร็งของเขาก็ดูท่าจะรักษาไม่หาย
เจียงเหวินซวี่ก็เป็นคนที่เขาอ่านไม่ออกเหมือนกัน เขาเคยนับถือผู้ชายคนนี้ที่เฉียบขาดในธุรกิจและเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ปรากฏว่าหมอนั่นแอบซุกคนรักไว้ที่บ้าน และเพิ่งจะมาสติแตกเอาตอนที่ของรักหายไป เจียงเหวินซวี่ไล่กัดทุกคนที่เขาตามตัวเจอ... การแข่งขันที่เลวร้ายเปรียบเหมือนดาบสองคม แต่ในเรื่องนี้ เจียงเหวินซวี่สูญเสียมากกว่าอ้ายจื่อเฉียนเยอะ
อ้ายจื่ออวี้ไม่สนแล้วว่าพี่ชายจะคิดอะไร สิ่งเดียวที่เขาแคร์ตอนนี้คือเหอจือซู เขาก้าวเข้าไปหาจือซูทีละก้าว "ไปดูกันเถอะว่าเจ้าหมาตื่นหรือยัง" เขาพูดเสียงนุ่ม "ถ้ายังไม่ตื่น เราไปปลุกมันแล้วพามันไปเดินขึ้นเขากันนะ"
เหอจือซูหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว เป็นปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อซ่อนน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ ความรักครั้งนี้ทำให้เขากลัว... ถ้าเขาเผลอใจอ่อนยอมรับมัน จุดจบเลวร้ายคงรอทุกคนอยู่
ดังนั้นเขาต้องควบคุมตัวเอง เขาทำให้หัวใจกลายเป็นหิน ปั้นหน้าเย็นชาและเดินหนีไป ไม่ลังเล ไม่หันกลับมามอง
"อ้ายจื่ออวี้! กลับปักกิ่งกับพี่เดี๋ยวนี้!" อ้ายจื่อเฉียนขมวดคิ้วตะโกนไล่หลัง เขาไม่อาจทนเห็นน้องชายต้องทนทุกข์และเจ็บปวดกับอนาคตที่ไร้ความหวังแบบนี้ได้
แต่อ้ายจื่ออวี้ไม่ฟัง เขาวิ่งตามเหอจือซูไปและกอดไว้แน่น "อย่าทิ้งผมไปนะ"
"ไม่มีผม ชีวิตคุณจะดีกว่านี้นะ" เหอจือซูตบไหล่อ้ายจื่ออวี้เบา ๆ ยิ้มแล้วพูดว่า "กลับบ้านเถอะครับ"
"เสี่ยวอวี้... พาเขาไปด้วยก็ได้ อย่างน้อยพี่ก็ช่วยดูแลเขาได้" อ้ายจื่อเฉียนเสียงอ่อนลงอย่างสิ้นเชิง "อีกอย่าง ที่ปักกิ่งนายก็รู้จักหมอเก่ง ๆ เยอะแยะ"
อ้ายจื่ออวี้ไม่ยอมคลายอ้อมกอด
"ผมสัญญาแล้วว่าจะให้เขาอยู่ทางใต้ เขาไม่ชอบโรงพยาบาล... เขาไม่ชอบลมและหิมะทางเหนือ" เสียงอู้อี้ของอ้ายจื่ออวี้ดังมาจากซอกคอของเหอจือซู
ทำไมสายลมอุ่น ๆ ทางใต้... ต้องไปทนทรมานกับความหนาวเหน็บทางเหนือด้วยล่ะ?