- หน้าแรก
- หลังจากข้ามมิติ ฉันกลายเป็นโลก
- ตอนที่ 25
ตอนที่ 25
ตอนที่ 25
“เกิดอะไรขึ้น?”
ซูหมิงลุกขึ้นจากเก้าอี้เอนหลังและมองออกไปนอกโลก
เขาเห็นโลกสีน้ำเงินอมเทากำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้
“ระบบ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกที่แตกสลายนี้ชนเข้ากับเรา? มันจะส่งผลกระทบต่อฉันหรือไม่?”
[โฮสต์ หลังจากโลกนี้ชนเข้ามา ท่านจะรู้สึกอิ่มเอม แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตบนทวีป มันจะเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่]
ซูหมิงรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย “ภัยพิบัติครั้งใหญ่?”
[ตามการคำนวณ โลกนี้จะชนเข้ากับทะเลทางด้านตะวันออกของทวีป เมื่อรวมกับปริมาณน้ำทะเลมหาศาลที่มันบรรทุกมา คลื่นยักษ์ที่ปลดปล่อยออกมาจะท่วมพื้นทวีปทั้งหมด]
[เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่บนทวีปมากนัก]
ซูหมิงรู้สึกว่าสถานการณ์เร่งด่วนอย่างยิ่ง
สิ่งมีชีวิตในโลกนี้คือรากฐานการพัฒนาของเขา
เมื่อรากฐานเสียหาย เขาจะไม่สามารถยกระดับสู่โลกที่สูงขึ้นได้
“ถ้าฉันสร้างภูเขาสูงทางด้านตะวันออกของทวีป มันจะสามารถสกัดกั้นคลื่นยักษ์นี้ได้ไหม?”
[ไม่ได้ การจะสกัดกั้นคลื่นยักษ์นี้ ภูเขาต้องสูงและหนามาก ซึ่งแม้แต่ดินทั้งหมดของทวีปก็ไม่เพียงพอ]
[ยิ่งกว่านั้นเหรียญทองโกลาหลของโฮสต์ก็ยังห่างไกลจากความต้องการ ดังนั้นจึงไม่สามารถสกัดกั้นคลื่นยักษ์นี้ได้อย่างแน่นอน]
“ถ้าฉันให้ความสามารถในการอยู่รอดใต้น้ำแก่สิ่งมีชีวิต หรือมอบเกราะป้องกันให้พวกเขาจะเป็นอย่างไร?”
[จำนวนสิ่งมีชีวิตมีมากมายอย่างยิ่ง และเหรียญทองโกลาหลที่โฮตส์มีอยู่ก็น้อยเกินไป]
เป็นปัญหาที่เหรียญทองโกลาหลอีกแล้วเหรอ?
ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา เขาจะหาเหรียญทองโกลาหลมากมายได้จากที่ไหน?
ซูหมิงประสานมือและทำใจให้สงบลง “ระบบ เหลือเวลาอีกเท่าไหร่กว่าโลกนั้นจะมาถึงที่นี่?”
[โฮสต์ อีก 50 ปี โลกที่แตกสลายนั้นจะมาถึง]
ยังมีเวลา
เขายังสามารถวางแผนบางอย่างได้
“เต๋าสวรรค์วางอวตารโม่ซูไว้ในที่ที่เงียบสงบ”
ซูหมิงส่งส่วนหนึ่งของจิตสำนึกไปยังอวตารอีกครั้ง... ซูหมิงลืมตาขึ้นและมองไปรอบ ๆ
ไม่มีใครอยู่รอบ ๆ และเขาก็รู้สึกผ่อนคลาย
“ในครั้งนี้ฉันไม่สามารถใช้ตัวตนเดิมได้ ฉันต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์”
ชุดคลุมของเขาเป็นสีขาว เขาจึงใช้พลังวิญญาณปรับรูปลักษณ์ของเขา โดยเปลี่ยนผิว ผม และเคราเป็นสีขาว
“ฉันชื่อ เทียนซู ผู้บ่มเพาะที่เชี่ยวชาญในการทำนายความลับของสวรรค์”
“ตอนนี้ฉันจะแจ้งเกี่ยวกับภัยพิบัติให้ทุกคนทราบ เพื่อให้พวกเขาเตรียมตัว”
เขาเดินไปได้สองสามก้าว แล้วหยุด
เขาจะทำอย่างไรให้ผู้คนเชื่อในสิ่งที่เขาพูด?
นี่คือคลื่นยักษ์ที่สามารถท่วมทวีปทั้งหมดได้ แล้วสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะหนีภัยพิบัตินี้ได้อย่างไร?
นี่เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก!
“สิ่งเดียวที่สามารถเคลื่อนที่บนน้ำได้คือเรือ ดูเหมือนจะต้องสร้างเรือที่ขนาดใหญ่อย่างเหลือเชื่อ”
เมื่อพูดถึงการต่อเรือ เขาก็นึกถึงสำนักเจ๋อเติงและกงซู๋ลี่ทันที
โชคดีที่เขาเลือกสร้างอาชีพช่างหลอมอาวุธขึ้นมาก่อน ถ้าเป็นอย่างอื่น เขาคงจินตนาการความยากลำบากในอนาคตไม่ออกเลย
บางทีเขาอาจจะต้องรอความตายอย่างเงียบ ๆ ในช่วงหนึ่งหมื่นปีข้างหน้า
ความคิดนั้นทำให้เขาขนลุก
เขายังคิดว่าเขาสามารถใช้เหรียญทองโกลาหล เพื่อรับเรือขนาดใหญ่สองสามลำได้
แต่ที่มาของเรือขนาดใหญ่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้อื่นได้ง่าย เขาจึงไม่ควรปล่อยให้สิ่งมีชีวิตค้นพบร่องรอยของจิตสำนึกโลก
เรือของมนุษย์ควรถูกสร้างโดยมนุษย์เอง
พบวิธีหลีกเลี่ยงภัยพิบัติแล้ว สิ่งต่อไปคือเขาต้องทำให้ผู้คนเชื่อในการมาถึงของภัยพิบัติ
เขาสามารถใช้วิธีควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
มนุษย์ก็สามารถถูกควบคุมได้
แต่การทำเช่นนั้นจะดึงดูดความสนใจของผู้บ่มเพาะ และหากพวกเขารับรู้ถึงการมีอยู่ของจิตสำนึกโลก นั่นจะเป็นเรื่องที่แย่มาก
สำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ ควรระมัดระวังไว้ดีกว่า
ต่อมา ซูหมิงมาถึงเมืองใกล้เคียง
วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ผู้คนรู้เกี่ยวกับการมาถึงของภัยพิบัติโดยไม่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก คือการแจ้งให้จวนเจ้าเมืองในท้องถิ่นทราบ
ซูหมิงเข้าสู่เมืองเหลียนหยุน
เมืองเหลียนหยุนเป็นเมืองที่อยู่ในแคว้นฉี และภูเขาทางตะวันออกของเมืองคือที่ตั้งของสำนักฉางเซิง
ในไม่ช้า ซูหมิงก็ปรากฏตัวที่ประตูทางเข้าหลักของจวนเจ้าเมือง
“หยุด! ท่านเป็นใคร? ท่านมาจากสำนักเต๋าไหน?”
“ผู้เฒ่าผู้นี้นามว่า เทียนซู เชี่ยวชาญในการทำนายความลับสวรรค์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้าทำนายได้ว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง และข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมาแจ้งพวกท่าน”
ทหารยามเห็นเทียนซูในชุดคลุมสีขาว มีกลิ่นอายราวเซียน ต่างจากนักต้มตุ๋นในยุทธภพที่ชอบหลอกเอาเงิน
พวกเขาสบตากันและลดการป้องกันลง
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น นักพรตเต๋าโปรดตามข้ามา”
ทหารยามนำซูหมิงไปยังห้องทำงานของจวนเจ้าเมือง
ข่าวการมาถึงของซูหมิงได้ถึงหูของท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนแล้ว
เมื่อเห็นเขามาถึง ท่านกั๋ววางเอกสารราชการในมือลง ลุกขึ้นและทักทายซูหมิง
“ข้ากั๋วคารวะนักพรตเต๋า ไม่ทราบว่านักพรตเต๋ามาในครั้งนี้มีเหตุผลใด?”
ซูหมิงถ่ายทอดข้อความโดยตรง “นักพรตเต๋าผู้นี้ได้ทำนายว่า น้ำท่วมใหญ่กำลังจะท่วมทวีปทั้งหมด และข้ามาเพื่อแจ้งให้ท่านทราบโดยเฉพาะ”
สีหน้าของท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “นักพรตเต๋าโปรดนั่งลงจิบชา แล้วเราค่อยคุยกัน”
เขาไม่เชื่อในน้ำท่วมใหญ่ใด ๆ
จะมีน้ำท่วมใหญ่ที่สามารถท่วมทวีปทั้งหมดได้อย่างไร? ช่างเป็นเรื่องตลก
เมื่อรับรู้ถึงความคิดของเขา สีหน้าของซูหมิงก็มืดลงทันที
ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด
จากนั้นทั้งสองก็นั่งลงบนเก้าอี้
สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ รินชาให้ทั้งสอง
ท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วถาม “นักพรตเต๋า อีกนานแค่ไหนภัยพิบัตินี้จะมาถึง?”
ซูหมิงตอบ “ประมาณห้าสิบปี”
สีหน้าของท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนเย็นชาทันที
“ห้าสิบปี? นานขนาดนั้น? นักพรตเต๋าไม่ได้หลอกข้าหรือ?”
“การจะผ่านภัยพิบัตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย เพื่อความแน่นอนต้องใช้เวลาเตรียมการอย่างน้อยห้าสิบปี เจ้าเมืองไม่เชื่อเช่นนั้นหรือ?”
พูดจบ ซูหมิงก็มองท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนอย่างเงียบ ๆ รอการตอบสนองของเขา
อย่างไรก็ตามท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนหยิบถ้วยชาของเขาขึ้นมา
“นักพรตเต๋า ข้ายังมีกิจธุระต้องจัดการ หากท่านไม่มีเรื่องอื่นโปรดกลับไปเถอะ ตอนนี้อากาศดีมาก”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมอ่อนข้อ ซูหมิงก็ถอนหายใจและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไป
ท่านกั๋ว เจ้าเมืองเหลียนหยุนมองเขาจากไปและส่ายหัว “การจะหลอกคนอื่น จำเป็นต้องมีทักษะบ้าง”
เขายังคงจัดการกับงานของเมืองเหลียนหยุนต่อไป
ซูหมิงเดินออกจากจวนเจ้าเมือง และมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“เขาเพิ่งพูดว่า 'ตอนนี้อากาศดีมาก' ใช่ไหม? ถ้าอากาศไม่ดีหรือมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น จะมีคนเชื่อว่าภัยพิบัติกำลังจะมาถึงใช่ไหม?”
สำหรับผู้คนในตอนนี้ การปรากฏของความผิดปกติมีความหมายพิเศษ
ซูหมิงตัดสินใจสร้างความผิดปกติที่เป็นลางร้ายบางอย่าง
ด้วยวิธีนี้ผู้คนจะเชื่อว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง
“ระบบ จัดการให้คืนนี้ฟ้าดินแสดงความผิดปกติ ยิ่งดูเป็นลางร้ายมากเท่าไหร่ยิ่งดี”
[เตรียมการเสร็จสมบูรณ์ ความผิดปกติพร้อมแล้ว หักเหรียญทองโกลาหล 1 เหรียญ]
[เหรียญทองโกลาหล: 447]
ใบหน้าของซูหมิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เขารอคอยความรู้สึกของผู้คนในโลกนี้เมื่อพวกเขาได้เห็นความผิดปกติอย่างใจจดใจจ่อ