เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 คาถาบอลแสง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 12 คาถาบอลแสง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 12 คาถาบอลแสง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 12 คาถาบอลแสง

ใบหน้าและเนื้อตัวของเรย์เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ตัวของเรย์ยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง ก่อนจะสงบสติปรับลมหายใจอย่างช้า ๆ อัลลิดาเห็นว่าเรย์กลับมาเป็นปกติแล้วจึงแก้มัดให้กับเขา

เซลีนเองก็เดินไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มายื่นให้กับเรย์หนึ่งผืนก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองและมองดูเรย์

เรย์รับผ้ามาทั้งอย่างนั้น ทำการเช็ดคาบน้ำลายและใบหน้าที่สกปรกของตัวเอง ผ้าที่ชุบน้ำเย็น ๆ ถูกเช็ดไปบนใบหน้าก็ทำให้เรย์รู้สึกสดชื่นและรวบรวมสติได้มากขึ้นกว่าเดิม

“รู้สึกยังไงบ้าง” ไดร่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างใจเย็นถามเรย์อีกครั้ง

“เออ..รู้สึก...” เรย์จะพูดออกมา แต่พอคิดว่าเขาก็ไม่อาจอธิบายออกมาได้ จึงไม่รู้จะให้พูดยังไง

“แปลกใหม่” ไดร่าพูดออกมาแทน เรย์ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำว่า “แปลกใหม่”

แต่แล้วเรย์ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาพึ่งเจ็บเจียนตายมา จึงถามออกมาด้วยความโมโหเล็กน้อยที่หัวหน้าไดร่า เธอไม่ยอมบอกเขาเรื่องนี้ก่อน

“ทำไมคุณถึงไม่บอกผมก่อนว่าถ้าดื่มไปแล้วจะเจ็บแบบโคตรเจ็บแบบนั้น แถมเมื่อครู่ตอนที่ผมแทบไม่มีสติเซลียังบอกผมจะตายอีกด้วยถ้าผ่านไปไม่ได้ นั้นจริงหรือเปล่า” ถึงจะโมโห แต่เรย์ก็ยังใช้น้ำเสียงที่ไม่ก้าวร้าวเกินไป

“จริงแบบที่เซลีนบอก แต่บอกไปแล้วคุณจะกล้าดื่มเลือดสีขาวไหม อีกอย่างคุณก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้ แต่แน่นอนว่าการจะได้พลังมาก็ต้องยอมแรกกับบางสิ่งอยู่แล้ว” ไดร่าตอบมาด้วยสีหน้าเฉยเมย

“เออนั้นก็...” เรย์ก็ไม่รู้ว่าถ้ารู้มาก่อนเขาจะลังเลไม่กล้าดื่มมันหรือเปล่า

เฮ้อ..ช่างมัน ยังไงก็ผ่านมาแล้ว จะให้ย้อนไปก็ไม่ได้

เรย์ได้แต่ถอนหายใจ...

“ผู้มีพลังพิเศษทุกคนเมื่อดื่มเลือดสีขาวและเริ่มเปิดระดับ ไม่ว่าจะระดับแรกหรือระดับต่อมา ก็จะรู้สึกเจ็บปวดจากการที่เลือดสีขาวไหลผ่านไปทั่วร่างกายเพื่อทำความคุ้นเคยกับร่างกายเรา พวกผู้ใช้พลังกายภาพและผู้ใช้พลังจิตนั้นจะไม่เจ็บปวดมากนัก แต่พวกเราผู้ใช้พลังเวทมนตร์นั้นถือว่ามีเจ็บมากที่สุด แต่ถึงฉันไม่บอกคุณเรื่องนี้ ฉันก็ไม่คิดจะปล่อยให้คุณตาย เพราะที่นี่มีเซลีนและอัลลิดาคอยช่วยคุณอยู่แล้วได้อย่างไม่มีปัญหา” ไดร่าอธิบายให้เรย์ฟังอย่างตั้งใจ

“ขอบคุณ” เรย์ไม่รู้จะพูดอะไรดีจึงยิ้มเจือน ๆ ขอบคุณไป เขายังหันไปขอบคุณทั้งสองคนด้วย

“ไม่เป็นไร ในเมื่อระดับก็เปิดแล้ว มาเริ่มเรียนรู้วิธีการใช้พลังเวทมนตร์ของผู้ใช้เวทมนตร์กันเลยดีกว่า” ไดร่าหยิบหนังสือออกมา

แต่ก่อนจะได้เรียนเซลีและอัลลิดาก็ลุกขึ้นและเตรียมจะออกจากห้องไปเพื่อไปหาอะไรทานในมื้อเที่ยง

“หัวหน้าเอาอะไรไหม” เซลีนหันมาถาม

“แซนวิชไส้ไข่ดาวและน้ำส้มหนึ่งแก้ว” ไดร่ากล่าวบอกเซลีน

“ได้ไม่มีปัญหาเดี๋ยวกินเสร็จพวกเราจะถือขึ้นมาให้”

เซลีนและอัลลิดาออกจากห้องไป ไดร่าและเรย์ก็หันมาพูดคุยกันอีกครั้ง

หญิงสาวแสดงท่าทีจริงจังขึ้นในทันทีเมื่อเริ่มบรรยาย เรย์จึงฟังอย่างตั้งใจ

“วิธีการใช้พลังเวทมนตร์ของผู้ใช้เวทมนตร์ มีอยู่ด้วยกันสองแบบ” เธอยกมือขึ้นมาชูสองนิ้วให้เรย์ดูและกล่าวต่อ “หนึ่งคือ คาถาติดตัว การเรียกใช้โดยตรงไม่จำเป็นต้องสลักอักษรเวทมนตร์ สามารถท่องคาถาและใช้งานมันได้ในทันที แต่คาถาที่เรียนรู้ได้นั้นจะมีจำนวนจำกัดขึ้นอยู่กับระดับของผู้ใช้เวทมนตร์ และวิธีที่สองคือ การสลักอักษรเวทมนตร์ลงไปในวัตถุหรือใช้ผ่านอุปกรณ์เวทมนตร์ แต่ในวันนี้เรามาเรียนรู้วิธีแรกก่อน ในเมื่อคุณสามารถเปิดระดับแรกได้แล้ว ตอนนี้คุณคือระดับ 1 จึงสามารถเรียนรู้คาถาติดตัวได้ 1 คาถา”

“เรียนคาถาติดตัวได้หนึ่งคาถา แบบนี้ผมสามารถเรียนรู้พวกคาถาโจมตีได้ทันทีเลยไหม แบบใช้เพลิงแบบหัวหน้าคอนราด” เรย์ถามด้วยความตื่นเต้น เขาจินตนาการถึงการใช้ไฟเผาซอมบี้ทั้งเป็นแบบคอนราด

“ได้...แต่คาถาบทนั้นไม่ได้อยู่ในข้อตกลงและที่สำคัญระดับของคุณควรจะเรียนรู้คาถาที่ร่ายได้ง่ายและเรียนรู้ได้รวดเร็วจะดีกว่า” ไดร่ากล่าวจบเธอก็หยิบกระดาษออกมาสามแผ่น

กระดาษด้านหน้านั้นหนากว่ากระดาษทั่วไปมากนัก ที่กระดาษมีอักษรแปลกตาและแสนประหลาด ลวดลายอักษรเหล่านั้นคล้ายกับมิได้ถูกวาดขึ้น แต่เป็นการสลักและผ่านเข้าไปในกระดาษโดยตรง

“พวกนี้คือกระดาษที่บันทึกอักษรเวทมนตร์ของคาถาบทนั้น ๆ ไว้ มันคือของที่หายากมากคุณสามารถเอามันไปได้เลย คุณควรจะเรียนรู้เริ่มที่คาถาบอลแสงเป็นคาถาแรกก่อน” ไดร่าอธิบาย

เรย์หยิบกระดาษขึ้นมาอย่างสนใจ เขาจ้องไปที่กระดาษพวกนั้นอยู่สักพักแล้วก็เงียบไป จนในที่สุดเขาก็วางก็กระดาษลงยิ้มออกมาอย่างโง่งมก่อนจะกล่าว

“ผมจะสามารถเรียนรู้พวกมันยังไง”

“วางมือไว้ที่กึ่งกลางบนหน้ากระดาษ จากนั้นลองจินตนาการว่าคุณปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ดู”

จินตนาการว่าปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...เรย์ขมวดคิ้วอย่างแรง แต่ก็ลองทำตามที่เธอบอก เขาวางมือลงไปที่กระดาษคาถาบอลแสง ก่อนจะหลับตาจินตนาการว่าปลดปล่อยพลังเวทมนตร์

ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...

ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...

ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์...

เรย์พึมพำออกมาไม่หยุด จนกระทั่งในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าจุดพลังงานที่เคยเปิดขึ้นในร่างกายกำลังปลดปล่อยพลังงานเวทมนตร์และมันได้ตอบสนองต่อกระดาษคาถาบอลแสงด้านหน้า

เรย์ลืมตามองกระดาษคาถาบอลแสง มันมีอักษรเวทมนตร์ซับซ้อนกำลังถูกสร้างขึ้น พร้อมกับมีเสียงแปลกประหลาดที่เรย์เข้าใจได้ดังอยู่ในความคิดของเขา มันดังมาจากทุกทิศทาง

ฟาลัน...

ฟาลัน...

ฟาลัน...

ในจังหวะนั้นเรย์ก็เหมือนกับเห็นภาพบในความคิด มันคืออักษรเวทมนตร์ที่สร้างขึ้นและกลายเป็นลูกบอลกลม ๆ ที่ส่องสว่างราวกับหลอดไฟสีขาว แสงของมันส่องสว่างไปทั่วทั้งความคิดของเรย์

ฟาลันแปลว่าบอลแสง...เรย์เข้าใจในทันที

หลังจากเห็นภาพในความคิดอยู่ราว ๆ 30 วินาที สนใจที่สุดเรย์ก็ตื่นขึ้นมา

“ได้เห็นคาถาแล้วใช่ไหม” ไดร่าถามเรย์

“เห็นแล้ว” เรย์พยักหน้าตอบ

“ตอนนี้ก็ทำให้จุดพลังงานแรกที่อยู่ในร่างกายของคุณสร้างอักษรเวทมนตร์ของคาถาบอลแสงขึ้นมาโดยการจดจำอักษรเวทมนตร์ที่อยู่ในกระดาษให้ได้หลังจากทำได้แล้วก็ท่องคาถาออกมา ฉันจะใช้คาถาบอลแสงให้คุณดูก่อน”

“ฟาลัน” ไดร่ายื่นมือมาเบื้องหน้าก่อนจะเปล่งเสียงท่องคาถาออกมา ในมือของเธอเกิดเป็นอักษรเวทมนตร์ลอยออกมา ก่อนจะรวมตัวกันเป็นบอลแสงสีขาวขนาดเท่ากำปั้น ส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง

“สวยมาก” แม้จะเคยเห็นภาพในความคิดมาแล้ว แต่พอเห็นของจริงมันต่างออกไปมาก แต่พอมาคิดว่านอกจากส่องแสงได้แล้วมันก็ไม่เห็นว่าจะมีพลังอะไรอีกเลย

“มันส่องแสงอย่างเดียว”

“ก็มันคือบอลแสงดังนั้นจึงทำได้เพียงส่องแสง” ไดร่าตอบกลับไปตรง ๆ

“แบบนั้นแล้วผมจะฆ่าซอมบี้ได้ยังไง ถ้ามีแต่คาถาที่เป็นเหมือนกับไฟฉาย” เรย์ไม่เข้าใจว่าทำไมดร่าต้องให้เข้าเรียนรู้คาถาที่ไม่มีพลังโจมตีก่อน

“คุณรู้ไหมว่าซอมบี้นั้นชอบอะไรมากที่สุดและพวกเรานักล่าความตายกลัวอะไรที่สุด” ไดร่ามองไปที่ดวงตาของเรย์

“กลัวโดนกัด”

“สิ่งนั้นเป็นเพียงระดับสองเท่านั้น คำตอบคือ ความมืด ซอมบี้ชอบความมืดเพราะมันสามารถทำให้พวกมันสามารถลอบโจมตีและเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันพวกเรา ไม่สิต้องบอกว่าสิ่งที่มีชีวิตแบบพวกเรานั้นกลัวความมืดเพราะความมืดจำกัดการมองเห็น เมื่อมองไม่เห็นก็ไม่รู้ว่ามีอะไร นั้นจะนำมาซึ่งอันตรายและความตายที่น่าหวาดกลัว”

“คาถาบอลแสงนั้นถือว่าเป็นเพียงคาถาที่ไร้พลังโจมตี แต่มันคือคาถาที่จำเป็นไม่แพ้คาถาด้านโจมตี เพราะมันเปรียบเหมือนแสงที่คอยนำทาง ไม่ใช่แค่เรา แต่ให้กับทุกคนในทีม พวกเราผู้ใช้เวทมนตร์แม้จะมีพลังโจมตีที่สุดยอดแต่ก็ไม่จะเป็นต้องเน้นไปที่การโจมตีเสมอไป โดยเฉพาะระดับต่ำแบบคุณที่มีพลังเวทมนตร์จำกัด คาถาบอลแสงร่ายเพียงครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นานเท่าที่ต้องการ เนื่องจากเป็นคาถาที่คงสภาพได้และใช้พลังเวทมนตร์ไม่มาก”

ไดร่าหยุดไปจากนั้นก็ร่ายคาถาอีกครั้ง “ฟาลัน”

บอลแสงปรากฏออกมาอีกดวงหนึ่ง ตอนนี้มีบอลแสงส่องสว่างอยู่ในห้องถึงสองดวง พวกมันเคลื่อนไปมาตามที่ไดร่านึกคิด “นอกจากนั้นแสงยังทำให้ซอมบี้บางประเภทเคลื่อนไหวช้าลง เช่นพวกซอมบี้ซากศพที่มีจำนวนมากที่สุด ส่วนพลังโจมตีนั้นคุณสามารถให้อาวุธปืนในการทดแทนได้”

“ผมเข้าใจแล้ว” ตอนนี้เรย์เข้าใจถึงความสำคัญของบอลแสงแล้ว เขาบอกกับตัวเองในใจว่า เราควรที่จะเปิดกว้างทางความคิดให้มากขึ้น คาถาโจมตีไม่ใช่ทุกสิ่ง นี่คือบทเรียนแรกที่ควรจะจำเอาไว้

หลังจากนั้นเรย์ก็นั่งจดจำอักษรเวทมนตร์และพยายามอ่านมัน แต่มันมิใช่ว่าอยากจะเรียนรู้ก็ทำได้ในทันที เรย์ออกเสียงได้เพียงคำแรกคือคำว่า “ฟา” หลังจากนั้นก็เกิดความไม่มั่นคงของตัวอักษรเวทมนตร์ก่อนที่จะพังทลายลงไปทั้งหมด

“คุณยังไม่ต้องรีบตอนนี้เก็บพวกมันและเอาไปเรียนรู้ที่บ้านก็ได้ ตอนนี้คุณควรไปพบกับผู้จัดการซีน่อนก่อนและไปรับอุปกรณ์พื้นฐานก่อน”

ไดร่าบอกกับเรย์ ก่อนจะหยิบขวดจำนวน 10 ขวดและบันทึกหนังสืออีกเล่มออกมาส่งให้กับเรย์

“พวกนี้คือเลือดสีขาวสิบขวด ซึ่งมากพอจะให้คุณสามารถพัฒนาไประดับสองไป แต่คุณยังไม่ควรรีบเกินไปในการพัฒนาไประดับ 2 ควรจะทำหลังจากเรียนรู้คาถาบอลแสงจนชำนาญซะก่อน ส่วนบันทึกเล่มนี้คือความรู้ที่ฉันตกลงว่าจะสอนคุณ ในเมื่อคุณสามารถเรียนรู้คาถาบทแรกได้แล้วอย่างอื่นก็คงจะไม่ยากเกินไป ถ้าติดตรงไหนสามารถมาสอบถามฉันได้เลย” ไดร่าโบกมือบอลแสงทั้งสองที่ลอยไปมาก็หายไปในทันที

“ขอบคุณสำหรับสิ่งที่สอนครับ” เรย์ขอบคุณหัวหน้าไดร่าจากใจจริง แม้จะเป็นไปตามข้อตกลงแต่ไดร่าก็สอนเขาอย่างจริงใจ

เรย์ยื่นมือมาเก็บขวดทั้ง 10 ไปพร้อมกับกระดาษคาถาเวทมนตร์ทั้ง 3 บทและ “หนังสือบันทึกของไดร่า” ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป

เรย์ยืนมือมาเปิดประตูก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เซลีนและอัลลิดากลับมาพอดี เรย์เห็นแซนด์วิชและน้ำส้มแล้วก็กลืนน้ำลาย เขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินมื้อกลางวัน เพราะรีบมาที่นี่จึงลืมไปเลย

“ใช่ครับ ผมต้องไปพบผู้จัดการซีน่อนก่อน”

“งั้นไว้เจอกัน แต่หวังว่านายอาจจะไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับพวกเราไม่อย่างนั้นอาจจะตายเร็วได้” อัลลิดาตบไหล่เรย์จนไหล่เขาเกือบทรุดไปข้างหนึ่ง

“หืม ทีมเราไม่ได้อันตรายแบบนั้นซะหน่อย อย่าไปขู่เขาแบบนั้น” เซลีนหันมามองอัลลิดาด้วยสายตาดุดัน

“เอานะ...ฉันก็แค่พูดตามจริง” อัลลิดาหันไปโบกมือให้กับเรย์ด้วยความยิ้ม เธอยังขยิบตาให้เรย์ด้วย

เรย์ยิ้มตอบกลับไป พลางคิดในใจว่า คุณอัลลิดาพูดจริงหรือพูดเล่นกัน เขารีบสลัดหัว โยนความคิดที่ตนโดนซอมบี้ฉีกเป็นชิ้น ๆ ทิ้งไปในทันที

จบบทที่ ตอนที่ 12 คาถาบอลแสง(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว