เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 14 กลับไปโรงเรียน

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 14 กลับไปโรงเรียน

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 14 กลับไปโรงเรียน


ตอนที่ 14 กลับไปโรงเรียน

เย่โม่ไม่ได้ตรงไปที่โรงเรียนในทันทีหลังออกมาจากบ้าน อีกสองชั่วโมงกว่าโรงเรียนจะหยุดพักเที่ยง เขาจึงได้ไปที่ร้านบาร์เบอร์ตัดผมตัดเผ้าให้ดูสะอาดสะอ้านกระฉับกระเฉง หลังจากนั้น เขาก็ได้ไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆบ้าน เขาใช้เงินไปมากกว่าสองพันหยวนเพื่อซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูเป็นคนใหม่

เย่โม่ที่สูงถึง 1.75 เมตร ผมบนศรีษะถูกตัดสั้นเป็นทรงอย่างมีระเบียบ สวมกางเกง Khakis เสื้อเชิ้ตลินิน และรองเท้าสีดำ และด้วยใบหน้าที่สดใสอ่อนเยาว์ ทำให้เย่โม่ในตอนนี้ดูหล่อเหลาราวกับนายแบบที่หลุดมาจากนิตยสาร

เมื่อเขามาถึงโรงเรียน นักเรียนทั้งหมดยังคงนั่งเรียนกันอยู่ในห้อง ทำให้ภายในโรงเรียนค่อนข้างเงียบ เย่โม่เดินตรงไปยังห้องพักครู และเมื่อคุณครูในห้องได้เห็นเด็กหนุ่มเข้า ก็ได้แต่จ้องมองด้วยสีหน้าแววตาประหลาดใจ และถึงกับพูดอะไรไม่ออกอยู่นาน!

สีหน้าท่าทางของเย่โม่ยังคงสงบนิ่ง เขาเพียงแค่ยิ้มทักทายคุณครูคนอื่นๆเท่านั้น ก่อนจะเดินตรงไปยืนอยู่หน้าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วคนหนึ่ง และเมื่อไปถึงเขาก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า

“คุณครูครับ ผมมาขอข้อสอบไปทำเพิ่มครับ”

ตู้เม่ยเป็นคุณครูประจำชั้นของเย่โม่ และเธอมักจะคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่เสมอ แต่เมื่อได้เห็นเย่โม่ในวันนี้ สีหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเช่นเคย

“อืมม แล้วนี่เธอเป็นยังไงบ้าง? เรื่องการเรียนมีอะไรที่ไม่เข้าใจบ้างมั๊ย? ถ้ามีก็โทรหาครูได้เลยนะ ครูจะช่วยเตรียมเนื้อหาเพิ่มเติมในเรื่องนั้นให้”

หลังจากพูดจบ ตู้เม่ยก็ได้หันไปหยิบข้อสอบในลิ้นชักสองสามชุดออกมายื่นให้กับเย่โม่ แต่หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดต่อว่า

“เย่โม่ ในวรรณกรรมสามก๊กมีคนที่เฉลียวฉลาดอยู่มากมาย แต่คนที่หัวเราะสุดท้ายกลับเป็นซือหม่าอี้ เธอเข้าใจความหมายของครูใช่มั๊ย?”

“ผมเข้าใจครับคุณครูตู้ ขอบคุณครับ!”

เย่โม่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจทันที ในโรงเรียนที่เปรียบเสมือนขุมนรกอันแห่งนี้ คุณครูตู้ดูเหมือนจะเป็นแสงอาทิตย์ที่อบอุ่นเดียวของเขา

“เธอเข้าใจก็ดีแล้ว เอาล่ะรับแบบทำข้อสอบแล้วก็รีบๆกลับบ้านไปนะ ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปเรียน”

ดูเหมือนตู้เม่ยจะกังวลอะไรบางอย่าง จึงรีบร้องกำชับเย่โม่ให้กลับบ้านทันที

“ครับคุณครู”

เย่โม่เอ่ยตอบยิ้มๆ และเขาก็เข้าใจความหมายของคุณครูตู้ที่ต้องการจะสื่อได้เป็นอย่างดี แต่เวลานี้ เขาไม่ใช่เย่โม่คนเดิมอีกต่อไป เขาจึงไม่จำเป็นต้องกลัวเด็กหนุ่มจองหองอวดดีคนนั้นอีก

และหลังจากที่เย่โม่เดินออกจากห้องพักครูไป คุณครูคนอื่นๆที่อยู่ในห้องก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันทันที

“อั๊ยยะ! ปกติเจ้าเด็กเย่โม่ออกจะติ๋มๆ แทบไม่กล้าสู้หน้าใครด้วยซ้ำ แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้ดูแปลกๆ ดูดุดันและเหมือนไม่หวาดกลัวจางเชาเหมือนเมื่อก่อน?”

“ก็ไม่แปลกหรอก! ไม่เคยได้ยินคำว่าหมาจนตรอกหรือยังไง? พอถูกรังแกจนเลือดขึ้นหน้า มันก็พร้อมที่จะหันกลับมาสู้เหมือนกัน แต่นี่เย่โม่เองก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นเลือดร้อน ถูกจางเชาข่มเหงรังแกมากขนาดนั้น เย่โม่คงเหมือนถูกบีบให้ต้องลุกขึ้นมาสู้ก็ได้!”

“เอาล่ะๆ ทุกคนหยุดวิพากษ์วิจารณ์กันได้แล้ว!”

ตู้เม่ยที่ได้ยินคุณครูคนอื่นๆพากันพูดถึงลูกศิษย์ของตัวเองอยู่ก็เริ่มทนไม่ได้ จึงยกมือขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง พร้อมกับร้องตะโกนบอกทุกคนให้เลิกซุบซิบนินทากันเสียที

แต่ถึงอย่างนั้น ตู้เม่ยเองก็ไม่รู้ว่า เวลานี้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเย่โม่นั้นได้เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป แทบไม่ต้องพูดถึงบทสนทนาของบรรดาอาจารย์ในห้องพักครูที่อยู่ห่างจากเขาไปเพียงแค่สองเมตรในตอนนี้ หากเขาตั้งใจที่จะแอบฟังจริงๆล่ะก็ เขาย่อมสามารถได้ยินอย่างชัดเจน แม้จะอยู่ไกลออกไปนับสิบเมตรก็ตาม!

จางเชา!

สองคำนี้เปรียบเสมือนหนามที่คอยทิ่มแทงจิตใจของเย่โม่ให้เจ็บปวด!

“ไอ้เด็กยากจน! ทั้งเนื้อทั้งตัวของแกยังมีค่าไม่เท่ากับกางเกงในของฉันตัวเดียวเลย นี่ครอบครัวของแกกินอะไรแทนข้าว… ขี้สินะ? ใช่มั๊ย? ฮ่าๆๆๆ”

“สารรูปอย่างแกจะเอาอะไรมาคู่ควรได้นั่งคู่กับจิงจิง!”

“ฉันขอเตือนแกเป็นครั้งสุดท้าย รีบๆเปลี่ยนไปนั่งที่อื่นจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งคนไปจัดการกับแกแน่!”

คำพูดถูกเหยียดหยามที่จางเชาดังเคยพูดกับตนเองก่อนหน้านี้ ได้ผุดขึ้นมาในหัวของเย่โม่มากมาย แววตาของเขาในเวลานี้พลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนน่ากลัว

“ฮ่าๆๆๆ จางเชา ฉันจะให้แกได้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขอีกไม่นานนัก เพราะหลังจากนี้ แกจะได้รู้ว่า อะไรที่น่ากลัวกว่าการไปนอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาล!”

กริ๊งๆๆๆๆๆ

เสียงกริ่งดังขึ้นทั่วทั้งโรงเรียน ช่วยดึงเย่โม่ให้ตื่นจากห้วงภวังค์ความคิดกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินลงบันไดไปนั้น เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“เย่โม่!”

เด็กหนุ่มเจ้าเนื้อสวมแว่นตาจ้องมองเย่โม่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งตรงเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “นี่นายหายดีแล้วจริงๆเหรอ? ครั้งที่แล้วลุงของนายมาที่โรงเรียน ฉันแทบอยากจะโดดเรียนตามไปหานายที่บ้าน! คิดไม่ถึงจริงๆว่านายจะสามารถฟื้นกลับมาแบบนี้ได้!”

เมื่อได้พบเด็กหนุ่มร่างอ้วนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของตนเอง เย่โม่ก็ได้แต่นึกซาบซึ้งใจ เขาหัวเราะออกมาก่อนจะตอบกลับไปว่า

“ฉันหายดีแล้ว ขอบใจนายมากนะเจ้าอ้วน! ว่าแต่.. ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ นายยังเอาแต่ฝันหวานถึงสาวสวยคนไหนอีกรึเปล่า?”

“ฉันกำลังฝันถึงน้องสาวของแกไงล่ะ?” เด็กหนุ่มจ้ำม่ำร้องบอกเย่โม่ พร้อมกับยกมือขึ้นชกเข้าที่ไหล่ของเขาอายๆ

หลังจากที่เย้าแหย่กันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด หวู่ชวงเด็กหนุ่มจ้ำม่ำก็บอกกับเย่โม่ด้วยความรู้สึกผิด “เย่โม่ ฉันขอโทษนะ ครั้งที่แล้วที่นายถูกคนพวกนั้นรุมทำร้ายน่ะ ฉัน.. ฉันไม่เข้าไปช่วยนายเลย ฉัน…”

เย่โม่รีบยกมือขึ้นโบกไปมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า

“นี่เจ้าอ้วน เรื่องนี้จะโทษนายได้ยังไงกัน? อีกอย่างตอนนี้ฉันเองก็หายดีแล้ว มิหนำซ้ำยังแข็งแกร่งกว่าเก่ามากด้วย!”

“แต่ว่า…”

หวู่ชวงเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพูดต่อว่า “วันนั้นถ้าฉันเข้าไปช่วยนาย อย่างน้อยก็อาจช่วยนายแบ่งเบาตีนของพวกมันได้ นายเองก็คงไม่ต้องบาดเจ็บสาหัสแบบนั้น ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของฉันเอง เป็นเพราะฉันขี้ขลาดเอง!”

เย่โม่ยกมือขึ้นตบไหล่หวู่ชวงพร้อมกับพูดขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางสงบนิ่ง

“เอาล่ะๆ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว การสอบเอนทรานซ์ก็ใกล้จะมาถึงแล้วด้วย ฉันจะรอวันที่นายสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆได้นะ!”

หวู่ชวงพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้เย่โม่อย่างมีความสุข แต่แล้วรอยยิ้มของเขาก็ต้องค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น และในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่โม่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งวิ่งกรูเข้ามาใกล้ตนเองอย่างรวดเร็ว

ในวินาทีต่อมา น้ำเสียงคุ้นเคยที่เย่โม่แสนจะเกลียดชัง และไม่เคยลืมเลือนเลยก็ดังขึ้นมาจากทางเดิน

“ว้าว! ฉันก็คิดสงสัยอยู่ว่าใคร? ที่แท้ก็เป็นเย่โม่เพื่อนในห้องเรียนของฉันนี่เอง! อุตส่าห์มาโรงเรียนทั้งที ทำไมแกไม่ไปที่ห้องเรียนของเราล่ะ เพื่อนเก่ากำลังรออยู่เลยนะ ไม่รู้หรือไง?”

คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกของกลุ่มนั้น แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าทันสมัยราคาแพง รูปร่างเพรียวบาง ใบหน้าหล่อเหลานั้นบ่งบอกถึงความจองหองอวดดีไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้น แค่รูปร่างและใบหน้าที่หล่อเหลาของเด็กหนุ่มคนนี้ ก็สามารถครองหัวใจ และเป็นขวัญใจของนักเรียนหญิงในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ได้แล้ว

ส่วนอีกสองคนที่เดินตามหลังมานั้น ดูเหมือนจะสูงเกือบ 1.8 เมตรได้ รูปร่างที่สูงใหญ่กำยำแข็งแกร่งของพวกมันนั้น เพียงแค่เห็นก็รู้แล้วว่า ไม่ใช่คนที่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

และแน่นอนว่า คนที่เป็นหัวโจกของกลุ่มนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจางเชา เด็กหนุ่มที่ชอบใช้อำนาจข่มเหงรังแกคนอื่นๆ และมันก็คือคนที่สั่งซ้อมเย่โม่จนต้องไปนอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาลนานหลายเดือน!

ในเมื่อกระทั่งหวู่ชวงยังรู้ว่าเย่โม่มาโรงเรียน มีหรือที่ลูกน้องของจางเชาจะไม่รู้เรื่องนี้ด้วย และด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้จางเชาอารมณ์เสียขึ้นมาทันที!

ย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันนั้น จางเชาได้สั่งลูกน้องของตัวเองสองสามคนไปดักทำร้ายเย่โม่นอกโรงเรียน จนกระทั่งเขาถึงกับบาดเจ็บสาหัสไปนอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายเดือน และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จางเชาก็ยิ่งกลายเป็นคนโด่งดังไป อย่าว่าแต่นักเรียนคนอื่นๆในโรงเรียนจะไม่กล้ายุ่งกับเขา กระทั่งเด็กนักเรียนโรงเรียนอื่นเองก็ยังไม่กล้าที่จะมีเรื่องกับเขาเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ ไอ้เด็กบ้านนอกที่ถูกเขาซ้อมจนสาหัส กลับได้รับการรักษาเยียวยาจนหายขาดแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ?

‘อะไรกัน? ไอ้เวรนี่มันฟื้นขึ้นมาได้ยังไงกัน? มันฟื้นขึ้นมาแบบนี้ ต่อไปฉันจะเอาอะไรไปอวดเบ่งได้อีก! ฉันจะเอาอะไรไปอวดสาวๆ’

‘แถมไอ้เวรนี่ยังกล้ากลับมาที่โรงเรียนอีก นี่มันหยามหน้าฉันชัดๆ!’

จางเชารู้สึกว่า การที่เย่โม่ทำแบบนี้ไม่ต่างจากการตบหน้าตัวเอง!

นี่นับเป็นเรื่องที่เขาไม่อาจจะทนได้ และไม่อาจจะให้อภัยได้!

และด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้จางเชาต้องรีบพาลูกน้องออกตามหาเย่โม่ทันทีที่ได้ข่าว และเพื่อรักษาศักดิศรีชื่อเสียงของตัวเองไว้ เขาจะต้องกลับมากระทืบเย่โม่อีกครั้ง

‘ในเมื่อไอ้เด็กยากจนนี่มันไม่รู้จักว่าอะไรควรไม่ควร ฉันจางเชาก็ไม่รังเกียจที่จะกระทืบแกให้กลายเป็นผักอีกรอบ!’

จบบทที่ ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 14 กลับไปโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว