เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่21 สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์

ตอนที่21 สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์

ตอนที่21 สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์


ตอนที่21 สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์

“รอยยิ้มของนางน่ามองยิ่งนัก แต่ก็...น่ากลัวราวกับปีศาจ....”

หลิงเฟิงมองอีกด้านหนึ่งของภาพฉายด้วยความเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะขนลุกขนชันไปทั้งตัวเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีม่วงคู่นั้นของหลี่หวง

ฝ่ามือของหลิงฉางเจวี่ยค่อยๆ เงื้อขึ้นเตรียมเขกใส่ศรีษะของน้องชายอีกโป๊ก แต่แล้วกลับหยุดชะงักอยู่กลางคันเสียก่อน!

เพราะคำพูดของหลิงเฟิงต่อจากนั้น

“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่านางช่างเหมือนกับ...”

หลิงเฟิงเกาหัวแกรกอย่างไม่เข้าใจ แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรเอ่ยออกไป เขาจึงรีบหันกลับไปเพื่อจะขอโทษหลิงฉางเจวี่ยทันที

“พี่เก้า! นี่ท่านเงื้อมือจะเขกหัวข้าอีกแล้วเหรอ!?”

หลิงเฟิงรีบกระโดดออกห่างจากพี่เก้าอย่างรวดเร็ว อุทานลั่นด้วยความตกใจ

หลิงฉ่างเจวี่ยปิดปากเงียบไม่พูดไม่จา เขาค่อยๆวางมือลงกับพนักเก้าอี้ดังเดิม ก่อนจะหันกลับไปสนใจกับงานประมูลต่ออย่างเงียบงัน

เขารู้แก่ใจดีว่าหลิงเฟิงกำลังจะกล่าวถึงผู้ใด แต่เขาไม่อยากได้ยินชื่อนั้นที่หลิงเฟิงกำลังจะเอ่ยออกมา

ภายในโรงประมูล

“หลังจากศึกแย่งชิงโอสถอันแสนดุเดือดได้จบลง จากนี้เป็นการประมูลของชิ้นสุดท้ายแล้ว! แน่นอนว่านี่คือ จุดเด่นของงานในวันนี้!”

ซีเล่อผายมือไปทางด้านหลังของเวที สายตาจับจ้องวัตถุขนาดใหญ่ที่กำลังถูกเข็นออกมา!

หญิงงามผู้ดำเนินการประมูลจับผ้าคลุมไว้ จากนั้นจึงกระชากดึงออกในทันใด เผยให้เห็นของประมูลชิ้นสุดท้ายออกสู่สายตาสาธารณชน!

!!!

“นั่น…”

หลี่หวงซึ่งอยู่ที่สูงมองลงมา สามารถเห็นภาพด้านล่างบนเวทีได้เต็มสองตา

มันคือกรงขนาดใหญ่!

และด้านในนั้นดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ด้วย!

“สวรรค์! นั่นตัวอะไร? มนุษย์รึ?”

“ไฉนงานประมูลครั้งนี้จึงมีการค้ามนุษย์ด้วยเล่า?!”

“สวรรค์! นั่นมัน...เด็กน้อย! ชั่วช้าสิ้นดี! นี่ถึงกับนำเด็กมาประมูลเชียวรึ!”

แม้แต่หลี่หวงยังถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น

ภายในกรงมีเด็กชายตัวน้อยถูกจับขังไว้ด้านใน ดูจากรูปลักษณ์แล้วน่าจะอายุราวสองสามขวบเท่านั้นเอง

ร่างกายของเด็กชายผู้นี้ดูเหมือนจะเล็กเท่ากับเหยาอวี้!

เขาดูประหนึ่งบุตรชายที่พลัดหลงจากผู้เป็นแม่ไม่มีผิด

เขามีผมและดวงตาสีแดงเพลิง

ความจริงแล้ว เด็กชายผู้นี้ควรจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่ทว่ากลับโชคร้ายถูกจับขังเอาไว้ในกรง ใบหน้าสกปรกมอมแมม นี่หาใช่ประสบการณ์ชีวิตที่เด็กคนหนึ่งพึงมี!

หว่างคิ้วของเด็กชายผู้นี้มีลวดลายเป็นรูปเปลวเพลิงสวยงาม และดูมีชีวิตชีวาประหนึ่งว่าเป็นเปลวเพลิงจริงๆ

“สหายทุกท่าน!  ได้โปรดเงียบเสียงก่อน!”

ซีเล่อร้องตะโกนให้ทุกคนอยู่ในความสงบ พร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปที่เด็กผู้ชายในกรงขัง

“นี่คือสัตว์อสูรลึกลับที่ถูกส่งมาประมูล! เนื่องจากนักอัญเชิญผู้นั้นมีพลังธาตุน้ำแข็ง จึงไม่สามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟตนนี้ได้ จึงส่งมันมาประมูลแลกเปลี่ยนเป็นเงินแทน ฉะนั้นแล้วนี่จึงมิใช่มนุษย์ดังเช่นที่ทุกท่านคิด! แต่มันคือสัตว์อสูรที่มีรูปร่างหน้าเหมือนมนุษย์เท่านั้นเอง!”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายเช่นนี้ ทุกคนต่างก็พากันโล่งใจ แท้ที่จริงก็เป็นสัตว์อสูรนี่เอง!

!!

สัตว์อสูรงั้นรึ?!

เป็นสัตว์อสูรที่มีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์?! ต้องโง่เขลาเพียงใดกันจึงได้นำสัตว์อสูรตนนี้มาประมูล! หรือต้องเดือดร้อนเงินเพียงใดกันเชียว!?

“สัตว์อสูรรึ?”

หลี่หวงรำพึงกับตัวเองเบาๆ

การที่สัตว์อสูรมีรูปร่างเหมือนมนุษย์นั้น มีความเป็นไปได้ว่า อีกฝ่ายสามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ และสัตว์อสูรที่จำแลงกายเป็นมนุษย์ได้นั้น อย่างน้อยก็ต้องเป็นสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์!

“ซูเล่อ เจ้าสัตว์อสูรตนนี้คือตัวอะไรกันแน่?”

ใครบางคนที่อยู่ด้านล่างเวทีร้องตะโกนถามขึ้นมา

“เอ่อ...แม้แต่ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน สัตว์อสูรตนนี้มีนิสัยค่อนข้างฉุนเฉียว และสื่อสารด้วยได้ยากเย็นยิ่งนัก...”

ซูเล่อฝืนยิ้มด้วยความกระอักกระอ่วนใจ

แม้คำพูดของนางจะไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่ทุกคนก็สามารถเข้าใจได้ในทันที

ไม่สามารถสื่อสารด้วยได้โดยง่ายงั้นรึ? นั่นย่อมหมายความว่ามันต้องมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ หรือไม่อย่างน้อยก็ต้องเป็นสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์!

“เจ้านาย ท่านควรประมูลสัตว์อสูรตนนั้นมา มันจะดีต่อตัวท่านในวันข้างหน้า”

เหยาอวี้ร้องบอกหลี่หวงด้วยสีหน้าจริงจัง ร่างพลิ้วลอยผ่านไปมา สายตาของมันจับจ้องอยู่ที่ดวงตาคู่นั้นของหลี่หวง

“แต่ข้าเป็นเพียงมืออัญเชิญชั้นต้นเท่านั้น ข้าจึงไม่สามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรได้”

หลี่หวงกล่าวตอบเสียงเรียบระคนเสียดาย

นางไม่สามารถทะลวงขั้นกลายเป็นมืออัญเชิญชั้นกลางภายในระยะเวลาอันสั้นได้ และดูเหมือนว่าเจ้าเด็กผู้ชายคนก็เป็นพวกที่อยู่ไม่นิ่ง แล้วนางจะสามารถเก็บซ่อนอีกฝ่ายไว้ในจวนของตระกูลจวิ๋นโดยมิให้ความแตกได้อย่างไรกันเล่า?!

พูดเป็นเล่นไป หากเจ้าเด็กนี่ไม่สบอารมณ์ขึ้นมา แล้วเกิดร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดังลั่นอยู่กลางเรือนบุปผาโปรยปรายอันเงียบสงบ ทุกคนในจวนจะมิพากันแห่มาดูหรอกรึ...

“เช่นนี้อย่างไรเล่า แล้วจะมิให้ข้าด่าเจ้าว่าโง่เขลาได้อย่างไรกัน!”

เหยาอวี้ปั้นสายตาดูแคลนใส่หลี่หวงพร้อมกับเอ่ยต่อว่า

“ตัวเจ้านั้นแตกต่างจากคนอื่น! ในจุดนี้เจ้ายังไม่เข้าใจอีกรึ?”

“เจ้าสามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรได้แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่มืออัญเชิญชั้นต้นเท่านั้น! เหตุผลที่มืออัญเชิญชั้นต้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่สามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรได้นั้น เป็นเพราะว่าพลังจิตวิญญาณของพวกเขาเหล่านั้นยังไม่แข็งแกร่งมากพอ!”

“แต่เจ้ากลับแตกต่างกัน! พลังจิตวิญญาณของเจ้ากว้างใหญ่ไพศาลดุจทะเล! เช่นนั้นยังต้องกังวลอันใดอีกเล่า!”

หลี่หวงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เมื่อเห็นเหยาอวี้ขยับใบหน้าเข้ามาแนบชิดกับใบหน้าของนาง

อย่างไรเสียตามที่เหยาอวี้เอ่ยบอก ในเมื่อตัวนางสามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้ว เช่นนั้นก็ต้องประมูลอีกเอาสัตว์อสูรตนนี้มาให้จงได้!

สิ่งที่เหยาอวี้กล่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผลดีต่อตัวนางทั้งสิ้น

หลี่หวงสามารถสัมผัสถึงความห่วงใยที่เหยาอวี้มีให้แก่ตนได้อย่างชัดเจน

แม้จะปากหมา หลงตัวเอง หยิ่งผยองไปบ้างก็ตามที

“ตามความปรารถนาของเจ้าของ สัตว์อสูรตนนี้ไม่อาจประมูลได้ด้วยเงิน”

“อะไรกัน?! หากไม่อาจประมูลได้ด้วยเงิน เช่นนั้นแล้วจะนำออกประมูลเพื่ออันใดกัน?!

“นั่นน่ะสิ! หากไม่ต้องการเงิน แล้วต้องการสิ่งใดกัน?”

ภายในห้องรับรองชั้นสอง จวิ๋นจ้านเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเช่นกัน ไม่อาจประมูลได้ด้วยเงิน? นี่มันเรื่องบ้าอันใด?

ทว่าหลี่หวงกลับเผยสีหน้าที่ดูเข้าอกเข้าใจแทนงุนงงสับสนเช่นผู้อื่น ผู้ที่สามารถส่งสัตว์อสูรระดับนี้มาประมูลได้ ย่อมหาใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปไม่ และคนเช่นนี้มีหรือที่จะขาดแคลนเงินทอง?

“เจ้าของสัตว์อสูรตนนี้ปรารถนาแลกเปลี่ยนสัตว์อสูรของตนกับฤทัยวารีสูญ หากทุกท่านในที่นี้มิได้มีสิ่งของที่ตรงตามเงื่อนไข ของประมูลชิ้นนี้จะถูกส่งไปเมืองหลวงเพื่อประมูลใหม่อีกครั้ง”

หลังจากที่ซีเล่อกล่าวจบ บรรยากาศภายในโรงประมูลพลันเงียบสงัดลงอีกครั้ง

ผ่านไปหลายสิบอึดใจ ก็มีสุ้มเสียงอ่อนดังขึ้นว่า

“เอ่อ...ข้าขอถามบ้างจะได้หรือไม่? เจ้าสิ่งที่เรียกว่า ฤทัยวารีสูญ...มันคือสิ่งใดกัน?”

ซีเล่อกลอกตาส่งสายตาค้อนและไม่เอ่ยตอบอันใด นั่นเพราะนางเองก็ไม่ทราบเช่นกัน

ทั่วทั้งโรงประชุมตกสู่ความงุนงงสงสัย

จวิ๋นจ้านหันไปเอ่ยถามกับผู้อาวุโสที่เหลือว่า

“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย พอทราบหรือไม่ว่า ฤทัยวารีสูญคือสิ่งใดกัน?”

ผู้อาวุโสสามเอ่ยตอบขึ้นว่า

“ตลอดชีวิตที่ข้าร่ำเรียนและอ่านตำรามา กลับมิเคยได้ยินชื่อฤทัยวารีสูญเลยสักครั้ง”

ผู้อาวุโสรองเองก็ส่ายหัวไปมาเช่นกัน

“ข้าเองก็มิทราบ”

ผู้อาวุโสใหญ่นั้นเอ่ยขึ้นว่า

“ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้อยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่ข้าเดินทางท่องพิภพกับท่านเทพสงคราม (ประมุขสูงสุดแห่งตระกูลจวิ๋น)”

จวิ๋นจ้านโน้มศีรษะลงพร้อมกับประสานมือไว้ ปากก็ได้แต่เอ่ยออกไปว่า

“ท่านอาวุโสใหญ่ ได้โปรดชี้แนะด้วย”

ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า

“กล่าวไปแล้วก็นับเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในระหว่างการเดินทาง ครานั้นพวกเราหลงเข้าไปในป่าเห็ดศรพิษของจักรพรรดิเซิ่งหยา กล่าวได้ว่าถูกขังอยู่ในนั้นกว่าหนึ่งเดือนเต็ม! และก่อนที่พวกเราเหล่าอาวุโสกำลังจะหมดสติไปนั้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าช่างเป็นภาพฉากงดงามที่มิอาจลืมเลือน มันคือบุปผาน้ำแข็งสีฟ้าสว่างสดใสยิ่ง หลังจากที่ท่านเทพสงครามช่วยพวกเราออกมาได้นั้น ท่านก็กล่าวขึ้นคำหนึ่งว่า ‘โชคดีนักที่พวกเจ้ามิได้ไปสัมผัสกับฤทัยวารีสูญเข้า นับว่าชะตาของพวกเจ้ายังไม่ขาด’”

จวิ๋นจ้านถึงกับเหงื่อตก ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!

ป่าเห็ดศรพิษ? จากที่ฟังน่าจะเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยพิษร้ายแรง? มิหนำซ้ำสิ่งที่เรียกว่า ฤทัยวารีสูญยังอันตรายอย่างยิ่งด้วย?

นั่นมันสถานที่แห่งความตายชัดๆ!

การที่ท่านเทพสงครามซึ่งเป็นถึงประมุขสูงสุดกล่าวออกไปเช่นนั้น ย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่า ฤทัยวารีสูญเป็นสิ่งที่ยากจะกำราบ!

“ฤทัยวารีสูญงั้นรึ?”

หลี่หวงพึมพำกับตัวเองอย่างเงียบงัน

“เจ้าโง่!  มิใช่ว่าในห้วงมิติส่วนตัวของเจ้ามีมันหรอกรึ!? รีบนำมันออกมาเร็วเข้า!”

เหยาอวี้กล่าววาจาลำพองใส่เสียงดัง

“ข้ามีสิ่งนี้ด้วยรึ?”

หลี่หวงเอ่ยถามด้วยความงุนงง นางไม่ยักจะจำได้เลยว่า ภายในห้วงมิตินาโนชิปของนางจะมีชื่อสมุนไพรแปลกๆเช่นนี้ด้วย?

“เจ้าโง่! เจ้าโง่! เจ้านี่ช่างโง่จริงๆ!”

เหยาอวี้รีบพุ่งตรงเข้าไปในห้วงมิตินาโนชิปของหลี่หวงทันที และหยิบบุปผาน้ำแข็งสีฟ้าออกมา

“นี่อย่างไรเล่า! บุปผาวารีสูญ!!”

“...”

เพี๊ยะ!

หลี่หวงตบกะโหลกเหยาอวี้ไปหนึ่งพร้อมกับคำรามใส่ว่า

“นี่มัน เซมบรีแอนทีนัม มันคือเซมบรีแอนทีนัม! จะเรียกบุปผาวารีสูญหาพระแสงอะไรเล่า! หัดพูดจาดีๆหน่อยไม่เป็นรึไงห๊ะ?!!”

จบบทที่ ตอนที่21 สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว