เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 ประตูเหล็กขึ้นสนิม(อ่านฟรี)

ตอนที่ 51 ประตูเหล็กขึ้นสนิม(อ่านฟรี)

ตอนที่ 51 ประตูเหล็กขึ้นสนิม(อ่านฟรี)


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 51 ประตูเหล็กขึ้นสนิม

“เราต้องรีบออกไปจากที่นี่และเตือนพวกเขาถึงแผนการเปลี่ยนเมืองเรซีให้เป็นแหล่งเพราะพันธุ์ซอมบี้ของลัทธิมืด” โบเวนกล่าวออกมา ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้ว่าการพูดนั้นง่าย แต่การออกไปนั้นยาก เพราะเส้นทางออกหนึ่งเดียวที่พวกเขารู้ก็มาจากทางที่เรย์เห็นในฐานใต้ดินของพวกสาวกลัทธิมืด

ประตูโกดัง...

“เราไม่มีทางเลือก นอกจากตรงไปที่ประตูโกดัง” คอนราดกล่าวขณะที่หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ

“แต่นั่นเท่ากับเดินเข้าหากับดัก เส้นทางที่เรย์ใช้หนีออกมาถูกระเบิดปิดตายไปแล้ว ตอนนี้เหลือเส้นทางเดียวที่มันใช้เป็นกับดัก” โบเวนกล่าวแย้ง

“ไม่ใช่ซะทีเดียว ถ้าเราใช้ข้อมูลที่ได้มาจากเรย์ให้เป็นประโยชน์” ฟาริสกล่าว ก่อนมองไปที่เรย์และถามกับคอนราดอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นหัวหน้ามีแผนแล้วใช่ไหม”

“ยัง แต่นายกับเรย์ควรช่วยกันคิดแผน” คอนราดพูดจบก็เดินเข้าไปหาเรย์ ก่อนจะยกมือขึ้น เรย์งงกับการกระทำของหัวหน้า แต่ก็ไม่ได้หลบ คอนราดวางมือลงไปที่ระหว่างคิ้วทั้งของเรย์

ในตอนนั้นเรย์ก็ราวกับย้อนกลับไปที่ฐานใต้ดินของสาวกลัทธิมืด รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาแทบจะจำไม่ได้ได้กลับฉายชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

“นั้นคือการกระตุ้นภาพจำที่เคยเห็นผ่านสายตามาแล้ว มันน่าจะช่วยได้เยอะ” คอนราดอธิบายให้เรย์ฟัง

เฮ้อ...ผู้ใช้พลังจิตสุดยอดจริง ๆ เรย์ถอนหายใจในใจ

คอนราดถอนนิ้วจากหน้าผากของเรย์ ก่อนจะก็เดินไปนั่งลงตรงที่เรย์เคยนั่ง เขาหยิบกระติกน้ำทหารที่เรย์วางเหลือไว้มาดื่มไปสองสามอึก เพื่อดับกระหาย จากนั้นก็ปิดฝาและวางไว้ตามเดิม

คอนราดหลับตาและพักผ่อน เขาเป็นผู้ใช้พลังจิต การต่อสู้ติดต่อการส่งผลต่อภาระทางความคิดมากกว่าผู้มีพลังอีกสองสายมาก ทำให้ต้องการพักผ่อนที่มากขึ้นหลังการต่อสู้

“ตามสบายเลยนะ” โบเวนกล่าวจบก็เดินไปหยิบขวดน้ำและดื่มดับเช่นกัน ก่อนจะเดินไปนั่งไม่ไกล สายตาสาดส่องไปรอบ ๆ อย่างระวัง

เมื่อเรย์และฟาริสเห็นดังนั้น ทั้งสองก็ทำได้เพียงหันมามองหน้ากัน หัวหน้าพวกเขาหลับตาพักผ่อนทั้งที่บอกว่ารีบ ส่วนโบเวนดูเหมือนจะไม่สนใจในเรื่องใช้หัวเลยเลือกจะไปเฝ้ายามให้

เรย์รู้สึกเห็นใจฟาริสพอสมควรเพราะดูเหมือนเขาจะเป็นมันสมองของทีมนี้ซะเป็นส่วนใหญ่

“ผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกครั้ง” กายพูดออกด้วยรอยยิ้มเจือน ๆ

“เฮ้อ...มาลุยกันสักครั้ง” ฟาริสนั่งลงกับพื้น

เรย์เห็นดังนั้นก็นั่งลงและเรียกบอลแสงออกมาส่องสว่างในจุดที่เขาและฟาริสนั่ง ก่อนจะเริ่มเล่ารายละเอียดและเขายังใช้เหล็กขูดไปกับพื้นปูนเพื่อวาดเส้นทางในฐานของสาวกลัทธิมืดคร่าว ๆ

สิ่งที่เรย์บอกมันละเอียดมากจนถึงระดับที่เขายังแปลกใจ มีทั้งตำแหน่งวางกล่องไม้ สิ่งของ รถที่จอด จำนวนปืนหรืออาจจะถึงแม็กกาซีนที่เหน็บเอวของสาวกลัทธิมืด เรย์ไม่รู้ว่าตอนนี้อะไรมีประโยชน์บ้าง แต่เขาก็ยังเล่ารายละเอียดทั้งหมดอยู่ดี เพื่อให้ฟาริสคิดแผนดี ๆ ออก

ผ่านไป 20 นาที แผนการหนีออกจากถ้ำใต้ดินโดยอาศัยเส้นทางของอุโมงค์โกดังของลัทธิมือก็เสร็จเรียบร้อย ด้วยการช่วยเหลือของทั้งสองคน

“ถ้าอย่างนั้นนี่ก็คือแผนสินะ” คอนราดฟังการอธิบายของฟาริสจบก็เงียบไป

“ไปลุยกันเลย” โบเวนดูจะชอบใจแผนการนี้พอสมควร เพราะที่ผ่านมาเขารู้สึกเหมือนกับติดกับดักมาตลอด โดนลอบโจมตีจากที่มืดโดยที่ไม่เคยเห็นหน้าศัตรูเลยด้วย ซ้ำทำให้เขารู้สึกอยากจะระเบิดความโกรธที่มีต่อสาวกลัทธิมืดออกมาเต็มทีแล้ว

“แผนไม่น่าจะมีปัญหา ลงมือกันเลยแล้วกัน” คอนราดกล่าว

ทุกคนในทีมพยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มลงมือตามแผนในทันที

...

แผนการเริ่มต้นขึ้น คอนราดเดินนำเรย์และโบเวนไปหาทางเข้าอีกจุดหนึ่ง ทางที่ซึ่งคิดว่าเป็นกับดักที่ทางลัทธิมืดเตรียมไว้ลอบโจมตีพวกเขา

ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็หาไม่ยาก ทางเข้าอีกแห่งนี้อยู่ไกลออกไปราว ๆ 1000 เมตรทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจุดที่พวกเขาอยู่

เส้นทางนี้มีประตูเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมปิดสนิท ด้านบนเหนือประตูมีไฟสีเหลืองส้มส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืด และนี่ก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาหาประตูนี้ได้อย่างง่ายดาย

เรย์และพวกนอนหมอบซุ่มอยู่เนินดินห่างไปราว ๆ 50 เมตร เพื่อคอยดูสถาณการณ์

“ทางเข้านี่แน่ ๆ เราควรจะเข้าไปดูข้างในก่อน” เรย์พลิกตัวหลับนอนหงายและพูดกับคอนราดและโบเวน

“แน่ใจใช่ไหมว่าพวกเราไหว” โบเวนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“ลุยเลย” คอนราดกล่าวก่อนจะลุกออกไป

เรย์และโบเวนมองหน้ากัน ก่อนจะรีบวิ่งตามไป ทั้งสามมาหยุดอยู่หน้าประตู ตอนนี้นอกจากแสงไฟสีส้มจากหลอดไฟเหนือประตูเหล็กขึ้นสนิมแล้ว ยังมีบอลแสงสองดวงจากเรย์ช่วยให้พื้นที่ทั้งหมดในระยะ 20 เมตรนั้นส่องสว่าง

เรย์ยืนอยู่ด้านหลังกำลังจับปืนพกกึ่งอัตโนมัติ M1911A1 ที่ซึ่งมีกระสุนชำระล้างอยู่เต็มแม็กกาซีนและยังมีสำรองอีกหนึ่งแม็กกาซีนเก็บไว้กับตัว ซึ่งได้มาจากกระสุนสำรองของหัวหน้าคอนราด

ที่ประตูเหล็กขึ้นสนิมมีกลอนประตูแบบบิดอยู่ โบเวนผู้ที่เป็นเหมือนกับสายชนของทีมยื่นมือไปจับบิดดู แต่เหมือนมันจะล็อกไว้จากด้านใน

เมื่อเห็นว่าประตูล็อก โบเวนจึงยกมือขึ้นและเคาะไปที่ประตูสองสามครั้ง

ปัง! ปัง! ปัง!

หลังสิ้นเสียงเคาะประตู ก็มีเสียงบางสิ่งกรูกันวิ่งกระแทกประตูอย่างรุนแรง ก่อนจะเงียบหายไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกมันคือซอมบี้

คอนราดหันมาส่งสัญญาณให้เรย์ ซึ่งเรย์ก็ไม่รอช้ายกมือขึ้นมา ก่อนเตรียมร่ายคาถาในทันที พร้อมกันนั้นคอนราดเดินเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าประตู มือสัมผัสก่อนหลับตาย พลังจิตขยายออกไปตามมือของคอนราด

กริ๊ก! มีเสียงดังมาจากกรประตู คอนราดใช้พลังจิตในการปลดล็อกกร โดยมีโบเวนที่ลงมือเปิดประตูทันทีที่กลอนประตูถูกปลดล็อก

ก่อนที่ทั้งสองจะกระโจนถอยหลังไปยืนข้าง ๆ กาย

จังหวะเดียวกับที่ประตูเหล็กขึ้นสนิมถูกเปิดก็มีกลิ่นเน่าจากศพโชยออกมา ขณะที่แสงจากหลอดไฟเหนือประตูและแสงจากบอลแสงสองดวงสาดส่องเข้าไปด้านในทางเดิน ก็เจอเข้ากับซอมบี้ซากศพจำนวนมากที่อัดแน่นกันอยู่ในทางเดิน ทันทีที่พวกมันเห็นแสงสว่างก็หันหน้าไปมองทางพวกเขา

ว๊ากกก!!!

ซอมบี้ซากศพอ้าปากคำรามออกมาด้วยความหิวโหย ก่อนจะวิ่งออกมาจากหลังประตูเหล็กขึ้นสนิมตรงเข้าหาทั้งสามคน แต่เรย์นั้นร่ายคาถารออยู่ก่อนแล้ว วินาทีที่พวกมันเหยียบออกนอกประตู คาถาแสงชำระล้างก็ถูกร่ายคาถาเสร็จ ก่อนจะพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินตรงหน้าประตูพอดี

ซอมบี้ซากศพ 5 ตัวแรกโดนคาถาแสงชำระล้างไปเต็มไป ก็ล้มทั้งยืนตัวไถลล้มไปกับพื้น แต่ก็มีซอมบี้ซากศพจากทางด้านหลังอีก พวกมันวิ่งเหยียบศพของซอมบี้ซากศพที่ตายไป มุ่งหน้าหาเรย์เพียงอย่างเดียว

แต่ตอนนั้นโบเวนที่เตรียมพร้อมก็เล็งปืนกลเบาเบรนจากนั้นก็เหนียวไกปืนยิงถล่มซอมบี้ซากศพ

ตัวของซอมบี้ซากศพถูกยิงจนพวกมันนั้นกระเด็นไปตามแรงปะทะของกระสุน บางตัวล้มลงแต่ก็ยังโดนยิงซ้ำ กระทั่งกระสุนของปืนกลเบาเบรนหมดลง พร้อมกับควันที่รอยออกมาจากกระบอก โบเวนถึงหยุดยิง

เขารีบเปลี่ยนอาวุธในมือจากปืนกลเบาเบรนเป็นมีดสปาต้าสองเล่ม

“มา!!!” โบเวนร้องคำรามหมุนควงมีดสปาต้าในมือ ก่อนจะกระโจนเข้าฟันใส่ซอมบี้ซากศพที่ยังไม่ตายอย่างไม่ยั้งมือ

คอนราดลงมือเช่นกัน ไฟแช็กโลหะมันวาวถูกจุดขึ้นเบื้องหน้า เปลวไฟขนาดเหล็กที่ไฟแช็กวูบไหวไปมา ก่อนจะพวยพุ่งขึ้นสูงเหนือหัวของคอนราด

“ไป!” สิ้นเสียงสั่ง เพลิงลอยอยู่ได้รวมตัวกันเป็นลูกไฟก่อนจะยิงเข้าหาซอมบี้ซากศพ ซอมบี้ที่โดนไฟของคอนราดเผามีเสียงส่งออกมาคล้ายกับเนื้อที่โดนย่างไฟมีกลิ่นเหม็นไหม้ออกมา ถึงอย่างนั้นซอมบี้ซากศพก็พยายามจะลุกขึ้นมาไล่กัดคอนราด แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานไฟได้ มันตายลงไปในเวลาไม่ถึง 3 วินาที

เรย์ที่ร่ายคาถาบอลแสงไปเสร็จ ก็ใช้อาศัยจังหวะร่ายคาถาจากบอลแสงอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือเวทมนตร์ออกมาร่ายคาถาบอลเพลิงยิงใส่ซอมบี้จนพวกมันตัวลอยขึ้นและไหม้เกรียมตายไปอีกหลายตัว

ในจังหวะสุดต่อมาเรย์ใช้ปืนช่วยในการสังหารซอมบี้ซากศพ ยิงเขาที่ตัวเพื่อชะลอความเร็วของซอมบี้ ก่อนจะเป่าสมองซอมบี้ซากศพซ้ำอีกครั้ง

การต่อสู้เหมือนเป็นการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว ด้วยความที่พื้นต่อสู้นั้นกว้างทำให้ทั้งสามนั้นวิ่งหลบซอมบี้ได้อย่างไม่ยาก แต่แน่นอนว่ามันก็ไม่ง่าย เพราะซอมบี้ซากศพนั้นมีมากกว่า 20 ตัวด้วย

ซึ่งต้องใช้ทั้งพลังงานและความพยายามในการฆ่าเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายแล้วซอมบี้ซากศพทั้ง 20 ตัวก็โดนจัดการจนหมด

ทั้งสามคนยืนอยู่หน้าประตูเหล็กขึ้นสนิมที่เปิดออกจนสุด รอบตัวมีซอมบี้ซากศพนอนตายอยู่เกลื่อนไปทั่วทั้งบริเวณ พวกเขาหายใจเข้าออก ก่อนจะมีคนพูดขึ้นมา

“ซอมบี้พวกนี้มีปลอกคอเหล็กล่ามที่คอ พวกมันเหมือนกับหมาเฝ้าบ้าน” คอนราดกล่าวออกมา ก่อนจะเดินไปดึงเอาปลอกคอเหล็กออกมาจากคอของศพของซอมบี้ “เป็นของใหม่ แถมดูจากชุดและเสื้อผ้า ซอมบี้พวกนี้ก็เป็นพวกซอมบี้ที่พึ่งเกิด อาจจะเป็นพวกคนเร่ร่อนหรือไม่ก็ชนชั้นแรงงานที่โดนลักพาตัวมา”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็เป็นคนธรรมดาที่โดนจับมาและถูกเปลี่ยนให้เป็นซอมบี้สินะ” เรย์เก็บหนังสือเวทมนตร์เข้ากระเป๋าก่อนเดินมาข้าง ๆ คอนราด

“พวกมันชั่วจริง ๆ” โบเวนกัดฟันพูดด้วยความโกรธ

“รีบไปเตรียมตัวเถอะ เราจะบุกต่อ ตอนนี้คงดึงดูดความสนใจและพวกมันคงรอเราอยู่ด้านในแล้ว” คอนราดโยนปลอกคอเหล็กในมือตนทิ้งที่พื้นดินข้าง ๆ ศพซอมบี้ ก่อนจะก้าวเท้าเดิมมุ่งหน้าเข้าไปในประตูที่เปิดอยู่

จบบทที่ ตอนที่ 51 ประตูเหล็กขึ้นสนิม(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว