เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE461 ขวดเพลิง [ฟรี]

GE461 ขวดเพลิง [ฟรี]

GE461 ขวดเพลิง [ฟรี]


การปรากฏตัวของราชาสุสานบุบผาทำให้โม่ฉุยรอดพ้นจากวิกฤติ แต่เรื่องที่มันถูกช่วงชิงเพลิงไปก็ยังไม่อาจทำอันใดได้

ในหมู่นักปรุงโอสถทั้ง 1500 คน มีเพียง 180 คนที่เผาสมุนไพรและชำระล้าง 10 ครั้งได้ในเวลา 2 ชั่วยาม

ในหมู่นักปรุงโอสถเหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 แต่ก็มีนักปรุงโอสถผันแปรที่ 3 ขั้นสูงสุดบางคน ที่แสดงฝีมือได้ต้องตาขุมกำลังบางแห่ง ทำให้ขุมกำลังเหล่านั้นเชื้อเชิญเข้าร่วม

ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถชำระล้างสมุนไพรได้ 50 ครั้งในช่วงเวลา 2 ชั่วยาม คือนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5

หวางถิงสื่อชำระสมุนไพรได้ 74 ครั้ง... ยี่หยุนสื่อ 77 ครั้ง และโม่ฉุยที่ถูกช่วงชิงเพลิงไปได้ 72 ครั้ง

แต่ผู้ที่อยู่เหนือความคาดหมายมากที่สุดคือหนิงฝาน ที่ชำระสมุนไพรได้ถึง 100 ครั้ง

ด้วยความสามารถระดับนี้ เทียบเท่านักปรุงโอสถผันแปรที่ 6 จนทำให้หนิงฝานกลายเป็นอันดับหนึ่งของรอบที่สองไป

แต่ถึงอย่างนั้น รอบนี้ก็เป็นเพียงการเผาสมุนไพร บางทีการปรุงโอสถอาจจะด้อยกว่าคนอื่นๆก็ได้

ผู้ชมและนักปรุงโอสถคนอื่นๆคาดหวังได้เห็นนักปรุงโอสถที่เข้ารอบทุกคนแสดงฝีมือเต็มที่ในรอบ 3 เพราะคนเหล่านั้นอยากรู้ว่าหนิงฝานจะยังได้เป็นอันดับ 1 อยู่หรือเปล่า

การแข่งขันรอบที่ 3 จะจัดขึ้นอีกครั้งภายใน 10 วันข้างหน้า

หนิงฝานใช้เวลาไปกับการทบทวน ทักษะการปรุงโอสถของนักปรุงโอสถแต่ละคน ที่แสดงฝีมือในรอบที่ 2

ไม่นานหลังจากจบการแข่งขันรอบ 2 มีข่าวลือว่าโม่ฉุยรักษาตัวจนหาย และอยากจะประชันฝีมือกับหนิงฝานในรอบที่ 3 อย่างตรงไปตรงมา แต่หนิงฝานไม่เชื่อว่ามันจะทำแบบนั้น

ในคืนวันที่ 8 มีเสียงต่อสู้ดังมาจากสถานที่แห่งหนึ่งของเผ่าปีศาจยักษ์

ผู้เชี่ยวชาญบางคนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของราชาสุสานบุบผา ต่อสู้กับอีก 8 กลิ่นอายที่อยู่ในขอบเขตไร้ดัดแปลงอันทรงพลัง

หลังจากสู้กันได้ไม่นาน ราชาสุสานบุบผาก็จากไปด้วยความโกรธ แต่กลุ่มที่สู้กับราชาสุสานบุบผาก็ไม่ได้ตามไป เพราะยังหวั่นเกรงในความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย

เหล่าผู้เชี่ยวชาญคาดเดาถึงตัวตนของผู้ที่สู้กับราชาสุสานบุบผา แต่ไม่ว่ายังไงก็คิดไม่ออก

จะมีก็เพียงหนิงฝานที่รู้ว่าราชาสุสานมั่นใจในตัวเองมากเกินไป จึงได้ลอบบุกเข้าไปชิงอนุสรณ์ปีศาจ กระทั่งปะทะกับบรรพบุรุษทั้ง 8

แต่นั่นก็ทำให้หนิงฝานกังวลในความแข็งแกร่งของ 8 บรรพบุรุษเช่นเดียวกัน

แม้ว่าราชาสุสานที่มาจะเป็นเพียงดวงจิตที่ 2 แต่มันก็แข็งแกร่งมากพอที่จะเอาชนะผู้เชี่ยชาญไร้ดัดแปลงขั้นสูงหลายคนได้

ขนาดราชาสุสานบุบผายังเอาชนะบรรพบุรุษทั้ง 8 ไม่ได้ หนิงฝานย่อมเข้าไปชิงอนุสรณ์ปีศาจไม่ได้เช่นเดียวกัน

“ราชาสุสานบุบผาทรงพลัง แม้จะเป็นดวงจิตที่ 2 แต่รับมือขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นสูง 2 คน และขั้นกลางอีก 6 คนได้โดยไม่ถูกสังหาร… สมแล้วที่เป็นคนรุ่นเดียวกับหยุนเทียนเฉว นอกจากผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกแล้ว น่าจะไม่มีใครสู้มันได้อีก”

แม้จะกล่าวว่าหนีไปได้ แต่ราชาสุสานบุบผาก็บาดเจ็บอย่างหนัก

ครั้งหนึ่งราชาสุสานบุบผาเคยต่อสู้กับหยุนเทียนเฉว แม้จะเคยพ่ายมา แต่หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกก็เอาชนะมันไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น ยังมีข่าวว่าผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกบางคนพ่ายให้กับมัน

หนิงฝานยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรมันได้ เขาจึงต้องเลิกคิดเรื่องนั้นไปก่อน

โม่ฉุยเองก็ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจนหายดี มันจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งราชาสุสานบุบผาอีก ยามนี้มันสนใจเพียงแต่เรื่องที่จะเอาชนะหนิงฝานให้ได้

ในวันที่ 9 หวางถิงสื่อและยี่หยุนสื่อมาพบหนิงฝาน แต่ไม่ทราบว่าทั้ง 3 พูดคุยอะไรกัน

เมื่อหวางถิงสื่อกลับไป มันป่าวประกาศกับผู้คนว่า หนิงฝานเป็นนักปรุงโอสถพิเศษให้กับเกาะโอสถ ส่วนยี่หยุนสื่อ ได้ป่าวประกาศกับผู้คนว่า ตระกูลซัวจะคอยหนุนหนิงฝานไปตลอด

แม้ว่าทั้งสองยังไม่รู้ฝีมือปรุงโอสถที่แท้จริงของหนิงฝาน แต่อย่างน้อยๆ พวกมันก็รู้ว่าระดับความสามารถของหนิงฝานไม่ได้ด้อยไปกว่านักปรุงโอสถผันแปรขั้นสูงสุดแน่ ทั้งสองจึงนับถือในตัวหนิงฝานมาก

หยุนเนี่ยนซูไปสืบข่าวเกี่ยวกับโม่ฉุย ได้ความว่ามันเตรียมจะทำบางอย่างเพื่อขัดขวางการปรุงโอสถของหนิงฝาน

การที่หยุนเนี่ยนซูแสดงเจตนาดีต่อหนิงฝาน เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่จะทำให้วังสวรรค์และวังสวรรค์ลึกล้ำผูกมิตรได้มากขึ้น

หนิงฝานเองเมื่อได้ทราบว่าหยุนเนี่ยนซูเป็นบุตรบุญธรรมของหยุนปู้ชู เขาเองก็สุภาพกับหยุนเนี่ยนซูมากขึ้นเช่นกัน

หนิงฝานเคยเห็นหยุนปู้ซู 2 ครั้ง ครั้งแรกยามที่เกิดเหตุการณ์ร้ายที่เมืองฉีเหม่ย อีกครั้งคือที่นิกายกุ่ยเชว่

มีข่าวลือว่า ในหมู่องค์ชายแห่งวิหารพิรุณ มีเพียงหยุนเทียนเฉวและหยุนปู้ซูเท่านั้นที่รักใคร่ดุจพี่น้องจริงๆ

ด้วยความที่หยุนเนี่ยนซูแสดงเจตนาดีต่อหนิงฝานหลายครั้ง ทำให้หนิงฝานยอมคบหาอีกฝ่ายเป็นสหาย

เมื่อได้รับคำเตือนจากหยุนเนี่ยนซู หนิงฝานก็จะระวังตัวมากขึ้น

ยามนี้ราชาสุสานบุบผาไม่อยู่ หากมันยังกล้าหาเรื่องเขาอีก เขาจะหาโอกาสสังหารมัน

เขามีทั้งวิหารพิรุณ ตระกูลซัว และกษัตริย์โอสถหนุนหลัง ไม่ว่าใครในโลกพิรุณก็ไม่กล้าล่วงเกินเขา ต่อให้โม่ฉุยเป็นจ้าววังสวรรค์แเดง เขาก็สังหารได้

ผ่านไป 10 วัน ก็ถึงเวลาที่การแข่งขันรอบ 3 จะเริ่มขึ้น

การแข่งขันในรอบนี้จัดขึ้นบนลานน้ำแข็ง มีปราณหนาแน่นยิ่งกว่าหุบเขาในรอบสอง อย่างน้อยๆก็มากกว่าโลกภายนอก 7 เท่า

แม้จะมีนักปรุงโอสถ 180 คนที่ผ่านเข้ารอบมา แต่คนเหล่านี้รู้ดีว่า ผู้ที่จะได้อันดับ 1 ถึง 3 มีเพียงหนิงฝาน ยี่หยุนสื่อ หวางถิงสื่อ และโม่ฉุยเท่านั้น

หนิงฝานมาถึงสถานที่จัดการประลองตั้งแต่เช้า ยืนรออยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน

ความหนาวเย็น หิมะ และสายลมอันพริ้วไหว ทำให้จิตใจของหนิงฝานใสกระจ่าง

การชี้แนะของกษัตริย์โอสถทำให้ความสามารถในการปรุงโอสถเพิ่มพูนไปมาก

แม้ว่าเขาจะก้าวเดินเพียงลำพังได้ไกลขนาดนี้ แต่ด้วยการชี้แนะที่ได้มา เขาเชื่อว่าตนเองจะไปได้ไกลกว่านี้อีก

ปราณสังหารที่น่าสะพรึงกลัวไม่ได้แผ่ออกมาจากร่างหนิงฝานเหมือนก่อน ยามนี้เขาเปรียบเหมือนนักปรุงโอสถที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง

ฉุ่ยหลิงจ้องมองหนิงฝานด้วยรอยยิ้ม หลิงคงจ้องมองหนิงฝานด้วยความประหลาดใจ นางไม่คุ้นกับหนิงฝานในยามนี้ เพราะหนิงฝานที่นางรู้จัก คือผู้ที่มีปราณสังหารอันน่าสะพรึงกลัว

เฟินซื่อในยามนี้จ้องมองหนิงฝานไม่วางตา นางรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

ส่วนฉุ่ยเยวียนไม่ได้มา หลังจากเหตุการณ์ที่ราชาสุสานบุบผาบุกจู่โจม บรรพบุรุษทั้ง 8 ก็เฝ้าคุ้มครองนางเป็นอย่างดี เพื่อไม่เกิดข้อผิดพลาดใดๆขึ้น

แม้ยามนี้พวกมันจะปกป้องนางเหมือนไข่ในหิน แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า พวกมันก็จะสังหารนาง

“ฮ่าฮ่า ท่านหมิงมาเช้าเชียว”

หวางถิงสื่อและยี่หยุนสื่อทักทายหนิงฝานพลางพูดคุย

ไม่นานนักปรุงโอสถคนอื่นๆก็ทะยอยมา โม่ฉุยก็เป็นหนึ่งในนั้น

วันนี้ โม่ฉุยดูต่างไปจากก่อนหน้า สายตาของมันสงบ แววตายามที่จ้องมองหนิงฝานไร้ซึ่งความอาฆาตใดๆ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ที่รอดูเหตุการณ์สนุกๆผิดหวัง

เมื่อนักปรุงโอสถมากันครบพร้อม ฝูไป๋ก็ปรากฏตัว เพียงแต่มันยังไม่ได้ประกาศเริ่มการแข่งขัน ราวกับกำลังรอบางสิ่ง

ผ่านไป 1 ชั่วยาม ไกลออกไปได้ปรากฏแสงสว่างจ้า เป็นดวงตะวันสีครามที่สว่างจ้าจนผู้คนไม่อาจมองมันได้ตรงๆ

“สหายเต๋าทุกท่านไม่ต้องกังวลไป สิ่งนั่นคือ ‘ขวดเพลิง’ เป็นสมบัติของเกาะโอสถ!”

แม้ฝูไป๋จะยังไม่ได้อธิบาย แต่ก็ทำให้ผู้คนตกตะลึง

“สหายเต๋าไม่ต้องตกตะลึงไป ขวดเพลิงนั้นมีไว้วัดระดับโอสถโดยเฉพาะ”

ผู้คนพูดคุยเรื่องขวดเพลิง เมื่อยามที่อยู่ในความฝัน กษัตริย์โอสถเคยกล่าวถึงขวดเพลิง มันคืออุปกรณ์วัดระดับโอสถ ที่แค่โยนโอสถเข้าไปก็จะรู้ผล

ในสมัยโบราณ จักรพรรดิเซียนผู้หนึ่งใช้พลังแห่งชีวิตปรุงโอสถหยินหยางขึ้น... โอสถหยินแปรเปลี่ยนเป็นดวงจันทร์ โอสถหยางแปรเปลี่ยนเป็นดวงตะวัน ให้กำเนิดเป็นแดนสวรรค์ทั้ง 4 และโลกทั้ง 9

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นโอสถที่จักรพรรดิเซียนปรุงขึ้นนั้น อานุภาพย่อมไม่อาจดูแคลน

ขวดเพลิงนั้นหยิบยืมพลังส่วนหนึ่งของโอสถที่แปรเปลี่ยนเป็นดวงตะวัน เพื่อวัดระดับของโอสถ

“ยามนี้ขวดเพลิงก็พร้อมแล้ว ขอให้สหายเต๋าทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม… ผู้ที่ปรุงโอสถผันแปรที่ 3 และ 4 จะมีผู้คอยประเมิณคุณภาพให้ แต่หากเป็นโอสถผันแปรที่ 5 ขึ้นไป ขวดเพลิงจะเป็นผู้ประเมิณระดับให้… การปรุงโอสถจำกัดเวลาไว้ที่ 1 เดือน หากผู้ใดปรุงโอสถได้ช้ากว่านี้ก็ถือว่าไม่ผ่านการทดสอบ… เริ่มการแข่งขันรอบที่ 3 ได้!”

นักปรุงโอสถแต่ละคนเริ่มนำกระถางปรุงโสถของตนออกมา

หนิงฝานชำเลืองมองโม่ฉุย พร้อมๆที่มันก็ชำเลืองมองเขาเช่นเดียวกัน

“ท่านหมิงสนใจจะเดิมพันกับข้าหรือเปล่า?”

“เดิมพันอะไร?” หนิงฝานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับรู้ว่าโม่ฉุยจะกล่าวอะไร

“ก็แค่มาเดิมพันว่า ระดับการปรุงโอสถของใครจะสูงกว่า”

“จะใช้อะไรเดิมพัน?”

“หากข้าแพ้ ข้าจะยอมให้เจ้าเอาสมบัติของข้าไป 1 อย่าง หากเจ้าแพ้...เพลิงทมิฬของเจ้าต้องเป็นของข้า”

โม่ฉุยรู้ขีดจำกัดของมัน กษัตริย์พิรุณสั่งว่าห้ามล่วงเกินหนิงฝาน มันจึงไม่กล้าสังหาร แต่ก็ยังช่วงชิงเพลิงได้

ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการเดิมพันเช่นนั้น หนิงฝานก็จะรับคำท้าของมัน... หยุนเนี่ยนซูได้บอกกล่าวแผนการของมันแล้ว ซึ่งทำให้หนิงฝานรู้ว่าโม่ฉุยไม่ได้แข่งขันแบบตรงไปตรงมาแน่นอน

“เช่นนั้นถ้าเจ้าแพ้… ข้าขอชีวิตของเจ้าก็แล้วกัน” หนิงฝานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่กลับทำให้โม่ฉุยหวาดกลัว

แม้ว่าเต๋าแห่งโอสถของมันจะด้อยกว่าหนิงฝาน แต่มันแข็งแกร่งกว่าหนิงฝานมาก ยิ่งตอนนี้มันฟื้นฟูเต็มที่ หนิงฝานไม่มีทางสังหารมันได้อย่างแน่นอน

“ถ้าเจ้าทำได้ก็ลองดู!” โม่ฉุยกล่าว

ผู้ชมโดยรอบส่งเสียงฮือฮา เพราะหนิงฝานและโม่ฉุยเดิมพันกัน

แม้ว่าจิตวิญญาณสมุนไพรของหนิงฝานจะทรงพลัง แต่ไม่มีใครรู้ว่าการปรุงโอสถของหนิงฝานอยู่ระดับไหน

ผิดกับโม่ฉุยที่เดินทางไปยังแคว้นต่างๆมากมายเพื่อแสดงฝีมือ จนองค์ชายเจ็บประทับใจและชักชวนให้เข้าร่วมวิหารพิรุณ

ดังนั้นจึงมีบางส่วนที่คิดว่าหนิงฝานจะชนะ และบางส่วนที่คิดว่าหนิงฝานจะแพ้

การแข่งขันรอบที่แล้ว หากไม่เพราะโม่ฉุยบาดเจ็บ มันคงไม่แพ้หนิงฝาน หลายคนคิดเช่นนั้น

“แตงกวาน้อย ทำไมเจ้าถึงได้เดิมพันกับคนชั่วอย่างมัน ถ้าเจ้าแพ้เจ้าต้องเสียเพลิงเลยนะ?” หลิงคงกล่าวขึ้นด้วยความกังวล

“พี่เยว่ไม่เชื่อใจท่านพี่เหรอ? ถ้าท่านพี่ไม่มั่นใจ เขาไม่เดิมพันแน่” ฉุ่ยหลิงกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ

ภายในสถานที่ลับของเผ่าปีศาจยักษ์ บรรพบุรุษทั้ง 8 รักษาตัว ราชาสุสานบุบผาทรงพลังมาก แม้ว่าอีกฝ่ายจะพ่ายแพ้กลับไป แต่พวกมันก็บาดเจ็บไม่ใช่น้อย

ยิ่งด้วยความที่พวกมันไม่มีร่างเนื้อ อาการบาดเจ็บที่รุนแรงก็ยิ่งเสี่ยงให้ร่างกายที่มันคงเอาไว้ถูกทำลายได้ตลอดเวลา

“บัดซบ ถ้ามันกล้ามาที่นี่อีก ข้าจะฉีกมันให้เป็นชิ้นๆ” เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น

“ยามนี้มันเองก็บาดเจ็บสาหัส คงไม่กล้ามาที่นี่ง่ายๆหรอก พวกเราเองก็ยังไม่มีกายเนื้อ อดทนรออีก 10 ปี หากเราได้กายเนื้อมาเมื่อไหร่ ค่อยไปถล่มมันให้ราบ… แต่จะว่าไป ในเผ่ามีข่าวว่าสมุนไพรของ ‘โอสถทะเลวินาศ’ ถูกบางคนเอาไปทั้งหมด แม้โอสถนั้นจะเป็นเพียงโอสถผันแปรที่ 5 ขั้นกลาง แต่ก็ต่อให้เป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 6 ก็ใช่ว่าจะปรุงได้สำเร็จง่ายๆ” ชายชราคนหนึ่งกล่าว

“ใครเป็นคนเอาไป? ในโลกพิรุณมีนักปรุงโอสถผันแปรที่ 6 อยู่เพียง 7 คน และพวกมันก็ไม่ได้เป็นมิตรกับเผ่าเรา” สตรีคนหนึ่งกล่าว

“บางทีในงานปรุงโอสถครั้งนี้ อาจมีนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 ขั้นสูงสุดที่ปรุงมันก็เป็นได้” ชายชรากล่าว

“งั้นมันเป็นใคร? ถึงนักปรุงโอสถที่ชวี่ฉิงเชื้อเชิญมาจะไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่น่าจะมีใครบรรลุนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 ขั้นสูงสุด”

“ซัวหมิง”

“เป็นไปไม่ได้ เด็กนั่นอายุกระดูกเพียง 500 ปี แค่บรรลุนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 ได้ก็นับว่าท้าทายสวรรค์มากแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่มันจะบรรลุจุดสูงสุดเช่นนั้น ที่มันเอาชนะรอบแรกกับรอบสองได้ ก็แค่มันได้เปรียบเรื่องเพลิงกับจิตวิญญาณสมุนไพรเท่านั้น” สตรีคนหนึ่งกล่าว

“ฮึ่ม! ข้าขอจิตวิญญาณสมุนไพรของมัน… ข้าเคยกินจิตวิญญาณสมุนไพรมาแล้วมากมาย จิตวิญญาณสมุนไพรของมันพิเศษกว่าคนอื่น ฮ่าฮ่า… แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ต้องปล่อยให้มันได้ปรุงโอสถทะเลวินาศไปก่อน” ชายชราคนหนึ่งกล่าว

ทันทีที่ชายชราผู้นั้นกล่าวเสร็จ ชวี่หยานและบรรพบุรุษคนอื่นๆสั่นสะท้าน เพราะชายชราผู้นั้น ทำให้ทุกคนหวาดกลัว

ไม่ไกลนัก ฟงฉุ่ยเยวียนกำหมัดแน่น นางได้ยินที่พวกมันสนทนากันทั้งหมด นางรู้สึกตัวตื่นนานแล้ว

“พวกนี้จะกินน้องเขย… ข้าต้องหาทางบอกน้องเขย”

“ท่านปู่เป็นคนชั่ว!”

“ที่นี่...คือที่ไหน...”...

จบบทที่ GE461 ขวดเพลิง [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว