เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 สลักคาถาบอลเพลิง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 15 สลักคาถาบอลเพลิง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 15 สลักคาถาบอลเพลิง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 15 สลักคาถาบอลเพลิง

รวมพลังงานนานขึ้นก่อนเริ่มการร่ายคาถาและทำให้พลังงานเสถียรมากขึ้น เรย์หลับตาลงก่อนจะรวบรวมพลังงานไว้ จากนั้นก็ส่งออกมาอย่างช้า ๆ เรย์ทำการรวมพลังงานอยู่ 5 วินาทีจนในที่สุด เขาก็ร่ายคาถาอย่างเชื่องช้าอีก 1 วินาที “ฟา....ลัน”

อักษรเวทมนตร์ที่อยู่ในมือของเรย์รวมกันเป็นบอลแสงลูกแรก วินาทีเดียวกันในจุดพลังงานก็ก่อตัวเป็นอักษรเวทมนตร์ขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดเรย์ก็สามารถร่ายคาถาบอลแสงออกมาได้แล้ว ส่วนที่ทำตามวิธีของหัวหน้าไดร่า เรย์ลองครั้งแรกก็สำเร็จเลยนั้นเพราะทั้งวันที่ผ่านมาเขาทำพื้นฐานการร่ายซ้ำ ๆ จนชำนาญ พอจับจุดได้ก็ร่ายออกมาสำเร็จในทันที

“ใช้เวลา 6 วินาทีต่อการร่ายหนึ่งครั้ง” เรย์พึมพำออกมา แม้จะนานแต่ถ้าเขามีเวลาเตรียมตัวก็ไม่มีปัญหาอะไร

เขาลองหลับตาและสำรวจจุดพลังงาน ตอนนี้ใจกลางของจุดพลังงานมีบอลแสงลูกเล็ก ๆ กำลังอาศัยอยู่ด้านใน เมื่อมองลึกไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าที่จริงแล้วมันคืออักษรเวทมนตร์ของคาถาบอลแสง

“การสร้างคาถาติดตัวหมายถึงการสร้างอักษรเวทมนตร์บรรจุไว้ในจุดพลังงานสินะ แต่จุดพลังงานมันเหมือนกับเป็นเปลือกไข่ที่ด้านในมีอักษรเวทมนตร์ยังไงไม่รู้ เรื่องนี้ค่อยไปถามหัวหน้าไดร่าก็แล้วกัน”

เรย์ลองบังคับลูกบอลแสงลอยไปมารอบ ๆ ห้องอย่างตื่นเต้น ทั้งห้องของเรย์นั้นสว่างได้ด้วยแสงของบอลแสง เรย์ควบคุมให้มันลอยมาเบื้องหน้า

ตอนนี้เราได้คาถาติดตัวมาแล้ว ลองมาดูวิธีการใช้เวทมนตร์อีกแบบก่อก็แล้วกัน

เรย์หยิบสมุดบันทึกของไดร่าขึ้นมาอ่าน วิธีที่สองคือ การสลักอักษรเวทมนตร์ลงไปในวัตถุหรือใช้ผ่านอุปกรณ์เวทมนตร์

การใช้เวทมนตร์วิธีนี้คือการสลักอักษรเวทมนตร์ของคาถานั้น ๆ ลงไปในวัตถุ จากนั้นก็เติมเต็มพลังงานลงไป ด้วยเลือดสีขาวและโลหิตของผู้ใช้เวทมนตร์ ซึ่งจะมีเพียงผู้ใช้เวทมนตร์ที่เป็นผู้วาดเท่านั้นถึงจะใช้งานมันได้

และวัตถุที่ใช้สร้างจะต้องมีส่วนผสมของแร่หรือของที่สามารถรองรับพลังเวทมนตร์ได้ ที่นิยมใช้กันนั้นก็คือ ทองคำและเงิน

หลังจากใช้งานอักษรเวทมนตร์ทั้งหมดนั้นจะสลายหายไปพร้อมกับวัตถุบางส่วนที่สลักอักษรเวทมนตร์ของคาถาเวทมนตร์บทนั้น ๆ ไว้

“ถ้าอย่างนั้นนี่คือหลักการเดียวกันกับที่ใช้สร้างกระสุนชำระล้าง แต่ต่างตรงที่กระสุนชำระล้างนั้นไม่ต้องบังคับว่าจะต้องเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ก็สามารถใช้ได้เพราะมันถูกตั้งตัวกระตุ้นไว้ ถึงแบบนั้นก็มีข้อเสียตรงที่หลังจากใช้งานมันไปแล้ววัตถุทั้งหมดจะสลายหายไปจนหมด ส่วนอีกแบบที่มีข้อจำกัดนั้นจะหายไปเพียงบางส่วนเท่านั้นและโดยภาพรวมการใช้วิธีนี้ต่อหนึ่งคาถาเวทมนตร์จะใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แถมยังไม่ต้องเสียเวลามาร่ายคาถาอะไร แสดงว่าเป็นเวทมนตร์ที่ใช้ได้ในทันที”

“ถ้าอย่างนั้นวิธีการสลักอักษรเวทมนตร์ลงวัตถุก็ยังมีการใช้ได้หลากหลายรูปแบบย่อยลงไปอีกสินะ และนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบด้วย ทองและเงิน...” พอพูดถึงทองคำและเงิน เรย์ก็รู้สึกว่าผู้ใช้เวทมนตร์จะสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว

ในยุคนี้แม้จะมีทองคำและเงินอยู่ แต่มันกลับมีน้อยมากต่างจากในยุคก่อน ๆ เพราะทองคำและเงินนั้นมีค่ามาก มันเป็นแร่ที่ใช้งานได้หลากหลาย ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องการของขุมอำนาจมากมาย

เรย์กลืนน้ำลายคิดถึงอนาคตของตนเองว่าต้องใช้เงินมากแค่ไหนในการซื้อทองคำมาใช้งาน แต่พอมาคิดดูว่าเขาจะไปกังวลทำไม ในเมื่อหน่วยงานนักล่าความตายนั้นคือหน่วยงานของรัฐบาล

ดังนั้นถ้าผู้ใช้เวทมนตร์ต้องการของพวกนี้ทางนั้นก็คงหาช่องทางจัดซื้อมาให้ได้อยู่แล้ว ที่สำคัญราคาของมันยังถูกกว่าท้องตลอดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนักล่าความตาย ที่แลกมาด้วยการไปเสี่ยงตายทุกวัน

“ถ้าอย่างนั้นหนังสือเวทมนตร์ที่หน้ากระดาษผสมทองคำและเงินให้มานี้ก็คืออุปกรณ์ที่ผู้ใช้เวทมนตร์ใช้ในการบันทึกคาถาเวทมนตร์ลงไปสินะ” เรย์เปิดกล่องเอาหนังสือเวทมนตร์ออกมา “มีทั้งหมด 30 หน้า แบ่งออกเป็น 10 หน้าที่เป็นกระดาษผสมทองคำและอีก 20 หน้าที่เป็นกระดาษผสมเงิน ตามที่ในบันทึกของหัวหน้าไดร่าบอกมา กระดาษผสมทองคำนั้นสามารถใช้สลักเวทมนตร์ซ้ำลงไป 10 ครั้ง และกระดาษผสมเงินสามารถใช้ซ้ำได้ 3 ครั้ง ไม่สามารถใช้งานได้อีก”

เรย์มองไปที่หนังสือเวทมนตร์และก็มองไปยังกระดาษคาถาในกล่องซึ่งเป็นของที่ได้เช่นกัน “คาถาบอลเพลิง”

เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษคาถาบอลเพลิงออกมาคี่ดู ก่อนจะเริ่มทำตามการสลักคาถาในบันทึกที่สอนไว้ ไดร่านั้นอธิบายอย่างละเอียดมากและยังใส่ข้อเสนอแนะไว้ให้กับเรย์ด้วย ซึ่งข้อเสนอเหล่านั้นก็คือสิ่งที่เรย์สงสัยพอดีในการอ่านแต่ละส่วนของเนื้อหา

“หัวหน้าไดร่าน่าจะไปเป็นอาจารย์คอยสอนนักเรียนนะ แต่ไม่ใช่ว่าเธอก็เป็นกึ่งอาจารย์ของเราอยู่ตอนนี้หรือไง เพราะตอนนี้เรากำลังเรียนรู้ในสิ่งที่เธอสอนมาอยู่” เรย์คิดในใจ เขากลับมาสนใจเนื้อหาอีกครั้ง

การสลักอักษรเวทมนตร์นั้นไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เขาหยิบหนังสือเวทมนตร์ขึ้นมา จากนั้นก็ดึงของบางอย่างที่อยู่ที่สันปกออกมา มันคือปากกาทองคำที่ใช้สลักอักษรเวทมนตร์ ที่หัวปากกานั้นเป็นเหมือนกับใบมีดแหลม ๆ ที่ด้ามมีช่องสามารถเปิดออกได้ เรย์เปิดมันออกจากนั้นก็หยิบขวดเลือดสีขาวที่พึ่งได้มาจากทางหน่วย 1 ขวดออกมา เรย์ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับเลือดสีขาวทั้ง 10 ขวดที่หัวหน้าไดร่าให้มา เพราะของพวกนั้นเขาต้องเก็บไว้ใช้ในการเปิดระดับ 2 ของเขา

การสลักคาถาระดับมนุษย์หนึ่งบทนั้นต้องใช้เลือดสีขาว 5 หยดซึ่งถือว่าเปลืองมาก ในหนึ่งขวดจะมีเลือดสีขาวอยู่ทั้งหมดประมาณ 100 หยด

เรย์ค่อย ๆ เทเลือดสีขาวในขวดลงไปในปากกาทองคำอย่างระวัง ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษคาถาบอลเพลิงมาและปลดปล่อยพลังเข้าไปด้านใน

ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...

ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...

ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...

เรย์พึมพำออกมาไม่หยุดจนกระทั่งในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าจุดพลังงานในร่างกายกำลังปลดปล่อยพลังงานเวทมนตร์และมันได้ตอบสนองต่อกระดาษคาถาบอลเพลิงในมือของเขา

กระดาษคาถาบอลเพลิงมีอักษรเวทมนตร์ซับซ้อนกำลังถูกสร้างขึ้น พร้อมกับมีเสียงแปลกประหลาดที่เรย์เข้าใจได้ดังอยู่ในความคิดของเขาจากทุกทิศทาง

คาเซเบธ...

พร้อมกับภาพในความคิด อักษรเวทมนตร์ปรากฏขึ้นมาและกลายเป็นลูกบอลเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ความร้อนของบอลเพลิงทำให้เรย์รู้สึกว่ามันร้อนมาก

คาเซเบธแปลว่าบอลเพลิง...เรย์เข้าใจคำร่ายของคาถาในทันที

เรย์ลืมตาขึ้นมา กระบวนการนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกคือตอนที่เรย์อ่านกระดาษคาถาของบอลแสง ตอนนี้คือกระดาษคาถาของบอลเพลิง ทั้งสองเป็นคาถาระดับมนุษย์เหมือนกัน

“คาถาบอลเพลิง คาถาประเภทโจมตีคล้ายคลึงกับลูกไฟของหัวหน้าคอนราด” เรย์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ในใจคิดว่าเขาควรจะเรียนคาถานี้เป็นคาถาติดตัวดีหรือไม่ แต่เขาก็ต้องหยุดความคิดเพราะตอนนี้เรย์ยังเป็นแค่ผู้ใช้พลังเวทมนตร์ระดับ 1 ที่เรียนคาถาบอลแสงไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถเรียนคาถาบอลเพลิงได้อีก

“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันก่อน ตอนนี้มาทดลองสลักคาถาบอลเพลิงนี่ลงไปในหนังสือเวทมนตร์ก่อนก็แล้วกัน”

อักษรเวทมนตร์ในคาถาระดับมนุษย์นั้นมันเหมือนกับมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นแม้จะอ่านได้หลายคำก็ตาม โดยจุดเริ่มของอักษรจะอยู่ที่ใจกลางสุดจากนั้นก็ขยายออกไปยังทุกทางอย่างน่าแปลกประหลาด แม้จะเรียกว่าอักษรเวทมนตร์ แต่เรย์กลับคิดว่ามันเหมือนกับสัญลักษณ์เวทมนตร์มากกว่า

มือของเรย์ค่อย ๆ ลากอักษรเวทมนตร์อย่างช้า ๆ เพราะถ้าเขาทำผิดพลาดมันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

กึก!

ภาพอักษรเวทมนตร์ทั้งหมดที่เรย์เขียนนั้นสลายอย่างรวดเร็ว เรย์สูญเสียหยดเลือดสีขาวไปหนึ่งหยดในทันที

“หยดเลือดสีขาวที่แสนล้ำค่าของฉัน...” เรย์รู้สึกเหมือนทำเงินหล่นไปในท่อน้ำและมองดูเงินโดนน้ำในท่อพัดหายไปต่อหน้าต่อตาไม่มีผิด

หลังจากเสียใจได้อยู่สักพัก เรย์เริ่มลงมืออีกครั้งในหน้าเดิมแต่ก่อนนั้นเขาต้องเต็มเลือดสีขาวเข้าไปอีกหนึ่งหยด ครั้งนี้เรย์เขียนไปได้สองในสามของอักษรเวทมนตร์ แต่แล้วมือของเขากลับสั่นจึงพลาดไปเพียงแค่ขีดเดียว

กึก!

ภาพอักษรเวทมนตร์ทั้งหมดที่เรย์เขียนนั้นสลายอย่างรวดเร็ว เรย์สูญเสียหยดเลือดสีขาวไปถึงสองหยดครั้งนี้ ตอนนี้ภาพเงินหล่นไปในท่อน้ำกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เงินของเขายังหล่นไปมากกว่าเดิมอีก

เรย์ลองใหม่อีกครั้ง ในครั้งนี้เขาพลาดตั้งแต่ครั้งแรกนี่นับเป็นครั้งที่สามแล้ว เรย์เริ่มรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาหน่อย ๆ แล้ว

“ไม่มีใครบอกว่ามันจะง่ายสักหน่อย แม้แต่อัจฉริยะยังต้องฝึกฝนอย่างหนักถึงจะประสบความสำเร็จได้ เราก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน” เรย์ลงมืออีกครั้ง

และก็ล้มเหลวครั้งที่สี่...

จากนั้นก็ครั้งที่ห้า...

ครั้งที่หก...

ครั้งที่เจ็ด...

มือของเรย์สั่นเบา ๆ ปากพึมพำออกมาไม่หยุด “ใจเย็น ๆ ใจเย็นไว้ ฟู่....”

เขาพยายามหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติตัวเอง แม้เรย์จะหัวร้อน แต่เขามีสิ่งหนึ่งนั้นก็คือการไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ซึ่งนั้นก็นำมาซึ่งความสำเร็จในครั้งที่แปด

“สำเร็จ” อักษรเวทมนตร์ของคาถาบอลเพลิงทั้งหมดถูกเขียนจนเสร็จสมบูรณ์ เรย์ไม่รอช้า รีบหันหัวปากกาจิ้มเข้าไปที่นิ้วชี้ของตัวเอง จากนั้นเรย์ก็ใช้นิ้วโป้งบีบเลือดออกมาห้าหยดเทียบเท่ากับเลือดสีขาวใส่ไปยังใจกลางของอักษรเวทมนตร์คาถาบอลเพลิง

ในตอนที่เลือดของเรย์สัมผัสเข้ากับใจกลางของอักษรเวทมนตร์

ฉับพลัน อักษรเวทมนตร์ก็เหมือนกับมีชีวิตขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ เพราะมันกำลังดูดซับเลือดของเรย์กระจายไปทั่วทั้งอักษรอย่างรวดเร็วผ่านไป สามวินาทีอักษรเวทมนตร์ก็หยุดดูดซับเลือดของเขา

พอจบขั้นตอนนี้ทุกอย่างก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น

“เฮ้อ..เกือบไปแล้ว” เรย์ลอบปาดเหงื่อ อักษรเวทมนตร์ที่ไม่ได้รับเลือดของผู้วาดก็จะหายไป ดังนั้นเรย์จึงต้องรีบหยดเลือดลงไป

หนังสือเวทมนตร์หน้าแรกได้มีคาถาบอลเพลิงสลักไว้เรียบร้อยแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 15 สลักคาถาบอลเพลิง(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว