เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE341 ส่งลู่หวู่ [ฟรี]

GE341 ส่งลู่หวู่ [ฟรี]

GE341 ส่งลู่หวู่ [ฟรี]


1 วัน… 10 วัน… 100 วันผันผ่าน

หนิงฝานใช้เวลาทั้งหมด 100 วันในการดูดกลืนผลึกดารา 5 หมื่นผลึก

รอบข้างมืดสนิท มีเพียงตัวเขาที่เปล่งแสงดาราระยิบระยับ

“ได้เวลาแล้ว...” หนิงฝานลุกยืนช้าๆ ยามนี้ปราณปีศาจในร่างของเขามีทั้งหมด 83470 เกราะ และปราณปีศาจของเขาก็ทะลวงขอบเขตตัดวิญญาณขั้นกลางแล้ว

ยามนี้ปราณปีศาจและปราณอสูรมีมากเกินกว่า 5 หมื่นเกราะ เหลือเพียงปราณดั้งเดิมเท่านั้นที่ต้องยกระดับ

หากผสานปราณทั้งหมดเข้าด้วยกัน พลังของหนิงฝานสมควรยกระดับถึงขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูง หากผสานกับวิชาดึงวิญญาณ ระดับพลังของเขาสมควรบรรลุขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงสุด

นอกจากปราณปีศาจที่ยกระดับ ร่างกายของเขาก็ยกระดับไปยังขอบเขตกระดูกหยกที่ 3 แต่เมื่อผสานกับร่างกายที่ยกระดับที่ด้วยวิชาแปลงศพ ทำให้หนิงฝานมีร่างกายที่แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้ที่บรรลุขอบเขตกระดูกหยกที่ 4!

นั่นหมายความว่า เขาสามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงสุดได้ด้วยมือเปล่า!

แต่สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดคือสิ่งที่ไม่ใช่การยกระดับพลัง

ตาขวาหนิงฝานปรากฏดาราปีศาจดวงที่ 2 นามว่า ‘ดาราเสริมกาย’! สามารถหยิบยืมพลังดาราเพื่อรักษาร่างกายที่บาดเจ็บได้

หนิงฝานชี้นิ้วขึ้นบนท้องนภา ดาราทมิฬ 5 ดวงปรากฏ

แสงดาราทมิฬที่ฉายอาบ ทำให้หนิงฝานสัมผัสได้ถึงพลังแห่งการรักษาที่ทรงอานุภาพ เทียบเท่าโอสถผันแปรที่ 5

“หากข้าสร้างดาราแห่งชีวิตได้ล้านดวง ระดับเพิ่มพูน ต่อให้เป็นเซียนก็สังหารข้าไม่ได้! ช่างเป็นวิชาที่ทรงพลังนัก หากข้าแข็งแกร่งขึ้น อานุภาพของวิชาก็ยิ่งเพิ่มพูน”

หนิงฝานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เดิมทีเขาหมายครอบครองดาราจักรพรรดิเพื่อยกระดับพลัง แต่ยามนี้ดูเหมือนสิ่งที่ได้จะมากกว่านั้นจนคาดไม่ถึง

หากหนิงฝานกลับไปยังทะเลไร้สิ้นสุดยามนี้ ย่อมไม่มีผู้ใดที่จะทำอันตรายเขาได้ ต่อให้เป็นลู่เจี่ยเฟินพบเขา มันยังต้องถอย

“วันที่ข้าเข้าสู่ทะเลไร้สิ้นสุดครั้งแรก ข้าสังหารคนของวังผนึกอสูรไปมากมายเพื่อช่วยเชียนสื่อ… ตอนนี้ พวกมันไม่นับเป็นภัยคุกคามอีกต่อไป ตราบใดที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลง ก็ไม่มีผู้ใดสู้ข้าได้!”

“หากกลับสู่ทะเลทะเลส่วนนอก ข้าคงต้องช่วยเยว่เอ๋อร์คืนสู่เกาะมิติเทพ จากนั้น… ก็ถึงคราวที่ข้าต้องกลับบ้าน ข้าจากที่นั่นมานานมากแล้ว”

หนิงฝานมองดาราเหนือศีรษะด้วยสาตาที่อ่อนโยน

เขามีภรรยา มีอาจารย์ และน้องชายที่รออยู่...

“ข้ายังมีมารดาอยู่ด้วย...” เมื่อครั้งที่ทะลวงขอบเขตตัดวิญญาณ เขาได้เข้าไปอยู่ในโลกใบหนึ่งที่มีมารดาอยู่ข้างกาย ภาพเหตุการณ์ในยามนั้น เขาไม่เคยลืม

บางที… มารดาของหนิงฝานอาจมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“ข้าไม่มีบิดาและมารดาข้างกายยามเด็ก จึงไม่รู้จักความอบอุ่นที่ได้จากพวกท่าน… น่าเสียดายที่ได้อยู่กับท่านแม่น้อยไป แต่ไม่ว่ายังไง ข้าก็อยากจะเจอท่านแม่สักครั้ง”

จิตใจหนิงฝานคืนสู่ความสงบ เขารู้ว่ายามนี้ยังไม่ใช่ยามที่ตนเองจะคิดเรื่องเหล่านี้

เมื่อถึงคราวที่ต้องกลับไป คงมีทั้งคนที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง และคนที่ต้องแยกจาก

การได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับพวกนาง จะเป็นความทรงจำที่หนิงฝานไม่มีวันลืม

เขาไม่เคยพูดคำหวานกับสตรีของตน เขาเพียงแสดงออกอย่างจริงใจกับพวกนาง แม้จะพึ่งพบพานพวกนางได้ไม่นาน แต่เขาก็ไม่อยากแยกจากพวกนางแม้แต่น้อย

ยามนี้ ยังเหลืออีกหนึ่งสิ่งที่หนิงฝานต้องทำ นั่นคือช่วยปลดผนึกให้ลู่หวู่

หากมันหลุดจากพันธะนาการนี้ได้ มันจะโอกาสได้กลับไปเกิดใหม่ และเริ่มฝึกฝนวิชาอีกครั้ง

โลกในห้วงความคิดแตกสลาย ตัวเขาที่ยืนนิ่งอยู่ในวังยักษ์นับร้อยวันลืมตาขึ้นในที่สุด แรงกดดันของเขาเพิ่มพูนเป็นสองเท่า ดูราวกับว่าแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มาก

“ตื่นแล้วเหรอ? ดี...ดี… เจ้าบรรลุวิชาดาราทมิฬในเบื้องต้นแล้ว หากเจ้ามีโอกาสฝึกฝนวิชาต่อไป สักวัน เจ้าอาจจะกลายเป็นจักรพรรดิดาราคนใหม่!” ลู่หวู่จ้องมองหนิงฝาน

“ผู้อาวุโสชมข้าเกินไปแล้ว” หนิงฝานรู้ว่าตนเองยังห่างชั้นกับคำว่าจักรพรรดิดาราอยู่มากเกินจิตนาการ

“ก่อนหน้านี้ข้ากล่าวว่าจะช่วยข้าคลายผนึก… ยามนี้เข้าได้สืบทอดดาราจักรพรรดิ สมควรถึงเวลาเติมเต็มคำสัญญาแก่ท่าน!”

“คลายผนึก? ฮ่าฮ่า ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้” ดวงตาลู่หวู่เป็นประกาย มันถูกผนึกมานานแสนนาน ในแต่ละคืนมันต้องทนกับความเจ็บปวดที่ยกจะรับ

หากมันหลุดพ้นจากพันธะนาการ  ดวงจิตของมันก็มีโอกาสไปเกิดใหม่ และเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง

สำหรับมนุษย์แล้ว ความตายคือสิ่งที่น่ากลัว แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญแล้ว การถูกทำลายดวงจิตจนไม่อาจเกิดใหม่ได้นั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า

โลกแห่งผู้เชี่ยวชาญคือโลกของคนที่เห็นแก่ตัว แต่อีกมุมก็ยังมีด้านดีอยู่เช่นกัน

“ผู้อาวุโสทนเจ็บสักเล็กน้อย ข้าจะช่วยท่านคลายผนึกเอง!”

หนิงฝานเยียบย่างนภาขึ้นไปบนหลังของลู่หวู่ นั่งลงบนนั้นพลางใช้มือสัมผัสกับผนึกที่อยู่บนร่าง ไม่นาน ปลายนิ้วของหนิงฝานก็ปรากฏเปลวเพลิง ผนึกปีศาจเปล่งพลังต่อต้านและเผานิ้วของหนิงฝาน

อำนาจของผนึกน่ากลัวกว่าที่หนิงฝานคิดไว้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขากลัว เพราะเขามีวิชาดาราทมิฬช่วยฟื้นฟูนิ้วจนหายสนิทในเวลาอันสั้น

“ผนึกปีศาจนี้ใช้ลงทัณฑ์อสูรที่ทรงพลัง เมื่ออสูรตนนั้นตาย ดวงจิตจะถูกผนึกไม่ให้กลับเกิดใหม่อีกครั้ง ผู้ที่ลงผนึกได้นั้นคือผู้ที่ครอบครองโลหิตของเผ่าพันธุ์จักรพรรดิ และมีเพียงผู้ครอบครองโลหิตระดับเดียวกันเท่านั้น จึงจะคลายผนึกได้”

ลู่หวู่กล่าวด้วยความขุ่นเคือง มันถูกสลักผนึกลงในร่างเมื่อคราวอดีต ดังนั้นมันจึงต้องทนทุกข์มาจนถึงวันนี้

“ถ้าเจ้าคลายผนึกได้จริง ความเจ็บปวดที่เจ้าว่าย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะข้าทนกับความเจ็บปวดมานับร้อยล้านปีแล้ว!”

แววตาของลู่หวู่หนักแน่นไม่หวั่นไหว แววตาเช่นนี้ หนิงฝานเคยพบเห็นจากความทรงจำของเผ่าพันธุ์ฟู่ลี่ แม้จะต้องเผาโลหิตจดแห้งเหือด พวกมันก็ไม่ยอมจำนน นั่นคือจิตใจที่แข็งแกร่งของเผ่าพันธ์ฟู่ลี่

“ท่านวางใจเถอะ… ข้ารับปากลู่ตู้เฉินว่าจะช่วยท่าน ข้าย่อมไม่ผิดคำสัญญา… ผู้ที่ลงผนึกบนร่างท่านมีสายเลือดอสูรที่แข็งแกร่ง จนเกือบหลอมรวมโลหิตของเผ่าพันธุ์จักรพรรดิได้ครึ่งหยด แต่จำนวนแค่นั้นย่อมไร้ค่าในสายตาข้า!”

หนิงฝานขบกัดปลายลิ้น พ่นโลหิตสีดำลงบนผนึกบนร่างของลู่หวู่ ส่งผลให้ผนึกสั่นเทาอย่างรุนแรง

โลหิตครึ่งหยดแล้วยังไง? หนิงฝานมีโลหิตเผ่าพันธุ์จักรพรรดิถึง 4 หยด ซ้ำยังเป็นโลหิตของเผ่าพันธุ์ฟู่ลี่ที่ทรงพลัง

“สลายไปซะ!”

โลหิตสีดำแปรเปลี่ยนเป็นหมอกสีดำปกคลุมร่างลู่หวู่ เสียงแตกหักดังมาจากผนึกพร้อมกับผนึกที่ค่อยๆสลายไป

ร่างกายลู่หวู่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันดูดซับเอาปราณรอบข้างเข้าไป สีหน้าแปรเปลี่ยนตื่นเต้น

ผนึกคลายแล้ว! ดวงจิตของมันจะกลับไปเกิดใหม่ได้อีกครั้งแล้ว!

ลู่หวู่เปล่งเสียงคำรามดังสนั่น แสงสีขาวเป็นสายฉายขึ้นจากร่างลู่หวู่ มุ่งสูงขึ้นไปยังท้องนภา ดวงจิตของลู่หวู่ถูกนำพาขึ้นไปตามลำแสง

“ขอบคุณมาก… ขอบคุณจริงๆ! ข้าเฝ้ารอที่จะไปเกิดใหม่มานานมากแล้ว!”

“ผู้อาวุโสไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า ข้าเพียงเติมเต็มคำสัญญาที่ให้ไว้เท่านั้น”

หนิงฝานถอยห่างจากร่างดวงจิตของลู่หวู่พลางมองอีกฝ่ายด้วยความดีใจ

สำหรับคนอื่นแล้ว ความตายเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่สำหรับลู่หวู่แล้ว การที่ตายและได้ไปเกิดใหม่นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี

แต่ก่อนที่ดวงจิตของลู่หวู่จะหายไป หนิงฝานนำขวดสุราสองขวดออกมาจากกระเป๋า ขวดหนึ่งถือไว้ อีกขวดโยนให้ลู่หวู่

“ข้าขอให้สุรานี้ส่งท่าน หากไม่ดื่มฉลองคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย!”

ลู่หวู่ดวงตาเบิกกว้างก่อนจะหัวเราะชอบใจ จากนั้นเปิดขวดและยกสุราจนหมดในคราวเดียว

ยามนี้ สายตาที่ลู่หวู่จ้องมองหนิงฝาน คล้ายกับยามที่มันจ้องมองสหายคนสนิทของตน

“ฮ่าฮ่า… เป็นการฉลองที่ไม่เลว ทุกคนล้วนหวาดกลัวความตาย หวาดกลัวที่จะได้ไปเกิดใหม่ แต่สำหรับข้า การไปเกิดใหม่เป็นเพียงการเดินทางที่ยาวนานเท่านั้น หากมีโอกาส เราคงได้ดื่มสุราร่วมกัน”

ดวงจิตที่สลายหายไปของลู่หวู่ ทำให้หนิงฝานเข้าใจในชีวิตและความตายมากขึ้น

ชีวิตถัดไปของลู่หวู่อาจเกิดเป็นเพียงชาวนา ทหาร หรืออื่นๆ ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะได้กลับมาเป็นผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

วังยักษ์หม่นแสง เหลือเพียงหนิงฝานที่ยืนอยู่ภายในเพียงลำพัง เขาหวนนึกถึงตำราเล่มหนึ่ง

เขานำตำราที่เก็บไว้นานออกมา ตำราเล่มนี้เขาได้มาจากนิกายกุ่ยเชว่ ภายในตำราว่างเปล่า มีเพียงหน้าปกที่สลักข้อความไว้

เดิมทีหนิงฝานไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้เขียนตำราเล่มนี้ แต่ยามนี้ เขารู้แล้วว่าเป็นผู้ใด เพราะจากลายมือบนหน้าปก เป็นลายมือเดียวกันกับเทพเซียนสื่อเซ่า

“ครั้งหนึ่งเทพเซียนสื่อเซ่าเคยร่วมพิธีส่งศพ...”

“วันนี้ข้าเองก็มีโอกาสได้ร่วมเหตุการณ์อย่างที่ท่านเคยประสบ ข้าได้ส่งผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ ให้เข้าสู่วัฎสงสาร ให้คนผู้นั้นได้มีโอกาสเกิดใหม่”

ขณะที่หนิงฝานกล่าวอยู่นั้น ตำราในมือก็เปล่งแสงสีม่วง มันพลิกเปิดไปยังหน้าแรกด้วยตนเอง กระดาษหน้านี้เดิมไม่มีตัวอักษรใดๆ แต่ยามนี้กลับปรากฏตัวอักษร

ผู้ที่ตายก็เหมือนตะเกียงที่มอดดับ วัฏสงสารก็เหมือนเปลวเพลิงที่จุดต่อชีวิตมนุษย์

แม้จะทรงพลังเพียงใด ยังไม่อาจหลีกพ้นความตาย ทั้งหมดคือสัจธรรม

หนิงฝานขมวดคิ้ว เพราะตัวอักษรที่ปรากฏทั้งหมดนั้น เกิดจากพลังแห่งชีวิต!...

จบบทที่ GE341 ส่งลู่หวู่ [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว