เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 สลักคาถาแสงชำระล้าง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 19 สลักคาถาแสงชำระล้าง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 19 สลักคาถาแสงชำระล้าง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 19 สลักคาถาแสงชำระล้าง

เมื่อกลับเข้ามาในห้องเรย์ก็จัดการวางของไว้ตามโต๊ะประกอบด้วย หนังสือเวทมนตร์ กระดาษคาถาแสงชำระล้างและขวดเลือดสีขาวอีกสามขวด หลังจากจดเตรียมแล้วเรย์ก็หลับตาลงสู่ห้วงสมาธิสงบจิตใจของตัวเองลง

เรย์นิ่งไปราว ๆ 1 นาทีก่อนจะลืมตาขึ้นมาไม่พูดจาอะไร กล่าวเบา ๆ ว่า “ฟาลัน (บอลแสง)” บอลแสงปรากฏขึ้นมาในมือของเรย์ก่อนจะลอยไปเบื้องหน้าของเขา

แสงของบอลแสงสว่างมากกว่าหลอดไฟภายในห้องมากทำให้เรย์มองเห็นได้อย่างชัดเจน มือของเขาคว้าหนังสือเวทมนตร์หยิบปากกาทองคำออกมา จากนั้นก็ใส่หยดเลือดสีขาวลงไป ไม่ใช่แค่ห้าหยด แต่เรย์ใส่มันไปจนเต็ม

เขาพยายามไม่คิดเรื่องที่ว่าจะใช้เลือดสีขาวกี่หยดถึงจะสำเร็จ

เรย์ไม่อยากให้มันมารบกวนอารมณ์ของตนเอง ที่จริงเรย์กำลังลอกเรียนแบบวิธีการยิงปืนที่ฟาริสคอยสอน ฟาริสบอกว่าตอนจะยิงบางสิ่งก็ให้สนใจแค่เป้าหมาย แต่ก็ต้องรับรู้ด้วยว่าอะไรจะทำให้ยิงไม่ถูกเป้าหมาย แต่อย่าไปทุ่มสมาธิตรงนั้นมากเกินไป

ตอนนี้เรย์รู้แต่เขาก็ควบคุมความคิด สมาธิ และการหายใจ ความสนใจของเรย์มุ่งไปที่การเขียนอักษรเวทมนตร์จากคาถาแสงชำระล้าง เรย์มองไปที่กระดาษแสงชำระล้างก่อนจะหันไปที่กระดาษผสมทองคำในหน้าที่ 5 มือเริ่มบรรจงเขียนจากใจกลางขยายออกไปทุกทิศทางทั้ง 4 ความหนาของเส้น

ความกว้างของอักษรเวทมนตร์ถูกเติมเต็มอย่างชำนาญ ด้วยความซับซ้อนของอักษรเวทมนตร์คาถาแสงชำระล้าง ทำให้เรย์ใช้สมาธิมากเป็นอย่างยิ่ง แต่ยิ่งขีดเส้นลากลายเขียนก็ยิ่งทำได้เร็วขึ้น แต่แล้วจังหวะหักตวัดข้อมือก็เกิดความผิดพลาดไปหนึ่งจุด

กึก!

ลายเส้นทั้งหมดหายไปทันที แต่กลับไม่มีอาการทางสีหน้าของเรย์แม้แต้น้อย เรย์เริ่มลงมือเขียนใหม่อีกครั้ง เส้นอักษรเวทมนตร์เริ่มขึ้นอีกครั้ง

ผ่านไปสองครั้ง

ผ่านไปครั้งที่สาม

เข้าครั้งที่สี่จนกระทั่งในที่สุดครั้งที่ห้าเส้นสุดท้ายถูกเติมเต็ม อักษรเวทมนตร์เริ่มสั่นไหว คล้ายกับจะลอยหายไป เรย์หันหัวปากกากดไปที่นิ้วชี้หยดเลือดทำตามขั้นตอนสุดท้ายอักษรเวทมนตร์ดูดซับเลือดของเรย์ไปหลายหยดในที่สุดก็ผนึกเข้าไปในกระดาษผสมทองคำได้สำเร็จ

อักษรเวทมนตร์ของแสงชำระล้างนั้นส่องแสงวูบวาบไล่ไปมาตามกระดาษสวยงามจนน่าแปลกใจอยู่ไม่กี่วินาทีก็หยุดลง กลับไปเป็นลายเส้นปกติ

เรย์ยืนมือไปลูปเบา ๆ ย่างภาคภูมิใจ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้เรย์ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาใช้ความเงียบดื่มด่ำกับความสำเร็จอยู่คนเดียวในห้อง ตอนนี้นอกจากคาถาบอลเพลิงแล้ว คาถาแสงชำระล้างคือคาถาโจมตีแบบที่สองที่เรย์ได้ครอบครอง

“แค่นี้งานในวันพรุ่งนี้ก็ปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด...”

เรย์รวบรวมสมาธิอีกครั้ง และลงมือต่อ คาถาบอลแสงหนึ่งคาถาใช้หยดเลือดสีขาว 4 หยดในเขียนขึ้นมา หลังจากคงความผิดพลาดอยู่ในอัตราส่วนสามสำเร็จหนึ่ง ในที่สุดเรย์สามารถสร้างคาถาแสงชำระล้างได้อีก 4 บท

กระดาษแสงชำระล้างทั้ง 5 แผ่นถูกสร้างต่อจากคาถาบอลเพลิง กระดาษผสมทองคำ 9 แผ่นเติมเต็มด้วยคาถาแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงกระดาษผสมทองคำ 1 แผ่นที่ยังไม่ใช้งานและกระดาษผสมเงินอีก 20 แผ่นที่ยังไม่ใช้งาน

“ควรบันทึกคาถาอะไรต่อดี” เรย์คิดอยู่สักพักจึงลอกสลักคาถาบอลแสงลงในหน้าสุดท้ายของหน้ากระดาษทองทำ

พอเรย์ลงมือเขาก็พบกับเรื่องบางอย่างที่น่าฉงนเข้า นั้นก็เพราะเพียงครั้งแรกคาถาบอลแสงถูกเขียนสำเร็จในครั้งแรกอย่างไม่น่าเชื่อ เรย์ตกใจพอควรดังนั้นจึงเปิดหน้าต่อไปและสลักลงไปที่กระดาษผสมเงินหน้าแรกสลักคาถาบอลแสงลงไปอีกครั้ง ซึ่งก็สำเร็จตามเคย ครั้งที่สามก็ไม่ต่างกัน

“ครั้งแรกอาจจะโชคดี ครั้งสองอาจจะบังเอิญ แต่ถ้าสามครั้งไม่ใช่ทั้งโชคดีและบังเอิญแน่นอน อาจจะเพราะคาถาบอลแสงคือคาถาติดตัว มันมีอักษรเวทมนตร์สลักลึกอยู่ในจุดพลังงานของเราจึงทำให้เขียนออกมาอย่างไม่มีข้อผิดพลาดและยังง่ายมากราวกับการหายใจเข้าออก”

เรย์เหมือนกับได้เปิดโลกใบไม่ขึ้นมา รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา

ผู้ใช้พลังกายภาพแกร่งในเรื่องร่างกาย ผู้ใช้พลังจิตแกร่งในเรื่องพลังจิต ส่วนผู้ใช้เวทมนตร์นั้นแกร่งในเรื่องการเตรียมตัว เพราะขอแค่มีเวลาให้เตรียมตัวมากพอผู้ใช้พลังเวทมนตร์จะทรงพลังมากจนน่าหวาดหวั่น สิ่งที่มีอยู่ในมือของเรย์ในตอนนี้สามารถต่อกรกับผู้มีพลังระดับ 2-3 ได้อย่างไม่มีปัญหา

“คาถาบอลเพลิง 4 หน้า คาถาแสงชำระล้าง 5 แผ่น คาถาบอลแสงอีก 3 แผ่น รวม 12 คาถาแค่นี้ก็คงพอแล้ว”

ในตอนนั้นเองเสียงของริชาร์ดก็กลับเข้ามาพอดี เรย์เก็บของเข้าที่ ปากกาทองคำเก็บเข้าสันปกหนังสือเวทมนตร์ จากนั้นใส่กระเป๋า

เดินลงไปด้านล่าง พอลงมาเรย์ก็เห็นว่าในมือของริชาร์ดนั้นเต็มไปด้วยกล่องอาหาร

ดูเหมือนว่าวันนี้ริชาร์ดจะประสบความสำเร็จในการเจรจา จึงซื้ออาหารมาฉลองมากขนาดนี้ เรย์คิดในใจก่อนจะเดินลงมาช่วยริชาร์ดถือของ

“นายเจรจาธุรกิจสำเร็จอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ ฉันใช้เงิน 400,000 เหรียญ ซื้อหุ่น 81 เปอร์เซ็นต์โรงงานรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน มันน่าจะพอทำกำไรให้ได้ปีละ 80,000 เหรียญ แต่ฉันมีแผนจะเปลี่ยนจากการสร้างรถยนต์ปกติ ไปเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กแทน เพื่อให้กับลูกค้ารายย่อยเช่นพวกคนงานหรือคนที่มีเงินไม่มากพอ นั้นจะทำให้ต้นทุนรถหนึ่งคันลดลงครั้งหนึ่งและโอกาสในการขยายตลาดในเมืองเรซีเพิ่มขึ้นอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเป็นไปถามแผนก็จะมีกำไรต่อปีมากกว่า 120,000 เหรียญได้อย่างไม่มีปัญหา” ริชาร์ดอธิบายให้เรย์ฟัง ขณะที่ทั้งสองช่วยกันเทอาหารใส่จาน

“แบบนั้นก็สุดยอดไป” เรย์กล่าวออกมาจากใจ แม้เขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้มากนัก แต่เรย์อาศัยอยู่ที่เมืองนั้นเป็นเมืองเหมืองเรย์ ดังนั้นมันจึงจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกขนส่งแร่มากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วรถบรรทุกเหล่านี้ถูกเน้นไปที่ขนาดที่ใหญ่ นั้นตามมาด้วยราคาที่แพงมากขึ้น ทำให้มีแค่ระดับบริษัทเท่านั้นที่ซื้อพวกมันมาใช้

แต่เมืองแห่งนี้เหมืองไม่ได้มีแค่ของบริษัทใหญ่ แต่ยังมีเหมืองของชาวเมืองแรกเริ่มก่อนที่พวกกลุ่มบริษัทเคลินเนีย กรุ๊ปจะเข้ามาสัมปทานเมืองเรซีแห่งนี้

ดังนั้นกลุ่มคนเหล่านี้คือเป้าหมายในการขายรถบรรทุกขนาดเล็กของริชาร์ด แม้ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มเล็ก ๆแต่นั่นคือในมุมมองของพวกบริษัทใหญ่ ๆ ตั้งหาก เพราะถ้าริชาร์ดทำสำเร็จ มันจะทำให้โรงงานผลิตรถยนต์ของริชาร์ดเติบโตอย่างบ้าคลั่ง และรถบรรทุกขนาดเล็กพวกนี้จะไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องขนส่งในเมืองเล็ก ๆ พวกนี้แต่จะกระจายไปตามเมืองด้วย

“นายรู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้หมายถึงอะไร” ริชาร์ดเห็นเรย์ครุ่นคิดก็ยิ้มและถามออกมา

“นายนี่มันฉลาดมาก” เรย์ชมพี่ชายของตัวเอง

ทั้งสองนั่งลงและลงมือกินมื้อเย็นกันขณะที่พูดต่อ

“แน่นอน แต่เรื่องนี้ฉันยังต้องวางแผนดี ๆ เพราะถ้าเกิดมีหมาป่าพวกนั้นมาแย่งตัดแบ่งชิ้นเค้กคงไม่ดีสักเท่าไหร่” ริชาร์ดพูดด้วยสีหน้าครุ่นคิดหนัก เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้จะทำยังไงกับเรื่องนี้เหมือนกัน

“ทำไมไม่ทำแบบนี้ละ นายก็ผลิตรถออกมามาก ๆ ก่อน แต่ยังไม่ปล่อยออกไป แล้วก็จัดการดึงหมาป่าพวกนั้นเป็นพวกใช้พวก เช่นหุ้นสัก 5-10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัดปัญหาคู่แข่งไปได้ในตัว แถมยังเป็นการใช้ประโยชน์พวกนั้นช่วยกระจายรถและโฆษณาให้กับเรา พอรถติดตลาดแล้ว ต่อให้คนอื่น ๆ ผลิตออกมาตาม แต่ตอนนั้นรถเราก็จะเป็นรุ่นติดตลาดไปแล้ว” เรย์เสนอความคิดแบบคร่าว ๆ ออกไป

ริชาร์ดได้ยินก็ถึงกับตาเป็นประกาย ทั้งสองมองหน้ากันและหัวเราะออกมาในทันที

...

เช้าวันที่ 3 หลังจากที่พบกับผู้จัดการซีน่อนวันนี้เรย์ได้เข้ามาที่ห้องพักทีมพร้อมกับกล่องที่ใช่พวกชุดและของอื่น ๆ วางไว้มุมหนึ่ง ในห้องยังมีกวินที่เอาชุดเกราะยุทธวิธีของตัวเองมาด้วยเช่นกัน

“ฉันนึกว่าพวกนายจะแต่งออกมาจากบ้านเลยซะอีก ตอนนั้นฉันนะแต่งมันออกจากบ้านและไม่ยอมถอดไปหลายวันเลย” โบเวนพูดออกมาและนึกถึงวันเก่า ๆ

“ใครจะไปบ้าแบบนาย ถ้าทำแบบนั้นคงได้มีตำรวจเข้ามาใช้กระบองทุบนายสักสองสามทีไปแล้ว” ฟาริสพูดประชดแดกดัน

“นายรู้ได้ยังไง ตอนนั้นฉันโดนตำรวจสายตรวจไล่ตามทุบตีเพราะหาว่าเป็นพวกคนบ้า ยังดีที่ร่างกายฉันแข็งแรงจึงไม่ได้เป็นอะไรมาก”

เรย์ถึงกับพูดไม่ออก เพราะโบเวนดันโดนแบบที่ฟาริสบอกจริง ๆ ซะงั้น

ในวันนี้โบเวนและฟาริสได้เปลี่ยนจาก ‘คุณ’ เป็น ‘นาย’ แล้วแสดงให้เห็นว่าทั้งเขาและทีมสนิทกันมากขึ้น

“หัวหน้าไม่อยู่เหรอครับ” เรย์มองไปรอบ ๆ ตั้งแต่เข้ามาเขาไม่เห็นหัวหน้าคอนราดเลยแม้แต่น้อย

“หัวหน้าคอนราดไปประชุมนะ”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำอะไรกันต่อ” กวินถามออกมา ด้วยความอยากมีส่วนร่วมในการสนทนา

“ไม่ต้องห่วงพวกนายสองคนมีสิ่งที่ต้องเรียน ส่วนฉันนั้นไปนอนก่อนละนะ พอดีเมื่อคืนใช้แรงเยอะไปหน่อย” โบเวนพูดจบก็กระโดดขึ้นเตียงนอนชั้นบนสุดในทันที

ส่วนฟาริสนั้นหยิบเอกสารออกมาสองชุดวางข้างหน้าเรย์

“นี่คือ?”

“เรื่องของรอยแยกมิติและชนิดของซอมบี้ที่พวกนายควรรู้คร่าว ๆ เอาไปอ่านกันเองก่อนแล้วกัน”

ฟาริสพูดจบก็หันไปหยิบปืนเอ็ม1903 สปริงฟิลด์ ขั้นมาทำความสะอาด

เรย์และกวินมองหน้าก่อนจะต่างคนต่างหยิบเอกสารขึ้นมาและไปหามุมอ่านของตัวเอง เรย์ขึ้นมานั่งบนเตียงที่อยู่ติดริมหน้าต่าง ก่อนจะเปิดม่านเล็กน้อยให้แสงแดดข้างนอกส่องเข้ามาได้ เขาเริ่มเปิดเอกสารหน้าแรกทันที

จบบทที่ ตอนที่ 19 สลักคาถาแสงชำระล้าง(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว