- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 23: เจ้าโกลเด้นแสนรู้
บทที่ 23: เจ้าโกลเด้นแสนรู้
บทที่ 23: เจ้าโกลเด้นแสนรู้
เหอจือซูตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นตาเลยสักนิด แม้ไข้จะเพิ่งลดลงแล้ว แต่เขายังคงรู้สึกมึนงงและอ่อนเพลียอยู่
เขาลุกขึ้นนั่งและนวดขมับเบา ๆ ภาพความทรงจำเลือนรางบางส่วนย้ำเตือนว่าเขาคงสร้างความเดือดร้อนให้คุณหมออีกแล้วแน่ ๆ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนตกแต่งด้วยโทนสีขาว ดำ และเทา ดูเรียบง่าย ทันสมัย และมีสไตล์ ข้างระเบียงมีตู้กระจกบิวท์อินขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยโมเดลรถสปอร์ตและรถออฟโรดหลากหลายรุ่น
ที่แท้คุณหมอก็เป็นนักสะสมนี่เอง... เหอจือซูอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา ทันทีที่เขาก้าวลงจากเตียง เขาก็เห็นประตูห้องนอนค่อย ๆ ถูกแง้มออกอย่างระมัดระวัง ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ นั้นดูแปลกจนเหอจือซูต้องกลั้นหายใจและชะโงกหน้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อ้ายจื่ออวี้ค่อย ๆ ดันประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดออกอย่างช้า ๆ โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าเหอจือซูลุกขึ้นนั่งแล้ว เหอจือซูนึกสงสัยว่าทำไมคุณหมอถึงต้องทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนขโมยในบ้านของตัวเองแบบนี้กันนะ?
วินาทีต่อมา หัวของเจ้าสุนัขโกลเด้นตัวใหญ่ ก็โผล่พรวดเข้ามาในห้อง
พอเห็นแบบนั้น อ้ายจื่ออวี้ก็เก็บอาการไม่อยู่ เขากดเสียงต่ำลอดไรฟันดุเจ้าหมาตัวโต "เฮ้! ออกไปเลยนะ! ไป๊! ชิ่ว ๆ! แกนี่มันขี้สงสัยจริง ๆ! ฉันอุตส่าห์แอบแกขนาดนี้แล้ว แกยังจะตามมาอีกนะ ฮึ!"
เมื่อเห็นท่าทางของคุณหมอ เหอจือซูก็หลุดขำออกมา เจ้าหมาตัวใหญ่นั้นตัวอ่อนกว่าที่คิด ทันทีที่หัวมันเข้ามาได้ ตัวของมันก็มุดตามเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันเป็นสุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่สวยสง่าจริง ๆ
อ้ายจื่ออวี้ยืนถือชามโจ๊กค้างอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ เขาหันมาบอกเหอจือซูว่า "มันไม่กัดคนครับ มันแค่ตัวใหญ่ไปหน่อย... ไม่ต้องกลัวนะครับ"
เจ้าหมาเดินเข้าไปใกล้เหอจือซู ทั้งคนทั้งหมาจ้องตากันแป๋ว เจ้าโกลเด้นกระดิกหางดิก ๆ ราวกับทักทายแขกผู้มาเยือน เหอจือซูลูบหัวมันแล้วยิ้มให้อ้ายจื่ออวี้ "ผมไม่กลัวหมาครับ ผมชอบสัตว์มาก"
เหอจือซูนั่งห้อยขาอยู่ข้างเตียง และบนหลังเท้าขาวซีดของเขาก็มีอุ้งเท้าใหญ่สีทองคู่นั้นวางทับไว้อย่างสนิทสนม
อ้ายจื่ออวี้คลายความกังวลลง สีหน้าดูอ่อนโยนขึ้น เขาเดินเข้ามาหาเหอจือซูแล้วยื่นชามโจ๊กให้ "ทานโจ๊กข้าวฟ่างหน่อยนะครับ ต้มเคี่ยวมาทั้งเช้าเลย รสชาติดีนะ"
"ผมสร้างความเดือดร้อนให้คุณทุกวันเลย... เกรงใจแย่..."
อ้ายจื่ออวี้ยกเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เหอจือซู โดยมีเจ้าหมานอนแผ่หลาราวกับพรมเช็ดเท้าอยู่บนพื้น ยอมให้อ้ายจื่ออวี้วางเท้าพักผ่อนสบายใจเฉิบ ดวงตาสีน้ำตาลของอ้ายจื่ออวี้คล้ายคลึงกับเจ้าโกลเด้นตัวนี้มาก มันเป็นสีน้ำตาลที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ เขามองเหอจือซูแล้วส่ายหน้า
"คุณปฏิบัติกับเพื่อนด้วยความเกรงใจเหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ? หรือว่า... คุณไม่ได้มองว่าผมเป็นเพื่อน?"
"ไม่ใช่นะครับ" เหอจือซูรีบส่ายหน้า แพขนตายาวหลุบลงราวกับกำลังพยายามเรียบเรียงคำพูด "ผมแค่รู้สึกเกรงใจที่ต้องรบกวนคนอื่น... แต่ผมดีใจมากที่ได้เจอคุณ ผมไม่ได้มีเพื่อนใหม่มานานมากแล้ว"
อ้ายจื่ออวี้พอใจกับคำตอบนั้น เขาคะยั้นคะยอให้เหอจือซูทานโจ๊กและกินยา ก่อนจะเอ่ยปากว่า "พักอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวันเถอะครับ"
เหอจือซูชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดติดตลก "ผมกลับดีกว่าครับ จ้างหมอประจำตัวแบบนี้ค่าตัวคงแพงน่าดู"
"ที่บ้านคุณไม่มีใครอยู่เลย คุณแน่ใจเหรอว่าจะดูแลตัวเองได้?" อ้ายจื่ออวี้จงใจหยั่งเชิงถามเรื่องส่วนตัว แต่แสร้งทำเป็นถามลอย ๆ เหมือนไม่ใส่ใจ
เหอจือซูไม่ตอบรับ แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้
"งั้นวันนี้พักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ผมขับรถไปส่งที่บ้าน แล้วจะได้แวะเอายาที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นทางผ่านพอดี" อ้ายจื่ออวี้ไม่เซ้าซี้ต่อ เขาใช้เท้าเขี่ยก้นอ้วน ๆ ของเจ้าโกลเด้น "งั้นก็เล่นกับ 'น้องชาย' ผมไปพลาง ๆ ก่อนแล้วกัน"
เหอจือซูรู้สึกทั้งขำทั้งระอา "หมอครับ ผมมีลูกแมวสี่ตัวรอให้ป้อนข้าวอยู่ที่บ้านนะครับ"
อ้ายจื่ออวี้จำไม่ได้ว่าเคยเห็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเหอจือซู แต่ก็ยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ "เดี๋ยวผมส่งคนไปให้อาหารพวกมันเอง ถ้าคุณกลับบ้านไปแล้วไข้ขึ้นอีกจะลำบากนะ ไม่ต้องคิดมาก นอนพักเถอะครับ"
เหอจือซูหาเหตุผลมาปฏิเสธไม่ได้เลย อ้ายจื่ออวี้เดินถือชามเปล่าออกไป ทิ้งเจ้าหมาตัวโตที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงอย่างคล่องแคล่วว่องไวเอาไว้
นี่เป็นครั้งแรกที่เหอจือซูเห็นหมอที่รักสัตว์และไม่ได้เป็นพวกอนามัยจัดจนขึ้นสมอง... เจ้าหมาขนทองดูจะคุ้นเคยกับการนอนบนเตียงเป็นอย่างดี มันพาดลำตัวครึ่งหนึ่งเกยไว้บนตักของเหอจือซู ขณะลูบหัวเจ้าหมา เหอจือซูซึ่งเพิ่งทานโจ๊กเข้าไปรู้สึกอุ่นสบายในท้อง สัมผัสจากเตียงนุ่ม ๆ และไออุ่นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เขาปล่อยใจล่องลอย เขาเคยฝันเสมอว่าจะสร้างบ้านที่อบอุ่นน่าอยู่แบบนี้ร่วมกับเจียงเหวินซวี่
เจ้าหมาใช้ลิ้นที่เปียกชื้น ร้อนผ่าว และนุ่มนิ่มเลียแก้มของเหอจือซู ดึงสติเขากลับสู่ความเป็นจริง เหอจือซูดันมันออกเบา ๆ ขนของมันทำให้จมูกเขารู้สึกคันยุบยิบเหมือนจะจาม
สักพักคุณหมอก็กลับเข้ามา วันนี้เขาคงหยุดงาน เขาถือโทรศัพท์มือถือเข้ามาแล้วล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เหอจือซู มือหนึ่งลูบหัวเจ้าหมา อีกมือหนึ่งไถหน้าจอเวยป๋ออ่านเล่น
"ผมไม่มีห้องนอนแขกนะครับ เพราะผมเปลี่ยนเป็นห้องฟิตเนสไปแล้ว... นอนเตียงนี้แหละสบายดี"
อ้ายจื่ออวี้ใช้ประโยคสั้น ๆ เพียงสามประโยคดักคอคำถามที่กำลังจะหลุดออกจากปากเหอจือซูได้สำเร็จ มันไม่ได้ดูน่าอึดอัดใจแต่อย่างใดที่ผู้ชายสองคนจะนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน โดยต่างคนต่างทำกิจกรรมของตัวเอง
ความจริงแล้ว อ้ายจื่ออวี้กำลังคิดในใจว่า... มื้อหน้าคงต้องเพิ่มรางวัลเป็นกระดูกชิ้นโต ๆ ให้เจ้าหมาแสนรู้นี่ซะหน่อยแล้ว