เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 18 คำขอของหมอเฉิน

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 18 คำขอของหมอเฉิน

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 18 คำขอของหมอเฉิน


ตอนที่ 18 คำขอของหมอเฉิน

เย่โม่ขอให้เฟิงกั๋วตงเข้ามาช่วยเขาจับร่างของหวงเจิ้งหมิงไว้ จากนั้น เขาจึงได้หยิบเอาเข็มเงินออกมาจากล่องไม้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นจึงได้ปักเข็มจำนวนสิบสองเล่มลงไปกลางศรีษะของหวงเจิ้งหมิงอย่างรวดเร็ว

วิชาสิบสองเข็มประตูนรก!

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นการใช้เข็มจำนวนสิบสองเล่มในการรักษาผู้ป่วย เพื่อยื้อชีวิตคนไข้กลับคืนจากประตูนรก แต่ถึงอย่างนั้น วิชาฝังเข็มนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งความหมายที่ตรงกันข้าม ซึ่งก็คือการส่งคนผู้นั้นไปสู่ประตูนรกนั่นเอง!

วิชานี้สามารถใช้ช่วยคนก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้ฆ่าคนได้เช่นกัน!

หลังจากนั้นไม่นานนัก ดวงตาหม่นหมองประหนึ่งไร้ซึ่งชีวิตของหวงเจิ้งหมิง ก็ได้เปลี่ยนเป็นสุกใสขึ้นในทันที ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับส่งเสียงร้องครวญคราง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นหันหน้ามองไปรอบตัวในที่สุด

“เฉียน หยางจื่อ กั๋วตง… ดูท่าฉันคงจะทำให้ทุกคนลำบากมากสินะ?”

เมื่อได้ยินเสียงหวงเจิ้งหมิงพูด ทั้งเฟิงเฉียนและหวงหยานก็ถึงกับน้ำตาไหลพรากออกมาทันที ในขณะที่เฟิงกั๋วตงได้แต่ยืนมองเย่โม่ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพศรัทธา และเต็มไปด้วยความสุขอย่างมาก

ในขณะที่คุณหมอเฉินนั้นได้แต่ยืนอ้าปากกว้าง เขายังอยู่ในอาการช็อกจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่า เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งจะสามารถรักษาคนไข้ที่แม้แต่หมอทั้งโรงพยาบาลก็ไม่มีใครรักษาได้ มิหนำซ้ำยังใช้เวลาเพียงไม่นานอีกด้วย

“กรุณาหยุดพูดก่อนครับ! ขอให้ผมทำการถอนเข็มออกจากศรีษะของคุณก่อน”

หลังจากร้องบอกหวงเจิ้งหมิงแล้ว เย่โม่ก็ได้จัดการถอนเข็มทั้งสิบสองเล่มออกมาจากศรีษะของเขาในทันที ทุกอย่างดูช่างง่ายดายไปหมด

“ขอบคุณที่ให้ผมยืมเข็มนะครับ!”

หลังจากเก็บเข็มเงินลงไปในกล่องไม้เรียบร้อยแล้ว เย่โม่ก็ได้ยื่นกล่องไม้ในมือคืนให้กับหมอเฉิน ที่เวลานี้ยังคงมีสีหน้าตกอกตกใจ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณ

คุณหมอเฉินจึงได้สติ และรีบยื่นมือไปรับกล่องไม้ใบนั้นมาจากเย่โม่ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “คนที่ควรจะเอ่ยขอบคุณควรจะเป็นผมมากกว่า! ขอบคุณนะครับที่นอกจากจะช่วยรักษาคนไข้ของผมให้หายได้แล้ว ยังให้โอกาสผมได้เห็นวิชาฝังเข็มที่น่าอัศจรรย์อย่างมากนี้ด้วย! ว่าแต่.. คุณหมอเทวดาท่านนี้มีชื่อว่าอะไรเหรอครับ?”

สีหน้าของเย่โม่ และความรู้สึกที่มีต่อคุณหมอเฉินเปลี่ยนไปมาก หลังจากที่ได้ยินคำพูดที่แสดงออกมาจากใจจริงของเขา และได้แต่ตอบกลับไปว่า

“ผมไม่ใช่หมอเทวดาครับ เรียกผมว่าเย่โม่ หรือเสี่ยวเย่ก็ได้ครับ!”

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอเรียกว่าคุณหมอเย่ก็แล้วกันนะครับ… ผม…”

แต่ในระหว่างที่คุณหมอเฉินกำลังจะพูดอะไรกับเย่โม่ต่อนั้น จู่ๆ หวงเจิ้งหมิงก็ลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ และเดินตรงเข้าไปหาเย่โม่ทันที

“ขอบคุณเธอมากนะเสี่ยวเย่! เมื่อครู่ภรรยากับลูกสาวของฉันได้เล่าให้ฟังคร่าวๆแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง? นี่ถ้าไม่ได้เธอเข้ามาช่วย ชีวิตของฉันก็คงต้องหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแน่แล้ว เธอคือผู้มีพระคุณของฉันหวงเจิ้งหมิง! ได้โปรดรับการคาราวะจากฉันด้วย!”

หลังจากพูดจบ หวงเจิ้งหมิงก็คุกเข่าลงต่อหน้าเย่โม่ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างที่สุด แต่เย่โม่รีบเข้าไปพยุงร่างของเขาไว้ เพื่อไม่ให้สามารถคุกเข่าลงได้สำเร็จ พร้อมกับบอกไปว่า

“คุณหวงครับ กรุณาอย่าทำแบบนี้เลยนะครับ ผมไม่สามารถรับการคาราวะจากคุณได้จริงๆ!”

“พี่เขย เสี่ยวเย่เองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล วันข้างหน้าพวกเรายังมีโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณของเขาได้อีกมาก อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลยนะ อีกอย่างพี่เองก็เพิ่งจะหายจากอาการป่วยหนัก กลับไปพักผ่อนที่เตียงก่อนจะดีกว่า!”

“จริงด้วยค่ะพ่อ! กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะคะ เสี่ยวเย่ยังไม่ไปไหนหรอก ยังไงเราก็ยังมีเวลาที่จะตอบแทนเขาอีกมาก!”

หลังจากนั้น หวงหยานก็ได้ประคองร่างของหวงเจิ้งหมิงกลับไปที่เตียงคนไข้ตามเดิม

“คุณหมอเสี่ยวเย่ ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรพูดจากับคุณแบบนั้นเลย ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ ได้โปรดอย่าถือโทษโกรธดิฉันเลยนะคะ!” เฟิงเฉียนก้าวเดินออกมา พร้อมกับเอ่ยขอโทษเย่โม่อีกครั้งด้วยความจริงใจ

เย่โม่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปถามคุณหมอเฉินที่ดูลังเลคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

“ไม่ทราบว่าคุณหมอเฉินมีอะไรอยากจะพูดมั๊ยครับ?”

“เอ่อ.. คืออย่างนี้นะครับหมอเย่! เมื่อเช้านี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของเราเรียกประชุมบรรดาหัวหน้าแพทย์แผนกต่างๆเป็นการด่วน เนื่องจากว่ามีคนไข้สูงอายุซึ่งมีฐานะพิเศษมากคนหนึ่ง ได้เข้ามาอยู่ในการดูแลรักษาของเรา แต่เพราะฐานะที่พิเศษนี่ล่ะ พวกเราจึงไม่สามารถใช้วิธีการผ่าตัดลงมีดได้ จะต้องใช้วิธีการรักษาแบบโบราณเท่านั้น แต่หลังจากที่บรรดาแพทย์ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว วิธีการรักษาแบบโบราณนั้น มันใช้กับเคสของชายชราคนนี้ไม่ได้…”

“ดังนั้น…. เอ่อ…”

“อย่าบอกนะครับว่า คุณหมอเฉินต้องการให้ผมไปทำการรักษาชายชราคนนั้นให้?”

แม้ว่าคุณหมอเฉินจะยังพูดไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา แต่เย่โม่ก็สามารถคาดเดาได้จากสีหน้าท่าทางของเขาที่แสดงออกมา

“ถึงแม้ผมจะมีอายุที่มากกว่า แต่หลังจากได้เห็นเทคนิคการฝังเข็มอันน่าอัศจรรย์เมื่อครู่ของคุณหมอเย่ ผมก็เชื่อมั่นในความสามารถของคุณได้ทันที! ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องใช้วิธีการรักษาแบบโบราณนี้ ทำการรักษาคนไข้พิเศษให้หายได้อย่างแน่นอน!”

คุณหมอเฉินพูดไปก็พยักหน้าไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ แต่ในขณะที่เอ่ยขอร้องเย่โม่นั้น ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เพราะไม่มั่นใจว่าเย่โม่จะยอมรับคำขอร้องของเขาหรือไม่?

“ไม่ทราบว่าชายชราคนนั้นป่วยเป็นอะไรเหรอครับ?”

แววตาของคุณหมอเฉินเป็นประกายขึ้นมาทันที และรีบตอบเย่โม่กลับไปอย่างรวดเร็ว

“ร่างกายช่วงล่างของคนไข้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ตอนนี้ก็ได้แต่ใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นเท่านั้น นอกจากนี้ ภายในช่องสมองยังมีลิ่มเลือดกดทับเส้นประสาทอีกด้วย ทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นและการได้ยินลดลงอย่างมาก…”

เย่โม่นิ่งฟังคำอธิบายของหมอเฉินด้วยความตั้งอกตั้งใจ หลังจากทราบอาการโดยคร่าวๆจึงพบว่า วิชาสิบสองเข็มประตูนรกของเขานั้น สามารถใช้รักษาคนไข้ที่มีอาการลักษณะนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการผ่าตัด

แต่หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง เย่โม่ก็ได้แต่คิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งในเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลย ด้วยเหตุนี้ เย่โม่จึงได้เตรียมที่จะปฏิเสธหมอเฉินไป แต่ในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดนั้น จู่ๆเสียงของระบบก็ดังขึ้นภายในหัวของเขา

[บี๊บ! ระบบมอบหมายภารกิจใหม่! ทำตามคำขอของหมอเฉิน ทำการรักษาคนไข้คนนี้!]

‘โอ๊ะ! ดูท่าฉันคงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะ’

หลังจากยอมรับปฏิบัติภารกิจที่ระบบมอบหมายให้แล้ว เย่โม่จึงได้หันไปบอกกับหมอเฉินว่า “ตกลงครับ! ในเมื่อคุณหมอเฉินเชื่อมั่นในตัวผมขนาดนี้ ผมก็จะช่วยรักษาคนไข้คนนี้ให้!”

“ขอบคุณมากหมอเย่! กรุณารอผมสักครู่นะครับ ผมจะรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้อำนวยการทราบก่อน!”

คุณหมอเฉินร้องบอกฉีเล่ยด้วยสีหน้าดีอกดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องพักคนไข้ทันที

ในเวลานั้น เฟิงกั๋วตงก็ได้เดินมาหาเย่โม่พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเย่ พี่เขยของฉันหายดีแล้วใช่มั๊ย? วันหน้าไอ้โรคบ้าๆนี่จะกลับมากำเริบอีกรึเปล่า?”

“นั่นน่ะสิเสี่ยวเย่! มีอะไรที่พ่อจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษบ้างมั๊ย? ฉันจะได้คอยระมัดระวัง พ่อจะได้ไม่กลับมาเป็นโรคนี้อีก?” หวงหยานเอ่ยถามเช่นเดียวกัน

เย่โม่ตอบกลับยิ้มๆ “ขอแค่ต่อไปพยายามไม่กินอาหารหวานๆมันๆก็พอ แล้วก็หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง รับรองได้ว่าจะไม่กลับมาป่วยเป็นโรคนี้อีกอย่างแน่นอน!”

หลังจากได้ฟังคำพูดของเย่โม่แล้ว ทุกคนที่อยู่ในห้องก็ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้น เฟิงเฉียนก็หันไปบอกกับสามีว่า

“ได้ยินแล้วใช่มั๊ยคะคุณ? ต่อไปต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมงอย่างที่เสี่ยวเย่บอกล่ะ”

“ได้ๆ ฉันจะทำตามที่เสี่ยวเย่บอกอย่างเคร่งครัด เธอเองก็คอยกำชับฉันด้วยล่ะ”

จากนั้น หวงเจิ้งหมิงก็หันไปถามเย่โม่ว่า “เสี่ยวเย่ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นมากเลย แล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้ล่ะ?”

“ความจริงคุณหวงจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เพื่อความปลอดภัย ควรนอนให้หมอดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสักสองสามวันจะดีกว่า!”

“นี่คุณคะ ไม่ต้องห่วงงานมากนักก็ได้ เชื่อฟังเสี่ยวเย่ อยู่ให้หมอดูอาการให้แน่ใจอีกสักสองวันก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้!”

เฟิงเฉียนรีบร้องบอกทันที เมื่อเห็นว่าสามีทำท่าอยากจะกลับบ้านเสียเต็มประดา

หวงเจิ้งหมิงได้แต่ยิ้มกระอักกระอ่วน แต่ก็ตอบไปว่า “ฮ่าๆๆ ได้ๆ เพื่อความสบายใจของทุกคน ฉันจะอยู่โรงพยาบาลต่ออีกสองสามวัน ว่าแต่เสี่ยวเย่ล่ะ จะกลับไปฉางเฟิงเลยมั๊ย หรือจะไปเที่ยวบ้านเราที่ว่านซานก่อน พวกเราจะได้เลี้ยงรับรองเธอบ้าง!”

เฟิงเฉียนพยักหน้าเห็นด้วยทันที “นั่นน่ะสิ! กั๋วตง ถ้าเธอมีธุระต้องทำก็กลับไปก่อนได้เลย ส่วนเสี่ยวเย่เดี๋ยวพวกเราจะดูแลต้อนรับเอง หลังจากนั้นจะส่งกลับไปเอง!”

“ฮ่าๆๆ นี่มันอะไรกัน ทั้งพี่สาวพี่เขยคิดที่จะขโมยแขกคนสำคัญของฉันไปแล้วเหรอ? ฉันว่าจะกลับวันมะรืน เพราะลุงกับป้าของเสี่ยวเย่จะมาเริ่มงานที่โรงงานวันจันทร์นี้พอดี ฉันเองก็จะต้องกลับไปจัดแจงอะไรๆให้เรียบร้อย”

เฟิงกั๋วตงร้องบอกพร้อมกับหัวเราะร่วน

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังหัวเราะกันอย่างมีความสุขสั้น คุณหมอเฉินก็เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางรีบร้อน

--------------------------

ติดตามนิยายแปลสนุกๆอีกหลายเรื่องได้ที่เพจ  : แปลสนุก

จบบทที่ ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 18 คำขอของหมอเฉิน

คัดลอกลิงก์แล้ว