เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 แผนการฆ่าซอมบี้(อ่านฟรี)

ตอนที่ 22 แผนการฆ่าซอมบี้(อ่านฟรี)

ตอนที่ 22 แผนการฆ่าซอมบี้(อ่านฟรี)


ตอนที่ 22 แผนการฆ่าซอมบี้

ทุกคนอาศัยแสงสว่างของเรย์มองเข้าไปก็เห็นว่าตอนนี้ซอมบี้นักกล้ามกำลังดึงตัวเองขึ้นมาจากบันได ผนังห้องที่มันชนพังไปนั้นเป็นทางเดินลงไปที่ชั้นใต้ดินของอาคาร แต่นอกจากซอมบี้นักกล้ามแล้ว มันกลับมีตัวอื่นที่อยู่ในนั้นด้วยพวกมันคือซอมบี้ซากศพนับสิบตัว

ซอมบี้พวกนี้ส่วนหนึ่งเคยเป็นพนักงานที่อยู่ในสำนักงานแห่งนี้ ไม่ต้องเดาอะไรมากก็รู้ว่าคนพวกนี้คงจะหนีตายไปทางใต้ดิน แต่ดวงซวยเพราะมีซอมบี้ตามลงไปได้ จึงเกิดเป็นการสังหารหมู่อยู่ด้านใน

ในตอนที่เรย์และคนอื่น ๆ เข้ามาไม่เห็นซอมบี้พวกนี้ออกมาเดินเพ่นพ่าน ก็เพราะว่าประตูทางเข้าใต้ดินมันปิดล็อกอยู่ซอมบี้จึงออกมาไม่ได้

แต่ตอนนี้หลังจากซอมบี้นักกล้ามทำลายกำแพงผนังตรงนั้น ซอมบี้ซากศพจึงมีทางออกมาจากชั้นใต้ดินได้แล้ว

“คว้ากกก....อะ...คากกก!” เสียงซอมบี้ร้องครวญครางอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่ซอมบี้นักกล้ามจะโผล่หน้าออกจากด้านใน มันออกมาได้ก็ตรงเข้าหาคอนราดในทันที นอกจากนั้นด้านหลังยังตามมาด้วยซอมบี้ซากศพ

“โบเวน เรย์ จัดการกับซอมบี้ซากศพ ฟาริสยิงข้อต่อหยุดการเคลื่อนไหวของซอมบี้นักกล้าม” คอนราดสั่งการออกมา

ตามคำสั่งของคอนราดนั้น เขาต้องการแยกซอมบี้นักกล้ามและซอมบี้ซากศพออกจากกัน

จากนั้นก็ให้ฟาริสผู้ที่ยิงปืนแม่นที่สุดในทีมหยุดการเคลื่อนไหวของซอมบี้นักกล้ามด้วยการทำลายข้อต่อของมัน ส่วนซอมบี้ซากศพนั้นพวกมันไม่อันตรายเท่าซอมบี้นักกล้าม

เรย์และโบเวนสามารถถ่วงเวลาพวกมันได้สักพัก พอคอนราดและฟาริสจัดการซอมบี้นักกล้ามได้ทั้งสองก็ไปช่วยเรย์และโบเวนจำกัดซอมบี้ที่เหลือได้

ทุกคนเข้าใจความคิดของคอนราด เมื่อได้ยินคำสั่งฟาริสหยิบกระสุนชำระล้างออกมาบรรจุลงคลิปกระสุน 5 นัดใส่ช่องกระสุนก่อนจะขึ้นลำตบลูกเลื่อนเข้าที่หันกระบอกปืนยิงซอมบี้นักกล้ามที่กำลังเคลื่อนที่เข้าหาพวกเขา

ปัง!

ซอมบี้นักกล้ามยกมือกันด้วยความคุ้นเคยกับเสียงของปืน แต่ครั้งนี้ปืนไม่ได้ยิงที่หัวของมัน แต่ยิงที่เข่าของมันแทน กระสุนเจาะเข้าที่เข่าคาอยู่ในมวลกล้ามเนื้อของซอมบี้นักกล้ามอยู่แบบนั้น

จากนั้นนัดที่สองและสามก็ตามมาอย่างต่อเนื่อง

ซอมบี้นักกล้ามเปลี่ยนเป้าหมายหันมาเล่นงานฟาริสที่โจมตีมันอย่างต่อเนื่อง

ในเวลาเดียวกัน ทางด้านซอมบี้ซากศพก็โดนโบเวนสาดกระสุนปืนยิงใส่อย่างไม่หวังผล เพียงยิงให้ถูกเพื่อดึงดูดพวกมันมาเท่านั้น

ซึ่งก็ได้ผลเพราะซอมบี้ซากศพพวกมันจะเดินเข้าหาเหยื่อที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน

แผนการแยกซอมบี้นักกล้ามและซอมบี้ซากศพออกจากกันสำเร็จก็ถึงเวลาสู้อย่างแท้จริง

เรย์และโบเวนถอยห่างออกมาอีกทาง เพราะอาจจะเข้าไปขวางการสู้ของหัวหน้าคอนราดและฟาริสที่รับมือกับซอมบี้นักกล้ามอยู่ได้

“เรย์ นายคอยป่วนพวกมัน เดี๋ยวฉันจะจัดการพวกที่มาใกล้ ๆ เองรอหัวหน้าจัดการซอมบี้นักกล้ามก็พอ” โบเวนยิงปืนกลเบาเบรนอย่างต่อเนื่อง ตลับกระสุนที่สามถูกเอาออกมาบรรจุและยิงอีกครั้ง

“ผมมีความคิดดี ๆ อาจจะฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด แต่ต้องให้คุณช่วย” เสียงปืนนั้นดังอย่างมาก เรย์จึงต้องตะโกนเสียงดังเพื่อให้โบเวนได้ยิน

“ยังไง ว่ามา!”

“ล่อพวกมันไปที่บันไดและทำให้พวกมันรวมตัวกัน”

“แบบนี้มัน...อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดี” โบเวนลังเล เพราะถ้าเกิดซอมบี้ซากศพรวมตัวกันมาก ๆ นั้นจะทำให้ยากในการสู้กับพวกซอมบี้ซากศพ

เนื่องจากไม่มีพื้นที่ให้สู้หรือขยับตัวได้ โดยเฉพาะผู้มีพลังกายภาพแบบโบเวนที่อาศัยพละกำลังและร่างกายเป็นหลัก ในการโจมตีกายภาพ

“ผมคือผู้ใช้พลังเวทมนตร์ ขอแค่เตรียมตัวจะจัดการพวกมันก็ไม่ยากเย็น” เรย์ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“ก็ได้ตกลง” เมื่อโบเวนตกลง แม้เขาจะลังเล

เรย์ลงมือตามแผนของตนในทันที เขาหยิบหนังสือเวทมนตร์ออกมาเปิดไปหน้าแรกและร่ายคาถาเวทมนตร์ด้วยเสียงที่ดังขึ้นและกระจายตัวไปรอบ ๆ ด้วยความลึกลับ

“คาเซเบธ! (บอลไฟ)”

อักษรเวทมนตร์ในหน้ากระดาษผสมทองคำตอบสนองในทันทีโดยไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย

นี่คืออีกหนึ่งข้อดีของการใช้พลังจากอักษรเวทมนตร์ที่สลักไว้ล่วงหน้า เพียงแค่กระตุ้นขั้นตอนสุดท้ายคาถาเวทมนตร์ก็จะทำงาน

อักษรเวทมนตร์กลายเป็นลูกบอลไฟพุ่งเข้าหาซอมบี้ซากศพตัวที่ขวางทางไปยังทางบันไดหนีไฟขึ้นไปชั้นสอง ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ทางช่องกำแพงที่พังลงจากฝีมือของซอมบี้นักกล้าม จึงมีซอมบี้ซากศพขวางอยู่สองสามตัวที่ออกมาจากชั้นใต้ดิน

ซอมบี้ซากศพตัวเป้าหมายร่างกายโดนบอลไฟเผาไหม้หงิกงอตายไปทั้งอย่างนั้น

ทางด้านโบเวนก็เปลี่ยนจากอาวุธปืนหันมาใช้สปาต้าสองเล่มสู้ในระยะประชิดเปิดทางขึ้นไปชั้นสอง เรย์และโบเวนวิ่งขึ้นมายังบันไดสู่ชั้นสองได้อย่างปลอดภัย

หัวหน้าคอนราดและฟาริสเห็นทั้งสองคนไปทางที่ซอมบี้ออกมาก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน แต่แบบนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจในวิธีสู้ของพวกเขา

บางครั้งเมื่อเราฝากสนามรบไว้ให้กับสหายร่วมทีมแล้วก็ควรจะเชื่อใจให้สุด

“คว้าก!!” ซอมบี้นักกล้ามที่เห็นฟาริสเผลอก็ใช้แขนอีกข้างคว้าโอบฟาริสพร้อมกับปากขนาดยักษ์ที่เตรียมจะกัดลงไปที่หัวของฟาริส

“ไม่ได้กินหรอก”

ฟาริสม้วนตัวหลบทำให้ซอมบี้นักกล้ามคว้าได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า ในตอนนั้นก็มีลูกไฟกระแทกเข้าใบหน้าของซอมบี้นักกล้ามดังตูม! ซอมบี้นักกล้ามถึงกับเซถอยหลังไปไม่เป็น

สิ่งที่เกิดไม่ใช่เพราะพลังโจมตีนี้ของคอนราดรุนแรงกว่าทุกที แต่เป็นเพราะตอนนี้ข้อต่อตามร่างของมันได้รับความเสียหายหนัก จากฝีมือของฟาริส

“ฟาริสปิดฉาก!”

“จัดไปหัวหน้า!”

ฟาริสตอบกลับพร้อม ๆ กับที่ซอมบี้นักกล้ามตั้งตัวได้และไล่ตามมาทัน

อันที่จริงแล้วในอาควรไม่ใหญ่มากนัก ดังนั้นการไล่ล่าจึงเป็นเพียงการวิ่งวนไปรอบ ๆ ก็เท่านั้น โดยฟาริสอาศัยร่างกายที่แข็งแกร่ง ความเร็วที่มากและการตอบสนองที่ไว้ของร่างกาย จึงรอดพ้นการโจมตีของซอมบี้นักกล้ามมาได้อย่างหืดขึ้นคอ

ซอมบี้นักกล้ามเหวี่ยงแขนอย่างคลุ้มคลั่ง เสียงดังหวีดหวิวเมื่อท่อนแขนกระทบกับอากาศ

ฟาริสหลอกล่อซอมบี้นักกล้ามไปมารอคอยจังหวะของคอนราดที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการโจมตีอยู่

คานราดหยิบขวดเลือดสีขาวออกมาสาดใส่โต๊ะเก้าอี้หรือสิ่งของทุกอย่างที่ติดไฟได้ เพื่อให้มันกลายเป็นเชื้อเพลิงทรงพลัง จากนั้นก็จุดไฟแช็กขึ้นมาควบคุมเปลวไฟเผาไม้ทุกอย่างรอบตัว

นี่คืออีกหนึ่งวิธีการใช้เลือดสีขาวของผู้ใช้พลังจิต

ฟรึบ!!!

เพลิงลุกโหมอย่างบ้าคลั่งหลังจากตกอยู่ในการควบคุมของคอนราด

คอนราดยกมือทั้งสองข้างอย่างช้า ๆ ราวกับแบกรับพลังไว้จำนวนมาก ก่อนจะตะโกนเปล่งเสียง

“รวม!!!”

ไฟพุ่งมาจากทุกทิศทางรวมเข้ามาที่มือของคอนราด ยิ่งมีเปลวไฟมากท่าไหร่ ผู้ใช้พลังจิตที่ถนัดควบคุมไฟแบบคอนราดก็ยิ่งทรงพลัง

คอนราดหันไปพยักหน้าให้กับฟาริสเป็นการส่งสัญญาณ

ฟาริสเมื่อรู้ว่าได้จังหวะแล้ว ก็อาศัยโอกาสที่ซอมบี้นักกล้ามไล่ล่าตนอยู่ในเปลวไฟม้วนตัวกลิ้งหมุนเข้าไปที่ใต้หว่างขาของมันไป

ด้วยสติปัญญาที่ต่ำของซอมบี้นักกล้ามจึงไม่เข้าใจแผนการของทั้งสอง

ฟาริสที่ตอนนี้กำลังอยู่ใต้หว่างขาของซอมบี้ก็อาศัยจังหวะไม่กี่วินาทีที่มี รีบชักปืนพกเอ็ม1911เอ1ออกมา จ่อไปที่หัวเข่าของซอมบี้นักกล้าม ก่อนจะยิงอัดไปอย่างต่อเนื่อง 7 นัด

แน่นอนว่าทุกนัดนั้นเป็นกระสุนชำระล้าง

ข้อต่อและเส้นเอ็นตรงหัวเข่าของซอมบี้นักกล้ามแหลกไม่มีชิ้นดี ทำเอาซอมบี้นักกล้ามทรุดตัวลงชันเข่าไปข้างหนึ่งในทันที

คอนราดเมื่อเห็นว่าซอมบี้นักกล้ามที่สูงกว่า 2.5 เมตรไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อีกก็วิ่งเข้าหาซอมบี้นักกล้ามพร้อมกับเปลวไฟที่รวมกันอยู่ที่ฝ่ามือตรงเข้าหาซอมบี้นักกล้าม

เท้าของคอนราดไปที่หัวเข่าของซอมบี้นักกล้ามส่งตัวเองรอยขึ้นหมายจะไปที่หัวของมัน

แน่นอนว่าซอมบี้นักกล้ามยังมีมืออีกข้างที่ใช้งานได้แม้ข้อต่อช่วงศอกมีรูกระสุนหลายนัดก็ตาม มันก็ยังใช้งานได้

ซอมบี้นักกล้ามคิดจะใช้มือจับตัวคอนราด

ฟาริสผู้ที่พึ่งจัดการขาของซอมบี้นักกล้ามไป ได้ชักดาบคาตานะคู่กายออกมา ฟันไปที่ข้อต่อซ้ำไปที่แผลจากรอยกระสุน ตัดแขนซอมบี้นักกล้ามออกในครั้งเดียว

ตุบ!

แขนของซอมบี้นักกล้ามหล่นลง เลือดเน่าเหม็นสีดำพุ่งกระจายจากรอยแผลในทันที

ตอนนี้มันกลายเป็นซอมบี้แขนด้วนไปแล้ว

การตัดแขนซอมบี้นักกล้ามของฟาริสเปิดทางให้หัวหน้าคอนราดเข้าถึงศีรษะของมันในจังหวะเดียวกัน

ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วเปลวไฟของคอนราดกระแทกเข้าไปที่หัวของซอมบี้นักกล้าม ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่มีรูกระสุนของฟาริสอยู่ก่อน เปลวไฟที่อัดแน่นถูกปลดปล่อยเข้าไปที่ในหัวของซอมบี้นักกล้าม แผดเผาสมองของมันจากด้านใน

ทำให้วอมบี้นักกล้ามร้องโหยหวนราวกับมันมีชีวิตและกำลังกลัวตาย

เมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นจากด้านในและมันไม่อาจจะระบายออกมาได้ จึงเกิดการอัดแน่นของความร้อน เบ้าตา รูหู รูจมูก ปาก ก็เหมือนจะทะลักออกมาได้ทุกเมื่อ

และแล้วในที่สุดหัวของซอมบี้นักกล้ามก็ไม่อาจจะทนไหว จึงระเบิดเสียงดัง ตูม!!!

เลือดและเศษเนื้อที่ยังเผาไม่หมดกระจายไปตามตัวของคอนราดและฟาริส ร่างไร้หัวของซอมบี้นักกล้ามล้มลง ตุบ! แน่นิ่งไป

ขณะเดียวกันก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที โบเวนคว้าประตูทางขึ้นบันไดมาใช้ผลักดันซอมบี้ซากศพนับสิบ ๆ ตัวที่ตอนนี้พยายามดันฝ่าประตูเข้ามาหาเขาและเรย์ ถ้าเกิดมันเข้ามาได้ทั้งเรย์และโบเวนคงไม่แคล้วโดนรุมกินตาย

โบเวนพยายามใช้มืออีกข้างจับมีดแทงใส่ซอมบี้ซากศพ แม้มิอาจจะฆ่ามันได้ก็ตาม แต่ก็ทำให้พวกซอมบี้ซากศพพวกนั้นช้าลงหรือแรงน้อยลงได้ไม่มากก็น้อย

“เรย์ลงมือเร็วมีแผนยังไงก็รีบเอาออกมา” โบเวนกัดฟันฝืนทนร้องตะโกนบอก

“ตอนนี้พร้อมแล้ว” เรย์ยกหนังสือเวทมนตร์ขึ้นมาเปิดหน้าที่ 5 ก่อนจะร่ายคาถาที่เหมาะกับสถานการณ์นี้มากที่สุด

“เรลันลัวอา (แสงชำระล้าง)”

“เรลันลัวอา (แสงชำระล้าง)”

เรย์ร่ายคาถาสองครั้งเพื่อใช้งานคาถาเวทแสงชำระล้างให้กินพื้นที่ซึ่งซอมบี้ซากศพยืนอัดแน่นกันอยู่ทั้งหมดในครั้งเดียว แสงอักษรเวทมนตร์รวมตัวและหายไปปรากฏอยู่ใต้เท้าของโบเวนและซอมบี้ที่ฉุดยื้อกันโดยมีบานประตูเก่า ๆ ใกล้พังขวางกั้นอยู่

“เชี่ย...” โบเวนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่รู้ว่าตอนนี้พลังของคาถาที่ร่ายยังแสดงออกมาไม่สมบูรณ์จึงทิ้งประตูถอยออกมา ซึ่งแน่นอนว่าเรย์รู้อยู่แล้ว แต่ที่จริงเวทมนตร์นี้ไม่เป็นอันตรายต่อโบเวน มันกลับจะช่วยเขามากซะกว่าอีก

ทันทีที่โบเวนถอยออกมาแสงชำระล้างก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นปะทะเข้ากับซอมบี้ซากศพทั้ง 10 ตัว ก่อนที่พวกมันจะหยุดนิ่งไป

“เกิดอะไรขึ้น” โบเวนถามออกมา เพราะเขาไม่ค่อยรู้เรื่องพลังของผู้ใช้เวทมนตร์มากนัก

โบเวนจับมีดสปาต้าในมือแน่น ด้วยกลัวว่าอยู่ ๆ ซอมบี้ซากศพจะยังไม่ตายและวิ่งเข้าโจมตีใส่มัน แต่ในตอนนั้นเองร่างทั้ง 10 ของซอมบี้ซากศพที่นิ่งไปก็ร่วงลงราวกับไม่มีแรงทรงตัวยืนกลับไปกลายเป็นซากศพได้อีก

“ผลของเวทมนตร์ นี่สินะการสู้ด้วยสมองที่หัวหน้าบอก” โบเวนกลืนน้ำลายดังเอือก ต่อให้เป็นโบเวนก็ยากจะฆ่าซอมบี้ทั้ง 10 พร้อมกันแบบนี้

ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่โบเวน แต่เรย์ก็ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันโดนโบเวนขวางไว้จนกระจุกรวมอยู่ที่เดียวกัน อย่างมากคาถาแสงชำระล้างของเรย์ก็ฆ่าได้แค่สองถึงสามตัวต่อบทเท่านั้น

“ไม่หรอกมันต้องใช้ทั้งสมองและพละกำลัง” เรย์กล่าวถ่อมตัว

โบเวนยิ้มพยักหน้าให้กับคำพูดของชายหนุ่ม

เรย์และโบเวนเดินเข้าตรวจสอบเผื่อให้แน่ใจว่ามันตายทั้งหมด พร้อมกันนั้นโบเวนก็เก็บมีดที่เสียบคาพุงของซอมบี้ซากศพตนหนึ่งออกมาด้วย

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงครวญครางและเคาะประตูจากทางไปชั้นสอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือซอมบี้ที่อยู่ชั้นสอง

เรย์ไม่ได้รีบเปิดมัน ตอนนี้คนในทีมต้องการพักหายใจก่อน ส่วนเรย์นั้นเขาไม่ได้เหนื่อยมากนัก และยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ต้องไปดูกวินก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 22 แผนการฆ่าซอมบี้(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว