เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่76 จวิ๋นหลี่จิวบาดเจ็บสาหัส!

ตอนที่76 จวิ๋นหลี่จิวบาดเจ็บสาหัส!

ตอนที่76 จวิ๋นหลี่จิวบาดเจ็บสาหัส!


ตอนที่76 จวิ๋นหลี่จิวบาดเจ็บสาหัส!

คพูดคำจาหลุดปากออกมาหมดเช่นนี้แล้วจะทำเยี่ยงไรต่อ?

ทันใดนั้นจวิ๋นปิงก็เอ่ยกล่าวออกมาคำหนึ่ง

“ไม่มีใครสามารถแทนตำแหน่งคุณหนูใหญ่ของหลี่หวงได้!”

คำกล่าวนี้ได้เรียกเสียงฮือฮาของทุกคนรอบข้าง

แต่ไม่มีใครสามารถโต้เถียงอะไรได้เช่นกัน เพราะจวิ๋นปิงเองก็มีหลานสาวในสายเลือดแค่คนเดียว ที่หวงแหนขนาดนี้จึงไม่แปลกเช่นกัน!

สีหน้าของหลี่หวงยังคงเรียบนิ่งไม่ผันแปร ทว่าภายในใจกลับลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ อันที่จริงท่านปู่ไม่เห็นจะต้องพูดถึงขนาดนี้เลย

แต่เพื่อปกป้องนาง...จวิ๋นปิงจึงต้องการกล่าวให้ทุกคนในที่นี่ได้รับรู้เป็นนัย

ใครกล้าลองดี มีเจ็บตัว!

งานเลี้ยง ณ จวนตระกูลจวิ๋นล่วงเลยไปจวบจนเที่ยงคืน เหล่าสมาชิกคนสนิทของจวิ๋นปิงที่เป็นเหล่าผู้อาวุโสยังดื่มสังสรรค์ต่ออย่างสนุกสน่าน ไม่ว่าจะอย่างไร หากเครื่องติดพวกเขาไม่มีหยุดแน่นอน!

จวิ๋นปิงเห็นแบบนี้ก็เข้าใจทุกคนดี ในที่สุดวันนี้ตนก็ได้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัย ทุกคนดีใจเป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่อยากเอ่ยปากห้ามสักเท่าไหร่

สายตาของเขาเลื่อนลอยออกไปโดยมิตั้งใจ ก่อนจะตกลงบนร่างของหลานสาวของเขา

เห็นเพียงหลี่หวงเอาแต่นั่งเงียบ ฟังเยาวชนที่อยู่เคียงข้างเอ่ยสนทนารับตอบเป็นระยะ บ้างก็ยกถ้วยชาขึ้นมาริมจิบ ดูสงบนิ่งแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง

“หลี่หวง ปู่เองก็อายุมากแล้ว นับแต่วันนี้เป็นต้นไปคงมีแค่โม่เทียนเท่านั้นที่ปกป้องเข้าได้...”

จวิ๋นปิงเอ่ยรำพึงกับตัวเองด้วยความอาลัย ด้วยอายุปูนนี้เขาจะได้เห็นหลานสาวเติบโตอีกสักเท่าไหร่เชียว?

แต่ด้วยสถานการณ์ของตระกูลจวิ๋นยามนี้ เขายังตายไม่ได้เด็ดขาด! อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปก่อน!

หลี่หวงที่อยู่โต๊ะไม่ฝกล้ไม่ไหลก็พลางสังเกตเห็นสายตาของจวิ๋นปิงที่มองมาทางนี้ ทว่าพอหันไปหาอีกฝ่ายกลับหลบสายตาถอนออกไป

จวิ๋นปิงไม่อยากเห็นหลานสาวตัวเองสังเกตเห็นแววทุกข์โศกภายในใจที่สาดสะท้อนผ่านแววตาของตน!

ท่านปู่มีเรื่องทุกข์ยากจะอธิบายอันใดหรือไม่?

หลี่หวงครุ่นคิดอยู่วูบหนึ่ง นางค่อนข้างสงสัยกับปฏิกิริยาของท่านปู่ แต่จะให้เอ่ยถามออกไปตอนนี้ คงเป็นสถานการณ์ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใด

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั่น กลับมีเสียงดังขุมหนึ่งเรียกสตินางและทุกคนให้ตื่นขึ้น!

“ตุบ…!”

เสียงอะไรบางอย่างกระแทกประตูเข้ามาและล้มลงกับพื้น!

เบื้องหน้างานเลี้ยงปรากฏร่างสูงใหญ่ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง เสื้อผ้าบนร่างขาดลุ่ยเสมือนขอทาน ดูท่าจะหมดสติไปโดยสมบูรณ์ สภาพโดยรวมช่างอนาถยิ่งนัก!

“ศิษย์พี่ใหญ่!!”

โต๊ะของบรรดาเยาวชนของตระกูลจวิ๋นอยู่ใกล้บริเวณประตูที่สุด ทันทีที่เห็ร่างดังกล่าวล้มลงกับพื้น ก็กรีดร้องลั่นออกมาด้วยความตกใจสุดขีด!

ปรากฏว่าเป็นจวิ๋นหลี่จิว!

หลี่หวงหอบหายใจถี่รัว ยามนี้ปราศจากร่องรอยความสงบนิ่งอีกต่อไป คู่เท้ากระตุกวูบพุ่งโฉบไปยังหน้าประตูโดยทันที!

ทุกคนล้วนไม่ทันตอบสนองอันใด สัมผัสได้เพียงว่า มีเงาสายหนึ่งสีม่วงอ่อนเฉี่ยววูบผ่านสายตา พอเหลียวหลังกลับไปคุณหนูใหญ่ของพวกเขาก็หายไปจากที่นั่งเดิมแล้ว และเมื่อหันกลับมาก็พบว่านางมาถึงหน้าประตูแล้ว!

ความเร็วนี่มันอะไรกัน!?

น่าเกรงขามยิ่ง!

ที่แท้คุณหนูใหญ่ของพวกเขาก็ซ่อนคมไว้ในฝักโดยตลอด!

และที่ต้องเก็บซ่อนระดับพลังบ่มเพาะที่แท้จริงเอาไว้ ก็เพื่อไม่ต้องการให้เยาวชนคนอื่นในตระกูลจวิ๋นดูแย่!

“พี่จิว!?”

เมื่อหลี่หวงเห็นร่างที่นอนสลบมอดอยู่กับพื้น นางก็ถึงกับร้องอุทานออกมา!

จวิ๋นหลี่จิว! เป็นพี่ชายของนางจริงๆ ด้วย! ไฉนเขาถึงได้รับบาดเจ็บสาหัสปานนี้ได้!

“หลี่จิว!!!”

จวิ๋นโม่เหวินรีบพุ่งเข้ามาเช่นกัน เขาตื่นตระหนกอย่างมากเมื่อเห็นลูกชายตนเองนอนสิ้นสติกองอยู่กับพื้นแบบนี้!

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!!”

หลี่หวงรีบยกมือขวางมิให้จวิ๋นโม่เหวินเข้าใกล้และกล่าวว่า

“อย่าแตกต้องเขา!”

ทั่วทั้งร่างกายของจวิ๋นหลี่จิวมีแต่บาดแผลเต็มไปหมด บางจุดยังลึกมากจนเห็นกระดูกขาวด้านใน การแตะต้องสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้ อาจทำให้อาการของเขายิ่งทรุดหนักมากขึ้น!

“บาดแผลพวกนี้...”

จวิ๋นปิงรีบตรงมาดูหลานชายของตนเอง กวาดสายตาพินิจรอยบาดแผลต่างๆ บนร่างกาย ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นราวกับคิดอะไรอยู่

“ตระกูลเย่...”

จวิ๋นโม่เทียนเสาะพบเบาะแสของบาดแผลเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ฟังจากน้ำเสียงที่หนักแน่นของเขา ดูท่าทางจะค่อนข้างมั่นใจ!

จวิ๋นหลี่หวงหยิบโอสถห้ามโลหิตออกมาจากแหวนมิติและยัดมันลงในปากของจวิ๋นหลี่จิว งัดคางอีกฝ่ายให้เงยขึ้นเพื่อให้กลืนลงไป ยังไม่ได้รับการรักษาในทันทียังพอทำเนา แต่สิ่งที่ควรทำโดยเร่งด่วนที่สุดคือการห้ามเลือด!

“นั่นมันโอสถ!!”

ทุกคนล้วนสังเกตเห็นได้อย่างชัดแจ้ง หลี่หวงหยิบโอสถออกมาจากแหวนมิติให้จวิ๋นหลี่จิวกลืนลงไป ทุกสายตาในขณะนี้ต่างจับจ้องหลี่หวงราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดพิสดาร

หลี่หวงไม่มีเวลามาอธิบายอันใดให้มากความ จำเป็นต้องรีบจัดการกับบาดแผลฉกรรจ์เหล่านี้ของพี่ชายนางโดยเร็วที่สุด นางหันไปบอกจวิ๋นโม่เหวินทันทีว่า

“ลุงใหญ่ พาพี่จิวไปที่เรือนพักที!”

จวิ๋นโม่เหวินเองก็พอทราบถึงอาการสาหัสสากรรจ์ของลูกชายตัวเองดี จึงไม่เอ่ยถามอะไรให้เสียเวลาอีกต่อไป รีบอุ้มจวิ๋นหลี่จิวขึ้นอย่างเบามือที่สุด ยิ่งเห็นสภาพของลูกชายตัวเองตอนนี้ ก็ยิ่งทำให้ความเกรี้ยวโกรธภายในใจปะทุขึ้นไปใหญ่!

จวิ๋นโม่เหวินเลือกเรือนพักที่ใกล้ที่สุด และวางร่างของจวิ๋นหลี่จิวลงบนเตียงด้วยความระมัดระวัง

คู่สายตาจับจ้องหลี่หวงเขม็งด้วยความวิตกกังวล และเอ่ยถามขึ้นว่า

“หลี่หวง อาการของหลี่จิวเป็นอย่างไรบ้าง?”

หลี่หวงส่ายหน้าอาน

“ข้ายังต้องตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครา ลุงใหญ่ ท่านออกไปรอข้างนอกก่อนเถิด ผลออกเมื่อใดจะรีบแจ้งทันที!”

จวิ๋นโม่เหวินได้ยินแบบนั้นก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำอย่างช่วยไม่ได้

แต่หลังจากที่จวิ๋นโม่เหวินเดินออกมาจากเรือนพักหลังนั้น ทุกคนต่างก็รีบมามุงเป็นวงกลมล้อมรอบเอาไว้จนแทบไม่เหลือช่องว่างไว้หายใจ

บางคนเอ่ยถามขึ้นด้วยความเหลือเชื่อว่า

“คุณหนูใหญ่ของพวกเราเป็นนักหลอมโอสถหรือหมอกันแน่?”

เมื่อคำถามข้อนี้ถูกยกขึ้นมา ทุกคนโดยรอบต่างตระหนักได้โดยพร้อมเพรียงจนลืมไปแล้วว่าตอนนี้เกิดเหตุอะไรขึ้น!

“คุณหนูใหญ่ของพวกเรา...ซ่อนคมเร้นประกายได้แยบยลยิ่งนัก!”

“ถูกต้อง! เมื่อครู่เจ้าเห็นท่าทางของคุณหนูใหญ่หรือไม่ สามารถหยิบใช้โอสถได้โดยปราศจากความตระหนี่ นางจะต้องเป็นนักหลอมโอสถแน่นอน!”

“....”

สุ้มเสียงคาดเดาต่างๆ นาๆ เอ่ยลั่นดังกึกก้อง หน้าเรือนพักหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมราวกับอยู่ในโรงน้ำชา

“หุบปากซะ!”

จวิ๋นปิงคำรามเสียงดังลั่น สีหน้าและน้ำเสียงเย็นชายิ่งในขณะนี้ กวาดสายตาพยายามมองเข้าไปภายในเรือนว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขากำลังกังวลมากจริงๆ

จวิ๋นปิงทราบดีถึงความสามารถและพลังฝีมือของจวิ๋นหลี่จิว คนที่สามารถทำร้ายหลานขายของเขาจนสาหัสปานนี้ได้ เห็นได้ชัดว่า...หาใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป!

หลานในสายเลือดของเขามีเพียงจวิ๋นหลี่จิวและจวิ๋นหลี่หวงเท่านั้น เขาไม่ต้องการให้หลี่หวงต้องมาเสี่ยงกับอันตรายแม้สักนิด ส่วนจวิ๋นหลี่จิวเองก็เช่นกัน!

จะให้ตระกูลจวิ๋นต้องจัดงานศพทุกปีเลยรึไง? ไม่แน่นอน!

ทันใดนั้น จวิ๋นปิงเผลอกระชับกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

คนที่บังอาจทำร้ายตระกูลจวิ๋นของเขา มันผู้นั้นจะต้องชดใช้คืนนับพันหมื่นทวีเท่า!

เมื่อทุกคนรสัมผัสได้ถึงคลื่นจิตสังหารของท่านประมุขตระกูลที่แผ่ซ่านออกมา พวกเขาก็รีบหุบปากในทันใด แม้เบื้องลึกในแววตาจะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและโลภ แต่ไม่มีใครสักคนกล้าถามอีกเลย!

ภายในเรือนพัก จวิ๋นหลี่หวงเรียกหม้อหลอมโอสถวิเศษและเหยาอวี้ออกมา พร้อมถอดเสื้อผ้าที่ชาดรุ่ยของจวิ๋นหลี่จิวออกไป รอยแผลภายในร่มผ้าปรากฏขึ้นอย่างชัดแจ้ง หากสังเกตให้ดีจะเห็นรอยจ้ำสีม่วงจางๆ กระจายอยู่ทั่วทั้งร่าง!

“เหยาอวี้ เจ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”

หลี่หวงกำลังรอผลการวินิจฉัยของเหยาอวี้อย่างใจจดใจจ่อ! มิใช่ว่าหลี่หวงไม่มีความสามารถที่จะวินิจฉัย แต่ถึงอย่างไรบาดแผลฉกรรจ์กลับมีมากเกินไปทุกซอกทุกมุม ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือของเหยาอวี้อีกแรง

“บาดแผลภายนอกโดยส่วนใหญ่ค่อนข้างฉกรรจ์ มีรอยถากลึกเป็นบางจุด อวัยวะภายในบอบช้ำโดยเฉพาะช่วงปอดและหัวใจ แข้งขาอ่อนแรง และที่สำคัญยังโดนพิษ ยังโชคดีที่ยังไม่ลามเข้าส่วนสำคัญ”

ไม่นานเกินรอ เหยาอวี้ก็รายงานผลให้ทราบโดยละเอียด

หลี่หวงถอนหายใจด้วยความโล่งอก สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคงหนีไม่พ้นพิษ และยังดีที่พิษยังไม่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญ!

ในเมื่อทราบผลวินิจฉัย หลี่หวงจึงเริ่มกระบวนการหลอมกลั่นโอสถทันที

“นายท่าน ข้าจะหลอมกลั่นโอสถให้เอง เจ้าไปทำรักษาบาดแผลภายนอกของเขาดีกว่า”

เหยาอวี้ที่เห็นว่าหลี่หวงกำลังยุ่งกับการทำแผลบนร่างกายของจวิ๋นหลี่จิว จึงอดเสนอตัวหลอมกลั่นโอสถให้มิได้

หลี่หวงตะลึงงันเล็กน้อย ก่อนหันมากล่าวติดตลกว่า

“ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าต้องหลอมโอสถยังไง ให้เจ้ารับผิดชอบน่าจะดีกว่าจริงๆ”

นางมอบหมายเรื่องหลอมกลั่นโอสถให้เหยาอวี้ หลังจากบอกสูตรโอสถถอนพิษให้เหยาอวี้เสร็จสรรพ มันก็เริ่มจุดไฟหม้อหลอมโอสถวิเศษด้วยเพลิงเทพไพลินของมันเอง และเริ่มกระบวนการหลอมกลั่นโอสถโดยทันที!

จบบทที่ ตอนที่76 จวิ๋นหลี่จิวบาดเจ็บสาหัส!

คัดลอกลิงก์แล้ว