เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 24 เดินเรือ

ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 24 เดินเรือ

ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 24 เดินเรือ


ดวงอาทิตย์สาดแสงสีทองที่ขอบฟ้า ยามเช้าที่เส้นขอบฟ้า

เรือขนานกลางได้แล่นออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ราบทมิฬ เรือลำนี้ถึงไม่หรูหรามาก แต่ก็ถูกดูแลไว้ในสภาพที่ดี สามารถที่จะรองรับคนได้ถึง 15 คน

น้ำทะเลที่ใสจนมองเห็นไปใต้ผิวน้ำได้เป็นเมตร จะสามารถมองเป็นฝูงปลาที่ว่ายไปมาได้เลย และเสียงนกนางนวลที่ร้อง ให้ได้ยินอยู่ไกลๆ

บนเรือนี้มีคนอยู่ 14 คน ทั้งคณะเดินทางของไมนอสและลูกเรือ พวกเขาออกเดินทางจากเมืองท่าเร็วกว่ากำหนด  ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นเสียอีก

สำหรับการเดินทางไปเกาะศิลานี้ จะใช้เวลาประมาณ 3 วัน กว่าจะถึงด้วยเรือลำนี้ หากเรือที่ใหญ่กว่านี้หรือเร็วกว่านี้ก็จะถึงไวกว่า

แต่นี้ก็ไม่สำคัญอะไรกับไมนอสมากนัก แต่สำหรับคนติดตามของไมนอสนั้นคงไม่ใช่

พวกเขาพึ่งเคยเดินทางด้วยเรือเป็นครั้งแรกจึงเกิดอาการเมาเรือ

ถ้าพวกเขาระดับถึง ขั้นแม่ทัพแห่งจิตวิญญาณได้แล้วนั้น ปัญหาพวกนี้จะไม่มีอีกต่อไปเพราะสามารถปรับพลังงานธรรมชาติ ได้ยังอิสระ นำมาช่วยทำให้ประสาทสัมผัสของผู้ฝึกตนไม่รู้สึกต่ออาการเหล่านี้

ไมนอสวางแผนที่จะไปซื้อยาจิตวิญญาณเพื่อเพิ่มระดับพวกคนของเขา เมื่อถึงเกาะศิลา

ในขณะนั้นมีหญิงสาวแต่งชุดแม่ครัวหน้าตาน่ารักนำอาหารมาเสิร์ฟให้ไมนอสได้ลองกิน

“นายน้อยเจ้าค่ะ ลองทานอาหารว่างที่ฉันทำไว้ดูไหมค่ะ”

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่แสนจะไพเราะ

มันมี ผลไม้หั่นบางๆ และมีแผ่นพาสต้าเล็กๆ เหมือนขนมปังทาข้างบนด้วยแยม

พร้อมกับน้ำผมไม้สองประเภทให้เลือกดื่ม

“โห! ดูน่ากินมากเลย”

ไมนอสพูดยังสนใจ

เขาไม่ได้หวังว่าบนเรือจะมีบริการอะไรมากมายจากที่คุยกัน เขาจึงประหลาดใจเมื่อเห็นบริการดังกล่าว

ไมนอสถึงกับตบหน้าตักตัวเอง เพราะรสชาติมันดีมาก

“อร่อยมาก ไม่ทราบว่าเจ้าชื่ออะไรรึ”

ไมนอสถามขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหาร

“ดิฉัน ชื่อ เวนดี้ เจ้าค่ะนายน้อย”

เธอตอบ

“เวนดี้ เธอไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน”

ไมนอสยิงคำถามต่อทันที่ เพราะเขาสงสัยว่าของที่กินอยู่นี้ทำไมถึงมีพลังงานจิตวิญญาณอยู่ในปริมาณที่พอดีอยู่ด้วย

“ดิฉันก็ไม่แน่ใจ แต่คาดว่าจะมาจากอาณาจักรครอมเวลล์ เจ้าค่ะ เพราะมันมีพลังงานจิตวิญญาณดีเยี่ยม”

เวนดี้ตอบกลับ

“ข้า เข้าใจแล้ว...”

“ว่าแต่ เจ้ามาจากเมืองมารีนทาม หรือมาจากเกาะศิลากันละ?”

ไมนอสถามเวนดี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ใครที่เห็นเหตุการณ์นี้คงคิดว่า ไมนอสนั้นกำลังสนใจในตัวเธอยังแน่นอน แต่มันก็ไม่ใช่แบบนั้นสะทั้งหมด ไมนอสนั้นยังมีภาระมากมายที่ต้องทำ เขาเลยยังไม่จะผูกพันกับใครมาก่อนเลย

และเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้านการมีภรรยาหลายคน หรือความสัมพันธ์แบบชั่วคราว

แต่กระนั้นเขาก็ไม่อยากเริ่มต้นความสัมพันธ์อะไรแบบนั้นกับคนที่เพิ่งเจอ เขาอยากจะรู้จักเธอสักหน่อย

“ดิฉันมาจากเมืองมารีนทาม ค่ะ นายน้อย”

เธอตอบ

“แล้ว การกินการอยู่ที่เมืองนั้นเป็นยังไงบ้างหรอ มีปัญหาอะไรที่เจอบ่อยๆ ไหม”

ไมนอสได้ถามต่อยังสงสัย

“ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเจ้าค่ะ ถึงแม้จะอยู่ในที่ราบทมิฬแต่ก็มีความเข้มข้นทางจิตวิญญาณสูงกว่าสภาพแวดล้อมโดนรอบ”

“ผู้คนที่มีพรสวรรค์น้อย การจะย้ายไปอยู่ที่อื่นนั้น ค่าใช้จ่ายมันสูงเจ้าค่ะ ทั้งค่าอยู่ทั่งภาษี การอยู่ในเมืองท่านี้ก็ดีมีโอกาสให้แก่ผู้ที่อาศัยในดินแดนนี้บ้าง และคงไม่มีอะไรดีไปกว่าบริเวณรอบๆ นี้แล้วละเจ้าค่ะ”

เธอตอบยังจริงใจ

“ยังงั้นหรอ…”

ไมนอสครุ่นคิด

“แต่ทำไมนายน้อยถึงถามแบบนี้เจ้าค่ะ”

เธอถามกลับยังสงสัย

“ป่าวหรอกๆ ข้าได้ยินมาว่ามีสถานที่รอบๆ ที่ราบทมิฬ มีแหล่งโอกาสที่ดีสำหรับผู้มีความสามารถน้อยอยู่”

ไมนอสตอบยังเลี่ยงๆ ไป

“ข้าว่าเจ้าน่าจะลองหาสถานที่นั้นดูนะ ภายใน 1 ปีนี้ ถ้าเจ้าอาจจะได้รับโอกาสที่ดีในชีวิตเลยก็ได้”

หลังจากหญิงสาวได้ยินก็เดินกลับไปห้องครัวไป

เธอไม่เข้าใจสิ่งที่นายน้อยของเธอจะสื่อหมายถึงอะไร เพราะมันไม่มีที่แบบนั้นในที่ราบทมิฬ

นอกจากเมืองมารีนทามแล้ว ไม่มีที่ให้โอกาสได้ดีเท่านี้ในบริเวณหลายพันกิโลเมตรจากตรงนี้

…..

ในขณะที่คณะเดินทางของไมนอส ค่อยๆ เดินทางไกลออกไปจากเมืองท่า มีชายสามคนอยู่คุยกับชายหนุ่มแต่งตัวมีฐานะในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองมารีนทาม

ทั้งสามยืนอยู่ที่ระเบียงนอกห้อง ส่วนชายหนุ่มกำลังรับประทานอาหาร ทั้งสามให้ข้อมูลที่สำคัญกับชายหนุ่มคนนั้น

“นายน้อย ข้าสืบรอยทราบแล้วว่าใครเป็นคนที่ทำให้นายน้อยต้องอับอายในหอการค้า”

“และเขาก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน นายน้อยก็รู้จักดี”

ฟิลิปกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

“ยังงั้นรึ มันเป็นใคร มาจากตระกูลไหน? หรือเป็นพวกตระกูลมิลเลอร์?”

แดเรลถามยังใคร่รู้ความจริง

“ไม่เลยนายน้อย มันไม่ได้เป็นคนจากตระกูลใหญ่ไหนเลย”

“มันคือลูกชายของอดีตนายพลอัลเบิร์ต สจวร์ต!!”

หมับ!!

“เป็นไปไม่ได้!! ไอ้เด็กนั้นไม่น่าจะเข้ามาขวางทางข้าได้ นี้มันไม่กลัวตายเลยยังงั้นหรอ ที่กล้ามาท้าทายข้าแบบนี้”

แดเรลพูดยังโมโหขึ้นเรื่อยๆ

เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่ทำให้เขาอับอายนั้นจะเป็นแค่มดปลวกในสายตาเขา

ไอ้แมลงตัวนี้มันสลบไป 6 ปีเสียเวลาในการบ่มเพาะพลังไป ทำไมถึงกล้ามาทำแบบนี้

“ไอ้มดปลวกตัวนี้คงใช้เงินสมบัติของพ่อมันทั้งหมดเพื่อซื้อดาบเล่มนั้นไปแล้ว แต่มันทำแบบนั้นเพื่ออะไร..”

แดเรลพูดขึ้นยังสงสัย

“ระดับของมันยังไม่น่าจะฝึกถึง ต่อให้เป็นอัจฉริยะก็ตามไม่มีทางที่จะใช้เวลา 1 - 2 ปีแล้วจะใช้ดาบเล่มนั้นได้”

“ถ้ามันอยู่ในระดับนั้นจริง มันก็คงเป็นเหมือนแย่งขนมจากมือเด็กสิครับนายน้อย ฮึๆ”

ฟิลิปกล่าวขึ้น

เพราะเขามั่นใจว่าสามารถจัดการคณะเดินทางของไมนอสได้สบายๆ ด้วยว่าฝั่งเขามี ขั้นแม่ทัพแห่งจิตวิญญาณ ถึง 3 คน ถึงว่าฝั่งไมนอสจะมากกว่าแต่ด้วยวิชาที่หน่วยองครักษ์ของตระกูลซิลวามีวิชาต่อสู้มากกว่า 1

จำนวนวิชาจะสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ขึ้นไปอีก

แล้วสำหรับไมนอส ฟิลิปคิดว่าระดับคงไม่เกิน 19 ถึงแม้จะเริ่มฝึกตั้งแต่ฟื้นตัวก็ตาม

“ฮ่ะๆ จริงด้วย มันยิ่งง่ายยิ่งกว่าแย่งของจากมือเด็กเสียอีก ไม่ต้องเสียเงินซื้อ แถมได้อาวุธมายังง่ายได้เสียอีก”

แดเรลยิ้มหัวเราะยังพอใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“แล้วตอนนี้พวกมันอยู่ไหน”

แดเรลรีบถามทันที

“มันและคณะของมันเช่าเรือออกเดินทางไปเกาะศิลาเมื่อเช้ามืดนี้เองครับ เหมือนพวกมันกำลังหนี”

ฟิลิปตอบคำถามทันที

“เยี่ยมไหนก็ไหนๆ ฉันจะได้ไปเกาะศิลาเลย ไปเราจะออกเดินทางกันทันที และฆ่ามันกับคนของมันให้หมด”

“ฮะๆๆ นอกจากที่ข้าจะได้อาวุธลำดับ 2 แล้ว ยังหาซื้อยาจิตวิญญาณเพิ่มระดับพลังได้อีก ในการแข่งขันที่จะมาถึง ข้าผู้นี้จะโดดเด่นแค่ไหนกัน”

แดเรลพูดยังฝันหวาน

กลุ่มของซิลวารีบออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปยังท่าเรือทันที พวกเขาต้องตามหาพวกไมนอสให้เจอให้ได้!!

จบบทที่ ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 24 เดินเรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว