- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 13: สิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก
บทที่ 13: สิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก
บทที่ 13: สิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก
เหอจือซูงีบหลับไปกว่ายี่สิบนาทีก่อนจะตื่นขึ้น วันนี้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง แม้ว่าเมื่อคืนจะมีเซ็กซ์ที่รุนแรงกับเจียงเหวินซวี่ก็ตาม
ในห้องครัว เจียงเหวินซวี่กำลังลงมือทำมื้อเที่ยง เหอจือซูยืนพิงกรอบประตูห้องครัว เฝ้ามองแผ่นหลังของเจียงเหวินซวี่อย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้สัมผัสวันเวลาที่เงียบสงบและกลมเกลียวแบบนี้มานานเหลือเกิน เจียงเหวินซวี่มีรูปร่างที่ดี ไหล่กว้าง เอวสอบ และช่วงขายาว เขาถลกแขนเสื้อขึ้น สายตาจับจ้องอยู่ที่กระทะ ดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความตั้งใจ ในสายตาของจือซู เจียงเหวินซวี่ช่างเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของลูกผู้ชาย
เจียงเหวินซวี่หันมาเห็นเหอจือซูเข้าพอดีก็แปลกใจเล็กน้อย เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน ความหงุดหงิดและความหยาบคายทั้งหมดมลายหายไปสิ้น "ตื่นแล้วเหรอ? เวลาเหมาะเจาะพอดีเลย มื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เดี๋ยวเรากินพร้อมกันเลยนะ"
เหอจือซูพยักหน้าและเดินเข้าไปช่วยหยิบชามและตะเกียบ เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้เจียงเหวินซวี่ เขาก็หยุดยืนและอ้าปากรอ เจียงเหวินซวี่คีบแครอทชิ้นหนึ่งป้อนใส่ปากเขา... พวกเขามักจะมีความรู้ใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยปากแบบนี้เสมอ เหอจือซูเคี้ยวแล้ววิจารณ์รสชาติ "รสชาติจืดไปนิด แต่ฉันว่าโอเคแล้ว ไม่ต้องเติมเกลือเพิ่มหรอก กินเค็มมากเสียสุขภาพเปล่า ๆ"
ทันทีที่พูดจบ เขาก็รู้สึกว่าคำพูดตัวเองมันน่าขันสิ้นดี... เขาจะมาห่วงสุขภาพอะไรตอนนี้ ในเมื่อสุขภาพของเขาพังยับเยินไปแล้วโดยที่เจียงเหวินซวี่ไม่รู้อะไรเลย
ระหว่างมื้ออาหาร เหอจือซูอารมณ์ดีขึ้นมาก เขาชิมอาหารทุกจานบนโต๊ะและเอ่ยปากชมฝีมือการทำอาหารของเจียงเหวินซวี่ ดวงตาของจือซูเป็นประกายด้วยความสุข แต่ทว่า... ความปิติยินดีบนใบหน้าก็ค่อย ๆ หม่นแสงลง ความน้อยเนื้อต่ำใจเอ่อล้นเข้ามาแทนที่ เขาฝืนยิ้มจนแก้มที่ตอบซูบปรากฏรอยลักยิ้ม และเอ่ยตัดพ้อ
"เจียงเหวินซวี่... ทำไมนายถึงทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวตั้งนาน?"
เหอจือซูจ้องมองเจียงเหวินซวี่ด้วยสีหน้าไร้เดียงสาราวกับเด็ก ๆ เจียงเหวินซวี่คิดว่านี่เป็นเพียงการบ่นงอแงเรียกร้องความสนใจตามประสาคนรัก เขาตระหนักได้ว่าช่วงนี้เขาละเลยจือซูไปจริง ๆ จึงคีบผักใส่ชามให้จือซูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเอาใจ "กินเยอะ ๆ หน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นหนังหุ้มกระดูกไปซะก่อนนะ ไว้จบโปรเจกต์นี้เมื่อไหร่ ฉันจะหาเวลามาอยู่เป็นเพื่อนนายให้มากขึ้นนะ"
เหอจือซูไม่ได้แตะต้องอาหารในชาม สายตาของเขาจับจ้องไปที่นิ้วเรียวยาวของเจียงเหวินซวี่ ก่อนจะโพล่งถามขึ้นมาดื้อ ๆ
"แหวนของนายไปไหนล่ะ?"
เจียงเหวินซวี่ชะงักกึก เขาก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิดและทวนคำถามของจือซูโดยไม่รู้ตัว "เอ่อ... แหวนของฉันเหรอ?"
เจียงเหวินซวี่ไม่มีวันลืมว่าเขาได้แหวนวงนี้มาได้อย่างไร มันเป็นของขวัญวันเกิดที่พิเศษที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับในชีวิต เมื่อเก้าปีก่อน เหอจือซูทำงานหนักเพื่อเก็บเงินซื้อของขวัญให้เขา แต่สุดท้ายเงินเก็บก็ยังไม่พอซื้อของราคาแพง ๆ เหอจือซูทำได้แค่ซื้อแหวนเงินเกลี้ยงคู่หนึ่งที่ไม่มีลวดลายหรืออัญมณีประดับ เป็นแหวนขัดด้านราคาถูก จากนั้นเหอจือซูก็พกมันติดตัวไว้ทุกวัน พอมีเวลาว่างก็จะใช้มีดแกะสลักค่อย ๆ สลักชื่อของพวกเขาลงบนแหวน... มือของจือซูพองจนเป็นตุ่มน้ำหลังจากทำงานยาก ๆ นี้เสร็จ
ตอนที่เจียงเหวินซวี่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ เขาตื้นตันใจมากกับสิ่งที่จือซูทำให้ และความรักที่มีต่อจือซูก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น ในตอนนั้น... แหวนวงนี้คือ "สิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก" ในสายตาของเขา
แล้วเขาทำมันหายไปตอนไหน? ความคิดของเจียงเหวินซวี่ย้อนกลับไปในคืนแรกที่เขามีอะไรกับ เสิ่นจุ้ย... คืนนั้นเขาเมามายจนตาลาย เห็นเสิ่นจุ้ยเป็นเหอจือซู เด็กคนนั้นมีผมสีดำนุ่มสลวยและดวงตาใสซื่อเหมือนเหอจือซูในวัยหนุ่มไม่มีผิด แถมยังเรียกเขาว่า "พี่เจียง" ด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย... เสิ่นจุ้ยอยากจะจับเจียงเหวินซวี่ให้อยู่หมัด จึงยอมตามใจตัณหาของเขาทุกอย่างโดยไม่ลังเล
พอเจียงเหวินซวี่ตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าแหวนของเขาหายไปแล้ว เขาถามเสิ่นจุ้ย แต่เด็กนั่นบอกว่าไม่เห็น เจียงเหวินซวี่เลยคิดว่าเขาคงทำหล่นหายไปตอนเมา
เจียงเหวินซวี่สวมแหวนวงนั้นติดนิ้วมาเจ็ดปี หลังจากทำหาย เขาก็เสียใจอยู่นาน แต่พอนานวันเข้า เขาก็ค่อย ๆ ลืมมันไป เพราะเห็นว่าเหอจือซูไม่ได้สังเกตว่าแหวนหายไป เจียงเหวินซวี่เคยคิดว่าจะสั่งทำแหวนเพชรคู่ใหม่ให้จือซูกับตัวเอง แต่เขาก็ยุ่งเกินกว่าจะจัดการเรื่องนี้ เวลาส่วนใหญ่ของเขาหมดไปกับงานที่บริษัทและการขลุกอยู่กับเสิ่นจุ้ยที่ขี้อ้อน
ในเวลานี้ เจียงเหวินซวี่ไม่รู้จะตอบคำถามกะทันหันของจือซูยังไง โชคดีที่จือซูไม่ได้ตั้งใจจะซักไซ้เอาความจริง เขาหลุบตาลง ตักน้ำซุปที่เย็นชืดแล้วเข้าปาก ก่อนจะพูดด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
"ช่างมันเถอะ มันไม่ใช่ของมีราคาอะไร หายแล้วก็ให้มันแล้วกันไป..."
'บางทีอีกไม่นาน... นายก็คงจะทำฉันหายไปเหมือนกัน' เหอจือซูพึมพำด้วยความโศกเศร้าในใจ เขามีความอดทนสูงมากจนสามารถกลืนกินความขมขื่นและทนต่อการทรยศของเจียงเหวินซวี่ได้โดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว เขาสามารถควบคุมอารมณ์และไม่แสดงความเศร้าออกมาทางสีหน้า หรือบางที... เขาอาจจะแค่ชินชากับการอดทนโดยไม่โต้เถียงไปแล้ว
เจียงเหวินซวี่รู้สึกจุกที่ลำคอ เขาฝืนยิ้มแล้วพูดว่า "มันต้องอยู่ในบ้านเนี่ยแหละ เดี๋ยวฉันหาให้ หรือไม่เราซื้อคู่ใหม่กันก็ได้ ถึงจะเลยวันครบรอบสิบห้าปีมาแล้ว แต่เราซื้อเป็นของขวัญล่วงหน้าสำหรับ วันครบรอบยี่สิบปี ของเราก็ได้นี่"
เหอจือซูยิ้มบาง ๆ วางตะเกียบลงแล้วเปลี่ยนเรื่อง "ฉันอิ่มแล้ว จะไปต้มน้ำดื่มหน่อย ถ้านายจะให้ช่วยอะไรก็เรียกนะ"
เจียงเหวินซวี่ขมวดคิ้วมองแผ่นหลังของเหอจือซูที่เดินจากไป สำหรับเขาแล้ว บรรดาคู่ควงข้างนอกเป็นแค่เครื่องระบายความใคร่ เขาเล่นสนุกเพื่อความตื่นเต้นและหลอกตัวเองว่าเขาเบื่อเหอจือซู แต่ตอนนี้เขาพบว่าเขาคิดผิด... ทำไมจือซูของเขาถึงได้ดูแปลกไปและห่างเหินขนาดนี้? ความรู้สึกว่างเปล่าและความหวาดกลัวเข้าจู่โจมเจียงเหวินซวี่ จนเขารู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมากะทันหัน