เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่69 วิญญาณคืนฝัน

ตอนที่69 วิญญาณคืนฝัน

ตอนที่69 วิญญาณคืนฝัน


ตอนที่69 วิญญาณคืนฝัน

หลิงฉางเจวี่ยประเมินหลี่หวงไว้สูงมาก ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเชื่อมั่นอีกว่านางจะต้องมีวิธีรักษาอย่างแน่นอน

หลิงเฟิงหาได้ทราบไม่ว่าพี่เก้าของเขาไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหน แต่ในเมื่อพี่เก้ากล่าวย้ำจากปากปานนี้ หลิงเฟิงเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากเชิ่อฟังแต่โดยดี

ด้วยเหตุนี้เอง หลิงเฟิงจึงย้ายมาพักอาศัยอยู่ในตำหนักองคารัชทายาท ส่วนทางด้านองค์รัชทายาทเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเช่นกัน แต่บ้างครั้นบางที ภายในใจของหลิงเฟิงยังคงตงิดสงสัยไม่เสื่อมคลาย

หลิงฉางเจวี่ยหายตัวไปอย่างลึกลับประดุจเข้ากลีบเมฆ บทจะมาก็โผล่มาโดยไม่ทันรู้ตัว หลิงเฟิงไม่ทราบเลยสักนิด พี่เก้าของเขากำลังคิดหรือทำอะไรอยู่กันแน่

มิฉะนั้นโลกภายนอกทั่วหล่าจะเล่าลือกันรึว่า องค์ชายเก้าคือองค์ชายผู้ลึกลับที่สุด?

แม้แต่ชื่อจริงขององค์เก้ายังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำ!

หลี่หวงกลับเข้ามายังห้องหลอมกลั่นโอสถของซูจิ่งเยว่พร้อมกับอีกฝ่าย ทว่าคราวก่อนหน้าหลี่หวงไม่ทันได้เฝ้าสังเกตเจาะลึกโดยละเอียดปานนั้น กลับมาครั้งนี้นางส่อแววประหลาดใจวาบหนึ่ง เรือนหลอมกลั่นโอสถส่วนตัวของตาเฒ่านี้แท้จริงแล้วเป็นตำหนักที่กว้างใหญ่ยิ่ง!

ภายในตำหนักแห่งนี้ตกแต่งได้แปลกตากว่าทุกตำหนักที่นางเคยเห็น มันเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก ในความคิดของหลี่หวงซูจิ่งเยว่น่าจะเป็นบรรพบุรุษคนแรกๆของประวัติศาสตร์จีนที่บุกเบิกแนวคิดแบบตะวันตกเข้ามา!

“เจ้าทราบหรือไม่ว่า ปัญหาที่จิตวิญญาณที่ว่าคืออะไร?”

ทันทีที่เข้ามาถึงภายในนี้ หลี่หวงไม่พูดพร่ำทำเพลงและเอ่ยถามขึ้นเสียงหนึ่งทันที

แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าการแสดงออกของซูจิ่งเยว่ยามนี้ นางก็ตระหนักได้ทันควัน ปัญหาที่จิตวิญญาณขององค์รัชทายาทหาใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ

“อืม...”

ซูจิ่งเยว่พลางลูบเครายาวของตน กล่วาขึ้นเจือท่าทีหงุดหงิดอยู่หลายส่วน

“เป็นปัญหายุ่งยากแล้ว...”

“หมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินชื่อ วิญญาณคืนฝันหรือไม่?”

ซูจิ่งเยว่เองก็ไม่ทราบว่า ตนควรจะเอ่ยอธิบายออกไปอย่างไรดี จึงเอ่ยถามปูพื้นภูมิความรู้ของหลี่หวงไปพลางก่อน

เพราะจะอย่างไร ผืนพิภพแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีอะไรที่แปลกเกินจินตนาการ ส่วนจิตวิญญาณชนิดนี้ ในยุคปัจจุบันกลับเสาะหาได้ยากยิ่ง ฟังว่าหนึ่งรอบดวงตะวันโคจรยังมีโอกาสเสาะพบเพียงหนึ่งในแสนเท่านั้น

ดังนั้นเขาเลยไม่ค่อยมั่นใจว่า หลี่หวงจะทราบถึงการมีอยู่ของจิตวิญญาณชนิดนี้หรือไม่

ซึ่งเป็นที่แน่นอน หลี่หวงไม่รู้หรอกว่า วิญญาณคืนฝันห่าเหวนั่นคือสิ่งใด ถึงแม้น่าจะทะลุมิติมายังโลกนี้หลายเดือนแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะรู้จักทุกสรรพสิ่งในที่แห่งนี้

อย่างไรก็ตาม หลี่หวงมิได้วิตกกังวลแม้สักนิด เพราะนางมีไกด์ส่วนตัว!

แถมยังเป็นไกด์มากประสบการณ์กว่าพันปี ชื่อของไกด์ผู้นั้นก็คือ เหยาอวี้!

เมื่อหลี่หวงเอ่ยถามเรื่องนี้ผ่านห้วงความคิดของนาง เหยาอวี้เงียบไปชั่วครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบขึ้นว่า

‘หลายปีมานี้ข้าจำศีลมาโดยตลอด ย่อมมีสิ่งที่ไม่รู้เช่นกัน และข้าก็ไม่ทราบด้วยว่า วิญญาคืนฝันคืออะไร’

หลี่หวงที่ได้ฟังแบบนั้นพลันรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเหยาอวี้ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ และเอ่ยต่อทันทีว่า

‘ทว่าในมรดกความทรงจำของข้า กลับมีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันอยู่’

‘คืออะไรรึ?’ หลี่หวงเอ่ยถามทันที

‘วิญญาณฝันคืน’

‘....’

หลี่หวงถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ กับอีแค่ลำดับของตัวอักษรสลับตำแหน่งกันแค่นี้ ก็ถือว่าเป็นคนละอย่างแล้วเหรอ?

เอาจริงดิ?

“วิญญาณฝันคืน…?”

หลี่หวงเอ่ยรำพึงขึ้นอย่างอดมิได้

เดิมซูจิ่งเยว่ที่เห็นหลี่หวงกำลังครุ่นคิดใช้สมาธิอย่างหนัก จึงไม่กล้าเอ่ยปากรบกวน แต่ใครจะไปรู้ พอเห็นหลี่หวงสะดุ้งเฮือกหนึ่ง ซูจิ่งเยว่ที่อยู่ข้างๆก็ถึงกับสะดุ้งตาม

หลี่หวงกลับคืนสู่ความจริงเป็น และเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้นคำหนึ่งว่า

“เจ้าพอจะรู้จักวิญญาณฝันคืนหรือไม่?”

“เจ้า...เจ้ารู้จักวิญญาณฝันคืนกับวิญญาณหวนความจริงด้วยรึ?!”

แต่ในเวลาเดียวกัน หลี่หวงพลันเงียบลงอีกครั้ง

แม้ซูจิ่งเยว่จะข้องใจมิใช่น้อยกับทีท่าผีเข้าผีออกของหลี่หวง แต่ก็ดูออกเช่นกันว่า สถานการณ์แบบนี้ไม่ควรรบกวนเป็นดีที่สุด

ส่วนทางด้านหลี่หวงเองก็กำลังรอฟังเหยาอวี้อธิบายต่ออยู่

‘วิญญาณฝันคืนและวิญญาณหวนความจริงเป็นจิตวิญญาณคู่ผัวเมีย นิยมใส่ในร่างหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีที่มีความรักต่อกัน’

‘จิตวิญญาณคู่นี้กลับไม่ได้ช่วยอะไรให้กับร่างที่สิงสู่นัก ประโยชน์โดยหลักเพื่อใช้แทนสัญญาณแห่งความรักระหว่างคู่สามีภรรยา พวกมันเหล่านี้พอจะมีปัญญาอยู่บ้าง เสมือนสัตว์เลี้ยงที่กินความรู้สึกของมนุษย์เป็นอาหาร แต่มิได้มากจนเป็นอันตราย เมื่อหลายร้อยปีก่อน พวกมนุษย์นิยมใช้วิญญาณคู่นี้เป็นสัญญารักกันเป็นจำนวนมาก’

‘แต่...ต่อมาวิญญาณคู่นี้กลับถูกสั่งห้ามให้ผู้คนหยิบใช้อีกต่อไป’

‘สั่งห้าม?’

หลี่หวงที่ได้ยินแบบนั้นพลันรู้สึกไม่สบายใจทันที เหตุผลที่โดนสั่งห้ามแน่นอนว่าจะต้องมีผลข้างเคียงอะไรบางอย่างที่รุนแรงมาก!

‘ถูกต้อง หากคู่สามีอยู่ด้วยกันจนวันตายมันก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายจากกันไป หรืออาจจะเป็นได้ด้วยเหตุผลอื่น วิญญาณของฝ่ายตรงข้ามจะย้อนกลับมาหาคู่ของมันซึ่งอยู่ในร่างของฝ่ายที่ยังมีชีวิต และทั้งสองจะค่อยๆกลืนกินพลังชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกของร่างที่สิ่งสูงหนักขึ้นและหนักขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ร่างที่ถูกสิงสูจะสู่เสียอารมณ์ความรู้สึกไปอย่างช้าๆ และอาจทำให้ความทรงจำในบางสิ่งถูกบิดเบือนไป’

‘ทันทีที่ทราบถึงข้อเสียอันใหญ่หลวง ณ จุดนีเ ทางแผ่นดินใหญ่จึงสั่งห้ามมิให้ใช้จิตวิญญาณคู่นี้อีกเลย’

‘ข้าไม่ทราบหรอกว่า เหตุการณ์ในคราวนี้จะเกี่ยวข้องกับวิญญาณฝันคือกับวิญญาณหวนความจริงหรือไม่ แต่หลังจากที่เห็นอาการของอีกฝ่าย ข้าค่อยข้างมั่นใจแปดในสิบส่วนว่าใช่!’

หลี่หวงเข้าใจได้ในทันที ทว่าความรู้สึกอันไม่สบายใจกลับยังไม่คลายอ่อนลง

“ซูจิ่งเยว่ แล้ววิญญาณคืนฝันกับวิญญาณฝันคืนมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร?”

หลี่หวงเงยหน้ามองซูจิ่งเยว่ สีหน้าวในยามนี้ดูเคร่งขรึมอย่างสุดพรรณนาได้

“อืม...”

ซูจิ่งเยว่ที่โดนสายตาคู่จริงจังของนางยิงใส่ก็ลนลานประหม่าเล็กน้อย กลืนน้ำลายเฮือกหนึ่งอย่างอดมิได้ก่อนกล่าวขึ้นว่า

“ต่างกันที่เพศของวิญญาณ...เพราะสมัยนี้การจะหาวิญญาณฝันคืนกับวิญญาณหวนความจริงให้ครบคู่กันเป็นเรื่องยาก จึงนิยมเสาะหามาแค่ชนิดเดียวและแบ่งเอา...”

หลี่หวงถอนหายใจทันทีที่ได้ยิน คล้ายว่าจะพอเดาได้อยู่แล้ว

ตามที่ซูจิ่งเยว่ว่าเอาไว้ แท้ที่จริงแล้ววิญญาณคืนฝันกับฝันคืนก็คือตัวเดียวกัน แต่เพียงว่าถูกจับแยกออกเป็นส่วนสองเป็นเพศผู้และเมียเท่านั้น

“ดังนั้นแล้ววิญญาณคืนฝันกับฝันคืนอยู่ในร่างของชิงเฉิงกระมัง?”

แม้ว่าหลี่หวงจะเอ่ยปากถามอีกฝ่ายไป แต่น้ำเสียงยามนี้กลับค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าใช่

ซูจิ่งเยว่พยักหน้าตอบ

“น่าจะเป็นเช่นนั้น การที่อยู่ภายในร่างขององค์รัชทายาทถึงสองตน มีความเป้นได้สูงว่าก่อนที่พระชายาจะสิ้นพระชนม์ พวกเขาเคยใช้วิญญาณนี้ร่วมกันมาก่อน”

หลี่หวงมิได้ปริปากเล่ากล่าวเกี่ยวกับความลับของพระชายานางนั้น นางเพียงแค่พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของซูจิ่งเยว่

“วิญญาณทั้งสองตนนี้เร้นซ่อนอยู่ในร่างขององค์รัชทยาทมานานหลายปีแล้ว ก่อนจะเอาออกตอนนี้กลับเป็นปัญหา...”

ซูจิ่งเยว่เกาหัวไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เขาเองก็ไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

‘เหยาอวี้ เจ้าพอมีวิธีหรือไม่?’

หลี่หวงส่งเสียงกึกก้องในห้วคงวามคิด

‘วิธีน่ะมี แต่ใครกันที่คิดแผงแยกวิญญาณฝันคืนเป็นสองส่วน? พึงทราบการแยกวิญญาณเป็นสองส่วนให้ขาดจากกัน เมื่อเวลาผ่านไปจิตวิญญาณเหล่านั้นจะยิ่งแกร่งกล้ากว่าร่างต้น ปริมาณการกลืนกินย่อมเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ เอาเถอะ วิธีรักษามีแน่นอน แต่คนธรรมดาทั่วไปไม่น่าจะทำได้’

‘เจ้ากล่าวมาก่อนเถอะ ยามนี้กลับไร้สิ่นหนทางอื่นแล้ว’

‘ใช้อายุขัยชีวิตครึ่งหนึ่งและพลังบ่มเพาะทั้งหมดของร่างที่ถูกสิงสู่ เพื่อป้อนอาหารให้วิญญาณจนตัวระเบิดแตกตาย’

เหยาอวี้กล่าวเสียงแผ่ว

‘...’

หลี่หวงถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วรึ!?

หรือจะกล่าวได้ว่า ถ้าต้องเลือกวิธีนี้สู้ตายแล้วเกิดใหม่ดีกว่าไหม?!

หลี่หวงไม่กล้าบอกวิธีรักษานี้กับซูจิ่งเยว่ แต่ถึงแบบนั้นซูจิ่งเยว่เองก็ไม่น่าจะหยิบใช้วิธีดังกล่าวเช่นกัน

เรื่องพลังบ่มเพาะทั้งหมดกลับเป็นเรื่องเล็ฏน้อย แต่ครึ่งหนึ่งของอายุขัยชีวิตกลับเป็นราคาจ่ายที่มากเกินไป

อย่าล้อเล่นกันน่า!

“นึกออกแล้ว!”

ในเวลานั้นเอง จู่ๆซูจิ่งเยว่ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ถึงกับลุกขึ้นพรวดราวกับตรัสรู้ในพริบตา!

“วิธีอันใด?”

หลี่หวงหันควับมองอีกฝ่าย แววตาเต็มไปด้วยความหวัง

“หากต้องการปลดกระดิ่งจำต้องใช้กระดิ่งในการปลด! หากเจ้าวิญญาณสิ่งสู่ก็ต้องใช้วิญญาณเข้าสู้!”

หลี่หวงเงียบไปชั่วขณะ การที่ภายในร่างกายขององค์รัชทายาทมีวิญญาณสองตน นี่ไม่ใช่เพราะการตายของพระชายาแน่นอน แต่น่าจะเป็นการกลั่นแกล้งจากคนในตระกูลของพระชายา พึงทราบใช้เพียงสิบคนทำให้ทั้งวังหลวงสิโรราบได้ แสดงว่าจะต้องมีเคล็ดวิชาพิเศษในการปลดวิญญาณตัวเมียออกจากร่างของพระชายา และส่งกลับไปหาตัวผู้ในร่างขององค์รัชทยาทได้แน่นอน!

เพียงว่า...

“แต่จะใช้วิญญาณอะไรไปปราบ?”

ไม่นานนักซูจิ่งเยว่ก็ตั้งคำถามข้อหนึ่งขึ้นกับตัวเอง วิธีนี้ถึงจะปลอดภัยที่สุด แต่ก็ยุ่งยากที่สุดแล้วเช่นกัน

“เรื่องนี้จำเป็นต้องทูลต่อฝ่าบาท”

หลี่หวงกล่าวเสนอขึ้น

“ใช่แล้ว! ฝ่าบาททรงห่วงใยต่อสุภาพร่างกายขององค์รัชทยาทเป็นที่สุด บางทีฝ่าบาทอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง!”

ซูจิ่งเยว่พยักหน้าเห็นด้วยในทันที

จบบทที่ ตอนที่69 วิญญาณคืนฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว