เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 105-106

ตอนที่ 105-106

ตอนที่ 105-106


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 105 : ความแตกต่าง

ปู้ฉืออีเผยสีหน้าเคร่งเครียด

อีกฝ่ายคือเหล่าไป่ เป็นนางกดดันไม่ใช่น้อย!

ปู้ฉืออีโจมตีต่อเนื่องอ เหล่าไป่เพียงต้านรับไปเรื่อย

สีหน้าปู้ฉืออียิ่งมายิ่งน่าเกลียด

เพราะนางทราบ ว่าเหล่าไป่เผชิญหน้ากับนางก็เสมือนก้อนฝ้ายที่แทบไม่ต้องออกแรงใด

ไม่ว่านางโจมตีดุดันเพียงใด ผลลัพธ์ก็คือไม่ได้อะไร ไม่ส่งผลอะไรแม้แต่น้อย

และเมื่อเวลาผันผ่าน ปู้ฉืออีจึงแปลกใจที่พบว่าการเคลื่อนไหวของนางโดนผลกระทบจากเหล่าไป่!

หรือก็คือ นางไม่อาจหยุดการโจมตีได้

เมื่อใดหยุดการโจมตี เมื่อนั้นคือนางพ่ายแพ้!

“เหตุใดเหล่าไป่ไม่โจมตี? เอาแต่ตั้งรับโดยตลอดเช่นนั้น?” รับชมภาพบนหน้าจอ ปู้หลี่เกื๋อกล่าวคำถามออก

เจียงเฉิงจวินเองก็สงสัยเช่นเดียวกัน

สำหรับคนทั้งสอง เหล่าไป่คล้ายถูกการโจมตีของปู้ฉืออีสะกดเอาไว้

กระนั้นทั้งสองก็รู้ตัวดี ว่าเรื่องราวมันไม่อาจเป็นเช่นนั้น

เหล่าไป่คือบุคคลแข็งแกร่งขอบเขตทดสอบเต๋าระดับที่เก้า ปู้ฉืออีก็เพียงขอบเขตจิตวิญญาณเท่านั้น

แม้เป็นในอารีน่า ขอบเขตพลังเท่าเทียมกัน กระนั้นทัศนวิสัยและประสบการณ์เป็นสิ่งที่ไม่อาจเทียบเปรียบ!

ด้วยเหตุนี้ คนทั้งสองจึงรู้สึกว่าตนอ่านสถานการณ์ไม่ออก

จี้อู๋ฮุยส่ายศีรษะพร้อมเผยยิ้ม “ขอบเขตพลังตอนนี้ไม่อาจมองเห็น เป็นปกติที่ไม่อาจเข้าใจ นับตั้งแต่เริ่ม ทิศทางการต่อสู้เป็นเหล่าไป่ควบคุมเอาไว้ การโจมตีของปู้ฉืออีจึงยากที่จะเข้าถึงตัว ขณะนี้ใกล้ตัดสินกันแล้ว”

เพียงจี้อู๋ฮุยกล่าวคำจบ เหล่าไป่ก็ลงมือแล้ว

กิ่งไม้แห้งเหี่ยวไม่ทราบว่าปรากฏในมือเหล่าไป่เมื่อใด ขณะนี้มันจ้วงแทงออกซึ่งหน้า

มหาเต๋าสู่พื้นฐาน!

เพียงหนึ่งกระบวนท่า ปู้ฉืออีรับรู้ได้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับโลกคนละใบ

แม้ขอบเขตพลังเทียบเท่า กระนั้นการใช้พลังวิญญาณไม่อาจเทียบเปรียบกันได้!

อึดใจถัดมา ดาบยาวของปู้ฉืออีพลันต้องแหลกออกเป็นเสี่ยงพร้อมร่างสลายกลายเป็นแสง

“หนึ่งกระบวนท่า! เพียงหนึ่งกระบวนท่านับตั้งแต่เริ่มจนจบการต่อสู้!” ปู้หลี่เกื๋อกล่าวออกอย่างไม่คิดเชื่อ

“ข้าแพ้แล้ว” ปู้ฉืออีถอดหมวกออกพร้อมกล่าวคำเบา

“คุณหนูสกุลปู้ ตอนนี้คงทราบแล้วกระมังว่ามีจุดอ่อนที่ตรงใด?” เหล่าไป่เผยยิ้ม

ปู้ฉืออีพยักหน้ารับ

นับตั้งแต่เริ่มการประลอง นางก็ทราบว่าผลลัพธ์ต้องออกมาเป็นเช่นนี้

ไม่เพียงแต่ขาดแคลนประสบการณ์การต่อสู้ แต่ยังมีเรื่องของกระบวนท่า

เหล่าไป่ประหนึ่งหยกอันบริสุทธิ์ ทุกการเคลื่อนไหวราวกับออกมาจากสัญชาตญาณ การเคลื่อนไหวอย่างเสียเปล่าหาได้มีไม่!

จิตสำนึกการต่อสู้ มันราวกับผสานรวมเข้ากับร่างของเหล่าไป่โดยสมบูรณ์!

ประสบการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถมีได้!

และในร้านต้นตำรับขณะนี้ มันเป็นสถานที่ซึ่งทำให้รับรู้ถึงได้

เพราะการประลองในหอคอยแห่งการทดสอบ มันไม่มีความต่างอะไรกับโลกภายนอก

ภายในเกม ทุกความก้าวหน้าสามารถตระหนักรู้ได้!

ถัดจากนี้ จึงเป็นช่วงเวลาเล่นหอคอยแห่งการทดสอบแล้ว

กล่าวขานกันว่าต่อสู้ประลองต่อกันคือวิธีการอันดีที่สุดที่จะเพิ่มพูนกำลัง ปู้ฉืออีจึงเข้าท้าทายหอคอยแห่งการทดสอบโดยทันที

ส่วนเหตุผลที่โหมดอารีน่าไม่ถูกเลือกนั้น...

สาเหตุก็เพราะไม่มีคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ

ปู้หลี่เกื๋อและเจียงเฉิงจวินใกล้เคียงต่อกัน เหล่าไป่และจี้อู๋ฮุยก็ไม่อาจเป็นคู่ประลองกับนางได้ตลอด

ส่วนเถ้าแก่และเหยาซือหยาน...

ไม่คิดถึงจะดีกว่าแล้ว

เหล่าไป่และจี้อู๋ฮุยต่างก็เลือกเล่นโหมดความท้าทาย

จี้อู๋ฮุยค่อนข้างตื่นเต้นยามได้พบเห็นสัตว์อสูรปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งแรก

กระนั้นขอบเขตพลังกลับกลายเป็นหลอมกาย เรื่องนี้ส่งผลให้เขาต้องปรับตัวเข้าหาสักระยะเวลาหนึ่ง

ส่วนปู้หลี่เกื๋อและเจียงเฉิงจวิน คนทั้งสองเลือกเข้าโหมดอารีน่าอย่างไม่รีรอ

ด้วยเพราะกำลังคนทั้งสองแตกต่างกันไม่มาก ต่างก็อยู่ที่ขอบเขตโชคชะตา และประสบการณ์การต่อสู้ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าใด

แน่นอนว่าก่อนเข้าหอคอยแห่งการทดสอบ คนทั้งสามยังไม่ลืมที่จะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ความเร็วการฝึกฝนเพิ่มขึ้นสิบแปดเท่าภายในหนึ่งชั่วโมง โอกาสนี้ต้องไม่สูญเปล่า

ตอนที่ 106 : เถ้าแก่ผู้ละเลยหน้าที่

คนทั้งห้าเข้าสู่หอคอยแห่งการทดสอบ ร้านต้นตำรับกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

กระนั้นความสงบคงอยู่ได้ไม่นาน

เพราะเสียงร้องของเจียงเฉิงจวินและปู้หลี่เกื๋อดังไปมาไม่หยุด

“บ้าฉิบ เจียงเฉิงจวิน ไอ้คนเล่นไม่ซื่อ!”

“ว่าอะไร แพ้แล้วไม่ยอมรับงั้นหรือ?”

“คดโกงมีหรือยอมรับได้ ใช้ความสามารถมาสู้กันใหม่อีกครั้ง!”

“สู้ก็สู้ ผู้ใดกันกลัวเกรง...”

เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้

แม้สามารถพูดในเกมโดยให้โลกจริงสงบสุขก็ทำได้ แต่ทั้งสองกลับเผยอารมณ์โพล่งออก...

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ต่างอะไรกับเด็กตีกันในร้านเกมยามพ่ายแพ้...

เหล่าไป่และจี้อู๋ฮุยต่างต้องปิดการรับรู้ภายนอก เพราะไม่เช่นนั้นอาจกระตุ้นโทสะจากเสียงรบกวนขึ้นมาได้

ปู้ฉืออีไม่ใช่ นางรู้สึกว่ารับฟังความวุ่นวายของคนทั้งสองเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการเฉยเมยต่อโลกหล้าให้แก่นาง...

เหยาซือหยานนั่งด้านหลังโต๊ะพลางมองในร้าน

ลั่วฉวนขณะนี้ย้ายไปเอนกายพักผ่อนหน้าร้านอาบไล้แสงตะวันเหมือนเช่นเคย

แม้ว่ากำลังต้องเพิ่มขึ้น แต่ก็ควรต้องผ่อนคลาย จะอยู่แต่ในเกมทั้งวี่วันไม่ใช่เรื่องดี

เอาแต่สู้และสังหารนั้นไม่ดีต่อสุขภาพจิต ดังนั้นต้องอาบไล้แสงตะวันหาความผ่อนคลายเสียบ้าง!

ยิ่งพยายามยิ่งแข็งแกร่งก็ใช่ แต่ต้องไม่เร่งรีบจนเกินไป

ลั่วฉวนหลี่ดวงตาอิ่มเอมกับแสงตะวันอบอุ่น ความสงบเริ่มผุดขึ้นภายในใจ...

ก็เป็นเหมืองดังเมื่อวาน กู่หยุนซีและเจียงเหวิ่นฉางต่างมาถึงในตรอก

ทันทีเมื่อเดินเข้าตรอกมา สิ่งต้องตาเช่นเดิมที่ควรพบเห็นก็คือลั่วฉวนที่นอนเอนกายรับแสงตะวัน

“เถ้าแก่ไม่รู้สึกว่าละเลยหน้าที่บ้างเลยหรือ?” กู่หยุนซีอดไม่ได้ที่จะกระซิบ

“เหมือนปลาตากแห้งไม่มีผิด” เจียงเหวิ่นฉางกล่าวเสริม

แม้ทั้งสองทราบว่าลั่วฉวนแข็งแกร่งและเฉยชา อีกฝ่ายไม่ได้เผยซึ่งออร่าของยอดฝีมือเหมือนเหยาซือหยานแต่อย่างใด

เพราะเหตุนั้นกู่หยุนซีและเจียงเหวิ่นฉางจึงกล้ากล่าวเช่นนี้ออกมา

ร้านต้นตำรับแห่งนี้มีแต่เรื่องประหลาด!

ระหว่างพูดคุยไปพลาง คนทั้งสองจึงเดินไปหยุดตรงหน้าลั่วฉวน

“เถ้าแก่อาบแสงแดดอีกแล้วหรือ!” เจียงเหวิ่นฉางทักทายพร้อมเผยยิ้ม

ดวงตะวันถูกบดบัง ลั่วฉวนจึงต้องลืมตาขึ้น

รับชมสองเด็กสาว เขาจึงพยักหน้ารับพร้อมตอบคำเบา “วันนี้หอคอยแห่งการทดสอบมีโหมดการเล่นใหม่เพิ่มเข้ามา”

“โหมดการเล่นใหม่? เหวิ่นฉางมัวรออะไร รีบไปรับชม!” กู่หยุนซีเผยดวงตาเป็นประกายพร้อมดึงเจียงเหวิ่นฉางเข้าไปในร้าน

“เดี๋ยว อย่าดึง...” เจียงเหวิ่นฉางอับจนขณะโดนลากไป กระนั้นก็ไม่ลืมกล่าวกับลั่วฉวน “เถ้าแก่ พวกเราขอตัวก่อน”

ลั่วฉวนจึงพยักหน้ารับพร้อมหลับตานอนอาบไล้แสงตะวันต่อ...

“สวัสดีพี่ซือหยาน!”

คนทั้งสองเข้ามาในร้านพร้อมกล่าวทักทายเหยาซือหยานที่โต๊ะ

เหยาซือหยานเผยยิ้มรับ “วันนี้ก็มาเล่นหอคอยแห่งการทดสอบหรือ?”

“ถูกต้องแล้ว!” กู่หยุนซีพยักหน้ารับ “เถ้าแก่เพิ่งกล่าว ว่าหอคอยแห่งการทดสอบมีของใหม่เพิ่มเข้ามา แนะนำให้พวกเราแล้ว!”

เหยาซือหยานจึงชี้ไปทางปู้หลี่เกื๋อและเจียงเฉิงจวิน “โหมดอารีน่า เป็นสถานที่ให้ผู้เล่นปะทะต่อกันอย่างอิสระ”

ด้วยไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ปู้หลี่เกื๋อและเจียงเฉิงจวินตะโกนร้องออกมาอย่างถูกจังหวะ

ทั้งกู่หยุนซีและเจียงเหวิ่นฉางต่างนิ่งค้าง

นั่นเล่นเกมหรือว่าอะไร?

“หือ? สองคนตรงนั้นใครกัน?” เจียงเหวิ่นฉางพบเห็นเหล่าไป่และจี้อู๋ฮุย ขณะนี้กล่าวถามด้วยความสงสัย

แม้ได้พบเจอเหล่าไป่เมื่อวาน กระนั้นวันนี้แตกต่างอย่างมหาศาล เป็นผลให้ทั้งสองไม่อาจจำจดได้

เมื่อคืน แม้มู่หรงไห่เถิงและหยิงอู๋จี้ทราบว่าเหล่าไป่ข้ามผ่านทัณฑ์สายฟ้า กระนั้นก็ไม่ได้บอกกล่าวต่อเหล่าศิษย์แต่อย่างใด

ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ทราบเรื่องราวแม้แต่น้อย

ส่วนว่าจี้อู๋ฮุยเป็นใครนั้น...

ไม่ใช่ทุกคนที่ทราบว่าจักรพรรดิแห่งเทียนชิงหน้าตาเป็นอย่างไร

.

“พบเจอกันเมื่อวานลืมแล้วหรือ?” เหยาซือหยานเผยยิ้ม

กู่หยุนซีและเจียงเหวิ่นฉางเผยความสับสน

พบเจอเมื่อวาน?

ไฉนจึงไม่ทราบ?

“เป็นเหล่าไป่” พบเห็นสีหน้างงงันของคนทั้งสอง เหยาซือหยานจึงบอกกล่าวออกไป

“พี่ซือหยานล้อกันเล่นหรือ? เหล่าไป่จะเยาว์เช่นนี้ได้อย่างไรกัน?” คนทั้งสองยังไม่คิดเชื่อ

“เหล่าไป่รอดพ้นจากทัณฑ์สายฟ้าเมื่อคืน ขณะนี้สำเร็จคืบหน้าสู่ระดับที่เก้า ดังนั้นจึงคืนความเยาว์วัย” เหยาซือหยานกล่าวบอก

กู่หยุนซีและเจียงเหวิ่นฉางเผยสีหน้าตื่นตะลึง

ทันใดนี้เองคนทั้งสองค่อยจดจำได้ ว่าเมื่อวานพบเห็นเรื่องราวใหญ่โตอันใด

อย่างเหนือความคาดคิด ต้นตอของเรื่องราวเมื่อวานถึงกับเป็นเหล่าไป่!

จบบทที่ ตอนที่ 105-106

คัดลอกลิงก์แล้ว