เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 ความทรงจำของเรย์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 1 ความทรงจำของเรย์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 1 ความทรงจำของเรย์(อ่านฟรี)


ตอนที่ 1 ความทรงจำของเรย์

เกิดอะไรขึ้น...

เราอยู่ที่ไหนกัน...ทำไม? มึนหัวแบบนี้...

ภายในความมืดมิดและเสียงที่ดังกังวานอยู่รอบตัว เรย์พยายามสั่งให้ตัวเองลืมตาขึ้น แต่ตัวเขากลับรู้สึกว่าเปลือกตาของตนนั้นกลับหนักอึ้ง

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น...ร่างกายก็ยังไร้ซึ่งเรี่ยวแรงยากจะขยับตัวได้อีก

ใครก็ได้...

ได้โปรด...ช่วยด้วย

เรย์กลัวมากที่ตัวเองเป็นแบบนี้ เด็กหนุ่มร้องเรียกสุดเสียง แต่แล้วส่วนลึกในจิตใจก็บอกให้เขาเงียบไว้อย่างส่งเสียงดัง เพราะอาจจะดึงดูดปีศาจบางอย่างมา

ปีศาจ..แต่มันคือตัวอะไร?

เรย์ไม่เข้าใจความคิดของตัวเองแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงหันมาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะขยับตัวเองอีกครั้งและในที่สุดความพยายามก็เป็นผล ชายหนุ่มได้ยินเสียงหญิงสาวบางคนดังขึ้นมาอยู่ใกล้ ๆ แม้จะฟังเสียงนั้นไม่ชัดนักแต่พอจะจับใจความคร่าว ๆ ได้บ้าง

“หมอค่ะ! คนไข้มีการตอบสนอง คนไข้ขยับนิ้วได้แล้วและกำลังฟื้นคืนสติค่ะ”

เรย์รับรู้ได้ว่าปลายนิ้วของตัวเองเริ่มที่จะคืนสัมผัสที่คุ้นเคยกลับมาจริง

ใครกำลังเดินมา

มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เขา มือของเจ้าของเสียงฝีเท้าเมื่อครู่จับเปลือกตาของชายหนุ่มเปิดขึ้น

แสงที่เรย์พยายามไขวคว้าเมื่อสักครู่สาดส่องกระทบดวงตา แต่มันจ้ามากเพราะตอนนี้หมอวัยกลางคนกำลังส่องไฟฉายไปที่ดวงตาของเขา

“ม่านตาเปิดกว้าง คนไข้ได้สติแล้ว”

หมอพูดบางอย่างออกมา แต่เสียงพวกนั้นยังวิ้ง ๆ ดังก้องไปในหูของเรย์

“คุณได้ยินหมอไหม...”

หมอวัย 40 พยายามเรียกสติเรย์ แต่ดวงตาของเด็กหนุ่มยังคงเหม่อลอยอยู่ เรย์คิดจะเปิดปากพูด แต่เขากลับรับรู้ว่าคอของตัวเองนั้นแห้งผาก ทำให้เสียงที่เปลงออกมาแหบแห้งเบาบางราวกับเสียงของใบไม้แห้งสองใบเสียดสีกันไปมาอย่างช้า ๆ

“น...น้ำ” นี่คือสิ่งแรกที่เรย์คิดได้ เขาคิดว่าถ้าไม่ได้น้ำตัวเองคงไม่สามารถพูดอะไรต่อได้อย่างแน่นอน

หมอกวักมือเรียกให้พยาบาลป้อนน้ำให้เรย์ดื่มเพียงสองสามอึกพอให้คอของเขาไม่แห้งเท่านั้น

“คุณจำชื่อของตัวเองได้ไหม”

“จำได้..ผมชื่อ..เรย์ เรย์เรนเดล”

“คุณรู้สึกยังไงบ้าง”

“ผมรู้สึกไม่มีแรง”

เรย์ตอบกลับไปด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน

“ถือเป็นเรื่องปกติ คุณควรจะนอนพักผ่อนอย่าพึ่งขยับตัวหรือทำอะไรมา” หมอพยักหน้าในคำตอบของเรย์อย่างพอใจ ก่อนจะแนะนำเขา และก็ไม่ถามต่อเพราะรู้ว่าเรย์ยังไม่พร้อมจะพูดคุย

ก่อนที่จะทำการตรวจเรย์อีกสองสามอย่างและจดบันทึกลงไปและหันไปกล่าวกับทางพยาบาลสาวว่า

“แจ้งไปที่ญาติของคนไข้ด้วยว่าเขาฟื้นคืนสติแล้ว แล้วก็ให้คนไข้พักสักหน่อย หลังจากนี้อาการน่าจะกลับมาดีขึ้นตามลำดับ ส่วนผลกระทบอื่น ๆ จากอาการช็อกจนหมดสติไม่น่าจะมีอะไรอีกแล้ว แต่ควรจะมาตรวจเขาตามเวลาปกติเพื่อยืนยันอีกครั้ง”

“ค่ะหมอ”

พยาบาลสาวตอบรับก่อนจะเดินออกไปด้านพร้อมกับหมอที่ออกไปด้วยเช่นกัน

เรย์ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง

ตอนนี้เรากำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล..

สายตาของเรย์กวาดไปรอบห้อง ที่นี่เป็นห้องเดี่ยว กำแพงทั้งหมดเป็นสีขาวฟ้า เพื่อให้คนไข้ไม่อึดอัด ที่หน้าต่างมีผ้าม่านบางเบาปิดบังแสงแดด ลมจากภายนอกพัดผ่านเข้ามาในห้องเป็นบางครั้งทำให้อากาศในห้องไม่อับชื้นมากนัก

ด้านข้างมีโต๊ะ ซึ่งมีเหยือกน้ำและแก้วหนึ่งใบวางไม่ห่างพอให้เรย์เอื้อมถึง

นอกจากนั้นยังมีแจกันที่มีดอกไม้สดใหม่อยู่ด้วย ดอกไม้พวกนั้นคือดอกเดซี่และดอกทานตะวันที่แทนความสุขมีดอกลิลี่สีเหลืองที่แทนความห่วงใยผสมอยู่ด้วย

สายตาของเรย์กลับมาที่เดิมก่อนจะรวบรวมสติคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...

ทำไม? ถึงจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย...

โอ๊ย! ปวดหัวเป็นบ้าเลย...

เรย์พยายามคิดว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ แต่แล้วชายหนุ่มก็รู้สึกปวดหัวเล็กน้อยจึงทำเพียงนอนพักผ่อนด้วยความอ่อนล้า

เรย์หลับไปโดยไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่พยาบาลเข้ามาป้อนยาให้กับเขา

หลังจากกินยาเสร็จ เรย์ก็หันหน้าไปมองทางหน้าต่าง

ด้านนอกหน้าต่างแสงแดดเริ่มเบาลง มีลมเย็น ๆ พัดผ่านมาบ้างเล็กน้อย นาฬิกาที่ติดอยู่บนผนักห้องคนไข้ เข็มชี้ไปที่เลข 5 แล้ว

เราหลับมาทั้งวันเลยสินะ...

ตอนนี้อาการปวดละมึนงงทั้งหมดหายไปแล้ว จะเหลือก็แต่ร่างกายที่ยังไร้เรี่ยวแรงอยู่

หิวชะมัดเลย...เราอยู่ที่นี่มากี่วันกัน ทำไมเหมือนไม่ได้กินอะไรมาหลายวันเลย

เรย์ลูบทองไปเบา ๆ ซึ่งกำลังส่งเสียงโครกคราก...ออกมาเบา ๆ ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พยาบาลสาวผู้ดูแลเรย์ถือถาดอาหารเข้ามาด้านในอีกครั้ง

พยาบาลสาวเดินเข้ามาใกล้เรย์พร้อมกับยกโต๊ะที่ใช้สำหรับรับประทานอาหารให้คนป่วยโดยเฉพาะมาวางข้าง ๆ บนเตียง ก่อนที่พยาบาลสาวจะทำการเปิดถาดอาหาร ในนั้นมีเพียงอาหารอ่อน อย่างพวกโจ๊กหมูจืด ๆ เท่านั้น

“คุณพึ่งฟื้นตัว ดังนั้นควรจะกินอาหารอ่อนก่อน”

“คุณเป็นพยาบาลส่วนตัวของผมเหรอ” เรย์ถามด้วยความสงสัย สายตาเขาไม่ได้มองไปที่อาหารแม้แต่น้อย ตอนนี้กำลังมองพยาบาลสาวแสนสวยอายุราว ๆ 27 รูปร่างสูงคล้ายนางแบบ มีเส้นผมสีดำเงาถูกรวบมัดเป็นหางม้าทางด้านหลัง เข้ากับใบหน้ารูปไข่ของเธอเป็นอย่างยิ่ง

ดวงตาที่อ่อนหวานตามแบบมืออาชีพด้านบริการของพยาบาลสาว แต่ทันทีที่สบตากับพยาบาลสาวเรย์ก็รีบหลบสายตาด้วยความอาย

พยาบาลสาวสวยยิ้มออกมาอย่างพอใจกับท่าทีของเด็กหนุ่ม เธอไม่ได้คิดมากที่เด็กหนุ่มอายุ 17 จะมองเธออย่างเหม่อลอยและเขินอาย เพราะนั้นทำให้เธอมั่นใจในตัวเองว่ามีเสน่ห์ล้นเหลือแม้แต่กับเด็กหนุ่ม

“ฉันเป็นพยาบาลที่ คุณริชาร์ด พี่ชายของคุณจ้างให้มาดูแล เรื่องนั้นอีกสักพักเดี๋ยวพี่ชายของคุณก็แล้ว เรามารับประทานอาหารเย็นกันก่อนที่คุณจะเป็นลมดีกว่า” พยาบาลสาวสวยพูดด้วยรอยยิ้มตักโจ๊กแค่ปลายช้อนก่อนจะป้อนให้กับเรย์

พยาบาลสาวขยับเข้ามาใกล้เรย์เล็กน้อย พร้อมกับยืนมือเข้ามาใกล้ นั้นทำให้เรย์ได้กลิ่นน้ำหอมของเธออย่างชัดเจนกว่าเดิม เด็กหนุ่มดูเขินอายพอสมควรแต่ก็ไม่เบือนหน้าหนี เขานึกถึงคำบอกของมาคัส บิดาของตัวเองอย่างขึ้นใจ ‘อย่าได้แสดงความกลัวเมื่อมีสาวสวยเข้าใกล้’

เรย์อ้าปากช้า ๆ กินโจ๊กที่ร้อนกำลังดีไปสองสามคำสลับกับน้ำ

จืดชืดจนไร้รสชาติเลยแฮะ แต่ก็อร่อยสุด ๆ ไปเลย

หลังจากกินโจ๊กในชามจนเกือบหมด ก็ทำให้ชายหนุ่มมีแรงขึ้นมาบาง

“ขอบคุณครับ...” เรย์ขอบคุณพยาบาลสาวสวย แต่พอนึกดูก็ไม่รู้จักชื่อของเธอ แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป

“ไม่เป็นอะไรคะ” พยาบาลสาวเก็บถาดอาหารเดินออกไป

เรย์พักผ่อนได้แค่พัก ชายที่ชื่อ ริชาร์ด ซึ่งเป็นพี่ชายของเรย์ก็เดินเข้ามาในห้องพยาบาล พร้อมกับนายตำรวจสองคน

“เป็นอย่างไรบ้าง” ริชาร์ดถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อมองสภาพที่อ่อนแรงของน้องชาย

“ดีขึ้นมากแล้ว ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เรย์ถามเข้าประเด็นในทันที

คำถามของเรย์ทำให้ริชาร์ดเงียบลง ดูเหมือนว่าเรย์จะเสียความทรงจำระยะสั้นไป ซึ่งตรงนี้เรย์ก็พอจะรู้ตัวไม่อย่างนั้นคงไม่พยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นที่ผ่านมา

“ขอโทษครับ...แต่พวกผมของสอบถามน้องชายของคุณสักครู่ก่อนได้ไหม” ตำรวจไว้หนวดยาว วัยสามสิบกว่า ๆ ที่บ่ามีดาวสามดวงเดินเข้ามาหาเรย์ ดูท่าทางนายตำรวจทั้งสองจะรีบไม่น้อย

“เชิญ” ริชาร์ดหลบไปด้านข้าง

“สวัสดี ผมผู้กองฟินทันผู้ทำคดีโศกนาฏกรรมเลือดที่บ้านตระกูลเรนเดล” ฟินทันแนะนำตัวและตรงเข้าประเด็นโดยไม่เสียเวลาในทันที

เรย์ได้ยินก็อึ้งไป...

โศกนาฏกรรมเลือดที่บ้านตระกูลเรนเดล! นี่มัน...อะไรกันว่ะ

เรย์มองอย่างสับสนไปที่ผู้กองฟินทันสลับกับริชาร์ด เขาอยากจะให้ใครอธิบายให้ฟังหน่อย

“คุณอาจจะจำไม่ได้ แต่ลองดูรูปพวกนี้อาจจะช่วยให้นึกอะไรออก” ฟินทันดึงรูปออกจากซองกระดาษแข็งและวางมันลงต่อหน้าของเรย์ เด็กหนุ่มหยิบรูปขึ้นมามองด้วยความตกใจ ใบหน้าแสดงความกลัวออกมา แต่ที่มากกว่านั้นคือความเศร้า เขาพึมพำออกมาเบา ๆ ว่า

“พวกเขา...ตายหมดแล้ว”

จู่ ๆ เรย์ก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

“นอกจากทุกคนตอนนั้นยังมีใครอยู่อีกไหม...” ฟินทันถามกดดันเรย์ต่อ เรย์เงียบลงถือรูปในมืออย่างสั่นเทาก่อนจะนึกออกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ภาพหลายอย่างพุ่งเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง เรย์ยกมือขึ้นมาจับศีรษะอย่างเจ็บปวด

มันคล้ายมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามาจากนั้นก็กวนสมองเขาไปมา

“อึก...พวกมันคือ...ซากศพ...มีซากศพเดินได้ มันฆ่าทุกคนจากนั้นก็มีกลุ่มชายชุดดำ...ไล่ฆ่าพวกมัน” เรย์จำได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มีซากศพเดินได้ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากตรงไหน พวกมันตรงเข้ามาจู่โจมคนงานที่อยู่กับมาคัส บิดาของเขาจากนั้นคนที่ถูกกัดก็ลุกขึ้นมาเข่นฆ่าคนอื่น

ตอนนั้นเรย์พยายามจะเข้าไปช่วยพ่อกับแม่ของเขา แต่ทั้งสองอยู่ ๆ ก็หายไปในรอยแยกมิติ ซึ่งเรย์ก็ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าแบบนั้นหรือเปล่า แต่นั่นเป็นเพียงคำอธิบายเดียวที่เขาสามารถนิยามให้กับสิ่งที่เห็นได้

หลังจากนั้นก็มีซากศพตัวหนึ่งวิ่งไล่ฆ่าตนเอง เรย์ไม่มีทางเลือกได้แต่หนีเข้าไปหลบในห้องน้ำ แต่ซากศพพวกนั้นก็ตามมาพังประตู เรย์จำสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ได้อย่างแม่นยำ เพราะหลังจากนั้นร่างของซากศพติดกับซากประตูห้องน้ำ แต่ซากศพก็ยังไม่ยอมแพ้มันคลานด้วยแรงทั้งหมด สุดท้ายร่างของมันขาดครึ่ง ลำไส้และเลือดสีดำไหลไปตามพื้นห้องน้ำ

เรย์จำได้ว่าตนเองพยายามใช้ทุกอย่างที่หาได้ฆ่ามัน แต่สุดท้ายตอนที่ยื้อฉุดกระชากกับซากศพหัวเขาก็กระแทกกับผนังอย่างแรงจนล้มลง ในตอนนั้นก็มีพวกชายชุดดำเข้ามาและสู้กับซากศพเดินได้และนั้นคือภาพที่เรย์เห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป

เรย์ตกอยู่ในห้วงความคิดอยู่นานจนทั้งฟินทันและริชาร์ดกับนายตำรวจอีกคนสังเกตุเห็น

“คุณนึกออกแล้วใช่ไหม ถ้างั้นบิดาของคุณ มาคัส เรนเดลและเรญ่า เรนเดล มารดาของคุณพวกเขาหายไปไหน เพราะเราไม่พบศพของเขา ซึ่งจากการสอบสวนพวกเขาอยู่ในบ้านขณะเกิดเรื่องอย่างแน่นอน”

“พ่อกับแม่...ทั้งสองหายไปในรอยแยก...” เรย์พูดออกมาอย่างเหม่อลอย มันไม่อาจจะช่วยทั้งสองคนได้ เรย์รู้สึกเจ็บปวดมาก บางที่นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เรย์ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้

“ผมว่าเราพอแค่นี้กันก่อนดีกว่า...” ริชาร์ดกล่าวขึ้นมา

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ หลังจากคุณหายดีแล้วเราจะแวะไปสอบถามใหม่” ฟินทันกล่าวขอบคุณเรย์ที่ให้ปากคำ

“ผมจะไปส่งพวกคุณทั้งสอง”

ริชาร์ดเดินออกไปส่งตำรวจทั้งสองนาย ในแต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็มีชายชุดดำเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูมองดูเรย์อยู่เงียบ เรย์มองไปที่ชายคนนั้นด้วยความตะลึง เพราะมันเคยเห็นหน้าเขามาก่อน เขาคือหนึ่งในคนที่อยู่ในความทรงจำตอนเกิดเรื่องเหล่านั้น ชายชุดดำดูเหมือนจะเห็นว่าเรย์จำหน้าตนได้ จึงหันหลังและเดินกลับไป

โดยในระหว่างทางนั้นชายชุดดำได้หยิบเอาเลือดของเรย์ไปด้วย ซึ่งเป็นเลือดที่ทางหมอได้เจาะไว้ก่อนหน้านั้นไม่นาน

จบบทที่ ตอนที่ 1 ความทรงจำของเรย์(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว