เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่45 ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยน

ตอนที่45 ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยน

ตอนที่45 ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยน


ตอนที่45 ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยน

น้องสาวของเขาอายุก็แค่เท่านี้ แถมยังเคยโดนวางยาพิษมาตั้งแต่เยาว์วัย ชีวิตก็มืดหม่นมาเกินพอแล้ว

ในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง คงไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตของน้องสาวดิ่งสู่ห้วงนรกอีกต่อไป

หลี่หวงไม่เอ่ยตอบอันใดกลับไป เพราะแต่เดิมมือทั้งสองข้างของนางก็ไม่เคยสะอาดอยู่แล้ว

อย่างไรเสีย เพียงมิใช่จวิ๋นหลี่จิวต้องกังวล นางจึงส่ายหัวแฝงเป็นนัยตอบกลับไปแทน และเปลี่ยนคำถามทันทีว่า

“พี่จิว พี่กับฉางเจวี่ย...รู้จักกันอยู่แล้วงั้นรึ?”

หลี่หวงสงสัยเรื่องนี้มาสักพักแล้ว ในที่สุดก็มีโอกาสได้เอ่ยถามเสียที

ตอนเช้าที่นางตื่นขึ้นมาก็พบทั้งสองนอนเฝ้าอยู่เคียงข้าง แถมเวลาพูดคุยกันยังดูสนิทสนม ไม่ใช่คนที่เพิ่งมารู้จักกันชั่วข้ามคืนแน่

“อืม พวกเราเป็นสหายสนิทกันน่ะ”

จวิ๋นหลี่จิวพยักหน้าตอบและอธิบายต่อว่า

“ยังไงก็ต้องขอบคุณฉางเจวี่ย ข้าถึงได้ทราบว่าที่ผ่านมาเจ้าต้องลำบากเพียงใด พอทราบข่าวก็รีบเดินทางมารับกลับอย่างที่เห็น”

หลี่หวงพยักหน้าสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับตื่นตะลึงอย่างมาก

หลิงฉางเจวี่ยกับจวิ๋นหลี่จิวเป็นเพื่อนสนิทกันงั้นรึ!?

นั่นหมายความว่า...พี่จิวจะต้องทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของหลิงฉางเจวี่ยใช่หรือไม่?

นางปริปากคล้ายต้องการจะเอ่ยถาม แต่สุดท้ายก็เงียบไป

ช่างเถอะ ข้ารอให้หมอนั่นมาบอกด้วยตัวเองดีกว่า

อดทนอีกสักหน่อยแล้วกัน

หลี่หวงสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป และฝึกกระบี่กับจวิ๋นหลี่จิวต่อ

ในช่วงบ่าย ฮูหยินรองเพิ่งจะโดนโยนเข้าคุกไม่ทันไร ตอนนี้กลับโดนเนรเทศเดินเตร่ไปทั่วเมืองพร้อมกับหนังสือยืนยันการถูกขับไล่ออกจากตระกูลจวิ๋นในมือ

นางยืนไปอย่างไร้จุดหมายข้างถนนคนเดิน พลางถูกผู้คนโดยรอบชี้นิ้วนินทา

แต่นางไม่ยอมจบเท่านี้แน่นอน! นางยังไม่ยอมแพ้!

ผู้ใดที่กล้าทำร้ายนาง! นางจะต้องเอาคืนเป็นสิบทวีเท่า!

“จวิ๋นหลี่หวง รอก่อนเถอะ!!”

ฮูหยินรองขบกรามแน่น เนื่องด้วยไร้ซึ่งหนทางใดไปต่อ นางจึงเดินเข้าไปในหอม่านพิรุณตามสัญชาตญาณ!

ที่นางถูกขับไล่ออกจากตระกูลทันทีเช่นนี้ เป็นเพราะหลังจากที่จับนางขังคุก จวิ๋นจ้านก็อดที่จะสืบเสาะหาขยายความต่อมิได้ จนท้ายที่สุด...พอรู้ความจริงเขาก็รู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากอาเจียน

ปรากฏว่า ฮูหยิงรองเคยเป็นนางโลมอยู่ที่หอม่านพิรุณเมื่อห้าปีก่อน!

และตอนนี้จวิ๋นจ้านก็เพิ่งได้รับรายงานมาสดๆ ร้อนๆ ว่า หลังจากโดนขับไล่ออกจากตระกูล นางก็หมุดหัวกลับไปยังหอม่านพิรุณทันที ผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถทนต่อความร่านได้เลยรึอย่างไร? เพิ่งโดนขับไล่ไร้ที่อาศัย ก็คิดจะไปเที่ยวผู้ชายต่อเลย?

“นังนี่มันร่านเสียจริง! ขยะแขยง!”

จวิ๋นจ้านถ่มน้ำลายลงพื้นไปทีหนึ่งและฉีกข้อมูลประวัติทั้งหมดทิ้งทันที

“หลังจากนี้ต่อไป นางกับตระกูลจวิ๋นจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!”

จวิ๋นจ้านออกคำสั่งให้บ่าวไพร่ทุกคนนำไปประกาศทั่วเมืองโดยเร็ว

“ส่วนจวิ๋นรั่ว...”

จวิ๋นจ้านเอ่ยพึมพำ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ที่แน่นอนก็คือ เขาจะไม่มีทางให้จวิ๋นรั่วได้ไปตระกูลสาขาหลักโดยเด็ดขาด

ทำไมให้ขายขี้หน้า?

นับแต่นี้อย่าหวังที่จะได้อะไรจากพ่อคนนี้อีกเลย!

“สมแล้วที่เป็นลูกสาวของนังแพศยา ต่ำทรามไม่ต่างกันเลย! ใครก็ได้มานี่!”

“บ่าวอยู่นี่แล้ว”

ชายรับใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามารับคำสั่ง

“ปลดตำแหน่งคุณหนูรองและสถานะศักดิ์ทั้งหมด! ให้นางย้ายออกจากเรือพิรุณร่วงโรย ไปอยู่กระท่อมหลังจวน อย่าให้ข้าเห็นหน้านางอีก!”

เห็นนางแล้วมักจะต้องนึกถึงนังแม่ไร้ยางอาย แค่คิดก็น่าโมโหแล้วจริงๆ!

ดังนั้นการขับไล่นางให้ไปอยู่ที่ลับสายตา นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

“บ่าวรับสั่ง!”

ชายรับใช้คนนั้นรีบเร่งถอยออกไป พลางถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้

“ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยนแล้วจริงๆ ...”

ในอดีตกระท่อมเส็งเคร็งด้านหลังสุดของจวนเคยเป็นที่อยู่ของหลี่หวงมาก่อน แต่ตอนนี้ถึงตาจวิ๋นรั่วที่ต้องย้ายไปอยู่แทนแล้ว!

คล้อยหลังจากที่หลี่หวงได้รับทราบข่าวนี้ นางก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอันใดมากนัก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกินจินตนาการแต่อย่างใด

เหตุการณ์ในวันนี้จบลงด้วยดี

ไม่ทราบเพราะเหตุอันใด หลี่หวงขออนุญาตจวิ๋นหลี่จิวค้างแรมอีกหนึ่งคืน ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเช่นกัน

เข้าวันรุ่งขึ้น จวิ๋นรั่วรีบเดินทางมาที่เรือนวายุสงบเพื่อมาพบหลี่หวง

เพราะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นมากมายในวานนี้ จึงทำให้เรือนบุปผาโปรยปรายสกปรกถึงเกินจำใจอยู่ต่อได้ แม้จะมีพวกบ่าวมาทำความสะอาดแล้วก็เถิด แต่นางก็ไม่สะดวกใจอยู่แล้ว

ดังนั้นนางจึงย้ายมาอยู่ที่เรือนวายุสงบ ที่เป็นเรือนต้อนรับแขกโดยเฉพาะของตระกูลจวิ๋น

จวิ๋นรั่วคุกเข่าอยู่ต่อหน้าหลี่หวง บนเรือนร่างหาได้สวมใส่ชุดแพรพรรณผ้าไหมชั้นเลิศอีกต่อไป แต่เปลี่ยนกลายมาเป็นชุดผ้ากระสอบหยาบๆ ใบหน้าดูสกปรก ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง แถมยังมีรอยคล้ำใต้ตา

เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าโดยกะทันหัน ทำให้จวิ๋นรั่วรู้สึกราวกับตนเองถูกถีบตกสวรรค์ลงมา และไม่สามารถทนรับกับสภาพแบบนี้ได้เลยสักนิด

“หลี่หวง ข้าขอร้องเจ้าเถิด! ข้าหาใช่คู่มือของเจ้าอีกต่อไปแล้ว เจ้าเองก็ควรทราบดี! ได้โปรดเมตตาข้าสักครั้ง บอกให้ท่านพ่อถอนคำสั่งคืนทีเถอะ!”

จวิ๋นรั่วคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าหลี่หวงทั้งน้ำตา ทว่าพอเงยขึ้นไปมองก็ค้นพบว่า สีหน้าของอีกฝ่ายปราศจากคลื่นอารมณ์หรือความรู้สึกใดโดยสิ้นเชิง พอเห็นเช่นนี้จู่ๆ นางก็รู้สึกหวาดผวาขึ้นมาภายในใจ

“เจ้าจำสัญญาที่เคยให้ไว้กับข้ามิได้รึ?”

หลี่หวงเอ่ยถามน้ำเสียงเฉยเมย

จวิ๋นรั่วชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า นางเคยกล่าวสัญญาไว้ จะไม่มาหาหรือยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่ายนับแต่นี้

“เดิมที ที่ข้าให้เจ้าสัญญาแบบนี้เพราะไม่อยากให้เจ้าเข้ามาพัวพันกับแผนการ ทว่าเจ้ากลับทำลายโอกาสสุดท้ายในมือลงไปเอง”

น้ำเสียงอันเย็นชาพุ่งทะลวงเข้าแทงจวิ๋นรั่วกระหน่ำเข้ากลางดวงใจไม่หยุดหย่อน ทันใดนั้นเนื้อตัวของนางพลันสั่นเทาทันที ยกมือไหว้ขอขมาทั้งน้ำตาว่า

“ขอร้องเถิด...ปล่อยข้าไปเถอะ...ข้าจะไม่มายุ่งกับเจ้าอีกแล้ว!”

หลี่หวงส่ายหัวและไม่สนใจนางอีกต่อไป

หากปล่อยให้นางกลับมาได้ทุกอย่างดังเดิม มีหวังนางจะยิ่งทวีความร้ายกาจและชั่วช้ามากขึ้นเท่านั้น

ย้ายภูเขาเคลื่อนมหาสมุทรนับเป็นเรื่องง่าย หากเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนสันดานคน

แล้วคนสันดานเสียที่เน่าเฟะถึงเนื้อในเช่นนี้ มีหรือจะเปลี่ยนได้?

“น้องหลี่หวง!”

จวิ๋นหลี่จิวที่กำลังเดินเข้ามาหาน้องสาวของเขาตามปกติ พลันพบเห็นภาพฉากนี้พอดี

จวิ๋นหลฃี่จิวขมวดคิ้วถักแน่น กรนเสียงเย็นคำรามลั่นขึ้นว่า

“ไสหัวไป! อย่ามายุ่งกับน้องสาวข้าอีก! ออกไป! ข้าขยะแขยง!”

จวิ๋นหลี่จิวอดรู้สึกรังเกียจไม่ได้เลย แม่เป็นยังไงลูกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ เป็นเด็กเป็นเล็กแต่กลับรู้จักอ้อยเพศตรงข้ามเสียแล้ว ตั้งแต่วันที่รับประทานอาหารร่วมโต๊ะกันก็ดี อย่าคิดว่าเขาไม่รู้

“พี่หลี่จิว ไหนท่านบอกว่าจะพาข้ากลับเมืองหลวง ท่านจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้...”

“ข้าไม่เคยพูดสักคำ”

จวิ๋นหลี่จิวเอ่ยปากตัดบทของจวิ๋นรั่วอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“แล้วอีกอย่าง อย่าเรียกข้าว่าพี่ชาย”

จวิ๋นรั่วถึงกับพูดไม่ออก พอนางลองนึกย้อนกลับไปก็ดูเหมือนว่าจวิ๋นหลี่จิวจะไม่เคยเอ่ยปากสัญญาจริงๆ

แต่นางจะยอมแพ้เช่นนี้ไม่ได้! มิฉะนั้นอนาคตของนางต่อจากนี้จักต้องดับสูญแน่นอน!

“พี่หลี่จิว ข้าสามารถเป็นวัวเป็นม้าให้ท่านขี่ได้ จะคอยปรนนิบัติรับใช้ท่านเป็นอย่างดี! ขอเพียง...อย่าทิ้งข้าไว้ที่นี่! ได้โปรด! ได้โปรดเถิดพี่หลี่จิว!”

หลี่หวงนั่งจิบชาในถ้วยอย่างเฉยเมย พลางเหลือบสายตามองไปยังหญิงสาวที่เปลี่ยนเป้าจากนางเป็นจวิ๋นหลี่จิวแทน

นางโลมบางคนยังนิสัยดีกว่าเจ้า

หลี่หวงหัวเราะเย้ยเยาะอยู่ภายในใจ

สีหน้าการแสดงออกของจวิ๋นหลี่จิวดูไม่ถูกต้อง ราวกับสุดจะทนแล้ว เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาและระดมพลังปราณสีม่วงดำกรอกเทลงยังกำปั้น ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีจวิ๋นรั่วโดยตรง!

จวิ๋นรั่วกรีดร้องสุดชีวิตจนเสียงหลง ฟังดูแล้วช่างน่าสังเวทยิ่งกว่าอะไรดี นางรีบยกมือกุมจุดตันเถียนเอาไว้ และนอนกลิ้งเกลือกไปมาด้วยความทรมาน!

หลี่หวงเลิกคิ้วมองภาพฉากนี้เล็กน้อย ก่อนพบว่า จวิ๋นหลี่จิวเพิ่งทำลายพลังบ่มเพาะทั้งหมดของอีกฝ่ายทิ้งไป!

ต่อจากนี้นางจะไม่สามารถใช้ชีวิตในฐานะผู้บ่มเพาะพลังได้อีก แต่จะดำรงชีวิตอยู่ในฐานะคนธรรมดา

“สำหรับที่เจ้ากลั่นแกล้งน้องสาวข้าสารพัดตลอดหกปี! แค่ความตายยังน้อยเกินไป! ปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างไร้ค่าเช่นนี้แหละ เหมาะสมที่สุดแล้ว!”

แม้คนอย่างจวิ๋นหลี่จิวจะดูไม่ค่อยจริงจังกับสิ่งใด และเอาแต่ดื่มสุราร่ำทั้งวัน แต่โดยพื้นฐานเขาเองก็ค่อนข้างเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นกัน

และคนที่ชอบรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างจวิ๋นรั่ว เป็นอะไรที่เขาเกลียดชังที่สุด!

ไม่ต้องทำมาเป็นพูดว่าจะอยู่รับใช้ปรนนิบัติดั่งวัวดั่งม้า ที่ทำไปเพราะมีจุดประสงค์ขึ้นเตียงกับเขาเท่านั้น เพื่อไต่สถานะศักดิ์ขึ้นไปกลายเป็นฮูหยินอยู่อย่างสุขสบาย

แผนการเช่นนี้มีหรือจะดูไม่ออก?

คิดว่าตัวเองปิดบังเจตนาที่แท้จริงได้สนิทเลยกระมัง?

“จงใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อชดใช้ในความผิดซะ!”

จวิ๋นหลี่จิวเค้นเสียงเอ่ยกล่าวอย่างเย็นชา

จากนั้นเขาก็เรียกพวกบ่าวไพร่ให้มาลากจวิ๋นรั่วออกไปโดยทันที

ณ ปัจจุบัน สถานะของจวิ๋นรั่วในตระกูลตกต่ำจนแทบไม่เหลือ บรรดาคนรับใช้ทั้งหลายที่เคยปฏิบัติดีด้วย ต่างเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และสันนิษฐานได้ว่า อีกไม่นานจวิ๋นรั่วคงต้องโดนบรรดาคนรับใช้พวกนี้จิกหัวใช้ให้ทำงานบ้านแทน แบบหลี่หวงในสมัยก่อนแน่นอน!

“น้องหลี่หวง หากเจ้าไม่ต้องการพบนางก็ไม่ควรปล่อยให้เข้ามาเช่นนี้ พักผ่อนเสียบ้างเถอะ หากหิวก็บอกข้า เดี๋ยวจะพาเจ้าไปเลี้ยงอาหารดีๆ สักมื้อหนึ่ง”

จวิ๋นหลี่จิวจับจ้องน้องสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เก็บปวดใจยิ่งนัก นับตั้งแต่วันที่จากกันเมื่อหกปีก่อน หลี่หวงในตอนนี้ดูซูบผอมผิดหูผิดตา ในอดีตเขาอุตส่าห์ขุนนางให้ทานแต่เนื้อสัตว์ อาหารเลิศรสจนอ้วนฉุ อุดมสมบูรณ์ แล้วดูตอนนี้สิ? เจ้าอ้วนตุ้ยของเขาหายไปไหนแล้ว?

“ข้าเข้าใจแล้ว”

หลี่หวงคลี่ยิ้มกว้างให้จวิ๋นหลี่จิว ยามนี้นางไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่รู้สึกเพลียเล็กน้อย

จบบทที่ ตอนที่45 ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว