- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 36: นายคือคนเดียวที่ฉันต้องการ
บทที่ 36: นายคือคนเดียวที่ฉันต้องการ
บทที่ 36: นายคือคนเดียวที่ฉันต้องการ
จางจิงเหวินยุ่งเกินกว่าจะอยู่นานกว่านี้ ข้ออ้างเรื่องไปดื่มเหล้าที่บาร์ก็แค่ข้ออ้างบังหน้า เพื่อนฝูงที่สนิทกันรู้ดีว่าช่วงนี้เขากำลังหัวหมุนกับการเตรียมงานแต่งงาน
"ไว้ 'เมียเด็ก' ของแกอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหน่อยนะ สีหน้าเขาดูไม่ดีเลย" จางจิงเหวินทิ้งท้ายก่อนจะกลับ แต่จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ เลยถามว่า "ช่วงนี้แกกินยาอะไรอยู่หรือเปล่า? ในขวดแก้วพวกนั้นในห้องทำงานมันคือยาอะไร?"
เจียงเหวินซวี่ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด จึงส่ายหน้า "ไม่ใช่ของฉัน เดี๋ยวจือซูตื่นแล้วฉันจะถามเขาเอง"
จางจิงเหวินกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่เสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะเสียก่อน เขาโบกมือลาเจียงเหวินซวี่ขณะรับสายด้วยน้ำเสียงพินอบพิเทาเอาใจ "กำลังกลับครับ... ก็บอกว่าอยู่บ้านเหวินซวี่ไง... ว่าไงนะ? อยากกินปู? ปูเป็น ๆ เนี่ยนะ? คุณจะนึ่งเองเหรอ? ดึกป่านนี้แล้วหน้าหนาวด้วย ผมจะไปหาปูเป็น ๆ จากไหน?... ฮัลโหล อย่าเพิ่งโกรธสิครับ เมียจ๋า..."
เจียงเหวินซวี่ปืนประตูเงียบ ๆ รู้สึกว่าบ้านของเขาหนาวเหน็บและอ้างว้างกว่าเดิม เมื่อก่อนจางจิงเหวินเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ทั้งหยิ่งยโส เห็นแก่ตัว และขวางโลก ชอบหัวเราะเยาะเพื่อนที่แต่งงานไปทีละคน ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งจางจิงเหวินจะตกหลุมรักผู้หญิงสักคนและกลายเป็นแมวเชื่อง ๆ แบบนี้ แถมยังมาเทศนาให้เจียงเหวินซวี่จริงจังกับความรักและเลิกทำตัวเลว ๆ ได้แล้ว
เจียงเหวินซวี่กลับเข้าไปในห้องรับแขกและเร่งฮีตเตอร์ให้แรงขึ้น เขานั่งคุกเข่าข้างเตียง ห่มผ้าให้เหอจือซูใหม่อย่างระมัดระวัง มองดูคนที่กำลังหลับใหลด้วยสายตาเปี่ยมรัก และเอื้อมมือไปทัดปอยผมที่ระใบหน้าไปไว้หลังหู น่าแปลกที่หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก... ทั้งความรักที่คุ้นเคย ความกังวล และความหวาดกลัว
เจียงเหวินซวี่ไม่คาดคิดเลยว่าจือซูจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ลับ ๆ ของเขา และไม่อยากเชื่อด้วยว่าตัวเองจะละเมอเรียกชื่อคนอื่นตอนกอดจือซูเวลาเมา เขาตระหนักได้ว่าตัวเองช่างเป็นสารเลวที่โหดร้ายเหลือเกิน ถ้าเขาจับได้ว่าเหอจือซูมีชู้สักคนสองคน เขาคงทนไม่ได้และอาจจะฆ่าคนพวกนั้นทิ้งซะ แต่เหอจือซูกลับอดทนกับเขา และทนต่อเรื่องชู้สาวของเขามานานขนาดนี้
"เวลาเมา ฉันมักจะเรียกชื่อนายนะ... อย่าแต่งเรื่องมาหลอกฉันเพียงเพราะนายโกรธเลย..."
เจียงเหวินซวี่เหนื่อยล้าจากการทะเลาะเบาะแว้งมาทั้งวัน เขาจึงล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เหอจือซูทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่ กอดร่างบางไว้แน่น แล้วพึมพำกึ่งหลับกึ่งตื่นว่า
"ฉันจะเลิกกับพวกนั้นให้หมด... นายคือคนเดียวที่ฉันต้องการ..."
เหอจือซูไม่รู้ว่ากี่โมงแล้วตอนที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ผ้าม่านปิดไม่สนิท แสงแดดอุ่น ๆ จึงส่องเข้ามาอาบไล้บนเตียง เขาลุกขึ้นนั่ง หรี่ตาลงสู้แสงจ้า รู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
ประตูห้องนอนแง้มอยู่เล็กน้อย เขาได้ยินเสียงรายงานข่าวยามเช้าแว่วมาจากห้องนั่งเล่น และได้กลิ่นหอมหวานของโจ๊กข้าวฟ่างลอยมาจากในครัว ชั่วขณะหนึ่ง เหอจือซูรู้สึกเหม่อลอย...
นี่คือสิ่งที่เขาคาดหวังมาตลอด อากาศดี ๆ ไม่ฝนตกไม่ลมแรง แสงแดดอบอุ่น และคนรักที่อ่อนโยนตื่นมาทำกับข้าวให้
ทว่ากลางคืนที่มืดมิดกินเวลาไปครึ่งปี และวันฝนตกก็กินเวลาไปอีกส่วนหนึ่ง ดังนั้นวันที่มีแดดจ้าจึงมีน้อยนักในหนึ่งปี แม้ชายคนรักจะแสดงความรักและความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งออกมา แต่บาดแผลที่เขาได้รับมาตลอดในอดีต... ไม่สามารถลบล้างให้หายไปได้ในคราวเดียว
ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จือซูก็รู้สึกถึงสัมผัสปุกปุยที่มือ ก้มลงดูก็เห็นลูกแมวสี่ตัววิ่งเล่นอยู่รอบตัว พวกมันโตขึ้นมากในช่วงไม่กี่วันนี้
ความจริงแล้ว เจ้าพวกลูกแมวนี่แหละที่ปลุกเจียงเหวินซวี่ในตอนเช้า เจียงเหวินซวี่รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มและอบอุ่น คิดว่าเป็นจือซูเลยก้มลงไปจูบ แต่กลับได้ขนแมวเต็มปาก เขาตื่นตระหนกเหมือนหนีตายจากสัตว์ประหลาด และโกรธจัดที่เห็นก้อนขนพวกนี้นอนร่วมเตียง ถ้าไม่มีจือซูอยู่ เขาคงจับพวกมันโยนลงจากชั้น 11 ไปแล้ว เจียงเหวินซวี่พยายามข่มใจเพื่อเห็นแก่จือซู หอมแก้มจือซูทีหนึ่งแล้วลุกไปทำมื้อเช้า
"ตื่นแล้วเหรอ? ทำไมไม่เรียกฉันล่ะ?" เจียงเหวินซวี่ตั้งใจจะมาปลุก เพราะกลัวว่าถ้าหลับนานเกินไปจะยิ่งไม่สบายตัว แต่ด้วยความรู้สึกผิดลึก ๆ ทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าเหอจือซูในตอนนี้
เหอจือซูเจ็บคอเพราะเมื่อวานตะโกนมากเกินไปตอนที่ถูกเจียงเหวินซวี่ทำร้าย ตอนนี้เขาไม่อยากจะพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
"ยังเจ็บในปากอยู่ไหม?" เจียงเหวินซวี่สังเกตเห็นความเจ็บปวด สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลรีบเข้ามาดู "อ้าปากหน่อย ให้ฉันตรวจดูหน่อยนะ เมื่อวานจิงเหวินทิ้งยาไว้ให้ กินข้าวเสร็จแล้วกินยาหน่อยนะ"
เหอจือซูปรับตัวไม่ทันกับความใส่ใจกะทันหันนี้ เขาได้แต่ส่ายหน้า เมื่อคืนเจียงเหวินซวี่ยังเป็นเหมือนทรราชที่ข่มขืนเขาอย่างไร้ความปรานี แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกคน อ่อนโยนและช่างเอาใจใส่ เหอจือซูรู้สึกผิดหวังและเหนื่อยหน่ายกับอารมณ์ที่แปรปรวนของอีกฝ่ายเต็มทน
"ยังโกรธฉันอยู่เหรอ?" เจียงเหวินซวี่เอื้อมมือไปลูบผมนุ่มของจือซู ประคองแก้มเขาไว้แล้วพูดเสียงอ่อน "ไม่โกรธกันนะ โอเคไหม? ฉันแค่หึง... ฉันกลัวว่านายจะโดนคนอื่นหลอก ฉันแค่เป็นห่วงนายมากไปหน่อยตอนที่เห็นนายกลับมาโดยไม่ใส่เสื้อโค้ท"
เจียงเหวินซวี่ตั้งใจจะขอโทษเรื่องเมื่อคืนจริง ๆ เขามานั่งข้าง ๆ แล้วยังยื่นมือไปลูบลูกแมวในอ้อมกอดจือซูอย่างยอมลดตัวลงมา
แม้เหอจือซูจะนับถือในคารมคมคายของเจียงเหวินซวี่ แต่เขาไม่รู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย... ความรักบ้าบออะไรกันในโลกนี้ ที่ความหึงหวงหมายถึงเผด็จการและการครอบครอง และความห่วงใยหมายถึงการข่มขืน? สิ่งที่เจียงเหวินซวี่มองเห็นในฤดูหนาวนี้ มีเพียงผ้าพันคอแปลกปลอมกับเสื้อโค้ทที่หายไป เขาไม่สังเกตเลยสักนิดว่าคนรักของเขากำลังผอมแห้งและอ่อนแอลงทุกวัน และหัวใจที่เคยแคร์เขานั้น... ได้แตกสลายไปแล้ว