เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 20 วิชาสิบสองเข็มประตูนรก

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 20 วิชาสิบสองเข็มประตูนรก

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 20 วิชาสิบสองเข็มประตูนรก


ตอนที่ 20 วิชาสิบสองเข็มประตูนรก

บนพื้นภายในห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีพรมราคาแพงซึ่งทำจากหนังแกะออสเตรเลียปูอยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีภาพวาดทิวทัศน์ที่งดงามมากมายแขวนอยู่ตามผนัง กระทั่งโคมไฟที่ติดอยู่ภายในห้องยังดูหรูหราและสวยสง่าอย่างมาก!

เวลานี้ มีผู้ชายสองคนและผู้หญิงหนึ่งคนกำลังนั่งล้อมวงดื่มชาอยู่รอบโต๊ะไม้ ซึ่งทำจากไม้แดงราคาแพง เมื่อทั้งหมดเห็นประธานหม่าเดินเข้ามาในห้อง พวกเขาก็รีบลุกขึ้นยืนทักทายทันที

“ประธานหม่าครับ คืนนี้ต้องรบกวนคุณอีกแล้วนะครับ!”

“ทำแบบนี้ได้ยังไงกันพี่ไห่เฟิง ทำไมถึงไม่ส่งรถไปรับประธานหม่าล่ะ ปล่อยให้ขับรถมาเองได้ยังไงกัน?”

ชายในวัยเกือบจะสี่สิบสวมใส่เครื่องแบบทหารร้องตะโกนบอกพี่ชาย ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปจับแขนของหม่าไป๋ซังประคองไว้

“ฮ่าๆๆ ไห่เตา! นี่แกเห็นฉันเป็นคนยังไง? ฉันจะส่งรถไปรับถึงโรงพยาบาล แต่ประธานหม่าต่างหากล่ะที่ปฏิเสธ ไม่ยอมให้ฉันทำแบบนั้น!”

หวังไห่เฟิงร้องบอกน้องชายพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

“พ่อครับ คุณอาสองครับ หยุดพูดกันก่อนจะได้มั๊ยครับ? รีบๆพาลุงหม่าเข้ามานั่งก่อนจะดีกว่า”

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ดูเหมือนจะอยู่ในวัยสิบแปดสิบเก้าปีเป็นฝ่ายร้องบอกออกมา

“นั่นน่ะสิไห่เฟิง! รีบๆพาประธานหม่าเข้ามานั่งก่อนเร็วเข้า”

สาวสวยในวัยราวสามสิบเจ็ดปีเป็นฝ่ายพูดขึ้นเป็นคนสุดท้าย

จากบทสนทนาเมื่อครู่ เย่โม่พอจะคาดเดาความสัมพันธ์ของทุกคนในที่นี้ได้ ชายที่สวมชุดเครื่องแบบทหารนั้นชื่อว่าหวังไห่เตา น่าจะเป็นน้องชายของหวังไห่เฟิง ส่วนผู้หญิงกับเด็กหนุ่มผู้ชายนั้นก็น่าจะเป็นภรรยากับลูกชายของหวังไห่เฟิงนั่นเอง

หลังจากที่ทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ประธานหม่าก็ได้แนะนำเย่โม่ให้สมาชิกสกุลหวังทั้งหมดรู้จัก และยังได้บอกกับทุกคนถึงความสามารถในการฝังเข็มและรมยาสมุนพร ซึ่งเป็นศาสตร์การรักษาแบบอนุรักษ์นิยม ที่ตั้งใจจะนำมารักษาอาการเจ็บป่วยของผู้เฒ่าหวังด้วย!

แต่แม้ว่าหวังไห่เฟิงจะไม่เชื่อ ด้วยกิริยามารยาทที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดี เขาก็เพียงแค่ยิ้มเท่านั้น แต่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรออกมา

ตรงกันข้ามกับหวังไห่เตาน้องชาย และหวังยู่หยางลูกชายของเขา เมื่อทั้งคู่ได้ยินว่า คนที่จะมารักษาผู้เฒ่าหวังเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันอันตรธานหายไปทันที

แต่ดูเหมือนประธานหม่าจะคาดเดาก่อนอยู่แล้วว่า จะต้องพบเจอกับภาพฉากเช่นนี้ เขาจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้มแปลกๆ

“พวกเธอคงจะไม่เชื่อว่าหมอเย่มีทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศเพราะเขาอายุยังน้อยสินะ? ฉันจะบอกอะไรให้ ก่อนหน้านี้มีคนไข้หนักในโรงพยาบาลที่นอนนิ่งไม่ไหวติง กระทั่งหมอทั้งโรงพยาบาลก็ไม่มีใครสามารถรักษาได้ แต่หมอเย่ใช้เวลาแค่สิบนาทีในการรักษาคนไข้คนนั้นให้กลับมาเป็นปกติได้!”

ทั้งหวังไห่เฟิงและภรรยาได้แต่กระพริบตาปริบๆในขณะที่ฟังคำบอกเล่าจากปากของประธานหม่า ส่วนหวังไห่เตากับหวังยู่หยางยังคงมีสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี

“แต่หมอเย่ดูเหมือนจะอายุยังน้อยกว่าผมอีก…” หวังยู่หยางได้แต่กระซิบกระซาบเสียงเบา

“ประธานหม่าครับ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมเป็นทหาร มีอะไรก็ชอบพูดกันแบบตรงไปตรงมา เอาอย่างนี้ได้มั๊ยครับ ขอให้หมอเย่แสดงความสามารถให้เราเห็นหน่อยได้มั๊ยครับ แล้วผมจะยินดีเชื่ออย่างเต็มใจเลย!”

หลังจากพูดจบ หวังไห่เตาก็หันไปขอโทษเย่โม่ล่วงหน้า “คุณหมอเย่ครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่พูดอะไรออกมาตรงๆแบบนี้!”

ประธานหม่าเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ หวังไห่เตาเป็นทหารจึงมีบุคลิกที่ค่อนข้างแข็งกร้าวไม่เกรงกลัวใคร แต่การที่เขาหันไปพูดขอโทษเย่โม่แบบนั้น แสดงให้เห็นว่ายังให้หน้าเขากับเย่โม่อยู่บ้าง

“หมอเย่ คุณว่ายังไงครับ?”

ประธานหม่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะหันไปถามเย่โม่ เพราะถึงอย่างไรเย่โม่ก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มวัยรุ่น เขาไม่รู้ว่าเย่โม่จะมีอารมณ์หุนพลันแล่นมากแค่ไหน

เย่โม่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ได้ครับ! ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นความสามารถของผม”

“ขอเริ่มจากคุณหวังไห่เฟิงเลยนะครับ เพียงแค่มองปราดเดียวผมก็รู้แล้วว่า คุณมีปัญหาเรื่องต้นคอซึ่งเกิดจากความเครียดที่สะสมมานาน การนวดบำบัดเป็นเพียงแค่การรักษาปลายเหตุเท่านั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ แต่ผมสามารถรักษาให้หายขาดได้!”

อะไรกัน? เพียงแค่มองปราดเดียว เด็กหนุ่มคนนี้ก็สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของหวังไห่เฟิงได้อย่างนั้นหรือ? มิหนำซ้ำยังกล้าพูดว่าสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วย! เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง ทำไมถึงกล้าพูดจาโอ้อวดได้ขนาดนี้?

แต่ถึงอย่างนั้น เวลานี้ทุกคนในสกุลหวังต่างก็มีสีหน้าตกอกตกใจอย่างมาก แต่หวังไห่เฟิงกลับยังคงสงบนิ่ง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“หมอเย่นับว่ามีสายตาแหลมคมมากจริงๆ! อาการปวดไหล่ปวดต้นคอของผม เกิดจากการทำงานเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดว่าจะมีใครสามารถรักษาอาการพวกนี้ให้หายขาดได้ แต่ถ้าหมอเย่สามารถทำได้ แสดงว่าทักษะทางการแพทย์ของหมอเย่ล้ำเลิศเหมือนที่ประธานหม่าพูดจริงๆ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญคุณหวังมานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้ได้เลยครับ!” เย่โม่ยกมือขึ้นชี้ไปทางเก้าอี้ไม้ที่อยู่ข้างๆตัวเอง

หวังไห่เฟิงลุกขึ้นยืน และเดินตรงไปนั่งที่เก้าไม้ตัวนั้นทันที

เย่โม่เดินไปยืนข้างหลังของหวังไห่เฟิงห่างออกมาราว 20 เซ็นติเมตร จากนั้นจึงได้วางมือลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเขา ก่อนจะเริ่มทำการนวดทวนเข็มนาฬิกาเบาๆอย่างสม่ำเสมอ

จนกระทั่งสามนาทีผ่านไป เขาก็เริ่มเปลี่ยนมานวดไหล่ทั้งสองข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู เย่โม่สามารถกดลงบนตำแหน่งจุดได้อย่างแม่นยำ และด้วยน้ำหนักแรงกดที่สม่ำเสมอ นิ้วมือของเขาได้เจาะลงไปตามกล้ามเนื้อบริเวณช่วงไหล่ และทำการนวดไปตามพื้นที่บริเวณนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“อืมม…”

หวังไห่เฟิงครางออกมาด้วยความรู้สึกสบายพร้อมกับพูดขึ้นว่า “วิธีการนวดของหมอเย่ทำให้ผมรู้สึกสบายมากจริงๆ ตอนนี้ผมรู้สึกผ่อนคลายกว่าเมื่อก่อนมาก”

หวังไห่เฟิงหลับตาลง สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความสบายผ่อนคลายอย่างแท้จริง และเมื่อทุกคนในห้องเห็นเช่นนั้น ทั้งหมดก็ได้แต่หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ!

“อย่าเพิ่งพูดอะไรครับ! พยายามทำจิตใจให้สงบผ่อนคลายตามไปด้วย”

หลังจากร้องบอกหวังไห่เฟิงให้หยุดพูดแล้ว เย่โม่ก็เริ่มเคลื่อนฝ่ามือไปตามแผ่นหลังของหวังไห่เฟิง พร้อมกับใช้นิ้วโป้งกดไปตามกระดูกสันหลังของเขา ส่วนนิ้วทั้งสี่ก็ดันแผ่นหลังของเขาไว้ เพื่อช่วยเพิ่มแรงกดให้กับนิ้วโป้ง

จากนั้น เย่โม่ก็เริ่มทำการกดที่จุดเทียนจง จุดเฟิงฉือ และจุดต้าจุย ซึ่งแต่ละจุดจะใช้เวลานราวหนึ่งนาที ก่อนจะจบที่การนวดกล้ามเนื้อรอบสะบักและลำคอ!

หลังจากทำการนวดกดจุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เย่โม่ก็ได้หันไปบอกกับประธานหม่าว่า “ประธานหม่าครับ รบกวนช่วยส่งกล่องเข็มเงินให้ผมหน่อยครับ!”

“ได้สิ!”

เย่โม่รับกล่องไม้มาจากประธานหม่า ซึ่งภายในกล่องมีเข็มขนาดสามนิ้วจำนวนยี่สิบหกเล่ม และเข็มยาวหกนิ้วอีกสิบแปดเล่ม เย่โม่าเลือกหยิบเข็มขนาดหกนิ้วออกมาหนึ่งเล่ม

เข็มหกนิ้วนั้นมีความยาวกว่ายี่สิบเซ็นติเมตร แต่ด้วยความยาวของเข็ม เมื่อเย่โม่ดึงออกมาจากกล่องไม้ มันจึงได้โค้งงอไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก

เย่โม่ค่อยๆเหยียดเข็มให้ตั้งตรง และด้วยความรวดเร็วประดุจสายฟ้า เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว เข็มเงินทั้งหมดสิบสองเล่มก็ปักเข้าไปที่ไหล่ของหวางไห่เฟิงอย่างรวดเร็ว

และนี่คือวิชาสิบสองเข็มประตูนรก! และย่อมมีเหตุผลที่เย่โม่กล้าที่จะใช้วิชานี้ นั่นเพราะการสูญเสียพละกำลังของกล้ามเนื้อเล็กๆแต่ละมัดไป เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะต้องใช้วิชาฝังเข็มนี้ฟื้นฟู

ขั้นตอนที่ยากที่สุดในการรักษาคนไข้นั้น ไม่ใช่วิชาที่ใช้รักษา แต่เป็นการวินิจฉัยหาต้นเหตุของโรคนั้นๆ และอาการต่างๆของคนไข้ต่างหาก จากนั้น จึงค่อยประเมินว่าจะทำการฝังเข็มที่เส้นลมปราณใด และจุดฝังเข็มใดบ้าง

ไม่เพียงเท่านั้น ในการฝังเข็มลงไปในแต่ละจุดนั้น วิธีการถอนเข็มก็แตกต่างกันด้วย ดังนั้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นการรักษาด้วยวิชาสิบสองเข็มประตูนรกเหมือนกัน แต่รูปแบบล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์

จนกระทั่งผ่านไปราวสิบนาที เย่โม่จึงได้จัดการถอนเข็มทั้งหมดออกไปในทิศทางที่แตกต่างกัน หลังจากนั้น จึงได้ยกฝ่ามือขึ้นตบเข้าที่แผ่นหลังของหวังไห่เฟิงด้วยความเร็วสุดขีด!

พัวะ!

พัวะ!

พัวะๆๆๆ

“น่าทึ่งมาก! มหัศจรรย์มากจริงๆ!”

เมื่อผู้อำนวยการหม่า หวังไห่เตา และหวังยู่หยาง ได้เห็นวิธีการรักษา และฝ่ามือที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของหวังไห่เฟิง ทั้งหมดต่างก็ได้แต่จ้องมองด้วยดวงตาเบิกโพลง ราวกับว่ากำลังดูภายพยนต์แฟนตาซีอยู่!

“เอาล่ะ! คุณหวังลองขยับไหล่และลำคอดูครับ แล้วบอกผมว่า ยังรู้สึกเจ็บปวดเหมือนเดิมมั๊ย?”

หลังจากที่การรักษาสิ้นสุดลงแล้ว เขาก็ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาตามหน้าผาก พร้อมกับร้องบอกหวังไห่เฟิงด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ

--------------------------

ติดตามนิยายแปลสนุกๆอีกหลายเรื่องได้ที่เพจ  : แปลสนุก

จบบทที่ ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 20 วิชาสิบสองเข็มประตูนรก

คัดลอกลิงก์แล้ว