- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 48: รักบ้าบออะไรของแก!
บทที่ 48: รักบ้าบออะไรของแก!
บทที่ 48: รักบ้าบออะไรของแก!
ทันใดนั้น ภาพขวดแก้วและกระปุกยาที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือในบ้านของเจียงเหวินซวี่ก็แวบเข้ามาในหัวของจางจิงเหวิน... หนังสือถูกเอาออกไปจนหมดแล้วแทนที่ด้วยสิ่งเหล่านั้น ความคิดนี้ทำให้เขาตกใจจนเหงื่อกาฬผุดพรายทั่วร่าง
"เหวินซวี่! ฉันจะไปรอที่บ้านแก ไม่ว่าตอนนี้แกจะอยู่ที่ไหน กลับบ้านเดี๋ยวนี้!"
เจียงเหวินซวี่รู้สึกถึงลางสังหรณ์อัปมงคลที่ประดังเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ขาของเขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว เขารู้ดีว่ามีบางอย่างที่เขาต้องเผชิญหน้า แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ทุกเซลล์ในร่างกายกรีดร้องเตือนเขาว่า— 'อย่ากลับไป!'
เมื่อเจียงเหวินซวี่มาถึงบ้าน จางจิงเหวินยืนรออยู่ข้างนอกแล้ว เขาใส่เพียงเสื้อไหมพรมแคชเมียร์บาง ๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ และดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
"ทำไมมาช้าจังวะ?" จางจิงเหวินขมวดคิ้ว
เจียงเหวินซวี่ไขกุญแจเปิดประตูแล้วถาม "แกนึกอะไรออกอีก?"
จางจิงเหวินไม่ตอบ เขาเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้องทำงานโดยไม่ลังเล และพบว่าขวดแก้วพวกนั้นยังอยู่ที่เดิม เหอจือซูไม่ได้เอามันไปด้วย
จิงเหวินหยิบขึ้นมาตรวจสอบทีละขวด ยาเฉพาะทางบางตัวดูยากมากเมื่อไม่ได้อยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม และเขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญสาขาเดียวกับอ้ายจื่ออวี้ จึงยากที่จะระบุชนิดของยาเม็ดหลากสีพวกนี้
ตอนแรกเขากะว่าจะหยิบไปตรวจในห้องแล็บ แต่สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับขวดที่วางอยู่ด้านในสุด รูม่านตาของจางจิงเหวินหดเกร็งทันทีที่เห็นมัน เขาเอื้อมมือไปหยิบขวดนั้น เทเม็ดยาสองเม็ดลงบนฝ่ามือและพิจารณาดู... เขารู้จักยาตัวนี้ดี
ไทโอกวานีน (Thioguanine)... ยาเฉพาะทางสำหรับรักษา มะเร็งเม็ดเลือดขาว
คราวที่แล้วเขารีบกลับเกินไป เลยดูไม่ชัดเจน
เจียงเหวินซวี่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังเขา จางจิงเหวินค่อย ๆ หันกลับมาช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาและความโกรธเกรี้ยว นอกจากนั้นยังมีความโศกเศร้าที่เจียงเหวินซวี่ไม่เข้าใจและทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่น
จางจิงเหวินนึกถึงใบหน้าซีดเซียวและร่างกายอ่อนแอของเหอจือซูในครั้งล่าสุดที่เจอกัน นึกถึงโรคเลือดแข็งตัวยากของอีกฝ่าย และนึกถึงแววตาอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มทุกครั้งที่จือซูต้อนรับเขามากินข้าวที่บ้าน... จิงเหวินส่ายหน้าและหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ฉันเสียใจจริง ๆ ที่ไม่ได้ตบหน้าแกตั้งแต่วันแรกที่เห็นแกควงเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นไปไหนมาไหน"
หัวใจของเจียงเหวินซวี่เหมือนถูกชกอย่างจังด้วยพลังที่มองไม่เห็น เขาก้าวเข้าไปหาเพื่อนสองสามก้าว ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ไม่ใช่เพราะความโกรธ "เกิดอะไรขึ้น?"
"แกรักเหอจือซูไหม?"
"รักสิ" เจียงเหวินซวี่ตอบโดยไม่ลังเล
จางจิงเหวินพุ่งเข้าไป ชกหน้าเจียงเหวินซวี่เต็มแรง! ในรอบหลายปีมานี้มีน้อยเรื่องนักที่จะทำให้เขาโกรธจัดได้ขนาดนี้ เขากัดฟันตะคอกใส่หน้าเพื่อน
"แกรักเขาเหรอ?! รักบ้าบออะไรของแก! แกรักเขาแต่แกไปมั่วกับเด็กผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ! แกรักเขาแต่แกมองไม่เห็นเลยเหรอว่าร่างกายและจิตใจเขาย่ำแย่ลงแค่ไหน! แกรักเขา... แกถึงได้ข่มขืนเขาเนี่ยนะ!"
เจียงเหวินซวี่เถียงไม่ออก แต่เขาก็หงุดหงิดที่จู่ ๆ ก็โดนต่อยและโดนด่า สติปัญญาของเขาเหลือศูนย์เมื่อควบคุมอารมณ์ไม่ได้ "แกไม่รู้เรื่องในครอบครัวเราหรอก! ฉันก็แค่เที่ยวเล่นสนุก ๆ! ฉันไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่!"
"เจียงเหวินซวี่! แกมันหน้าด้าน บัดซบจริง ๆ!" จางจิงเหวินหยุดมือ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง แต่เย็นชาและเสียดแทง
"ตอนที่แกออกไปเที่ยวเล่น... เขาอาจจะกำลังเจาะไขกระดูกจนลุกไม่ขึ้น... ตอนที่แกสงสัยว่าเขากับหมอมีซัมติงกัน... เขาอาจจะเพิ่งตะเกียกตะกายกลับมาถึงบ้านหลังจากทำคีโม... แกแกล้งทำเป็นเสียใจหลังจากข่มขืนเขาเมื่อวันก่อน แต่แกรู้ไหมว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่มีสติ? และทำไมเขาถึงไม่ยอมถอดเสื้อโค้ท? ...ก็เพราะแขนเขามีแต่รอยเข็มเจาะและรอยช้ำเต็มไปหมดไงล่ะ!"
เจียงเหวินซวี่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเรื่องราวมันบานปลายเกินควบคุม ความหนาวเหน็บแล่นพล่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขายืนตัวแข็งทื่อ ท่าทีข่มขู่เมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงเด็กน้อยที่เพิ่งก่อเรื่องหายนะ ถามเสียงสั่นอย่างคนทำอะไรไม่ถูก
"...อะ... อะไรนะ... แกพูดเรื่องอะไร?"
จิงเหวินแสยะยิ้มทั้งน้ำตา "เหอจือซูไม่เอาแกแล้วว่ะคราวนี้" เขาหันหลังเตรียมจะเดินจากไปโดยไม่เอายาไปด้วย และไม่หันกลับมามองอีก
"เขาเป็นอะไรกันแน่?!" เจียงเหวินซวี่ตะโกนลั่น น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
"ลูคีเมีย... มะเร็งเม็ดเลือดขาว... ฉันไม่รู้ว่าเป็นมานานแค่ไหนแล้ว"
"อย่ามาล้อเล่นน่า ช่วงนี้ฉันไม่ได้ไปกวนตีนแกเลยนะ! เอาล่ะ... ต่อให้จือซูไม่อยู่บ้าน ฉันก็จะให้ของขวัญวันแต่งงานแกสองเท่าเลย" เจียงเหวินซวี่เสียงอ่อนลงและฝืนหัวเราะออกมา "ฉันรู้ว่าฉันผิด ฉันขอโทษเขา ฉันจะเปลี่ยนตัวเองใหม่... แกอย่ามาขู่ให้กลัวแบบนี้สิ"
เหมือนคนจมน้ำที่พยายามตะเกียกตะกายคว้าฟางเส้นสุดท้าย เจียงเหวินซวี่จ้องมองจางจิงเหวินอย่างมีความหวัง หวังเพียงให้เพื่อนพูดออกมาว่า 'ล้อเล่นน่า' เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้เขา
"แกเคยเห็นเขาเลือดกำเดาไหลไหม? แกเคยเห็นเขาเบื่ออาหารเพราะอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าหรือเปล่า? แกเคยเห็นเขาตัวรุม ๆ มีไข้ต่ำ ๆ บ้างไหม?"
"..."
"ตอนนี้ยังไม่กล้ายอมรับอีกเหรอ? หัดแกล้งโง่เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่? ...แกหลอกตัวเองได้เหรอวะ?"
ทุกคำพูด... กรีดแทงหัวใจของเจียงเหวินซวี่จนเหวอะหวะ