- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลกพร้อมมิติกักตุน
- บทที่ 480 - การโต้เถียง
บทที่ 480 - การโต้เถียง
บทที่ 480 - การโต้เถียง
บทที่ 480 - การโต้เถียง
ต่อจากนั้น หลิงโม่ก็คอยชี้ตำแหน่งที่อยู่ของหญ้าเพลิงเผาอย่างต่อเนื่อง
คนอื่นๆ เมื่อเห็นเธอหาทีไรก็เจอทุกที ก็ไม่ไปตามหาแบบไร้ทิศทางกันเองอีกแล้ว ต่างก็พากันมาล้อมอยู่ข้างๆ กายของหลิงโม่ รอแค่เธอออกคำสั่งเดียว พวกเขาก็จะรีบพุ่งเข้าไปเก็บหญ้าเพลิงเผาเข้ามาในกระเป๋าทันที
ก็เพราะว่าความช่วยเหลือของหลิงโม่ด้วยเหมือนกัน จำนวนของหญ้าเพลิงเผาที่เก็บรวบรวมได้ถึงได้เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่รวดเร็วมากขนาดนี้
ก่อนหน้านี้คนพวกนี้ต่อพฤติกรรมการอู้งานที่ไม่ทำอะไรเลยของหลิงโม่ ถึงแม้จะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง เพียงแต่ว่าติดอยู่ที่ตัวตนนักผจญภัยระดับ B ของเธอ รวมถึงความสามารถของฝูโยว ดังนั้นถึงได้ไม่ได้พูดออกมา
หลังจากที่ผ่านเรื่องนี้ไป ทุกคนก็ถือว่ายอมรับอย่างใจจริงแล้ว
“ดีมากเลย ถ้าตามความเร็วขนาดนี้ พวกเราในวันนี้ก็สามารถทำภารกิจรวบรวมได้สำเร็จแล้ว” คนคนหนึ่งพูดออกมาอย่างมีความสุข
ถึงแม้จะบอกว่าภารกิจที่พวกเขารับมาในครั้งนี้มันไม่ใช่ภารกิจที่อันตรายอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีอันตรายจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่ขอให้นักผจญภัยระดับ B รวมถึงระดับ B ขึ้นไปถึงจะสามารถรับภารกิจได้หรอก
ต่อให้จะโชคดี ไม่ได้เจอกับอันตรายอะไร แต่การเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยตลอดเส้นทางนี้ มันก็หนักหนาสาหัสสำหรับพวกเขามากพอแล้ว
สามคนที่อยู่ไกลออกไปสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางนี้ เฮ่อเหยียนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาที่แหลมคมคู่หนึ่งจับจ้องไปยังหลิงโม่ที่อยู่ไกลออกไปที่กำลังสั่งการคนไปทั่วอย่างวุ่นวายอยู่ สายตาก็พลันแวบผ่านความครุ่นคิดไปแวบหนึ่ง
ในที่สุด ด้วยความพยายามของทุกคน ภารกิจรวบรวมก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก่อนที่ฟ้าจะมืด
เมื่อมองดูหญ้าเพลิงเผากับผลึกหินแดงที่ทุกคนนำกลับมา หลังจากที่ตรวจสอบคุณภาพแล้วว่าไม่มีปัญหา เฮ่อเหยียนก็ยื่นมือออกไปคิดจะเก็บมันขึ้นมา แต่กลับถูกหลิงโม่ขวางไว้
มือของเฮ่อเหยียนหยุดค้างอยู่กลางอากาศ หันหน้าไปมองหลิงโม่ ท่าทางเหมือนยังตามไม่ทัน
เมื่อเห็นดังนั้น ก็เป็นฮุ่ยหลี่ที่เอ่ยปากออกมาก่อน “หลิงโม่ เธอจะทำอะไรน่ะ ยังไม่รีบเอาผลึกหินแดงกับหญ้าเพลิงเผามอบให้ท่านเฮ่อเหยียนเก็บรักษาไว้อีกเหรอ”
หลิงโม่เก็บของทั้งหมดเข้าไปในมิติ ต่อจากนั้นก็พูดกับฮุ่ยหลี่ว่า “ก่อนหน้านี้ตอนที่ออกเดินทาง พวกเราก็แบ่งหน้าที่กันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอคะ ฉันรับผิดชอบการรวบรวม ในเมื่อเป็นแบบนี้ ของที่รวบรวมมาได้นี้แน่นอนว่าก็ต้องให้ฉันเป็นคนเก็บไว้สิคะ”
หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหลิงโม่แล้ว สีหน้าบนใบหน้าของฮุ่ยหลี่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ต่อจากนั้นก็กลับมาเป็นธรรมชาติในทันที ถึงแม้ปากจะพูดแบบนั้นก็เถอะ “แต่ว่าพวกเราเป็นทีมเดียวกันนะ ท่านเฮ่อเหยียนเป็นคนที่เลเวลสูงที่สุดในหมู่พวกเรา ของพวกนี้มันสมควรที่จะต้องให้เขาเป็นคนเก็บรักษาไว้”
เฮ่อเหยียนที่อยู่ข้างๆ หลังจากที่ได้ยินฮุ่ยหลี่พูดแบบนี้แล้ว สายตาก็เหลือบมองหลิงโม่อย่างหยิ่งยโส ท่าทางนั่น ราวกับว่ากำลังรอให้หลิงโม่เอาของไปส่งให้ถึงบนมือของเขาอย่างนั้นแหละ
ในตอนนี้ ถ้าหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็อาจจะยอมทำตามแล้ว แต่ว่าหลิงโม่กลับไม่ยอมทำตามแนวทางนี้
“ในเมื่อเป็นทีมเดียวกัน งั้นเมื่อกี้ทำไมพวกคุณถึงไม่ลงมาช่วยกันล่ะคะ” หลิงโม่ถามกลับไป
น้ำเสียงของฮุ่ยหลี่ชะงักไป พูดไม่ออกไปชั่วขณะเลยว่าจะตอบกลับไปยังไงดี
นี่มัน ข่านเท่อที่อยู่ข้างๆ ก็เลยพูดเสริมขึ้นมาว่า “ของพวกนี้เป็นของที่พวกเธอรวบรวมมาด้วยกัน ต่อให้เธออยากจะเก็บไว้ในมือของตัวเอง ก็ต้องผ่านความเห็นชอบของคนอื่นๆ ก่อนไม่ใช่เหรอ”
ข่านเท่อจงใจพูดแบบนี้ ก็เพื่อที่จะทำให้สับสน ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกว่าหลิงโม่มีเจตนาที่ไม่ดี
แต่ว่า หลิงโม่กลับพูดออกมาอย่างมั่นใจว่าตัวเองถูกว่า “ทำไมจะต้องผ่านความเห็นชอบของพวกเขาด้วยล่ะ ผลึกหินแดงเป็นของที่ฝูโยวขุดออกมาทีละก้อนทีละก้อน หญ้าเพลิงเผาถึงแม้จะเป็นพวกเขาที่เก็บเกี่ยวมา แต่ก็เป็นฉันที่หาเจอนะ ถ้าหากไม่มีฉัน พวกนายจะสามารถทำภารกิจได้สำเร็จเร็วขนาดนี้เหรอ”
คำพูดนี้ของหลิงโม่เรียกได้ว่าพูดออกมาอย่างมั่นใจว่าตัวเองถูกเลย เพราะยังไงซะที่เธอพูดมันก็เป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว
คนที่เมื่อกี้ได้ฟังคำพูดของข่านเท่อแล้วก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหลิงโม่แล้วก็สงบสติลงในทันทีเหมือนกัน
อีกอย่าง ในมุมมองของพวกเขา ของมันจะวางไว้ในมือของใครมันก็ไม่เหมือนกันหมดเหรอ
ในมุมมองของพวกเขา วางไว้ในมือของเฮ่อเหยียน สู้เอาไปวางไว้ในมือของหลิงโม่ยังจะดีซะกว่า อย่างน้อยสาวน้อยหลิงโม่คนนี้ก็ดูเหมือนคนไม่มีพิษมีภัย ไม่เหมือนเฮ่อเหยียน เห็นแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเข้าหาได้ไม่ง่ายเลย
“พอได้แล้ว” เฮ่อเหยียนพลันเอ่ยปากตะคอกฮุ่ยหลี่กับข่านเท่อทั้งสองคน ต่อจากนั้นเขาก็มองหลิงโม่แวบหนึ่งลึกๆ แล้วพูดต่อว่า “ในเมื่อเธออยากจะเก็บไว้ งั้นก็วางไว้ที่เธอเถอะ เพียงแต่ฉันขอพูดเรื่องน่าเกลียดไว้ก่อน ตลอดเส้นทางนี้ถ้าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา พวกเราไม่รับผิดชอบทั้งนั้น”
หลิงโม่พยักหน้า ท่าทางเหมือนลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือเลยสักนิด “นายวางใจได้เลย ต่อให้ฉันเกิดเรื่องก็ไม่มีทางยอมให้พวกมันเกิดเรื่องเด็ดขาด”
การโต้เถียงกันในครั้งนี้ สุดท้ายก็จบลงด้วยชัยชนะของหลิงโม่ เพราะยังไงซะของมันก็อยู่ในมือของเธอไปแล้ว ขอแค่เธอไม่หยิบมันออกมา คนพวกนี้ต่อให้พูดจนปากฉีกก็ไม่มีทางทำอะไรได้
เมื่อมองดูท่าทางที่มั่นใจเต็มเปี่ยมของหลิงโม่ มุมปากของเฮ่อเหยียนก็ยกยิ้มขึ้นมาแวบหนึ่งที่เหมือนจะมีแต่ก็เหมือนจะไม่มี ราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยอยู่ “หวังว่าถึงตอนนั้นเธอก็ยังจะสามารถมั่นใจได้เหมือนอย่างตอนนี้ก็แล้วกัน”
“ตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว พวกเราพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางกันต่อก็แล้วกัน”
เพราะว่ามีความช่วยเหลือของหลิงโม่กับฝูโยว พวกเขาถึงได้ทำภารกิจสำเร็จล่วงหน้าไปแล้ว ดังนั้นเวลาก็เลยเหลือเฟือมาก
ตอนกลางคืน หลิงโม่กับฝูโยวทั้งสองคนนั่งพิงอยู่ด้วยกัน สองตาก็หลับลงแน่น
“เมื่อกี้นี้ทำไมเธอถึงได้ไม่อยากเอาของไปให้เฮ่อเหยียนคนนั้นล่ะ” ฝูโยวถาม
จากความเข้าใจที่ฝูโยวมีต่อหลิงโม่ เธอน่าจะเป็นคนที่กลัวความยุ่งยากที่สุดเลยนี่นา อย่างเช่นตอนนี้ ในเมื่อภารกิจรวบรวมมันสำเร็จไปแล้ว งั้นของที่รวบรวมมาได้มันจะอยู่ในมือของใคร เธอก็ไม่น่าจะสนใจมันถึงจะถูก
“หรือว่าเป็นเพราะพบเจออะไรที่ไม่ถูกต้องเข้าเหรอ”
“ก็ไม่เชิงนะ ก็แค่ไม่อยากให้พวกเขาเท่านั้นแหละ ฉันกลัวว่าระหว่างทางพวกเขาจะแอบสับเปลี่ยนของน่ะ” หลิงโม่พูดออกมาตามความจริง
“สับเปลี่ยนของเหรอ ยังจะมีแบบนี้อีกเหรอ” ในน้ำเสียงของฝูโยวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ทำไมจะไม่มีล่ะ เรื่องแบบนี้ในหมู่นักผจญภัยมีไม่น้อยเลยนะ มันก็เหมือนกับเพื่อนร่วมงานของนายเอาเอกสารฉบับหนึ่งมาให้นาย ให้เอาไปให้หัวหน้า นายหลังจากที่เอาไปให้หัวหน้าแล้ว ผลลัพธ์ก็คือกลับพบว่าข้างในมันเละเทะไปหมด นายไปหาเพื่อนร่วมงานคนนั้นเพื่อโต้เถียงด้วย ผลลัพธ์ก็คือเพื่อนร่วมงานกลับพูดว่า ตอนที่เธอให้มามันไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา”
“ถ้าหากถึงตอนนั้นรอจนไปถึงที่หมายแล้ว พวกเขาเอาผลึกหินแดงที่พวกเราหามาอย่างยากลำบากไปเปลี่ยนเป็นของมีตำหนิล็อตหนึ่ง พวกเราจะไปหาใครพูดหาเหตุผลได้ล่ะ”
หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของหลิงโม่แล้ว ฝูโยวก็พูดว่า “ไม่น่าจะถึงขนาดนั้นมั้ง ที่นี่มันก็ไม่ได้มีแค่พวกเราที่มอบให้พวกเขานี่นา ก็ยังมีคนอื่นอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ พวกเขาหน้าจะเป็นพยานได้สิ”
หลิงโม่ “เฮอะๆ” หัวเราะออกมาสองเสียง “โลกสวย” “ก่อนหน้านี้นายก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่า ภารกิจนี้มันจะต้องเป็นคนระดับ B หรือว่าระดับ B ขึ้นไปถึงจะสามารถรับได้ นายเป็นฉันที่พามาด้วย งั้นนายลองทายดูสิว่า คนที่เหลือเป็นใครที่พามาเหรอ”
“คนพวกนี้อาจจะไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเขา ก็ไม่รู้ความคิดของพวกเขาหรอก แต่ว่าถึงตอนนั้นถ้าหากเรื่องมันเกิดขึ้นจริงๆ นายคิดจริงๆ เหรอว่าพวกเขาจะยืนอยู่ข้างพวกเราน่ะ”
“อีกอย่าง เฮ่อเหยียนเป็นนักผจญภัยระดับ A ต่อให้สมาคมนักผจญภัยจะลงมาตรวจสอบ พวกเขาก็จะยิ่งเชื่อคำพูดของนักผจญภัยระดับ A มากกว่า พอถึงตอนนั้นจริงๆ พวกเราก็คงจะมีร้อยปากก็เถียงไม่ออกแล้วล่ะ”
ฝูโยวรู้สึกว่าที่หลิงโม่พูดมันอาจจะเกินจริงไปหน่อย ยังรู้สึกว่าเธออาจจะมีอาการโรคหวาดระแวงว่าจะถูกทำร้ายอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ที่เธอพูดมันก็มีเหตุผลมากอยู่เหมือนกัน เพราะยังไงซะระวังไว้ก่อนมันก็ดีกว่า
“อีกอย่าง จุดที่สำคัญที่สุดก็คือ สัมผัสที่หกของผู้หญิงมันบอกฉันว่า คนหลายคนนั้นกำลังคิดไม่ดีอยู่” หลิงโม่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก
ฝูโยว…
[จบแล้ว]