เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 10 พร้อมซื้อบ้าน

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 10 พร้อมซื้อบ้าน

ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 10 พร้อมซื้อบ้าน


ตอนที่ 10 พร้อมซื้อบ้าน

เย่โม่ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกชวนขนหัวลุกมากขึ้นเรื่อยๆ จ้าวเต๋อเชิงเงยหน้าขึ้นมองเย่โม่ด้วยความเคียดแค้น และแทบอยากจะฉีกร่างของเขาออกเป็นชิ้นๆ

แต่เมื่อได้เห็นสายตาเคียดแค้นของหมาแก่อย่างจ้าวเต๋อเชิง เย่โม่กลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหา และใช้ฝ่าเท้าเหยียบใบหน้าของมันพร้อมกับบดขยี้ทันที

ตอนนี้จ้าวเต๋อเชิงได้แต่ตกใจกลัว พร้อมกับคิดในใจว่า ‘นี่มันไม่ใช่เด็กนักเรียนแล้ว แต่เป็นปีศาจ ปีศาจดุร้ายที่สามารถกลืนกินคนทั้งคนได้!’

หลังจากได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากบ้าน ลูกน้องของจ้างเต๋อเชิงก็รีบวิ่งตามเข้ามาทันที และเมื่อได้เห็นสภาพของเจ้านายตนเอง พวกมันก็ถึงกับอ้าปากหวอด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโกรธเกรี้ยวเดือดดาลอย่างมากแทน และรีบวิ่งเข้าไปแก้แค้นแทนเจ้านายทันที

แต่นับเป็นความโชคร้ายของพวกมัน ที่สายตาของเย่โม่เวลานี้ สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของพวกมัน เป็นภาพเชื่องช้าไม่ต่างจากตัวสล็อต เขาคว้าแขนของชายคนหนึ่งไว้พร้อมกับบิดเล็กน้อยโดยแทบไม่ต้องเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนอื่น

จากนั้น จึงออกไปจัดการกับอันธพาลคนอื่นๆที่วิ่งตามเข้ามาได้อย่างง่ายดาย จนเวลานี้เหลือเพียงเย่โม่ที่ยืนโดดเด่นอยู่กลางลานบ้าน

แม้ว่าเขาจะใช้พละกำลังไปเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่เวลานี้ อันธพาลเหล่านั้นกลับลงไปนอนเดี้ยงอยู่ที่พื้น แต่ละคนล้วนกระดูกหักในส่วนต่างๆกัน เรียกได้ว่าคงต้องกลับไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกนานทีเดียว

เย่โม่หรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมกับกวาดสายตามองออกไปอย่างเย็นชา และทุกที่ที่สายตาของเขามองผ่านไปนั้น เสียงกรีดร้องที่ดังโหยหวนด้วยความเจ็บปวด จะหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน

เวลานี้ เหลือเพียงกลุ่มคนทุพพลภาพที่กำลังนอนสั่นด้วยความเจ็บปวด และหวาดผวาจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม

‘โคตรน่ากลัว! นี่มันเป็นคนจริงๆเหรอ? แข็งแรงยังกับไม่ใช่คน โหดเหี้ยมยิ่งกว่าอาชญากร!’

เย่โม่ได้แต่สูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดนับตั้งแต่เขาได้ระบบทักษะนี้เข้ามาในร่าง จิตใจของเขาถึงได้เริ่มเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย คล้ายๆกับว่ายิ่งนานวันเข้า เขากลับยิ่งรู้สึกเฉยชากับชีวิตของผู้คนมากขึ้น

เย่โม่เดินตรงเข้าไปหาจ้าวเต๋อเชิงที่ยังคงนอนกองอยู่กับพื้น ก่อนจะค่อยๆย่อตัวลงไปนั่งยองๆ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แกกับขยะพวกนั้นควรจะจำใส่สมองไว้ให้ดีว่า ถ้าพวกแกยังกล้าข่มเหงรังแกคนในครอบครัวของฉันอีก รับรองได้ว่าครั้งหน้าฉันจะไม่ปล่อยพวกแกแน่ แต่จะหักกระดูก ถลกหนังและเส้นเอ็นของพวกแกออกมา!”

เวลานี้ แม้แต่จ้าวเต๋อเชิงยังไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น

“อ่อ! แล้ววันนี้พวกแกก็กลับไปรักษาตัวเองก็แล้วกัน อย่าให้ได้ยินว่า มีใครคิดจะมาเก็บค่าทำขวัญและค่ารักษาจากครอบครัวของฉันอีกล่ะ!”

หลังจากที่เย่โม่พูดจบ ทุกคนที่นอนกองอยู่กับพื้นก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆเป็นไก่จิกข้าว

“ยังไม่รีบออกไปให้พ้นหน้าฉันอีกเหรอ? หรืออยากจะถูกกระทืบกันอีก!”

หลังจากได้ยินคำพูดของเย่โม่ จ้าวเต๋อเชิงและคนอื่นๆ จึงรีบคลานออกไปจากลานบ้านของเขาอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างก็ลืมความเจ็บปวด และรีบหนีเอาตัวรอดราวกับได้ชีวิตใหม่

หลังจากคนเหล่านั้นกลับออกไปแล้ว เย่โม่ก็ได้จัดเก็บบ้านให้เรียบร้อยเหมือนเดิม ก่อนจะออกมานั่งรอลุงกับป้าสะใภ้ที่กำลังจะกลับมา

[โฮสท์ คุณปฏิบัติภารกิจในการหาเงินช่วยแบ่งเบาครอบครัวเรียบร้อยแล้ว]

[ระบบกำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมินให้คะแนน – ภารกิจนี้ทำสำเร็จ คะแนนเฉลี่ยที่ได้คือ 3 คะแนน ครั้งหน้ากรุณาทำให้ดีกว่านี้]

[โฮสท์ คุณยังขาดอีก 7 คะแนน ก็จะสามารถอัพเกรดทักษะการแพทย์ระดับปรมาจารย์ ให้เข้าสู่ระดับสุดยอดปรมาจารย์ได้ และเมื่อถึงตอนนั้น ทักษะการแพทย์ของคุณจะอยู่เหนือคนทั้งโลก]

การประเมินคะแนนของระบบครั้งนี้ ทำให้เย่โม่ถึงกับตกใจอย่างมาก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงไม่พอใจ ก่อนจะถามออกไปว่า

“ระบบ นายแน่ใจนะว่าคำนวณคะแนนได้ถูกต้อง? ในเวลาเพียงแค่สองสามวัน ฉันสามารถหาเงินให้ครอบครัวได้ตั้ง 640,000 หยวน ต่อให้ฉันนำบางส่วนไปใช้หนี้ แต่ก็ยังเหลืออยู่ตั้ง 530,000 หยวน แต่ทำไมคะแนนของฉันถึงได้ต่ำขนาดนั้น?”

[โฮสท์ กรุณาอย่าสงสัยในการประเมินให้คะแนนของระบบ คุณมีทักษะการแพทย์ระดับปรมาจารย์ แต่กลับสามารถทำรายได้เพียงแค่นี้ หากไม่ใช่เพราะโฮสท์ยังนับเป็นนักเล่นมือใหม่แล้วล่ะก็ ระบบคงจะประเมินคะแนนให้ต่ำกว่านี้แน่นอน]

“เอ่อ…”

“ช่างเถอะๆ นอกจากคะแนนที่ต่ำเตี้ยนี้แล้ว นายยังมีความเห็นอะไร หรือข้อมูลอื่นจะบอกกับฉันอีกบ้าง?”

[การประเมินความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจแบ่งเป็น 5 ระดับ – สมบูรณ์แบบ (ได้ 10 คะแนน) ดีมาก (ได้ 8 คะแนน) ดี (ได้ 5 คะแนน) พอใช้ (ได้ 3 คะแนน) แย่ (ได้คะแนนความสงสาร 1 คะแนน)]

“เมื่อครู่ถ้าฉันได้รับการประเมินในระดับสมบูรณ์แบบ เท่ากับว่าทักษะการแพทย์ของฉัน ก็จะได้รับการอัพเกรดจากระดับปรมาจารย์เป็นระดับสุดยอดปรมาจารย์เลยใช่มั๊ย?”

[ถูกต้องโฮสท์]

“เข้าใจแล้ว! ถ้างั้นภารกิจหน้าฉันจะต้องทำให้ได้ระดับสมบูรณ์แบบ!”

แม้ว่าจะยังคงตกใจกับคะแนนที่ระบบประเมินให้ แต่เย่โม่ก็ยังไม่ลืมว่า เขายังมีเงินอยู่ 530,000 หยวน เมื่อคิดถึงเงินในมือเขาก็ถึงกับหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดี

[โฮสท์ คุณคงจะกลายเป็นคนหน้าโง่หากมีเงินแล้วไม่ยอมใช้! ในเมื่อคุณมีเงินอยู่ในมือถึงห้าแสนสามหมื่นหยวนแล้ว คุณสามารถหยิบยืมบางส่วนจากเฟิงกั๋วตง เพื่อจะได้ซื้อบ้านให้ลุงกับป้าในเมืองได้]

“แต่ฉันไม่ได้สนิทกับเขาสักหน่อย จะให้ไปยืมเงินเขาได้ยังไงกัน?”

[โฮสท์ ระบบเริ่มกังวลใจในความฉลาดของคุณแล้ว ตอนนี้เขากำลังรอคอยคุณอยู่ ด้วยทักษะการแพทย์ระดับปรมาจารย์ของคุณ คุณไม่ต่างจากต้นไม้เงินต้นไม้ทองเลย]

“อืมม เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน เอาล่ะ ฉันจะโทรหาเขาเดี๋ยวนี้!”

เย่โม่พยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของระบบ เขาหยิบนามบัตรของเฟิงกั๋วตงออกมา และรีบกดหมายเลขที่ระบุไว้ในนามบัตรทันที

ตู๊ด.. ตู๊ด.. ตู๊ด…

“สวัสดีครับ”

“ประธานเฟิงครับ นี่ผมเองครับ!”

เฟิงกั๋วตงกำลังประชุมอยู่พอดี แต่เมื่อได้ยินเสียงของเย่โม่ดังมาจากปลายสาย เขาก็จำได้ทันที และรีบเดินออกไปจากห้องประชุมโดยไม่เหลียวหลังกลับ ปล่อยให้คนที่อยู่ในห้องประชุมได้แต่หันหน้าไปมองกันเลิกลั่กด้วยความตกใจ

“ว่ายังไงเสี่ยวเย่ มีอะไรให้ฉันช่วยงั้นเรอะ? บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

“ประธานเฟิงครับ คือว่าผมอยากจะหาซื้อบ้านในเมืองสักหลังครับ แต่ยังขาดเงินอยู่สองสามแสน ไม่ทราบว่าคุณพอจะให้ผมหยิบยืมก่อนจะได้มั๊ยครับ?”

เย่โม่ที่อยู่ปลายสายถึงกับหน้าแดงด้วยความกระดากอาย เพราะรู้ดีว่า การกระทำของตนเองนั้นดูไม่มีเหตุมีผลเอาเสียเลย เพราะทั้งคู่เพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆ

“อ่อ? ได้! ในเมื่อน้องชายกล้าขอ ฉันก็กล้ารับปาก ว่าแต่ทำไมถึงอยากจะซื้อบ้านล่ะ?”

แววตาของเฟิงกั๋วตงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที แต่ก็ยังพยายามสงบสติพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งเหมือนเดิม

เย่โม่ลังเลเล็กน้อย ในที่สุดก็บอกกับเฟิงกั๋วตงไปตามตรงว่า “ก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมแค่อยากให้ลุงกับป้าได้มีชีวิตที่ดีขึ้น และอยากให้น้องสาวได้เรียนในเมืองครับ!”

“ตกลง! ฉันยินดีให้เธอยืมเงิน ไม่มีปัญหา!”

“ผมต้องขอบคุณประธานเฟิงมากนะครับ!”

“ด้วยความยินดี! ฉันเองก็ต้องขอบคุณเธอที่ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังให้เหมือนกัน เอาอย่างนี้มั๊ยล่ะ เธอมาพบฉันที่โรงงานกั๋วตงฟาร์มาซูติคัลบ่ายวันนี้มั๊ย ฉันจะรอ..”

หลังจากวางสายแล้ว เฟิงกั๋วตงก็ถึงกับยิ้มกว้างอย่างมีความสุข จากนั้น เขาก็เดินไปที่ห้องประชุมสั่งให้จบการประชุมทันที จากนั้นจึงได้เรียกคนขับรถให้ขับพาเขาไปที่โรงงานทันที

เย่โม่เขียนโน๊ตทิ้งไว้ในห้อง บอกกับป้าของเขาว่า เขาจะเข้าเมือง และไม่ต้องรอเขากลับมากินข้าว หลังจากนั้น ก็ได้เอาเงินทั้งหมดใส่กระเป๋าเป้ไปด้วย ก่อนจะโบกรถนั่งเข้าไปในเมือง

เย่โม่ไปถึงหน้าประตูโรงานกั๋วตงฟาร์มาซูติคัลในราวสิบเอ็ดโมงเช้าพอดี จากนั้น เขาจึงได้โทรไปหาประธานเฟิงว่าเขามาถึงแล้ว

หลังจากที่เฟิงกั๋วตงได้โทรศัพท์จากเย่โม่ เขาก็รีบลงมาจากห้องทำงานของตนเองทันที

จบบทที่ ระบบทักษะพลิกชีวิต - ตอนที่ 10 พร้อมซื้อบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว