เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 9 เริ่มการเพาะปลูก 2

ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 9 เริ่มการเพาะปลูก 2

ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 9 เริ่มการเพาะปลูก 2


หลังจากผ่านไป 2 - 3 วัน  ทางไมนอสก็ได้รับเมล็ดพันธุ์และทีมงานเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว และเขาก็เข้าถึงระดับ 6 แล้วด้วย

วันนี้ทีมเกษตรกรก็ได้เริ่มทำการเตรียมที่ดินเพาะปลูกเป็นเนื้อที่ 3 เฮกตาร์ ตอนนี้ยังได้เท่านี้อยู่เพราะไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าแรงได้หมด  แต่เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวต่อจากนี้ 3 เดือน และขายทุกอย่างจากตลาดภายในดินแดนตัวเอง ทั้งหมด จะได้เงินพอที่จะขยายกำลังการทำการเกษตรเพิ่มอีก 3 เท่า และเพิ่มจำนวนทหารรักษาเมืองด้วย

ตอนนี้ไมนอสได้เตรียมการสร้างสถานบันสำหรับฝึกกองกำลังของกองทัพที่ราบทมิฬ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เยาวชนที่เข้ารับการฝึกจะได้ วิชาระดับดำและระดับเงิน และทรัพยากรในการฝึกอีกมากในอนาคต

นี้แค่จุดเริ่มต้นของแผนการทั้งหมด หลังจากที่เริ่มทำการผลิตและขายผลผลิตทางเกษตรได้แล้ว และพอมีเหลือจากรายจ่ายประจำเดือน จึงจะค่อยๆ พัฒนาความแข็งแกร่งทางการค้าของดินแดนนี้

และต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับดินแดนด้วย เพราะมหาอำนาจทางการค้าบ้างคน คนไม่ถูกใจคู่แข่งรายใหม่แน่นอน

….

บ่ายวันนี้ ไมนอสได้นัดพบเจอเด็ก 3 คน ที่มีพรสวรรค์ ระดับดำ ทั้งสามเป็นเด็กจากสถานบันดวงดาวทมิฬ ที่สถานบันสอนจิตวิญญาณของพื้นที่

สถานบันศึกษาทางจิตวิญญาณนั้นจะเป็นที่ให้การศึกษปีาและสอนการฝึกเบื้องต้นการบ่มเพาะพลังจิตวิญญาณ ในสถานที่แห่งนี้จะมีเด็กอายุ ตั้งแต่ 6 - 10 ปี เข้ารับการศึกษา สถานบันการศึกษานั้นมีแทบจะทุกเมืองของมนุษย์ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้ารับการศึกษาได้ เด็กที่้มาจากตระกูลมีชื่อหรืออำนาจก็มีสิทธิเลือกเรียนได้ ดังนั้นตระกูลใหญ่ๆ มักจะส่งลูกหลายไปเรียนในสถาบันชั้นนำ

ในส่วนของสถาบันดวงดาวทมิฬนั้น เป็นสถาบันพื้นๆ ถ้าเทียบกับสถาบันจากเมืองหลวง แต่นี้คือสถาบันเดียวที่เมืองดรายมี

ไมนอสทราบว่าเด็กทั้งสามคนนี้กำลังจะจบจากสถาบันแห่งนี้ จากข้อมูลประชากรที่มีอยู่และได้ทราบถึงว่า ทั้งสามคนนี้มีพรสวรรค์ที่ดีซึ่งหาได้ยากมากสำหรับดินแดนแห่งนี้ เพราะการที่ลูกจะเกิดมาแล้วพรสวรรค์สูงกว่าคนเป็นพ่อแม่นั้น หาได้ยากมาก และเมื่อครอบครัวทราบถึงพรสวรรค์ของลูกว่าสูง ก็จะนำลูกย้ายออกจากดินแดนเพื่ออนาคตของตัวลูกของพวกเขาเอง

ดังนั้น ไมนอส จึงต้องการดึงตัวทั้งสามคนนี้ไว้ และเขาต้องยื่นข้อเสนอให้กับครอบครัวทั้งสาม

ไมนอสสั่งให้เลขามีอา ให้จัดเตรียมห้องประชุมไว้สำหรับการพูดคุยครั้งนี้ที่ สถาบันดวงดาวทมิฬ เพราะมีเด็กสองคน รับทุนการศึกษาจากสถาบัน ในทุนผู้มีพรสวรรค์สูง

ในเด็กสามคนนั้น เป็น ชาย 2 คน หญิง 1 คน เด็กผู้ชาย ชื่อ ราล์ฟ กับ ลี ส่วนผู้หญิงอยู่ อลิสัน ทั้งสามไม่ได้อยู่ในตระกูลไหน เลยไม่มีนามสกุล

ในโลกนี้นามสกุลนั้นจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีกองกำลังเป็นของตนเองหรือเกิดมาเป็นลูกหลานลงตระกูลนั้นเลย

ไมนอสใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึง สถาบัน ตัวอาคารนั้นยังดูดีไม่เก่า รูปร่างเหมือนดาว มีชั้นเดียว มีหน้าต่างหลายบาน ทากำแพงด้วยสีเทา

วันนี้ไมนอสมาพร้อมกับองค์รักษ์แค่ 2 คน อยู่ระดับ 35 กับ 37  ตอนนี้พ่อบ้านดิลเลียนกำลังจัดกการเรื่องต่างๆ ถึงไม่สามารถติดตามมาได้วันนี้

เมื่อมาถึง ไมนอส เจอหญิงวัยกลางคนร่างอ้วนท้วมมีไฝเม็ดใหญ่ที่แก้มขวา

“ยินดีตอนรับสู่สถาบันดวงดาวทมิฬ ไม่ทราบว่าพวกคุณมีธุรอะไรกับทางเราหรือไม”

เธอทักทายถามยังไม่ค่อยใส่ใจหนัก

“ข้าคือ ไมนอส สจวร์ต เลขาของข้าน่าจะนัดประชุมให้ข้ากับอาจารณ์ใหญ่ ไลโอเนล กิลล์ และนักเรียน ราล์ฟกับลี”

เธอแปลกใจยังมากที่ผู้ปกครองคนใหม่คนนี้ยังอายุน้อยขนานนี้ แม้พอจะทราบข่าวมาบ้าง แต่ปกติผู้ปกครองดินแดนจะมีอายุมากกว่านี้

“นายท่านสจวร์ต งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ อาจารณ์ใหญ่รออยู่ ฉันจะพานายท่านไป”

เธอพูดตอนรับเล็กน้อย ก่อนจะพาไปห้องประชุม

เมื่อมาถึงห้องประชุม ที่หน้าห้องมีเด็กชายสองคนกำลังนั้งคุยกัน และเมื่อไมนอสเข้ามาในห้องก็พบผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคน และอาจารณ์ใหญ่

“อาจารญ์ใหญ่ นี้คือ ไมนอส สจวร์ต”

อาจารญ์ใหญ่ตอบยังไม่ค่อยสนใจนัก

“ยินดีที่ได้รู้จัก เลขามีอาได้แจ้งกับข้าว่านายน้อยต้องการพบ นักเรียนของเรา ราล์ฟ กับ ลี ใช่ไหม?”

“ถูกต้อง เมื่อข้ามาถึงเมืองก็ได้สำรวจข้อมูลประชากรและพบว่ามีเด็กสองคนนี้มีพรสวรรค์ที่ดี”

ไมนอสตอบยังสุขภาพ

“วันนี้ข้าเลยจะมายื่นข้อเสนอให้กับทั้งสองคน และก็รู้มาด้วยว่าทั้งสองคนตั้งใจจะย้ายออกจากดินแดนที่ราบทมิฬ แต่ขอให้ได้ฟังข้อเสนอนี้ก่อน”

ผู้ปกครองคนหนึ่งพูดเยาะเย้ยทันที่

“อะไรกัน ท่านจะต้องการให้เราอยู่ต่อแบบไร้อนาคตยังงั้นหรอ ผมไม่รู้หรอกว่าท่านจะมีข้อเสนออะไรมาวันนี้ แต่คงไม่ดีเท่ากับตระกูลกิลล์แน่”

พ่อของราล์ฟตอบกลับ เขาดูเป็นคนบ้านๆ ธรรมดาๆ ที่ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์มากเท่าไร และเห็นแต่เฉพาะผลประโยชน์ยังเดียว

ผู้ชายอีกคนชื่อ กริฟฟ์ เป็นพี่ชายของลี เนื่องจาก ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้พี่ชายมีสิทธิในการดูแลลี และน้องสาวอีกคน

แต่กริฟฟ์ค่อนข้างฉลาดเขาเงียบและรอฟัง เพราะนี้คือผู้ปกครองอายุน้อยที่สามารถแก้ไขปัญหาของที่ราบทมิฬได้

“นายน้อยสจวร์ตครับ ไม่ทราบว่าข้อเสนอนั้นของนายน้อยมีอะไรบ้าง เลยอยากจะทราบเพราะตอนนี้เราก็ทำข้อตกลงกับตระกูลกิลล์ไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะยกเลิกได้ไหม”

กริฟฟ์ถามไมนอส

อาจารณ์ใหญ่พยักหน้าแล้วกล่าวต่อ

“ถูกต้อง เราได้ลงทุนในตัวของ ราล์ฟ และ ลี มาเกือบ 4 ปีแล้ว และเราจะยอมให้เกิดเรื่องไร้สาระขึ้นแน่”

หลังจากฟังอยู่สักพัก ไมนอสก็พูดตอบกลับไป

“ข้าเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว และแน่นอนข้อเสนอของข้านั้นดีแน่ แต่ก็อยู่ที่ผู้ปกครองทั้งสองจะเลือก ถึงตระกูลกิลล์จ่ายค่าเล่าเรียนระดับต้นให้นั้น ซึ่งคงไม่เกิน 1000 คริสตัลระดับต่ำ สำหรับทั้งสองคน”

ไมนอสจองมองไปที่อาจารณ์ใหญ่

“สิ่งที่ข้าจะเสนอนั้นตระกูลกิลล์ไม่มีทางให้ได้ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้ดูถูกตระกูลกิลล์ก็เถอะ แต่ถ้าพวกเขาไปที่นั้นคงพลาดโอกาสที่จะเติบโตได้ดีกว่าอยู่จะข้า ทั้งสองคงได้คริสตัลกับวิชาที่คุณภาพสู้จากของข้าไม่ได้”

“ข้าจะจ่ายเงินคืนให้ตระกูลกิลล์ 4000 คริสตัลระดับต่ำสำหรับต่อคน ถ้าตัดสินใจอยู่ที่นี้ สำหรับทางผู้ปกครองลองคิดดูสักสองสามวันดู แล้วมาหาข้าที่คฤหาสน์ หากตัดสินใจที่จะอยู่กับข้าข้อเสนอยังแรกคือพวกเขาจะได้ระดับวิชาบ่มเพาะระดับสีดำทันที่เมื่ออายุ 10 ปี”

จบบทที่ ผู้กอบกู้แห่งที่ราบทมิฬ ตอนที่ 9 เริ่มการเพาะปลูก 2

คัดลอกลิงก์แล้ว