เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE493 อสูรโบราณ (ฟรี)

GE493 อสูรโบราณ (ฟรี)

GE493 อสูรโบราณ (ฟรี)


เรื่องเกี่ยวกับอสูรโบราณ หนิงฝานไม่ได้รู้รายละเอียดมาก แต่อย่างน้อย เขาก็รู้ว่าอสูรโบราณมีสัมผัสเทพที่ทรงพลัง

ผู้เชี่ยวชาญบนเกาะจำนวนมากทะยานขึ้นมาบนท้องนภา เฝ้ามองหนิงฝานด้วยสายตาหวาดกลัว แต่มองหมิงเชว่ด้วยความเคารพจากใจ

สาวน้อยนางหนึ่งอายุกระดูกเพียง 15 ปี อยู่ขอบเขตเปิดเส้นชีพจรที่ 10 กางปีกน้อยๆบินขึ้นมาบนท้องนภาเพื่อต้อนรับหมิงเชว่ เมื่อขยับเข้าไปใกล้ๆนางในระดับหนึ่ง เด็กคนนั้นก็ทำท่าราวกับก้มกราบ

ผู้คนเฝ้ามองเด็กคนนั้น หนิงฝานเองก็เช่นกัน เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้จากตัวเด็กคนนั้น

“ยินดีต้อนรับท่านผู้นำและนักบวชสูงสุด! เหตุใดท่านถึงเดินทางกลับมาพร้อมกับท่านหมิง?”

คนบนเกาะที่มารอต้อนรับหมิงเชว่กล่าวถาม คนทั้งหมดเคยได้ยินชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ของหนิงฝาน การที่หนิงฝานมาเยือนเกาะ ทุกคนจึงไม่สบายใจ

“ท่านหมิงคือพี่ชายของข้า เป็นผู้ที่หาขนมอร่อยๆให้ข้ากินเสมอ พวกเจ้าวางใจได้ พี่ชายไม่คิดร้ายกับเกาะหรอก”

คนบนเกาะโล่งใจที่หนิงฝานไม่ได้เป็นศัตรู ยิ่งที่หมิงเชว่บอกว่าหนิงฝานเป็นพี่ชาย คนเหล่านั้นยิ่งมีความสุข

“ท่านหมิงเป็นพี่ชายของท่านผู้นำ… นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง!”

หากหนิงฝานเป็นศัตรู พวกมันคงคิดว่าตนเองไม่มีทางรอดมือจากหนิงฝานอย่างแน่นอน

พวกมันรู้ดีว่าหนิงฝานไม่ใช่ผู้ที่ยั่วยุได้ เป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต เกาะอสูรแค่นี้ไม่เกินกำลังหากหนิงฝานจะทำลาย

ดังนั้น คนบนเกาะทั้งหมดจึงเลี่ยงที่จะยั่วยุ และมองหนิงฝานด้วยแววตาที่เคารพมากขึ้น

เมื่อเห็นคนบนเกาะเคารพหนิงฝาน หมิงเชว่ก็ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันกล่าวกับชายชราที่อยู่ข้างหลัง

“ท่านปู่ฉู่ ข้าให้เวลาท่าน 10 วันในการเตรียมแท่นบูชายัญให้พร้อม หลังจากนั้นพวกเราจะจัดงานฉลอง เพราะการสืบทอดพลังครั้งนี้ต้องสำเร็จ!” นางกล่าวด้วยความมั่นใจ

“10 วัน! ขอรับ!” ชายชรารับคำและเร่งบอกให้คนอื่นๆเตรียมการให้พร้อม

เมื่อคนบนเกาะได้ยินว่าหมิงเชว่กำลังจะสืบทอดพลังจากราชานีซือชาง คนบนเกาะก็ดีใจ

ชายชราฉู่เป็นแกนกลางสำคัญในการหาตัวหมิงเชว่ เพื่อให้มารับสืบทอดตำแหน่งราชินีของเกาะ เหตุที่ก่อนหน้าหมิงเชว่สืบทอดพลังไม่สำเร็จ ก็เพราะนางยังอ่อนแอเกินไป ไม่อาจทนรับพลังได้

แต่ตอนนี้หมิงเชว่มีหนิงฝานเป็นคอยช่วย โอกาสสำเร็จในการสืบทอดพลังก็ยิ่งสูงขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับความปลอดภัย

ในขณะที่ทุกคนกำลังดีใจอยู่นั้น จู่ๆผู้เยาว์คนหนึ่งก็ทัดทานการรับสืบทอดพลังของหมิงเชว่ “ไม่! ท่านจะรับสืบทอดพลังไม่ได้!”

“บังอาจ! เป็นแค่ไพร่กลับกล้าล่วงเกินราชินี ต้องถูกลงโทษ!”

เมื่อเหล่าขอบเขตแก่นทองคำและดวงจิตแรกเริ่มได้ยินสิ่งที่ผู้คนนั้นกล่าว พวกมันก็โกรธขึ้นทันที

“หยุดเดี๋ยวนี้! ห้ามใช้อำนาจข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า!”

หมิงเชว่กล่าว ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือกับผู้เยาว์คนนั้น นางสั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนในการจัดเตรียมพิธี

เมื่อพ้นภัย ผู้เยาว์คนนั้นก็ผ่อนคลาย และหันมองหมิงเชว่ด้วยสายตาขอบเขต แต่ในขณะที่มันกำลังจะบอกกล่าวบบางสิ่งกับนาง นางกลับไม่สนใจ มีเพียงหนิงฝานที่สนใจเด็กคนนั้น

หมิงเชว่ควงแขนหนิงฝาน ราวกับจะนำเข้าไปเที่ยวชมเกาะ

“พี่ขนม ข้าจะพาท่านไปเที่ยวรอบๆเกาะเอง ดีมั้ย?” นางกล่าวกับหนิงฝานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มาดในความเป็นผู้นำเกาะหายสิ้น

ในอดีตหมิงเชว่เป็นเพียงปีศาจสมุนไพรที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แม้ว่าการเดินทางเข้ามายังทะเลไร้สิ้นสุดจะทำให้นางเข้าใจโลกมากขึ้น แต่นางก็ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเองไป

ดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าหนิงฝาน นางจึงกลายเป็นสาวน้อยคนเก่า

“ดีสิ” หนิงฝานไม่ปฏิเสธความปรารถนาดีของนาง แต่ก่อนจะไป เขาได้กล่าวบางสิ่งกับผู้เยาว์คนนั้นด้วยสัมผัสเทพ

ทันทีที่ได้ยินเสียงหนิงฝาน ผู้เยาว์คนนั้นตกใจ แต่ก็เร่งพยักหน้าตามคำกล่าวของหนิงฝาน

หนิงฝานและซูหยานเดินเที่ยวเล่นไปพร้อมกับหมิงเชว่บนเกาะเป็นเวลา 2 วันเต็ม ในระหว่างที่เดินเล่น หนิงฝานได้กล่าวถามเรื่องขอบเขตพลังของอสูรกับนาง รวมถึงสิ่งที่สงสัยมากมาย แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ

แต่นั่นก็ไม่ถือว่าแปลก บางทีหลังจากสืบทอดพลังแล้ว นางอาจจะรู้อะไรมากขึ้นก็ได้

นางเล่าให้หนิงฝานฟังว่า นางเคยฝันถึงเรื่องที่นางเป็นอสูรโบราณที่ทรงพลัง

แม้ในร่างของนางจะมีโลหิตอสูรโบราณไหลเวียนอยู่ แต่ด้วยที่นางไม่เคยได้ปลุกโลหิตอสูร ทำให้นางยังไม่ใช่อสูรโบราณที่แท้จริง

การปลุกโลหิตเพื่อให้ได้รับพลังของนางจะพิเศษกว่าอสูรทั่วไป ซึ่งต้องใช้บางสิ่งเป็นตัวกลาง ช่วยหยิบยืมพลังจากอนุสรณ์ของซือชางได้

หนิงฝานมีโลหิตฟู่ลี่ในกาย หากจะกลายเป็นอสูรเผ่าพันธุึ์ฟู่ลี่ที่แท้จริง เขาก็ต้องผ่านพิธีบูชายัญกับอนุสรณ์ที่เผ่าพันธุ์ฟู่ลี่ได้ตกทอดไว้

วิธีการนั้นคล้ายกับการสร้างสัญลักษณ์ปีาจของเผ่าพันธุ์ปีศาจโบราณ ซึ่งหากผ่านพิธีนั้น ก็จะได้กลาายเป็นเผ่าพันธุ์อสูรโบราณที่แท้จริง

แต่น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์ฟู่ลี่ถูกล้างเผ่าพันธุ์ไปนานแล้ว บางทีอนุสรณ์ที่ว่าอาจไม่มีแล้วก็ได้...

หลังจากเที่ยวเล่นกับเสร็จ หมิงเชว่ก็แยกตัวไปฝึกฝน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับวันที่จะรับสืบทอดพลัง

สถานที่ที่นางฝึกฝนเป็นบ่อที่เย็นยะเยือกแห่งหนึ่ง ภายในอัดแน่นไปด้วยปราณอสูรที่ช่วยในการยกระดับพลังเป็นอย่างดี

เมื่อได้เห็นหมิงเชว่มีสถานที่ฝึกฝนที่ดี หนิงฝานก็สบายใจ เขาให้ซูหยานไปคอยดูแลหมิงเชว่ในระหว่างที่นางฝึกฝน

ส่วนหนิงฝานย้อนกลับไปยังที่พัก กว่าจะถึงวันงานก็อีก 8 วัน เขาเองก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน

ที่พักของหนิงฝานอยู่ใกล้ๆกับที่ฝึกฝนของหมิงเชว่ หากเกิดอะไรกับพวกนาง หนิงฝานจะรู้ทันที

ภายในที่พักของหนิงฝาน มีผู้เยาว์คนที่กล่าวทัดทานหมิงเชว่ไม่ให้สืบทอดพลังรออยู่ เมื่อเห็นหนิงฝานมา ผู้เยาว์คนนั้นหวาดกลัวจนตัวสั่น

“คะ...คารวะท่านหมิง” ผู้เยาว์คนนั้นคุกเข่าลง แล้วก้มหัวโขกกับพื้นเพื่อคำนับหนิงฝาน

“อืม” หนิงฝานพับแขนอาภรณ์แล้วช่วยพยุงผู้เยาว์คนนั้นขึ้น

เมื่อสองวันที่แล้วหนิงฝานบอกกับผู้เยาว์คนนี้ว่ามีเรื่องที่อยากจะซักถามเป็นการส่วนตัว ผู้เยาว์คนนั้นจึงหวาดกลัว เพราะแม้ระดับพลังจะไม่ได้สูงส่ง แต่มันก็เคยได้ยินชื่อเสียงของหนิงฝานมาไม่น้อย

เดิมทีการที่มันกล่าวทัดทานการสืบทอดพลังเป็นสิ่งที่ผิดต่อหมิงเชว่ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบนเกาะไม่พอใจ แต่เมื่อได้รู้ว่าหนิงฝานอยากพูดคุยกับผู้เยาว์คนนี้เป็นการส่วนตัว ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็เร่งนำผู้เยาว์คนนี้มายังที่พักของหนิงฝานทันที

แม้จะมีคนในเผ่าหลายคนเตือนเรื่องตอบคำถามหนิงฝาน ไม่ให้บอกบางสิ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหนิงฝาน ไม่ว่าเขาจะกล่าวสิ่งใดก็คงไม่กล้าปกปิด

ยามนี้ผู้เยาว์เป็นกังวลมาก เพราะยังไม่รู้ว่าหนิงฝานจะกล่าวถามสิ่งใด ยิ่งคิดว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับปีศาจที่ร้ายกาจในโลกพิรุณ ตัวก็ยิ่งสั่นจนแทบจะยืนไม่ได้

“ไม่ต้องกลัวไป ข้าแค่อยากจะถามบางอย่างกับเจ้า หากเจ้าตอบความจริง ข้าจะให้โอสถเป็นรางวัล”

“โอสถ? ย่อมได้ หากท่านมีสิ่งใดถามข้าก็เชิญถามได้เลย หากข้ารู้ข้าจะบอกหมดทุกสิ่ง!” เมื่อได้ยินว่าจะได้โอสถเป็นรางวัล ผู้เยาว์คนนั้นก็ตาลุกวาว ความกลัวที่มีต่อหนิงฝานเริ่มหายไป

ผู้เยาว์คนนี้เป็นเพียงอสูรระดับล่างที่ไม่ได้ทรงพลังมากนัก หนิงฝานไม่จำเป็นต้องกล่าวถาม เขาสามารถอ่านความทรงจำของมันได้ทันที เพราะต่อให้อสูรระดับล่างบาดเจ็บหรือตาย ย่อมไม่มีผู้ใดสนใจ

แต่หนิงฝานไม่ใช่คนโหดร้ายแบบนั้น เขารับปากว่าจะให้โอสถหากผู้เยาว์คนนั้นตอบความจริง

มันรู้แล้วว่าหนิงฝานไม่ได้โหดเหี้ยมเหมือข่าวลือที่ได้ยินมา

“เจ้าชื่ออะไร? มีหน้าที่อะไรบนเกาะ?”

“ข้ามีนามว่าหลินหยู เป็นหนึ่งในผู้คุ้มครององค์ราชินี” หลินหยู่กล่าวตอบอย่างสุภาพ

“ทำไมเมื่อ 2 วันก่อนเจ้าจึงกล่าวว่าหมิงเชว่ไม่ควรสืบทอดพลัง?” ขณะกล่าว สีหน้าของหนิงฝานก็แปรเปลี่ยนจริงจัง “แล้วเขี้ยวอสูรที่ห้อยอยู่คอของเจ้า ไปได้มาจากที่ไหน?”

หนิงฝานสังเกตุเห็นเขี้ยวอสูรที่หลินหยูห้อยไว้ที่คอ และยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโลหิตอสูรโบราณที่เบาบางในร่างของหลินหยู ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับเขี้ยวที่ห้อยอยู่

“ข้าบังเอิญเก็บเขี้ยวนี่ได้ ก็เลยเอามาทำเป็นสร้อยคอ… ส่วนเรื่องที่ข้าทัดทานองค์ราชนีไป เป็นเพราะข้าเห็นแววตาของสิ่งนั้นจึงหวาดกลัว… กลัวว่ามันจะทำอันตรายองค์ราชินี!”

“งั้นเหรอ?”

“มีอยู่ราตรีหนึ่งที่ข้าเฝ้ายามอยู่ใกล้กับอนุสรณ์ ยามนั้นข้าเห็นบางสิ่งที่ดูราวกับอสูร เข้ามากินคนของเกาะแล้วหายกลับเข้าไปในอนุสรณ์ แต่หลังจากมันหายไป ข้าสังเกตุเห็นเขี้ยวเล่มหนึ่งตกอยู่ ราวกับเป็นสิ่งที่มันบังเอิญทำตกไว้ ข้าก็เลยเชื่อว่าหากไปสืบทอดพลังที่นั่น จะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง” หลินหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความหวาดกลัว

“อสูร?”

หนิงฝานขมวดคิ้ว หรือในอนุสรณ์นั่นจะมีอสูรโบราณอาศัยอยู่จริงๆ อนุสรณ์นั่นมีเพลิงธูปที่รุนแรง ต่อให้สัมผัสเทพของหนิงฝานจะทรงพลัง แต่ก็ทะลวงการป้องกันเข้าไปไม่ได้ แต่อสูรตนนั้นกลับทะลวงเข้าไปในอนุสรณ์ได้

คำบอกเล่าของหลินหยูทำให้หนิงฝานนึกถึงความรู้สึกแปลกๆและสายตาคู่หนึ่งจากอนุสรณ์เมื่อยามที่เข้าเกาะ

“หรือในอนุสรณ์นั่นจะมีอสูรโบราณจริงๆ?”

หนิงฝานจ้องมองเขี้ยวที่หลินหยูห้อยคอ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นสูงจากมัน

หากในอนุสรณ์มีอสูรอยู่จริง ก็คงเป็นอสูรในขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นสูง

“นี่เป็นโอสถผันแปรที่ 2 มันจะช่วยให้เจ้าทะลวงขอบเขตประสานวิญญาณได้”

หนิงฝานนำโอสถออกมาขวดหนึ่งแล้วยื่นให้ ก่อนจะปล่อยหลินหยูกลับไป และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็มุ่งหน้าไปยังอนุสรณ์

แม้จะไม่อาจแผ่สัมผัสเทพเข้าสำรวจภายในอนุสรณ์ได้ แต่ที่นี่มีกลิ่นอายพลังในขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นสูงอยู่จริง นั่นหมายความว่า ในอนุสรณ์มีอสูรไร้ดัดแปลงขั้นสูงอยู่จริง!

แม้กลิ่นอายที่เหลืออยู่จะเบาบางจนไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ แต่ด้วยความที่หนิงฝานเป็นนักปรุงโอสถ เขาจึงสัมผัสได้อย่างชัดเจน

“ในนี้มีอสูรอยู่จริงๆ… หากไม่ทำลายอนุสรณ์ทิ้งก็ไม่อาจบังคับให้มันปรากฏตัว แต่หากทำลายทิ้ง หมิงเชว่ก็จะสืบทอดพลังไม่ได้...”

“ไม่รู้ว่าอีก 8 วันข้างหน้ามันจะทำอะไรหมิงเชว่หรือเปล่า… หากมันกล้าทำ ข้าจะฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง!”

บริเวณฐานของอนุสรณ์ มีกลุ่มควันธูปสีขาวจางๆลอยอยู่ ควันนั้นคืออสูรพยัคฆ์ขาวที่อำพรางกาย แผ่แรงกดดันในขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นสูงและกลิ่นคาวเลือด เพราะมันเพิ่งออกล่ากลับมา

“ฮึ่ม! ผู้ที่มาไม่ได้แข็งแกร่งด้อยไปกว่าข้ามากเท่าไหร่ ดูเหมือนข้าจะออกไปหาเหยื่อไม่ได้ง่ายๆแล้ว”

ผู้ที่มันกล่าวถึงคือหนิงฝานและซูหยาน แม้ว่ามันจะทรงพลัง แต่มันไม่ได้หาญกล้ามากนัก ต่อให้มันมีระดับพลังที่สูงกว่าหนิงฝานและซูหยาน แต่มันก็ยังหวาดกลัวทั้งสองอยู่ดี

“ดูเหมือนอีกไม่นานจะมีพิธีสืบทอดพลัง ถึงข้าจะหยิบยืมเพลิงธูปฝึกฝนวิชาได้ แต่ก็ไม่สามารถดูดซับมันได้โดยตรง เพราะมีเพียงผู้ที่ผ่านการสืบทอดแล้วเท่านั้นที่จะดูดซับได้...”

มันยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ผู้ที่จะทำพิธีเป็นเพียงผู้เยาว์ในขอบเขตตัดวิญญาณ จัดการได้ไม่ยาก… นางไม่รอดมือข้าแน่!”...

จบบทที่ GE493 อสูรโบราณ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว