เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่5 ร่วมโต๊ะอาหารกับตระกูล

ตอนที่5 ร่วมโต๊ะอาหารกับตระกูล

ตอนที่5 ร่วมโต๊ะอาหารกับตระกูล


ตอนที่5 ร่วมโต๊ะอาหารกับตระกูล

หลี่หวงพยายามหลบเลี่ยงการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง แต่ท้ายที่สุดก็ยังคงถูกกระสุนเพลิงโจมตีเฉี่ยวโดน จนเกิดเป็นบาดแผลถากๆเข้าที่บริเวณต้นแขน

“ศรอัสนี!”

เนื่องจากหลี่หวงมิได้มีไม้กายสิทธิ์ ดังนั้นนางจำต้องใช้มือประสานอินเอาตามที่เหยาอวี้บอกอย่างเงียบๆ

สายฟ้าสีม่วงกลุ่มหนึ่งก่อรวมผนึกกลายเป็นศรอัสนีบาตยาว เมื่อได้จังหวะนางจึงเหวี่ยงพุ่งเข้าใส่จวิ๋นรั่วพร้อมกับหวดเต็มแรง

แม้ว่าระดับการบ่มเพาะพลังของนางจะไม่สูงเทียบเท่าจวิ๋นรั่ว แต่อาศัยพลังจิตวิญญาณของนาง ก็เพียงพอแล้วที่จะชดเชยช่องว่างดังกล่าวได้

แม้นี่จะเป็นเพียงคาถาธรรมดาทั่วไป แต่จำนวนศรที่เธอประสานอินออกมาได้กลับมีนับสิบ!

กระหน่ำขว้างใส่ไม่หยุดมือ คันศรอสนีบาตเหล่านั้นพุ่งตรงเข้าใส่จวิ๋นรั่วอย่างพร้อมเพรียงกัน

“อ๊ากกก!”

จวิ๋นรั่วกรีดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น แม้ว่าเสี้ยวจังหวะที่ถูกโจมตีสวนกลับมา นางจะร่ายคาถาป้องกันไว้แล้วก็ตาม แต่สุดท้ายนางก็ยังคงได้รับบาดเจ็บจากศรอสนีบาตเหล่านั้นอยู่ดี

“นังขยะ! ไม่ช้าก็เร็วข้าต้องสังหารเจ้าให้ได้!”

จวิ๋นรั่วกุมหัวไหล่ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับลุกขึ้นนั่งจับจ้องหลี่หวงตาเขม็ง

“คุณหนูรอง เจ้าควรหุบปากไปได้แล้ว มิเช่นนั้น เจ้าจะยิ่งตายเร็วขึ้น...”

เมื่อเอ่ยกล่าวมาถึงตรงนี้ หลี่หวงจึงได้หยุดชะงักเล็กน้อย นางกดสายตาลงต่ำจ้องมองอีกฝ่ายราวกับผู้ที่อยู่เหนือกว่า ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่หน้าไปหนึ่งคราพร้อมกล่าวต่อว่า

“เช่นเดียวกับสาวใช้ของเจ้า!”

“เจ้า.. นี่เจ้า!...เป็นเจ้าจริงๆด้วย! นางถูกพิษของเจ้านี่เอง!”

จวิ๋นรั่วขบกรามแน่นกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บแค้นใจ ความอาฆาตแค้นภายในใจของนางที่มีต่อหลี่หวงเวลานี้ ยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ เมื่อเยว่เซียงสาวใช้ประจำตัวของนางวิ่งหนีออกมาจากเรือนหลังนี้ นางก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ขอยาถอนพิษจากตน โดยที่เวลานางตัวนางเองก็ไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำไป! กระทั่งท้ายที่สุดดูเหมือนว่าพิษในตัวเยว่เซียงจะเริ่มกำเริบหนักขึ้น นางจึงได้นอนชักดิ้นชักงอไม่หยุด และเมื่อนึกถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นก่อนตายของอีกฝ่าย จวิ๋นรั่วก็ถึงกับรู้สึกหวาดผวาจับใจ!

สายตาของเยว่เซียงที่จ้องมองมานั้น ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของนาง! แต่นางมิได้ทำ!

นางรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับใช้มือกุมไหล่อยู่แบบนั้น ก่อนจะเร่งหนีออกจากเรือนเส็งเคร็งของหลี่หวงไปโดยไว

“ไฉนท่านจึงไม่ลอบวางยาพิษใส่นางหญิงชั่วร้ายผู้นั้นเล่า?”

เหยาอวี้ลอบขึ้นมาเกาะบริเวณหัวไหล่ของหลี่หวง

“ไม่ วางยาพิษให้นางตายในตอนนี้ มันง่ายเกินไป”

หลี่หวงวส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูเลือดเย็นดุจดั่งอสรพิษ

“....ท่านนี่่ช่างชั่วช้าเสียจริง”

“หืม?”

“ไม่ ไม่ ไม่! ข้าหมายถึง...นายท่านช่างชาญฉลาดและหาญกล้ายิ่งนักต่างหากเล่า!”

“กล่าวได้ดี เจ้าอยู่เป็นนี่นา”

“ฮ่าฮ่าๆๆๆ...”

ถึงแม้จะหัวเราะออกมา แต่ทั่วใบหน้าของเหยาอวี้กลับเต็มไปด้วยความขมขื่นใจ

ไฉนมันจึงได้มีเจ้านายนี่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้นะ?

หลี่หวงกลับเข้าไปในเรือนเส็งเคร็งดังเดิม ก่อนจะเอ่ยปากสั่งขึ้นว่า

“เหยาอวี้ ข้าต้องการหลอมโอสถ เจ้าติดไฟให้ข้าที”

บาดแผลบริเวณต้นแขนของนาง แม้จะแค่ถากๆแต่ก็ต้องได้รับการรักษา

“....”

เหยาอวี้รู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก เหตุใดมันจึงรู้สึกว่าตนเองต้องถูกกดขี่เยี่ยงนี้?

ในยามที่ดวงสุริยันเคลื่อนลง

มีเพียงแสงสว่างจากแท่งไฟระหว่างทางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่ยังคงให้แสงสว่างในบริเวณนั้น

“อืออ...”

หลี่หวงยืนบิดขี้เกียจยืดตัวอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยล่าถอยออกจากการหลอมกลั่นโอสถอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อกวาดสายตาจับจ้องไปที่เม็ดโอสถหลากหลายสีสันในหม้อหลอม หลี่หวงก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

“เหยาอวี้ เหตุใดเศษตะกอนสีดำในหม้อหลอมยังคงอยู่อีกล่ะ?”

หลี่หวงจำได้ว่า ตอนเช้านางเพิ่งจะถูกเศษตะกอนแหลมคมเหล่านี้ทิ่มแทงอยู่เลย

“นั่นคือสสารอมตะ ผู้ตีหลอมหม้อโอสถใบนี้ขึ้นมาผสมเจ้าสิ่งนี้ลงไประหว่างการสร้าง เป็นแหล่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของหม้อหลอมโอสถวิเศษใบนี้ แต่วางใจเถิด หลังจากทำสัญญากับข้าแล้ว สิ่งนี้จะไม่ทำร้ายเจ้าอีก!”

เหยาอวี้ยกมือขึ้นตบหน้าอกตนเองพร้อมกับเอ่ยกล่าวด้วยความมั่นอกมั่นใจ

“คุณหนูใหญ่ ท่านประมุขเรียนเชิญให้ท่านออกไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน”

ด้านนอกประตู จู่ๆก็มีสุ้มเสียงที่ไม่ควรจะมีเปล่งดังขึ้น

“นี่ เจ้ากลับเข้าไปพักในหม้อหลอมโอสถก่อนเถิด”

เหยาอวี้พยักหน้า ก่อนจะอันตรธานกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง หายกลับเข้าไปในหม้อหลอมโอสถวิเศษอย่างรวดเร็ว

หลี่หวงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงได้ลองนำหม้อหลอมโอสถวิเศษใบนี้เข้าไปเก็บไว้ในห้วงนาโนชิป

ผลที่ได้ก็สำเร็จไปตามที่คาดคิด เวลานี้สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดคงจะหนีไม่พ้นห้วงนาโนชิปนี้

หลี่หวงจัดแจงร่างกายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆผลักประตูให้เปิดออก

สาวใช้ที่อยู่นอกประตูเป็นสาวใช้คนสนิทของฮูหยินใหญ่ ปกติแล้วนางแทบไม่เคยแม้แต่จะปรายหางตามองหลี่หวงเลยสักครั้งด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้กลับดูนอบน้อมต่อนางเป็นพิเศษ ซึ่งกิริยาเช่นนี้ทำให้หลี่หวงถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ

ไอ้ท่าทางดูเคารพนอบน้อมแบบนี้คืออะไร? ไม่ดูตอแหลไปหน่อยเหรอ?

หลีหวงเดินผ่านหน้านางไปพลางกล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ไปกันเถอะ”

หลี่หวงไม่แยแสต่อกิริยานอบน้อมมีมารยาทของอีกฝ่าย หลังจากที่นางเดินผ่านหน้าไป สาวใช้นางนั้นก็ได้เงยหน้าขึ้นมองตามแผ่นหลังของหลี่หวงไป

แต่ทว่าสายตาคู่นั้นกลับอัดแน่นไปด้วยความเย้ยหยันดูถูกดูแคลน

“เรียนเชิญคุณหนูใหญ่”

สาวใช้กลับไปอยู่ในท่าก้มหน้าก้มตาอย่างมีมารยาทดังเดิม ก่อนจะรีบเดินนำทางหลี่หวงออกไปทันที

ภายในลานกว้างหน้าจวน

แสงไฟช่างสว่างไสวแตกต่างจากบริเวณหลังจวนอย่างสิ้นเชิง

นี่สินะ...ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของตระกูลจวิ๋น

ประมุขตระกูลจวิ๋นนามว่าจวิ๋นจ้าน ส่วนฮูหยินใหญ่นามว่าหานชิง และฮูหยินรองซูซื่อ ทั้งหมดต่างก็นั่งประจำตำแหน่งของตนเองอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่บนโต๊ะ นอกจากนี้ก็ยังมีคุณหนูรองอย่างจวิ๋นรั่ว และคุณชายสามจวิ๋นอี้นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย

“รั่วเอ๋อร์ อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นเช่นใดบ้าง?”

จวิ๋นจ้านเหลือบมองไปที่ผ้าพันแผลบริเวณหัวไหล่ของบุตรสาว พร้อมเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง

“เรียนท่านพ่อ ข้ามิได้เป็นอะไรมากนัก”

จวิ๋นรั่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แม้ปากของนางจะบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่ทว่ากลับทำสีหน้าท่าเจ็บปวดทรมานเล็กน้อยออกมาให้เห็น มิหนำซ้ำยังมีน้ำตาคลอเบ้าทำให้ผู้คนต่างก็รู้สึกสงสารเห็นใจ

เสแสร้งทำเป็นว่าตนเองถูกผู้อื่นข่มเหงรังแก แต่กลับไม่กล้าเอ่ยบอกออกมา

ฮูหยิงรองที่เห็นท่าทางการแสดงออกของลูกสาวตัวเอง ก็ทำท่าทางราวกับเจ็บปวดแทนเสียเหลือเกิน

“ท่าน นังขยะน้อยนั่นบังอาจทำร้ายรั่วเอ๋อร์จนบาดเจ็บหนักเช่นนี้ สมควรต้องโทษขับไล่ออกจากตระกูลของเราเสีย! ดูสิ! นังนั่นมันบังอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้นาง เช่นนี้แล้วในภายภาคหน้านางจะสามารถออกเรือนแต่งงานไปกับผู้ใดได้!?”

จวิ๋นจ้านเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็มิได้เอ่ยตอบอะไร

จบบทที่ ตอนที่5 ร่วมโต๊ะอาหารกับตระกูล

คัดลอกลิงก์แล้ว