เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 แสดงความเคารพต่อศพ(อ่านฟรี)

ตอนที่ 24 แสดงความเคารพต่อศพ(อ่านฟรี)

ตอนที่ 24 แสดงความเคารพต่อศพ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 24 แสดงความเคารพต่อศพ

หัวของซอมบี้ซากศพที่โดนตัดกลิ้งไปตามพื้นซึ่งเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน แต่แม้หัวจะขาดจากร่างกายแล้ว แต่หัวของซอมบี้ทั้งสองก็ยังไม่ตาย ปากของซอมบี้ซากศพทั้งสองยังเคี้ยวชิ้นเนื้อในปากอยู่แบบนั้นชวนให้เรย์รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

“พวกตัวเหม็น!” โบเวนจัดการสับไปอีกหลายทีเพื่อระบายความโกรธ

ส่วนคนอื่น ๆ นั้นก็เดินสำรวจในห้องต่อว่ามีใครหลงเหลือรอดอีกหรือไม่

เรย์เดินมาหยุดอยู่หน้าศพหญิงสาว...จังหวะที่เขามองไปที่ดวงตาของเธอ ในตอนนั้นเองชายหนุ่มก็สังเกตว่ามีน้ำตาไหลออกมาจากหางตาของเธอ

เรย์รู้สึกตกใจจนนิ่งไป

แต่ก่อนจะได้กล่าวอะไร แววดวงตาของหญิงสาวจะหม่นแสงลงไร้ซึ่งสัญญาณของชีวิตอย่างชัดเจน

เธอโดนกินทั้งเป็น...

นี่สิความตายที่น่ากลัวยิ่งกว่าของกวิน...

เรย์กลืนน้ำลาย ในใจครุ่นคิดว่ากว่าเธอจะสิ้นใจคงทรมานสุด ๆ ไปเลย ถ้าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเรย์ก็ไม่สามารถจินตนาการออกเช่นกันว่ามันจะทรมานแค่ไหน

บางทีอาจจะตั้งแต่หลังจากโทรไปขอความช่วยเหลือ ชายสองคนที่โดนกัดก็กลายร่างและเข้ามาทำร้ายเธอ แต่ที่ประตูมีโต๊ะขนาดใหญ่ขวางอยู่เธอจึงไม่สามารถเปิดประตูหนีออกไปด้านนอกได้ และดูเหมือนเธอจะพยายามทุบหน้าต่างหนีแต่ก็คงไม่ทัน อีกอย่าง...

เรย์มองไปทางกระจกหน้าต่างที่แตกนอกหน้าต่างนั้นมีกรงเหล็กดัดติดอยู่

กรงเหล็กดัดสวยงามที่ใช้กันขโมย กลับกลายเป็นกรงขังที่ฆ่าหญิงสาว ช่างเป็นตลกร้ายที่น่าเศร้า ถ้าเธอโดดออกไปได้บางทีอาจจะรอดก็ได้

ขณะที่เรย์สรุปข้อสันนิษฐานของตนในใจ ตอนนั้นเองอยู่ ๆ ศพของหญิงสาวที่ตายไปแล้วกลับเริ่มขยับอีกครั้ง ดวงตากลอกกลิ้งไปมาคล้ายกับมันจะหลุดออกมาจากเบ้าตาของเธอให้ได้ นิ้วมือของศพหญิงสาว ขยับกึกกักเคราะไปตามพื้นห้อง ก่อนที่ร่างกายเริ่มดิ้นชักกระตุกอย่างรุนแรงคล้ายกับปลาที่กำลังขาดอากาศหายใจอยู่บนบก

โบเวนเดินเข้ามาก่อนจะส่งมีดให้กับเรย์ลงมือ

เรย์พยักหน้ารับมาก่อนจะฟันไปที่หัวของศพในทันที เนื่องจากยังกลายร่างไม่สมบูรณ์มากนัก หัวของซอมบี้จึงไม่ได้ทนทานเหมือนซอมบี้ซากศพทั่วไป ๆ

เรย์ฟันไปสองสามครั้งก็ทำลายสมองของศพได้

เลือดและสมองของศพหญิงสาวไหลหยดไปตามใบมีดในมือของเขา เรย์สะบัดมันเบา ๆ ให้หลุดออกไป ก่อนจะส่งมีดสปาต้าที่มีเลือดเหนี่ยวลื่นติดอยู่บางส่วนคืนให้กับโบเวน

“ในห้องไม่มีใครรอดอีกแล้ว ฟาริสช่วยไปแจ้งให้ผู้กองฟินทันเข้ามาช่วยเคลือสถานที่ ส่วนที่เหลือไปช่วยกันเก็บเลือดสีขาวจากศพซอมบี้” คอนราดกล่าวหลังจากเห็นว่าทุกอย่างถูกจัดการแล้ว

ฟาริสพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะออกไปเรียกผู้กองฟินทัน ส่วนคอนราด โบเวนและเรย์ก็ไปช่วยกันขนร่างของซอมบี้มาวางรวมกันในชั้นแรก ตรงแผนกต้อนรับของสำนักงาน

ศพซอมบี้มีทั้งหมด 21 ตัว เป็นซอมบี้นักกล้าม 1 ตัวและซอมบี้ซากศพ 20 ตัว โบเวนและคอนราดเริ่มลงมือผ่าร่างของซอมบี้ในทันที

“พวกนั้นไม่ต้อง มันไม่มีเลือดสีขาว นายมาช่วยฉันตรงนี้ดีกว่า” โบเวนห้ามเรย์ก่อนจะให้มาช่วยทางฝั่งตนเอง

“ทำไมถึงไม่มี” เรย์ถามด้วยความสงสัย เพราะยังไงก็ซอมบี้เหมือนกัน

“พวกมันพึ่งกายร่างจึงไม่มีเลือดสีขาว ถ้าจะมีก็ต้องรอให้มันเป็นซอมบี้นับสัปดาห์ซะก่อน” โบเวนอธิบายให้เรย์ฟัง

“อืม” เรย์พยักหน้าเข้าใจ นี่เป็นความรู้ที่ไม่มีสอน ใครจะไปคิดว่าซอมบี้ที่โดนกัดและพึ่งกายร่างจะไม่มีเลือดสีขาว นั้นยิ่งทำให้เลือดสีขาวดูลึกลับเข้าไปอีก

เรย์เดินเข้าไปช่วยโบเวนเก็บเลือดสีขาว โบเวนผ่าอกของซอมบี้ด้วยแรงที่มากเป็นพิเศษจากนั้นก็แหวกเอาอวัยวะภายในออก จนเหลือแต่หัวใจซอมบี้

เรย์ที่เคยเห็นมาแล้วจึงไม่รู้สึกอะไร อันที่จริงกลิ่นของซากศพซอมบี้นั้นเน่าเหม็นมาก แต่ต้องขอบคุณหมวกเกราะที่ช่วยกันกลิ่นได้เป็นอย่างดี เรย์นั่งลงเปิดกล่องเล็ก ๆ หยิบเอาเข็มฉีดยาแก้วจุ่มลงไปและดูดของเหลวสีขาวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉีดเข้าไปเก็บในขวดแก้วอย่างชำนาญ

โบเวนเห็นก็พยักหน้าเอ่ยปากชมในทันที

“นายทำเร็วมาก”

“แน่นอน”

เรย์ตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตน แค่ดูดเอาเลือดสีขาวออกมาและใส่ไปในขวดมันคืองานง่าย ๆ มากเมื่อเทียบกับการนั่งวาดอักษรเวทมนตร์

ทั้งโบเวนและคอนราดช่วยกันทำงานอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดศพของซอมบี้นักกล้ามก็ได้รับการเก็บเกี่ยวทั้งหมด

ในศพของซอมบี้นักกล้ามมีเลือดสีขาวมากกว่าศพของซอมบี้ซากศพรวมกันซะอีก หลังจากใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็ทำเสร็จแล้ว ก็เป็นจังหวะที่ฟาริสและผู้กองฟินทันเข้ามาพอดี

ผู้กองฟินทันไม่ได้พาตำรวจเข้ามาทุกคน แต่พามาเฉพาะคนที่รู้เรื่องบางอย่างแบบตนเองเท่านั้นส่วนคนอื่นได้แต่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก

“เราก็ไปกันเถอะ” โบเวนกล่าวก่อนจะเดินไปหาหัวหน้าคอนราด ตอนที่เรย์และโบเวนเอาเลือดสีขาวอยู่นั้นหัวหน้าคอนราดก็ทำบางอย่างกับศพของกวินอยู่

เรย์เดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นว่าหัวหน้าคอนราดเก็บเข็มแหลมกลับไปแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นยืนหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนและจุดบุหรี่ด้วยไฟแช็กน้ำมันสีเงินแวววาวที่ดูจะหม่นแสงลงไปพอควร ก่อนที่จะสูบบุหรี่ไปเต็มปอด

“หัวหน้ากำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ” เรย์ถามด้วยความสงสัย เขาต้องการเรียนรู้ให้มากขึ้น

“คนที่ตายในการต่อสู้ต้องทำลายสมองก่อนจะเก็บศพ เพราะพวกเขาอาจจะลุกขึ้นมาได้”

“ไม่ใช่ว่าต้องโดนกัดอย่างนั้นเหรอ”

“นั้นส่วนหนึ่ง แต่มีซอมบี้บางตัวสามารถแพร่เชื้อได้โดยไม่ต้องโดนกัด แน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นเพียงระเบียบอย่างหนึ่งของหน่วยนักล่าความตายเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ศพกลายเป็นซอมบี้” คอนราดอธิบาย

“ช่วยกันยกศพเถอะ”

“ครับ”

เรย์ช่วยยกศพของกวินขึ้นก่อนจะใส่ลงไปในห่อพาสติกสีดำที่เตรียมมา เมื่อรูดปิดปากถุงเรย์และโบเวนก็ช่วยกันยกศพของกวินขึ้นและพากันเดินออกมาทางประตู

“นี่คือ...” ผู้กองฟินทันเห็นว่ามีศพถูกยกออกมาและคนของหน่วยนักล่าความตายหายไปคนหนึ่งก็อั้มอึ้งไป

“ทุกคนทำความเคารพ!”

ฟินทันตะโกนออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่น ๆ ที่วุ่นอยู่กับการเก็บศพลุกขึ้นยืนทำความเคารพศพของกวิน

ผู้กองฟินทันและทุกคนรู้ว่าคนในหน่วยนักล่าความตายคือผู้เสียสละ พวกเขาเสี่ยงตายทุกครั้งที่ปฏิบัติภารกิจจัดการกับสัตว์ประหลาดซอมบี้ เพื่อให้ พ่อแม่ พี่น้อง ลูกเมียและญาติ รวมถึงพวกเขาเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่อย่างปลอดภัยภายในเมืองเรซี

ดังนั้นพอมีหน่วยนักล่าความตายเกิดเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับรู้เรื่องของพวกเขาจะแสดงความเคารพออกมาอย่างสุดหัวใจ

คอนราดพยักหน้าขอบคุณก่อนจะพาศพของกวินกลับออกไป

รถหุ้มเกราะหกล้อขับออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนมาพวกเขามากัน 5 คน แต่ตอนกลับมีเพียง 4 คนและอีกหนึ่งศพ

พอมาถึงโรงแรมนักล่าก็เป็นเวลาเกือบ 3 ทุ่มแล้ว ตอนนี้คนส่วนใหญ่เลิกงานไปแล้ว ลุงคอนเนอร์ก็เช่นกัน ดังนั้นพอรถจอดสนิทก็มีคนเจ้าหน้าที่ทั่วไปอีกคนหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่แทนลุงคอนเนอร์ หญิงสาวคนนี้มีรูปร่างผอมสูง สวมแว่นตาหนา เส้นผมหยิกเล็ก เธอดูเหมือนหนอนหนังสือซึ่งนั้นก็คือความจริง เพราะในมือของเธอมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง

“นายน่าจะพึ่งเคยเจอเธอ เธอคืออันนา และอันนานี่คือเรย์” ฟาริสบอกกับทั้งสองคน

“สวัสดีคุณอันนา”

“สวัสดีคุณเรย์”

เรย์และอันนาทักทายกันพอเป็นพิธีในฐานะเพื่อนร่วมงาน

“อันนาฝากเอาศพกวินเข้าไปเก็บด้วย เดี๋ยวเรื่องรายงานผู้จัดการซีน่อนผมจะทำเอง ฟาริสไปช่วยอันนาแล้วอย่าลืมเอาเลือดสีขาวไปส่งด้วย ที่เหลือไปรอที่ห้องพักทีม” คอนราดพูดกับทุกคนก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ไปที่ห้องผู้จัดการคนเดียว

“เราเอาศพไปเก็บกันเถอะ”

อันนาพูดกับฟาริส แต่น้ำเสียงดูเย็นชาเล็กน้อย ฟาริสไม่กล้าพูดอะไรก้มหน้าแล้วไปยกศพของกวินคนเดียวเดินตามหลังอันนาไป

เรย์สังเกตเห็นท่าทีของฟาริสที่ดูจะเงียบผิดปกติ เรย์จึงหันไปถามโบเวนที่อยู่ข้าง ๆ “ทั้งสองคนเขาเป็นอะไรกันอย่างนั้นเหรอ”

“ฟาริสและอันนาทั้งสองเป็นแฟนกัน แต่ตอนนี้มันยากจะอธิบายนะ”

โบเวนและฟาริสมองกันสักพักก็เข้าใจ จึงได้แต่ยิ้ม ๆ เรื่องนี้ดูเหมือนฟาริสจะไปทำให้อันนางอลขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงปล่อยให้ฟาริสจัดการเองก็แล้ว

เรย์และโบเวนขึ้นมาที่ห้องพักทีม เขาจัดการถอดชุดเกราะเก็บของและล้างตัวก่อนจะนั่งรอหัวหน้าคอนราดและคนอื่น ๆ

ผ่านไปราว ๆ หนึ่งชั่วโมงในที่สุดทุกคนมาก็รวมกันในห้อง คอนราดให้ฟาริสหยิบกล่องที่ใส่เลือดสีขาวออกมาและพูดว่า

“วันนี้ได้เยอะกว่าปกติเพราะมีซอมบี้นักกล้ามด้วย เลือดสีขาวส่วนของกวินทางหน่วยจะรับผิดชอบเปลี่ยนเลือดสีขาวเป็นเงินส่งให้กับญาติหรือคนที่อยู่กับเขาเอง ส่วน 25 ขวดที่จะแบ่งกันนี้เป็นส่วนของพวกเรา” คอนราดเดินเข้ามาหยิบและแบ่งเลือดสีขาวออกเป็นส่วน ๆ

“ของผมต้องการแค่ 6 ขวด โบเวนและฟาริสก็เช่นกัน ส่วนเรย์นายเอาไป 7 ขวดก็แล้วกัน มีใครคัดค้านอะไรไหม” โบเวนและฟาริสส่ายหัว พวกเขาเข้าใจว่าเรย์ควรจะได้รับมัน ทุกคนหยิบส่วนของตนเองออกไปในทันที

เรย์ก็เช่นกัน เขารู้ว่าที่หัวหน้าให้เขามากขึ้นอีก 1 ขวดนั้นก็เพราะต้องการใช้เขาพัฒนาขึ้นไปอีกระดับโดยเร็วที่สุด เรย์ไม่ได้คิดค้านเขาก็คิดว่าตัวเองควรจะรีบยกระดับโดยเร็วที่สุดเช่นกัน

“หัวหน้าอันที่จริงผมพร้อมที่จะพัฒนาไประดับ 2 แล้ว แต่ว่าต้องการให้หัวหน้าช่วย”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากันพรุ่งนี้การเลื่อนระดับควรจะเริ่มตอนที่พักผ่อนเพียงพอแล้ว”

“ได้ครับหัวหน้า”

เรย์ตอบตกลง ตอนนี้สีหน้าของทุกคนเหนื่อยพอสมควร

“นายจะกลับไปที่บ้านเลยไหม หรือจะค้างที่นี่” โบเวนถามเรย์

“ตอนนี้ยังไม่ดึกมากผมควรจะกลับไปที่บ้านก่อน ส่วนชุดเกราะคงต้องไว้ที่นี่”

“ฉันขอตัวก่อนนะ” ฟาริสพูดและเดินออกไปทันทีโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีกคล้ายกับมีเรื่องต้องไปทำ

“ฟาริสเป็นอะไร” คอนราดถาม โบเวนและเรย์ยกมือขึ้นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ช่างเถอะ” คอนราดพูดจบก็เดินเข้าไปล้างตัวก่อนจะทิ้งตัวนอน ในวันนี้ที่ห้องพักทีมมีแค่คอนราดเท่านั้น ส่วนโบเวนและเรย์นั้นออกจากโรงแรมนักล่าไปพร้อมกัน

จบบทที่ ตอนที่ 24 แสดงความเคารพต่อศพ(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว