เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE390 ตามหาหยูฉงเอ๋อร์ [ฟรี]

GE390 ตามหาหยูฉงเอ๋อร์ [ฟรี]

GE390 ตามหาหยูฉงเอ๋อร์ [ฟรี]


ภายในตำแหน่งที่ 13 ของส่วนที่ 1 หยูเป่ยและผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณคนอื่นๆถูกกองทัพอสูรรุมล้อม แต่หยูฉงเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ที่นี่

ผู้ที่ถูกล้อมทั้งหมดมีด้วยกัน 12 คน ทุกคนได้รับบาดเจ็บมากน้อยต่างกันไป แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดคือผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูง 2 คน ที่ทำหน้าที่คุ้มกันคนที่เหลือ

ชายชราในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงคนหนึ่งถือแผ่นข่ายอาคมไว้ในมือ กระตุ้นข่ายอาคมระดับไร้ดัดแปลง ป้องกันไม่ให้กองทัพอสูรบุกเข้ามา

ชายชราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคงสภาพข่ายอาคมเอาไว้ แต่ราชาอสูรก็นำทัพของมันจู่โจมเข้าใส่อย่างรุนแรง จนชายชราแทบจะต้านเอาไว้ไม่อยู่

คาดไม่ถึงว่าหยูฉงเอ๋อร์จะสร้างปัญหาจนทำให้ทุกคนต้องถูกล้อมอยู่ที่นี่

“หยูเป่ย! ที่พวกข้าต้องมาตกอยู่ในสถานะการณ์เช่นนี้ เป็นเพราะน้องสาวของเจ้าไปขโมยสมุนไพรของราชาอสูร โชคดีที่พวกข้าไม่ตาย ไม่อยา่งนั้นน้องสาวเจ้าต้องชดใช้”

หยูเป่ยรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก มันรู้ดีว่าต้นตอของปัญหาทั้งหมดคือน้องสาวของตน

10 วันก่อนผู้เชี่ยวชาญของวังสวรรค์ทั้ง 13 คนถูกส่งมายังตำแหน่งที่ 13 ของส่วนที่ 1

ก่อนหน้านี้ 3 วันหยูฉงเอ๋อร์แยกตัวออกไปจากกลุ่ม เข้าไปขโมยสมุนไพรของราชาอสูร จนทำให้ถูกพวกมันไล่ล่า

ตัวนางถูกราชาอสูรซัดปลิวไปยังส่วนที่ 2 ของบ่อโลหิตมังกร เป็นตายเช่นใดไม่มีใครทราบ

หยูเป่ยห่วงน้องสาวของมันมาก แต่ก็รู้สึกผิดต่อผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆเช่นกัน

ชายชราในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงกล่าวถูกต้อง หากมีผู้ใดตายอยู่ที่นี่ น้องสาวของหยูเป่ยคงไม่อาจรับไม่ผิดชอบไหว

พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกองทัพอสูรเหล่านี้

ด้านนอกข่ายอาคม ราชาอสูรสั่งการอสูรตัดวิญญาณ 16 ตน ระดมจู่โจม

ราชาอสูรเปล่งเสียงคำรามระดมพลมาอย่างต่อเนื่อง หยูเป่ยสิ้นหวังไร้หนทาง แม้พวกมันจะเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ แต่หากเผชิญหน้ากองทัพอสูรนับแสน พวกมันก็ไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดได้หรือเปล่า

“ไม่รู้ตอนนี้ท่านซัวจะเป็นยังไงบ้าง… หากมีเขาอยู่ พวกเราก็อาจมีโอกาสรอดมากขึ้น” หยูเป่ยกล่าวกับตนเอง

“ซัวหมิงอยู่ที่นี่แล้วจะไปทำอะไรได้ เขาก็แค่ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงสุด ขนาดสหายเต๋า 2 คนนั้นที่มีพลังระดับเดียวกัน ยังไม่อาจรับมือราชาอสูรได้… น่าเสียดายที่เราไม่อาจติดต่อคนที่อยู่ข้างนอกได้ ไม่อย่างนั้นข้าอาจขอให้ผู้อาวุโสฉูช่วยได้”

ชายชราในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงถอนหายใจ ยามนี้ทั้งหยกสวรรค์และปราณของชายชราเหลือไม่มาก ชายชราคงรั้งข่ายอาคมไว้ได้ไม่นาน

หากไม่อาจคงสภาพข่ายอาคมได้ ชีวิตของทุกคนก็คงมาถึงจุดตัดสิน เพราะต่อให้เป็นชายชราเองก็ไม่มั่นใจว่าจะรอดออกไปได้

*ตูม ตูม ตูม...*

ราชาอสูรสั่งการให้ระดมจู่โจมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งนานไปรอยแตกของข่ายอาคมก็มากขึ้นจนชายชราแทบทนไม่ไหว

“สหายเต๋าเตรียมตัว...” ชายชราบอกกล่าวคนอื่นๆให้เตรียมรับการจู่โจม และหากสบโอกาสก็ให้รีบหนี

แต่ในชั่วพริบตานั้น เส้นแสงสีดำพาดผ่านท้องนภา ท้องนภาที่กระจ่างใสถูกอาบย้อมจนกลายเป็นสีดำสนิท

ไม่นาน เส้นแสงกระบี่หลายหมื่นพุ่งทะลวงร่างอสูรแก่นทองคำ ทำให้ร่างพวกมันระเบิดเป็นหมอกโลหิต

ผู้เยาว์อาภรณ์ดำปรากฏบนท้องนภา ผมยาวพลิ้วไสว สัมผัสกระบี่แผ่พุ่งรอบกาย เข้าทำลายกองทัพอสูรอย่างต่อเนื่อง

เพียงชั่วพริบตา กองทัพอสูรนับแสนถูกสังหารจนหมด

“ใครกัน! นั่นใคร! ผู้อาวุโสไร้ดัดแปลงเหรอ?” หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญของวังสวรรค์อุทาน

แม้หมอกโลหิตจะบดบังจนไม่อาจมองเห็นผู้ที่ปรากฏตัวได้ชัด แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญก็รู้ว่ามีคนมาช่วย

พลังและการสังหารของผู้เยาว์อาภรณ์ดำ เทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกขั้นต้น

“นั่น… นั่น… ท่านซัวหมิง!” หยูเป่ยดวงตาเบิกกว้าง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

เมื่อหมอกโลหิตจางไป เงาร่างของผู้เยาว์คนนั้นก็ชัดขึ้น ผู้เยาว์ในอาภรณ์ดำผู้นั้นคือซัวหมิง

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆก็ตกตะลึง พวกมันคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะทรงพลังขนาดนี้

เหตุที่สังหารกองทัพอสูรได้ในพริบตา ย่อมเป็นเพราะสัมผัสกระบี่!

เหตุที่ร่างสลายเป็นเส้นแสงสีดำ ย่อมเป็นเพราะวิชาร่างวิญญาณ!

“ท่านหมิงแข็งแกร่งมาก!”

ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงตกตะลึง หนิงฝานที่แสดงพลังเต็มที่ยามนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกว่าตนเองอ่อนด้อยกว่ามาก

“สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว พวกข้าจะไปช่วยท่านหมิง!” ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“ไม่… ไม่จำเป็น แค่เขาคนเดียวก็พอแล้ว”

ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงกล่าว ชายชราสัมผัสได้ถึงปราณปีศาจที่แผ่ออกมาจากร่างหนิงฝาน

เป็นปราณปีศาจที่ทรงพลัง จนทำให้สัมผัสเทพของชายชราไม่อาจเปล่งอานุภาพได้เต็มที่ ปราณปีศาจที่รุนแรงระดับนี้ สมควรมาจากการสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณนับพัน

ชายชราฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด 4 พันปีจนทำให้บรรลุขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลง แต่หากเทียบกับหนิงฝานแล้ว ความแข็งแกร่งของชายชราไม่ควรค่าให่กล่าวถึงแม้แต่น้อย

โลหิตมังกร 16 หยดลอยขึ้นบนท้องนภา ราชาอสูรสัมผัสได้ถึงอันตรายร้ายแรงจากหนิงฝาน แต่เหล่าอสูรดวงจิตแรกเริ่ม 600 ตนที่อยู่แนวหลัง พวกมันมีสติปัญญาต่ำกว่าราชาอสูรมาก จึงกรูเข้าหาหนิงฝาน

แม้เบื้องหน้าจะเป็นกองทัพอสูรดวงจิตแรกเริ่ม 600 ตน แต่สีหน้าหนิงฝานยังไม่แปรเปลี่ยน สัมผัสกระบี่แผ่เข้าจู่โจม สังหารพวกมันทั้งหมดในชั่วพริบตา!

แววตาที่เย็นชาของหนิงฝานกวาดมองเหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้ง 12 จนทำให้คนเหล่านั้นเสียวสันหลังวาบ จากนั้นหันมองอสูรตัดวิญญาณทั้ง 16 ตน จนทำให้พวกมันต้องเร่งถอย

*โฮก!*

ราชาอสูรคำรามลั่น ปลุกเร้าโลหิตอสูรในร่างของผู้ติดตาม ทำให้เหล่าอสูรตัดวิญญาณฮึกเหิม ก่อนที่อสูรตัดวิญญาณตนหนึ่งจะวิ่งตะบึงเข้าหาหนิงฝาน

*ตูม!*

อสูรตัดวิญญาณร่างใหญ่พันจ้าง ตะปบกรงเล็บเข้าใส่ หนิงฝานต้านรับมือเปล่า เสียงจากการปะทะดังสนั่น

การปะทะทำให้ฝ่ามือของหนิงฝานขยับเล็กน้อย แม้อสูรตนนั้นจะทุ่มเต็มกำลัง แต่ไม่อาจผลักให้หนิงฝานถอยไปได้แม้แต่น้อย

นั่นหมายความว่า แม้ร่างกายจะบอบบาง แต่กลับทรงพลังเหนือกว่าอสูรตัดวิญญาณมาก

หนิงฝานกำมืออย่างแรง พลังมิติผันผวนเกิดเป็นรอยแยก 5 แห่ง ฉีกร่างของอสูรตัดวิญญาณจนมันร้องลั่นและตายไป

“เข้ามาพร้อมกันเลย!”

หนิงฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก้าวไปเบื้องหน้า ปรากฏกายหน้าอสูรตัดวิญญาณขั้นกลาง 2 ตนแล้วชกหมัดใส่พวกมันจนร่างระเบิด

อสูรตัดวิญญาณขั้นสูงหวาดกลัวและเร่งหลบหนี แต่หนิงฝานกลับคว้าหางขนาดยักษ์ของมันได้ก่อน

ร่างกายของหนิงฝานบรรลุถึงจุดสูงสุดของขอบเขตกระดูกหยกที่ 3 ทั้งยังได้วิชาแปลงศพเสริมความแข็งแกร่ง จึงทำให้ร่างกายของเขาทรงพลังเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทั่วไปมาก

หนิงฝานปลิดชีพอสูรตัดวิญญาณขั้นสูง แล้วพุ่งทะยานสังหารอสูรตนอื่นๆ กระทั่งเหลือเพียงราชาอสูรและอสูรตัดวิญญาณขั้นสูงสุดอีก 2 ตน

พวกมันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว! ราชาอสูรสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของราชาอสูรทั้ง 20 ตนในร่างหนิงฝาน

ราชาอสูรอย่างพวกมัน ไม่ใช่คู่มือของผู้เยาว์เบื้องหน้า!

“ป้ายสุสาน...” แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา แผ่นป้ายสุสานขนาดยักษ์ปรากฏเหนือท้องนภา 5 แผ่น ก่อนจะเคลื่อนเข้าใส่ราชาอสูรและผู้ติดตามอย่างรวดเร็ว

ป้ายสุสานสองแผ่นแยกถล่มเข้าใส่อสูรตัดวิญญาณขั้นสูงสุดสองตน บดขยี้ร่างพวกมันจนเละ ส่วนอีก3 ป้ายที่เหลือ ถล่มเข้าใส่ราชาอสูรจนร่างกายปริแตกไม่อาจรับไหว โลหิตไหลนองราวกับลำธาร

*โฮก!*

ราชาอสูรคำรามอย่างบ้าคลั่ง ยามนี้มันบาดเจ็บสาหัสและรู้ตัวดีว่าไม่อาจรอดพ้นความตาย จึงหวังสู้สุดชีวิต แต่หนิงฝานไม่ให้โอกาสมัน ปีกฟู่ลี่สยายออกที่แผ่นหลัง พัดกระพือส่งร่างให้ปรากฏเหนือศีรษะของมันแล้วเหยียบลง!

*โผล๊ะ*

ศีรษะอสูรขนาดยักษ์ระเบิดเละ เหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ

ผู้เชี่ยวชาญ 12 คนที่รอด สั่นสะท้าน

หนิงฝานปรากฏตัวเพียง 10 หายใจ แต่กลับจัดการอสูรทั้งกองทัพจนหมด แม้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นจะหวาดกลัว แต่ก็สำนึกในบุญคุณของหนิงฝาน

แต่ถึงอย่างนั้น ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงยังไม่กล้าวางใจคลายข่ายอาคม เพราะกลัวว่าหนิงฝานจะเข้ามาสังหาร

หนิงฝานในอาภรณ์ดำยามนี้น่ากลัวยิ่งกว่าอสูรทั้งกองทัพ ราวกับสามารถสังหารชายชราได้ในพริบตา

เมื่อเจตจำนงค์ทะลวงขอบเขตไร้ดัดแปลง ร่างหนิงฝานในอาภรณ์ดำ จึงแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงขั้นต้น

หนิงฝานสะบัดมือ ผนึกเอาโลหิตมังที่ได้เพิ่มอีก 200 หยดผนึกไว้ในหม้อ

เขาตรงไปยังข่ายอาคม ใช้มือสัมผัสข่ายอาคมเบาๆก่อนที่ข่ายอาคมจะสลาย!

“พวกท่านกลัวข้าเหรอ?” หนิงฝานกล่าวอย่างเย็นชา

“มะ...ไม่กล้า...” ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นเร่งกล่าว แต่นอกจากหยูเป่ยแล้ว คนอื่นๆที่กล่าวว่าไม่หวาดกลัว แต่ในใจยังหวาดกลัวอย่างที่สุด

“ท่านซัวหมิงแข็งแกร่งจนน่าทึ่งจริงๆ...” หยูเป่ยยิ้ม มันคาดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้จะได้เป็นสหายกับผู้เชี่ยวชาญที่น่ากลัวถึงระดับนี้

“วางใจเถอะ… ข้ามาช่วย...ไม่ได้มาฆ่า ว่าแต่ฉงเอ๋อร์ไม่อยู่เหรอ?” แม้หนิงฝานจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่เขากลับเป็นห่วงฉงเอ๋อร์ ทำให้หยูเป่ยรู้สึกขอบคุณและกลัวหนิงฝานน้อยลง

“ฉงเอ๋อร์นาง… อาจไม่รอดแล้วก็ได้ นางถูกซัดไปยังส่วนที่ 2 ได้ 3 วันแล้ว ถึงแผ่นป้ายชีวิตนางยังไม่แตก แต่ว่า...”

หยูเป่ยเล่าเหตุการณ์ที่น้องสาวของตนถูกราชาอสูรซัดตกลงไปในส่วนที่ 2 ทำให้หนิงฝานขมวดคิ้ว

บริเวณนั้นมีอสูรไร้ดัดแปลงอยู่ 3 ตน นางถูกซัดเข้าไปที่นั่นได้ 3 วัน เป็นไปได้สูงว่าอาจไม่รอด

แต่ในเมื่อป้ายแห่งชีวิตของนางยังไม่แตก นางอาจมีวิธีในการรักษาชีวิต

แต่หากยังทิ้งไว้แบบนี้ นางอาจไม่รอดจริงๆ

“บ่อโลหิตมังกรเปิดเป็นเวลา 1 เดือน หากยังไม่ครบกำหนดเราก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้ และยังไม่สามารถติดต่อกับคนภายนอกได้… ยังเหลือเวลาอีก 20 กว่าจะครบกำหนด พวกข้าทำได้เพียงภาวนาให้ท่านฉู่มาช่วยนาง แต่กว่าจะถึงยามนั้น นางคงได้ตายจริงๆ”

“แต่ก็เพราะนางที่วู่วาม จึงทำให้สหายเต๋าเหล่านี้ตกอยู่ในอันตราย โชคดีที่ไม่มีผู้ใดตาย… ข้าตัดสินใจจะไปช่วยนางในส่วนที่ 2 เพียงลำพัง… นี่คือกระเป๋าสมุนไพรที่พวกข้าช่วยกันหาเพื่อหวังเอาไปรักษามารดา ข้าขอร้องให้ท่านซัวหมิงนำสมุนไพรไปส่งยังตระกูลของข้าได้หรือเปล่า… เพราะข้าไม่มั่นใจว่าจะรอดกลับออกมา...”

หยูเป่ยจ้องมองหนิงฝานด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว พลางยื่นส่งกระเป๋าสมุนไพรให้หนิงฝานก่อนเตรียมทะยานเข้าสู่ส่วนที่ 2 อย่างกล้าหาญ

“ท่านไม่ต้องไปหรอก… ข้าจะไปพานางกลับมาเอง”

สีหน้าหยูเป่ยแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง หากหนิงฝานต้องเอาชีวิตไปทิ้งเพราะน้องสาวนาง มันคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

“ท่านซัว...” หยูเป่ยอยากจะติดตามไปด้วย แต่ชายชรากึ่งไร้ดัดแปลงกลับขวางไว้

“หากเจ้าไปก็รังแต่จะเป็นตัวถ่วงเท่านั้น หากไม่โชคร้ายจริงๆ ต่อให้ในส่วนที่ 2 มีอสูรไร้ดัดแปลง พวกมันคงไม่กล้าบุ่มบ่ามจู่โจมท่านหมิง แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต่อให้ท่านหมิงช่วยนางออกมาไม่ได้ แต่ท่านหมิงสมควรรักษาชีวิตกลับมาได้”

คำกล่าวของชายชราทำให้หยูเป่ยกล่าวไม่ออก หากเป็นก่อนหน้านี้คนอื่นๆอาจคิดว่าหนิงฝานเป็นคนชั่วร้าย แต่ยามนี้ไม่มีผู้ใดกล้าคิดว่าหนิงฝานเป็นคนชั่วแล้ว

เขาอาสาเสี่ยงชีวิตเพื่อไปช่วยน้องสาวของสหาย เหตุใดคนผู้นี้จะเป็นคนชั่วได้ อย่างน้อยๆ การกระทำของหนิงฝานก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้สึกอาย

“ช่างน่าขัน… พวกเราเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญฝ่ายธรรมะ แต่กลับไม่อาจรักษาคุณธรรมได้เท่าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอธรรม… ฝ่ายธรรมะหรืออธรรมสำคัญเช่นใด?” เหล่าผู้เชี่ยวชาญเศร้าใจ

หนิงฝานกระตุ้นปีกฟู่ลี่ มุ่งไปยังส่วนที่ 2 เต็มกำลัง หนิงฝานไม่ได้ช่วยฉงเอ๋อร์เพราะนางเป็นสาวงาม ไม่ใช่เพราะความถูกต้อง หรือไม่ใช่เพราะชื่อเสียง แต่เหตุผลเพียงอย่างเดียวที่เขายอมช่วย เพราะหยูเป่ยคือสหายคนหนึ่งของเขา

หนิงฝานไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปทิ้ง หากช่วยฉงเฉ๋อร์ได้เขาจะกลับมาทันที

“ทาส!” ก่อนที่หนิงฝานจะเข้าสู่ส่วนที่สอง เขานำเอาทาสขอบเขตไร้ดัดแปลงออกมา 3 ตน

หากมีทาสทั้งสามตนนี้อยู่ ต่อให้เข้าสู่ส่วนที่ 2 และรีบกลับออกมา ย่อมไม่เป็นปัญหา

เมื่อล่วงเข้าสู่ส่วนที่ 2 หนิงฝานแผ่สัมผัสเทพปกคลุมรัศมีแสนลี้ พบร่องรอยการต่อสู้มากมาย ทั้งยังพบกลิ่นอายของฉงเอ๋อร์

ร่องรอยและกลิ่นอายส่วนใหญ่ที่พบ เป็นของอสูรตัดวิญญาณ นางถูกอสูรเหล่านั้นตามล่า กระทั่งลงไปในบ่อโลหิต เหตุที่นางยังไม่ตายเพราะนางไม่ได้พบอสูรไร้ดัดแปลง

แต่ต่อให้นางไม่พบอสูรไร้ดัดแปลง การที่สตรีอยู่ในส่วนที่ 2 เพียงลำพังก็ยังอันตรายอยู่ดี

“นางเข้ามาที่นี่ได้ 3 วันแล้ว ข้าจะลองตามรอยนางไป แต่หากหานางไม่พบ ข้าจะกลับทันที”

หนิงฝานและทาสทั้งสามเร่งมุ่งหน้าไปตามทิศทางของกลิ่นอายของนาง

ระหว่างทางหนิงฝานพบอสูรจำนวนมากที่เข้าขวาง แต่ทาสของเขาก็จัดการพวกมันจนหมด

ในส่วนที่ 1 หนิงฝานสามารถใช้พลังตนเองได้ แต่ในส่วนที่ 2 นี้ เขาต้องพึ่งพาทาสทั้งสาม

ผ่านไปครึ่งวัน หนิงฝานพบคราบโลหิตของนาง ไกลออกไปในหุบเขาแห่งหนึ่ง เขาสัมผัสพบตัวนางที่ถูกอสูรจำนวนมหาศาลรายล้อม

“อสูรตัดวิญญาณ 140 ตน อสูรไร้ดัดแปลง 3 ตน… ต่อให้ข้ามีผ้าคลุมลวงสวรรค์ ก็ไม่อาจหนีพวกมันได้พ้น… ทำยังไงดี...”

หยูฉงเอ๋อร์ในยามนี้ขบฟันแน่น แม้ใบหน้าจะซีดขาวไร้โลหิต แต่นางไม่ยอมจำนน นางอุตส่าห์พบสมุนไพรที่จะนำไปรักษามารดา นางจึงตัดสินใจเข้าสู่รังราชาอสูรและขโมยมา

หากนางออกไปจากที่นี่ไม่ได้ ใครจะรักษามารดานางได้

“ท่านพี่คงเกลียดข้าเพราะข้ามันวู่วาม คนอื่นๆก็คงเกลียดข้าเช่นกัน”

เมื่ออสูรไร้ดัดแปลง 3 ตนเข้ามาใกล้ นางเริ่มสิ้นหวังไร้หนทาง

“ข้าไม่อยาก...”

เส้นแสงสีดำจำนวนมหาศาลพุ่งตรงเข้าใส่อสูรดวงจิตแรกเริ่ม หั่นร่างของพวกมันเป็นชิ้นๆ

ในชั่วพริบตานั้น นางรู้สึกราวกับถูกคนอุ้ม เมื่อนางแหงนหน้ามอง กลับพบบุรุษผู้หนึ่งที่โอบกอดนางไว้แนบกาย แต่มือข้างที่โอบกอดนั้น ไม่ได้รู้เลยว่าตำแหน่งที่กำลังจับอยู่คือหน้าอกของนาง

นางตั้งสติและเพ่งมองใบหน้าของคนผู้นั้นชัดๆ สีหน้านางแปรเปลี่ยน ปากอ้าค้างไม่อาจหุบ เพราะผู้ที่มาช่วยนางคือซัวหมิง!

“ซัว...ซัวหมิง เจ้ามาช่วยข้าทำไม… ข้า… ข้าไม่อยากให้เจ้าช่วย”

“อยู่เงียบๆก่อน!”

หนิงฝานขมวดคิ้วแน่น อสูรจำนวนมหาศาลรุมล้อมรอบทิศ ไม่มีเวลามาสนใจนาง

“ตาย!” อสูรไร้ดัดแปลง 3 ตนง้างหมัดเหวี่ยงเข้าใส่หนิงฝาน แต่เขาไม่อยากต่อกรกับพวกมัน จึงเร่งถอยหนีไปพร้อมกับทาสทั้งสามอย่างรวดเร็ว

อสูรไร้ตัดวิญญาณจำนวนมาก อสูรไร้ดัดแปลง 3 ตน ต่อให้หนิงฝานมีไพ่ตายมากมาย ก็ใช่ว่าจะสังหารพวกมันได้หมด

หากฝืนต่อสู้ พวกมันอาจเรียกกำลังเสริมมา เมื่อถึงยามนั้นหายนะอาจมาถึง

“ทาสไร้ดัดแปลง 3 ตน! เป็นไปไม่ได้!”

นางแตกตื่นเมื่อสังเกตุเห็นทาสทั้ง 3 ของหนิงฝาน นางคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะมีทาสติดตามที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ต่อให้เป็นตระกูลที่ทรงพลังในโลกพิรุณ ก็ยังไม่มีทาสระดับนี้

นางอยากจะถามหลายๆเรื่อง แต่นางรู้ว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหนี

นางหันมองไปข้างหลัง เหล่าอสูรยังติดตามไม่ลดละ อสูรไร้ดัดแปลงนั้นรวดเร็วมาก พวกมันตามหลังหนิงฝานมาติดๆ อยู่ห่างกันเพียง 300 จ้าง ราวกับจะหายใจรดต้นคอ

ไม่นาน หนึ่งในอสูรไร้ดัดแปลงเหล่านั้นอ้าปาก เตรียมจะพ่นบางสิ่งออกมา

“ระวัง!” นางอุทานด้วยความตกใจ

อสูรไร้ดัดแปลงเปล่งเสียงคำรามสะท้อนก้องไปรอบทิศ อานุภาพของมันรุนแรงพอที่จะสังหารหนิงฝานและนาง...

จบบทที่ GE390 ตามหาหยูฉงเอ๋อร์ [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว