เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE412 ดาราเทพดวงที่ 3 [ฟรี]

GE412 ดาราเทพดวงที่ 3 [ฟรี]

GE412 ดาราเทพดวงที่ 3 [ฟรี]


การทดสอบที่ 2… มนุษย์และเซียน

สถานที่รับการทดสอบยังคงเป็นวังอัสนี ยามนี้จิตใจของหนิงฝานกระจ่างใส ไม่ได้สับสนเพราะภาพลวงอีกแล้ว

ภายในวังรับการทดสอบที่ 2 มีทิวทัศน์ที่งดงาม มีทุ่งบุบผาทอดยาวสุดลูกหูลูกตา และมีถนนสองเส้นทางให้เลือกเดิน

ทางสายหนึ่งอุดมไปด้วยปราณ เสียงเพลงขับขานไพเพราะ กระเรียนดำโผบินข้ามผ่าน นามของทางเส้นคือ ‘ทางแห่งเซียน’

อีกเส้นทางคือเส้นทางที่โดดเดี่ยว พิรุณโปรยปราย บรรยากาศมืดครึ้มเปลี่ยวเหงา มีผีเสื้อกลางคืนโผบินให้เห็นบ้าง นามของเส้นทางคือ ‘ทางแห่งมนุษย์’

เส้นทางทั้งสองแยกออกจากกันอย่างชัดเจน แต่ก็ถูกม่านหมอกบดบัง ไม่อาจมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในได้ชัดนัก

หนิงฝานสัมผัสได้ถึงความต่างของทั้งสองเส้นทางอย่างชัดเจน ซึ่งคือความต่างระหว่างมนุษย์กับเซียน

“ต้องเลือกหนึ่งในสองเส้นทางนี้...” หนิงฝานขบคิด มนุษย์และเซียนคือการจำแนกที่เด่นชัด สถานที่แห่งนี้สมควรเป็นการทดสอบที่จักรพรรดิอัสนีไท่ซูสร้างไว้

ถ้าผ่านการทดสอบก็จะได้ดาราอัสนีไท่ซูอีก 1 ส่วน แต่หากล้มเหลวอาจจะต้องประสบกับอันตรายร้ายแรง แต่ด้วยหนิงฝานเรียนรู้มาจากการทดสอบก่อนหน้าแล้วว่า ดวงจิตมุ่งร้ายดวงนั้นต้องหาทางเล่นงานเขาแน่

และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะไม่นานนักก็มีเสียงของชายชราคนเดิมดังขึ้น

“เด็กเอ๋ย! ทางแห่งเซียนและมนุษย์นั้น หนึ่งรอดหนึ่งตาย จงเลือกเส้นทางให้ดี หากเจ้าเลือกถูก เจ้าจะผ่านการทดสอบ แต่หากพลาด...เจ้าตาย!”

หนิงฝานไม่สนใจเสียงนั้น แววตาหนักแน่นไม่หวั่นไหว

เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายคิดร้าย และกล่าวบางสิ่งเพื่อทำให้เขาไขว้เขว เลือกทางที่ผิด

เมื่อครู่มันกล่าวว่าทางหนึ่งรอดทางหนึ่งตาย แต่สิ่งที่หนิงฝานเห็น เส้นทางทั้งสองไม่ได้มีเพียงแค่นั้น

ทางแห่งเซียนคือการละทิ้งโลกใบนี้ มุ่งสู่อีกโลกหนึ่ง หากเป็นผู้เชี่ยวชาญทั่วไปคงเลือกเส้นทางนี้ แต่สำหรับหนิงฝานที่ผ่านประสบการณ์โลกีย์มาแล้ว เขาเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการตัดโลกีย์ไม่ใช่การตัดขาดกับโลกใบนี้ แต่เป็นการตัดขาดซึ่งความอ่อนแอของมนุษย์

ดังนั้นทางแห่งเซียนจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ถูก! หนิงฝานมั่นใจว่าหากเลือกทางแห่งเซียน ผู้ที่เลือกจะถึงแก่ชีวิต

แต่หากเลือกทางแห่งมนุษย์ ก็หมายถึงตัดขาดจากเส้นทางแห่งเซียน การตัดขาดจากทางแห่งเซียนมีความหมายอีกนัย คือการละทิ้งพลังของตน นั่นหมายความว่าผู้ใดที่เลือกเส้นทางนี้ก็ต้องตายเช่นกัน!

หนิงฝานเข้าใจความนัยของเส้นทาง และเข้าใจถึงเจตนาร้ายของดวงจิตอัสนี มันหลอกให้เขาเลือกหนึ่งในสองเส้นทาง ซึ่งจุดจบของทั้งสองเส้นทางนั้น คือสิ่งเดียวกัน

“ข้าไม่เลือกสักเส้นทาง!” หนิงฝานเย้ยหยัน โคจรวิชาหมอกเมฆาม่วงทำลายเส้นทางทั้งสองจนหายไป

“นี่เจ้า!” ชายชราตกตะลึง มันคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะมองกลอุบายของการทดสอบออก

เมื่อสองเส้นทางถูกทำลาย ชายชราผู้นั้นกระอักโลหิต อาการบาดเจ็บทวีความรุนแรง

นี่คือสิ่งที่มันต้องจ่ายหลังจากคิดร้ายกับหนิงฝาน

มันคาดไม่ถึงว่ามดปลวกในขอบเขตตัดวิญญาณผู้นี้จะเข้าใจถึงความต่างระหว่างมนุษย์และเซียน

ที่สำคัญ ไม่เพียงเขามองออกถึงความต่าง แต่ยังเลือกที่จะทำลายทั้งสองเส้นทางทิ้ง การกระทำเช่นนี้ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน แม้เป็นหงยี่ในอดีต นางก็ไม่คิดที่จะทำลายเส้นทาง

ยิ่งหมอกเมฆาม่วงที่หนิงฝานใช้ ยิ่งให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ชายชราไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“เจ้าทำลายทางแห่งเซียนและมนุษย์ ทำลายประตูผ่านเข้าสู่การทดสอบที่ 3… เจ้าจะไม่มีวันได้เข้ารับการทดสอบที่ 3!” ชายชราสงบใจก่อนกล่าว

“อืม...” หนิงฝานเลือกที่จะก้าวเดินไปบนทุ่งบุบผา แต่ละก้าวเปล่งพลังในขอบเขตกระดูกหยกที่ 4 ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

กลีบบุบผาปลิวไปตามแรงลม ปรากฏเส้นทางอีกสายทอดยาว!

“ข้าเข้าใจถึงความต่างระหว่างเซียนและมนุษย์… เซียนคือผู้ที่หยัดยืนบนยอดเขา มนุษย์คือผู้ที่ปีนป่ายไปยังยอดเขา แต่ทั้งหมดล้วนอยู่ในวัฏสงสารเช่นเดียวกัน หากก้าวผ่านวัฏสงสารไปจึงเรียกว่าหลุดพ้น… ดังนั้น เซียนหรือมนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับความคิดเท่านั้น!”

“เต๋าของข้าไม่ใช่เซียน และไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเส้นทางที่ข้าขีดขึ้นเอง...นั่นแหละเต๋าของข้า!”

หนิงฝานก้าวเดินบนทุ่งบุบผาอย่างมั่นคง ไปตามเส้นทางที่ตนเองเลือก

ที่ปลายทาง ประตูอัสนีเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ นั่นคือทางผ่านของการทดสอบ

หนิงฝานพยักหน้าเล็กน้อย เขาเริ่มเข้าใจในเจตนาของจักรพรรดิอัสนีไท่ซูแล้ว

การทดสอบแรกคือการให้ผู้เชี่ยวชาญแยกแยะระหว่างจริงกับลวง

การทดสอบที่สองคือให้ผู้เชี่ยวชาญได้รู้จักเส้นทาง

ส่วนการทดสอบที่สาม อาจเป็นการให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกเส้นทางเป็นของตน

หนิงฝานสับสนในการทดสอบแรก จึงเสียเวลาอยู่ครึ่งวัน

แต่หนิงฝานกระจ่างในนัยของการทดสอบที่สองจึงผ่านได้อย่างง่ายดาย

และยามนี้ เขาต้องเผชิญกับการทดสอบที่สาม

เมื่อผ่านเข้าไปในประตูอัสนี เส้นแสงอัสนีโลหิตผสานเข้ากลางหน้าผากหนิงฝานอีกครั้ง ผสานรวมกับดาราอัสนีไท่ซู ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้น 2 ใน 3 ส่วน

ยามนี้ อานุภาพของอัสนีในร่างกายหนิงฝานทรงพลังขึ้น จนทำให้ร่างกายของเขาร้อนผ่าว แม้ปริมาณอัสนีจะไม่เพิ่ม แต่ความหนาแน่นและทรงพลังเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า

หนิงฝานแบมือเปล่งพลังอัสนี เสียงอัสนีแปรบปราบ อานุภาพทรงพลังพอที่จะสังหารผู้เชี่ยวชาญกึ่งไร้ดัดแปลงได้ในพริบตาโดยไม่ใช้วิชาใด

ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงขั้นต้น ก็ต้องบาดเจ็บเพราะอัสนีของเขา

“หากข้าครอบครองดาราอัสนีไท่ซูที่สมบูรณ์ คงสังหารผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงขั้นต้นได้ไม่ยาก”

นอกจากดาราอัสนีไท่ซูจะทำให้อัสนีของหนิงฝานทรงพลังขึ้นแล้ว มันยังทำให้เขารู้สึกราวกับตนเองคือจ้าวแห่งอัสนี สามารถควบคุมและทำให้อัสนีทรงพลังขึ้นได้

ก่อนหน้านี้ที่หนิงฝานนำแส้อัสนีของเขาออกมาแล้วถูกหงยี่ฉวยไปได้ง่ายๆ ก็เพราะนางอาศัยพลังอัสนีของนาง แต่ยามนี้ นางจะทำแบบนั้นไม่ได้อีก

“หงยี่สมควรมีดาราอัสนีไท่ซูเช่นกัน แต่อย่างมากก็น่าจะมีเพียง 2 ใน 3 ส่วน หากข้าครอบครองดาราอัสนีที่สมบูรณ์ พลังอัสนีของข้าก็จะเหนือชั้นกว่านาง!”

หนิงฝานก้าวผ่านประตูอัสนีไปยังการทดสอบที่ 3 ปรากฏตัวยังวังอัสนีแห่งหนึ่ง

วังแห่งนี้เป็นเส้นทางที่จะนำไปสู่การทดสอบที่ 3 หากเขาผ่านการทดสอบนี้ได้ นอกจากเขาจะได้ดาราอัสนีไท่ซูที่สมบูรณ์ เขาจะยังได้แก้แค้นดวงจิตอัสนีดวงนั้น

การทดสอบที่ 3 คือเต๋าแห่งชีวิต!

ยามนี้ดวงจิตอัสนีเริ่มหวาดกลัว มันเห็นด้วยตาของตนว่าหนิงฝานผ่านการทดสอบ ทั้งยังเห็นว่าอัสนีของเขาทรงพลังขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว

ยามนี้มันบาดเจ็บอย่างหนัก ต่อให้มันบรรลุขอบไร้ดัดแปลงขั้นต้น แต่มันไม่สามารถต้านรับอัสนีที่ทรงพลังของหนิงฝานได้แน่

มันอยู่ในโลกอัสนีแห่งนี้มานาน มันรู้ดีว่าผู้ที่ครอบครองดาราอัสนีไท่ซู 2 ใน 3 ส่วนทรงพลังขนาดไหน

เพราะดาราอัสนีไท่ซู คือเต๋าแห่งอัสนีที่ทรงพลังของจักรพรรดิอัสนีไท่ซู

หากในอนาคตหนิงฝานบรรลุเต๋าแห่งอัสนีจึงถึงขั้นเดียวกับจักรพรรดิอัสนีไท่ซู คงไม่มีใครที่สู้หนิงฝานได้

“จะให้มันผ่านการทดสอบที่ 3 ไม่ได้!”

มันควบคุมพลังข่ายอาคม เพื่อสั่งการให้อสูรอัสนีตนหนึ่งจู่โจมหนิงฝาน

แต่อสูรอัสนีตนนั้นยังไม่ทันได้เข้าใกล้ หนิงฝานกลับจู่โจมอสูรตนนั้นด้วยอัสนี สังหารมันตายในพริบตา

มันห้ามหนิงฝานไม่ได้! มันห้ามหนิงฝานไม่ให้ผ่านการทดสอบไม่ได้!

เขาไม่ได้สนใจดวงจิตอัสนีแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเส้นแสงอัสนี บริเวณนั้นมีเส้นทางสองสายให้เลือกเดิน

ปลายทางของเส้นทางสายแรกมีตำราที่สลักอักษร ‘เต๋า’ เอาไว้

อีกเส้นทางมีตำราที่สลักอักษร ‘ชีวิต’ เอาไว้

การทดสอบที่ 3 นี้คล้ายกับการทดสอบที่ 2 มาก แต่ยากกว่า

ระหว่างเต๋าและชีวิต สิ่งใดสำคัญกว่า? ระหว่างเต๋าและชีวิต สิ่งใดเหมาะสมกว่า?

หนิงฝานขมวดคิ้วและยืนอยู่กับที่ครึ่งวัน

เขาเข้าใจในความต่างของมนุษย์และเซียน จึงผ่านการทดสอบได้อย่างง่ายดาย แต่เต๋าและชีวิต เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

เส้นทางที่หนิงฝานเลือกเดิน คือเส้นทางของฝ่ายอธรรม เส้นทางที่เขาเลือกเดินคือเส้นทางที่ตรงกันข้ามกับฝ่ายธรรมะ เส้นทางที่เดินราวกับชีวิตมนุษย์นั้นไร้ค่า เพราะตราบใดที่เป็นศัตรู เขาจะสังหารโดยไม่ลังเล

หากเป็นเพียงศัตรูธรรมดา หนิงฝานจะสังหารและปล่อยให้มันได้ไปเกิดใหม่ แต่หากเป็นศัตรูที่เขาอาฆาต เขาจะสังหารมันไม่ให้เหลือ

หนิงฝานหลับตาพลางขบคิดอย่างสงบ

ท่าทางของหนิงฝานทำให้ดวงจิตอัสนีผ่อนคลาย การทดสอบนี้ยังไม่เคยมีผู้ใดผ่านได้มาก่อน

บางคนที่เลือกเต๋าก็จบลงด้วยความตาย แต่บางคนเลือกเส้นทางแห่งชีวิตก็รอดตาย ซึ่งหากให้มันเป็นคนเลือก ดวงจิตอัสนีเลือกก็จะเลือกชีวิตเช่นกัน เพราะมีคนเคยบอกมันว่า “หากไร้ซึ่งชีวิต มันจะก้าวเดินเข้าในเส้นทางแห่งเต๋าได้อย่างไร?”

“ถ้าเจ้าเลือกเต๋า...เจ้าก็ต้องตาย แต่หากเจ้าเลือกชีวิต ต่อให้เจ้ารอดเจ้าก็ไม่อาจผ่านการทดสอบได้… และเจ้าก็ไม่มีวันแก้แค้นข้าได้!” ชายชราเย้ยหยัน ชีวิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากไร้ซึ่งชีวิตก็ไม่อาจบรรลุเต๋าได้

หนิงฝานเองก็คิดเข่นนั้น แต่เมื่อหวนนึกถึงอสูรอัสนีที่เข้าจู่โจมเขาเมื่อครู่ พลังของมันด้อยกว่าอสูรอัสนีที่อยู่โลกอัสนีเบื้องล่าง มันหวาดกลัวเขามากแต่มันก็ยังเลือกที่จะทะยานเข้าหาเพื่อหวังสังหารเขา นั่นหมายความว่ามันรู้ว่ามันต้องตาย แต่มันก็เลือกที่จะตาย

หนิงฝานเองก็เป็นเช่นกัน หากเขามีศัตรูคู่อาฆาต ต่อให้อีกฝ่ายทรงพลังขนาดไหน เขาก็ต้องสังหารมันให้ได้

หนิงฝานนึกย้อนกลับไปในอดีต เขาเข่นฆ่าศัตรูไปมากมาย

เขานึกย้อนถึงพลัง การยกระดับในช่วงแรกนี้มีอยู่ด้วย 7 ขอบเขต ปลายทางของมันคือชีวิตอันเป็นนิรันดร์

ถัดจากช่วงแรกไปก็คือช่วงที่สอง เป็นพลังในขอบเขตเซียนที่แบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ โดยที่เป้าหมายคือความจริงและสิ่งลวง

คำว่าเต๋าและชีวิตนั้น หนิงฝานไม่เข้าใจ

“ข้าเลือกเดินในเส้นทางที่ผิดมาหลายครั้ง ผลักไสชีวิต ต่อสู้ ดิ้นรน สังหาร ถากถางทางเป็นของตน จึงทำให้เต๋าและชีวิตไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดของข้า”

“ขอแค่นางปลอดภัยข้าก็วางใจ… นั่นคือหนทางที่ทำให้เต๋าแห่งชีวิตพังทะลาย”

หนิงฝานใช้วิชาหมอกเมฆาม่วงอีกครั้ง ฝุ่นทรายสีม่วงทองปกคลุมท้องนภา ทำลายเส้นทางทั้งสองอีกครั้ง!

ไม่เลือกเต๋าและชีวิต... ไม่เลือกความจริงหรือคำลวง... ดวงจิตอัสนีไม่เข้าใจว่าหนิงฝานเลือกสิ่งใด

แต่สิ่งที่ทำให้มันตกตะลึงก็ปรากฏ เพราะการทดสอบที่ 3 ที่ไม่มีผู้ใดเคยผ่านมาก่อน หนิงฝานกลับผ่านไปได้

เส้นแสงสีแดงโลหิตพุ่งผสานเข้ากลางหน้าผากหนิงฝาน พลังอัสนีที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ออกจากร่าง ภาพบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นจากอัสนีปรากฏใต้ฝ่าเท้า

ภาพที่ปรากฏนั้นดูลึกลับและสูงส่ง การที่มันปรากฏใต้ฝ่าเท้า ราวกับมันยอมจำนนต่อหนิงฝาน!

อานุภาพของอัสนีทรงพลังขนาดไหนไม่อาจทราบ แต่มันรุนแรงราวกับกับสั่นสะเทือนไปทั้งสวรรค์

“นั่นมัน… ‘แผนภาพอัสนีไท่ซู’!”

ดวงจิตอัสนีอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ

แผนภาพนี้เป็นของจักรพรรดิอัสนีไท่ซู ที่สามารถช่วยต้านรับอัสนีในระดับเดียวกันได้ทุกชนิด

ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีผู้ใดผ่านการทดสอบนี้ได้ เมื่อมีผู้บรรลุการทดสอบ วังแห่งนี้จึงเริ่มถล่ม

หนิงฝานเหยียบย่างนภาออกมาจากวัง ตรงเข้าหาดวงจิตอัสนีที่อยู่ไกลออกไป

ดวงจิตอัสนีเบื้องหน้าขัดขวางหนิงฝาน ปองร้ายหวังเอาชีวิต

“ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว” หนิงฝานกระตุ้นพลังอัสนี ยื่นมือคว้าจับอากาศเบื้องหน้า อัสนีจำนวนมหาศาลที่อยู่รอบข้างสั่นไหวราวกับได้รับคำสั่ง พวกมันผสานเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นฝ่ามืออัสนีขนาดยักษ์ ประทับเข้าใส่ดวงจิตอัสนี!

ฝ่ามืออัสนีที่จู่โจม ทรงพลังเทียบเท่าการจู่โจมเต็มกำลังของขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นต้น

สีหน้าดวงจิตอัสนีแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง หากเป็นยามปกติ มันสามารถรับฝ่ามือนี้ได้แม้จะบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงตาย

แต่ยามนี้ มันได้รับบาดเจ็บจากการผ่านบททดสอบของหนิงฝานถึง 3 ครั้ง ทำให้ระดับพลังของมันลดลงเหลือเพียงขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลง

มันรู้ว่ามันไม่อาจต้านรับฝ่ามือนี้ได้ มันจึงดิ้นรนเค้นพลังทั้งหมด ต้านรับฝ่ามืออย่างเต็มกำลัง

มันสร้างเกราะอัสนีคุ้มกายที่เกิดจากวิชาปฐมอัสนีขั้น 2 ซึ่งทรงพลังมากพอให้ต้านรับการจู่โจมเต็มกำลังของผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงขั้นต้น

แต่เมื่อเกราะอัสนีของมันเริ่มก่อตัว กลับเกิดเรื่องน่าประหลาดขึ้น!

แผนภาพอัสนีใต้ฝ่าเท้าหนิงฝานเกิดปฏิกริยากับเกราะอัสนีของอีกฝ่าย ทำให้เกราะอัสนีแตกสลายไป

อัสนีที่แตกสลายกลายเป็นลำแสงตรงเข้าหาแผนภาพ ราวกับพวกมันถูกกลืนหายไป

เมื่อไร้ซึ่งเกราะคุ้มกาย ดวงจิตอัสนีจึงทำได้เพียงต้านรับฝ่ามือของหนิงฝานด้วยตัวมันเอง

ฝ่ามืออัสนีขนาดยักษ์ประทับเข้าร่างของดวงจิตอัสนีโดยไม่อาจเลี่ยง

“ทำไมมดปลวกขอบเขตตัดวิญญาณอย่างเจ้าถึงได้ทรงพลังขนาดนี้!”

ดวงจิตอัสนีเปล่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามืออัสนียักษ์เปล่งอานุภาพแผดเผาจนร่างของมันกลายเป็นเถ้าถ่าน!

เมื่อมีผู้ผ่านการทดสอบและได้ครองครองดวงจิตอัสนีไท่ซู นั่นหมายถึงเจตจำนงค์ของจักรพรรดิอัสนีไท่ซูบรรลุผลแล้ว การทดสอบทั้ง 3 ที่ต้องเผชิญจึงได้หายไป ไม่มีผู้ใดมีโอกาสได้ครอบครองดาราอัสนีไท่ซูอีก

หนิงฝานสลายพลังอัสนี ลูบสัมผัสดาราเทพดวงที่ 3 บนหน้าผากด้วยความพึงพอใจ

ผลลัพธ์ที่ได้จากดาราเทพดวงที่ 3 นั้นทรงพลังมาก บางทีอีก 1,000 ปีข้างหน้า หนิงฝานอาจกลายเป็นกษัตริย์อัสนีคนใหม่

“นี่ก็ผ่านมาเกือบ 2 วันแล้ว ข้าต้องรีบเข้าไปยังหอคอยอัสนี!”

หนิงฝานขยับมือเป็นท่าทางเหมือนกับดวงจิตอัสนีทำเมื่อครู่ เพื่อสร้างเกราะอัสนีคุ้มกายและดวงจิต

ภายในตันเถียนของเขาปรากฏเกราะสีเงินประกายปกคลุมดวงจิต มันจะช่วยให้เขาป้องกันการถูกลอบจู่โจมได้

ด้วยที่หนิงฝานเพิ่มเริ่มใช้ เกราะอัสนีของเขาจึงอยู่เพียงขั้นแรก หากอยากจะยกระดับมัน สามารถทำได้ด้วยการดูดกลืนปฐมอัสนีจากดวงจิต

ซึ่งผู้ที่พร้อมให้หนิงฝานได้ดูดกลืนตอนนี้ คือดวงจิตอัสนีเมื่อครู่ มันคือตัวตนพิเศษที่ถือกำเนิดจากโลกอัสนีใบนี้ เมื่อกายของมันสูญสลาย จึงเหลือเพียงปฐมอัสนีที่สามารถช่วยยกระดับเกราะอัสนีของหนิงฝานได้

หนิงฝานอ้าปากดูดกลืนเอาปฐมอัสนีที่เหลืออยู่เข้าไป แล้วดูดซับมันไปยังเกราะอัสนีของเขา

ผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงที่ฝึกฝนอัสนีมาตั้งแต่ต้นย่อมมีอัสนีที่ทรงพลัง ดังนั้นจึงทำให้เกราะอัสนีของหนิงฝาน ยกระดับไปยังขั้น 2 ในชั่วพริบตา!

“ไม่รู้ว่าถ้าได้ดูดกลืนปฐมอัสนีในหอคอยไปจนถึงชั้น 7… เกราะอัสนีของข้าจะยกระดับไปมากขนาดไหน!”

หนิงฝานตื่นเต้น หากได้ดูดกลืนปฐมอัสนีมากพอ อาจทำให้เกราะของเขายกระดับไปจนถึงขอบเขตที่น่ากลัวเลยก็ได้

หงยี่ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่โลกอัสนีเบื้องล่างตกตะลึง

หนิงฝานผ่านการทดสอบทั้ง 3 สังหารดวงจิตอัสนีชั่วร้าย ทุกสิ่งที่เขาทำสำเร็จย้อนกลับมาเป็นคำพูดประโยคหนึ่งแก่นาง... นางดูถูกหนิงฝานเกินไป!

“ไม่อยากจะเชื่อเลย… แค่เวลาผ่านไปหมื่นปี โลกพิรุณจะให้กำเนิดผู้ที่มีพรสวรรค์มากขนาดนี้… เด็กนี่มีทั้งดรรชนีหมอกเมฆาม่วง มีทั้งดาราอัสนีไท่ซู เขาต้องช่วยข้าได้แน่!” นางมั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

ยามนี้หนิงฝานได้เข้าสู่หอคอยอัสนีทองคำดำแล้ว สถานที่แห่งนั้นปิดกั้นการสอดส่องชะตา ทำให้นางไม่อาจเฝ้าดูหนิงฝานผ่านกระจกบานนั้นได้อีก

แต่ถึงอย่างนั้น นางไม่คิดว่าจำเป็นต้องเฝ้าดูเขา เพราะตอนนี้หนิงฝานได้ครอบครองดาราอัสนีไท่ซู เขาสมควรทรงพลังมากพอให้พิชิตชั้นที่ 1 ถึง 10 ได้! นั่นหมายความว่า หนิงฝานย่อมนำใบไผ่อัสนีทองคำดำกลับมาได้สำเร็จ

นางคาดไม่ถึงว่าจะได้เจอผู้ช่วยที่เก่งกาจมากขนาดนี้ สำหรับนางแล้ว...หนิงฝานมีค่ามาก!

จบบทที่ GE412 ดาราเทพดวงที่ 3 [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว