เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE339 สืบทอดดาราจักรพรรดิ [ฟรี]

GE339 สืบทอดดาราจักรพรรดิ [ฟรี]

GE339 สืบทอดดาราจักรพรรดิ [ฟรี]


ข่ายอาคมวังทมิฬถูกพลังที่รุนแรงกัดกร่อนจนแทบพังทะลาย แต่ถึงอย่างนั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

นับว่าโชคดีที่หนิงฝานได้วิธีการผ่านข่ายอาคมมาจากลู่ตู้เฉิน ทำให้เขาผ่านส่วนนอกของมันทั้งหมดเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

ถัดเข้าไปในส่วน เขาต้องผ่านประตูแห่งชีวิต หลังจากนั้น เขาก็จะถึงยังสถานที่ที่ดวงจิตของลู่หวู่ถูกผนึกอยู่

มิติรอบข้างแตกสลาย ท้องนภาสดใสถูกแทนที่ด้วยมิติดำทมิฬ ก้อนอิฐและเศษสิ่งต่างได้ลอยเคว้งไร้จุดหมาย

ท่ามกลางเศษสิ่งต่างๆเหล่านั้น หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีจ้องมองประตูบานยักษ์เบื้องหน้า

หนิงฝานกินโอสถผันแปรที่ 5 มากมายเข้าไปเพื่อสะกดอาการบาดเจ็บไว้ชั่วคราว จากนั้นมุ่งตรงไปยังประตูบานยักษ์ เพื่อผ่านเข้าไปยังสถานที่ที่ลู่หวู่ถูกผนึก

เหล่าสตรีคนอื่นๆของหนิงฝาน บ้างถอนหายใจด้วยความโล่งอก บ้างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น บ้างเศร้าใจ พวกนางไม่อยากเชื่อว่าพวกตนจะรอดมาได้

มังกรทมิฬและทาสในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงคอยคุ้มกันข้างกายหนิงฝาน แม้พวกมันจะได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ก่อนหน้ามาไม่น้อย นอกจากนี้ ทาสทั้ง 3 ตนที่ได้มาใหม่ ก็ทำหน้าที่ของพวกมันเช่นเดียวกัน

“พี่ลู่เป่ย! ทาสสามตนนี้คืออสูรมิติงั้นเหรอ! พี่เป่ยเหยาสุดยอดมากที่เปลี่ยนให้พวกมันเป็นทาสได้!” ซีหลานกล่าวด้วยความตื่นเต้น พลางร่ายรำกระบี่จู่โจมพวกมันไม่ขาด แต่ก็ยังสร้างรอยขีดข่วนให้พวกมันไม่ได้อยู่ดี

แม้พวกมันจะยังเป็นทาสที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทรงพลังในระดับไร้ดัดแปลงขั้นต้น

“อืม...” หนิงฝานถอนหายใจ นางเป่ยเหยาจะสังหารจริงๆ พวกมันคงไม่รอด

ยามนี้เป่ยเหยายังไม่ได้เก็บตัวฟื้นพลัง หลังจัดการอสูรมิติเสร็จ นางได้ผนึกพลังของตนเอาไว้ในขอบเขตตัดวิญญาณ หากนางมีเวลาเก็บตัว นางจะฟื้นคืนพลังดังเดิม

ที่นางต้องทำเช่นนั้น เพราะนางต้องรักษาอาการบาดเจ็บก่อน

หลัวโยว่เองหลังจากให้หนิงฝานหยิบยืมพลัง ทำให้ดวงจิตของนางสูญเสียพลังไปมาก นางจึงต้องเข้าสู่การหลับไหลอีกครั้ง

หนิงฝานปิดบังเรื่องของหลั่วโยว่กับเป่ยเหยาเอาไว้ ยามนี้ เขาตัดสินใจว่าหากกลับไปยังทะเลไร้สิ้นสุดส่วนนอกเมื่อไหร่ จะหาสิ่งที่ใช้เสริมพลังให้กับดวงจิตของนาง

“โชคดีที่พี่เป่ยเหยาจัดการพวกมันได้ พวกข้าถึงยังรอดอยู่… คาดไม่ถึงว่าพี่เป่ยเหยาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหลีกหนีความจริง...”

วู่หยานทราบซึ้งใจในตัวเป่ยเหยา แต่นั่นกลับทำให้เป่ยเหยารู้สึกผิด

“ถ้าไม่เป็นเพราะข้า… พวกเข้าคงไม่ต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้… ทั้งหมดเป็นความผิดข้างเอง”

“ข้าไม่สมควรได้รับคำขอบคุณ… ข้าสมควรขอโทษพวกเจ้ามากกว่า”

“เอาเถอะ… ข้าว่าตอนนี้เราต้องสนใจว่าเราต้องทำอะไรต่อ แตงกวาน้อย… รีบไปได้แล้ว ถ้ามัวช้าจนอสูรมิติตัวอื่นตามมาจะกลายเป็นปัญหาเอา”

“อืม… เราต้องรีบไปให้เร็วที่สุด” หนิงฝานพยักหน้าพลางกระตุ้นปีกฟู่ลี่เร่งความเร็วเต็มพิกัด

เบื้องหน้ามีประตูขนาดยักษ์หลายบาน ในหมู่ประตูเหล่านั้นมีมีประตูอยู่บานหนึ่งมีสีขาว แต่ทอประกายสีทอง หนิงฝานพาทั้งหมดมุ่งไปที่ประตูบานนั้น แล้วผ่านประตูเข้าไป

เมื่อทั้งหมดผ่านประตู ประตูรอบนอกของข่ายอาคมวังทมิฬทั้งหมดพังทะลาย วังดาราขนาดใหญ่สลายหายไปในพริบตา!

ผ่านไปหลายวัน ประตูมิติ 3 บานปรากฏในวังสวรรค์ พร้อมกับการปรากฏตัวของอสูรมิติ!

หนึ่งในพวกมันมีเข็มทิศในมือ ราวกับกำลังตามรอยกลิ่นอายของเป่ยเหยา

หากตำแหน่งของนางและพวกมันอยู่ห่างกันไม่เกินพันล้านลี้ พวกมันจะตามรอยนางได้

แต่ทันทีที่อสูรมิติทั้ง 3 มาถึงวังสวรรค์ เข็มทิศของพวกมันกลับแปลกไป ราวกับไม่อาจสัมผัสถึงกลิ่นอายของเป่ยเหยาได้

ชายชราหนึ่งในอสูรมิติจ้องมองรอบพลางขมวดคิ้ว

“วังดาราหายไป! นางก็หายไป! เกิดอะไรขึ้น หรือว่านางจะซ่อนตัวอยู่ในจักรวาลกลาง?”

“ฮึ่ม! นางโชคดีที่หนีรอดไปได้ แบบนี้เราจะอธิบายกับผู้อาวุโสใหญ่ยังไง?”

“อธิบาย… จะอธิบายยังไง เจ้าดำกับน้องของมัน เย่ลู่กับเย่กู่ก็ถูกสังหาร… ผู้อาวุโสใหญ่ต้องโกรธอยู่แล้ว!”

“ตามความทรงจำที่เราได้มาจากพวกแดนสวรรค์เหนือ พวกมันมีความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ชื่อลู่เป่ย เจ้าดำต่อสู้กับเด็กนั่นแต่ไม่อาจตัดสินแพ้ชนะได้… หลังจากนั้นนางก็ปรากฏกายออกมาจากกระเป๋าของเด็กนั่น... หรือว่าเด็กนั่นเป็นคนขวางไม่ให้จัดการนางได้?”

“เป็นไปไม่ได้… ถึงเจ้าดำจะบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็เป็นเซียน ขอบเขตตัดวิญญาณที่ไหนจะต่อสู้กับมันได้สูสี… ไม่ต้องสนใจเด็กนั่นหรอก ข้าว่าเราต้องเร่งกลับไปรายงานผู้อาวุโสใหญ่เรื่องนี้!”

เมื่อพวกมันตกลงกันเสร็จสรรพ พวกมันก็เร่งกลับไปทันที

หนิงฝานไม่รู้ว่าหลังจากเขาผ่านประตูเข้าไป จะทำให้วังดาราหายไปด้วย และเขาก็ไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาหายไปไม่กี่วัน อสูรดาราก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

หลังจากผ่านประตูเข้ามา หนิงฝานเห็นสถานที่ที่ถูกปกคลุมม่านหมอก ทั้งหมดมุ่งเดินทางอยู่หลายวัน ก่อนจะถึงวังขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง

ม่านหมอกปกคลุมวัง มองเห็นลักษณ์ของมันไม่ชัดนัก แต่ที่น่าแปลกคือ  วังแห่งนี้ไม่มีทางเข้า

เมื่อเข้าไปใกล้ หนิงฝานสัมผัสกลิ่นอายทรงพลังแผ่ออกมา ราวกับว่าภายในนั้นดวงจิตของลู่หวู่อยู่

เป่ยเหยากล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ “วังเมฆา… ถ้าข้าเดาไม่ผิด สูงขึ้นไปบนวังดาราแห่งนี้มีข่ายอาคมสังหารระดับเซียนอยู่ หากจะเข้าไป ก็ต้องมีกุญแจวังดาราอยู่กับตัวหรือไม่ก็ต้องเป็นจักรพรรดิเซียนเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีผู้ใดเข้าไปภายในได้ และที่ใจกลางของวังแห่งนี้ ก็มีดวงจิตที่ถูกผนึกมานานนับหลายร้อยล้านปี...”

สตรีคนอื่นๆตกตะลึง แต่หนิงฝานยังคงสีหน้าสงบ วังขนาดยักษ์เบื้องหน้า เขาเคยเห็นเมื่อครั้งที่เขายังเป็นผีเสื้อ

“วังเซียนแห่งนี้คือวังของจักรพรรดิเซียน… ครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่อาศัยของจักรพรรดิดารา”

“ดวงจิตของลู่หวู่อยู่ภายในนั้น ที่ลู่ตู้เฉินขอให้ข้าเข้าไปช่วยลู่หวู่ภายในนั้น เพราะข้าเป็นมนุษย์ มีโลหิตเผ่าพันธุ์จักรพรรดิที่สามารถทำลายผนึกของลู่หวู่ได้… ผนึกที่ใช้กับลู่หวู่คือผนึกที่ใช้ลงทัณฑ์อสูรเผ่าพันธุ์จักรพรรดิ นามว่า ‘ผนึกแห่งบาป’ หากผู้ที่ต้องผนึกตาย ดวงจิตของคนผู้นั้นจะถูกผนึกไปชั่วนิรันดร์ ไม่สามารถกลับมาเวียนไหว้ได้เหมือนทั่วไป… แต่ผนึกที่ว่าจะมีผลกับเผ่าพันธุ์อสูรเท่านั้น ดังนั้นข้าที่เป็นมนุษย์ถึงจะช่วยถอนผนึกได้งั้นเหรอ?”

“วังดาราไม่มีประตู ข้าจะเข้าไปได้ยังไง? หรือต้องให้ลู่หวู่เปิดประตูจากภายใน?”

หนิงฝานขบคิดพลางนำแผ่นภาพโบราณบางอย่างออกมา

ในภาพมีรูปวาดอสูรสิงโตสวมเกราะทองคำ ยืนอยู่เหนือรถเพลิงทองคำ ทำหน้าที่เป็นผู้ลากรถ

รถเพลิงทองคำคันนั้นจอดอยู่นสวนสมุนไพรแห่งหนึ่ง ไกลออกไปหลังสวมสมุนไพร มีวังขนาดยักษ์ที่ปกคลุมด้วยหมอกอยู่

ลู่ตู้เฉินเป็นผู้มอบแผ่นภาพใบนี้ให้ ผู้ที่วาดคือเซียนที่อยู่ในลานสวรรค์โบราณ

เมื่อเห็นหนิงฝานนำภาพวาดออกมา วู่หยาน ซีหลาน และเยว่หลิงคงก็สนใจ

“นี่มัน...ภาพวาดเซียน! เป็นภาพวาดที่มีทั้งความจริง คำลวง ความว่างเปล่า และการคืนชีพ แม้จะเป็นเพียงภาพวาด แต่ผู้ที่วาดมันขึ้นมาคือเซียน เป็นเหมือนสมบัติชิ้นสำคัญ!” เยว่หลิงคงกล่าว

“อืม… หากภาพวาดนี้ตกไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลง มันจะกลายเป็นเหมือนคัมภีร์ที่สามารถชักนำพลังในขอบเขตไร้แบ่งแยกเพื่อสังหารศัตรูได้… ภาพวาดนี้ล้ำค่า แม้เป็นขอบเขตก้าวผ่านความจริงหรือหลีกหนีความจริงก็ยังต้องการ...” เป่ยเหยากล่าว

หนิงฝานไม่ใส่ใจกับสิ่งที่พวกนางกล่าว เขาเพียงพยายามค้นหาทางเข้าวังจากในภาพ

หลังจากดูไปสักพัก หนิงฝานเก็บภาพ หันมองไปยังวังยักษ์ ป้องมือกล่าว “ผู้เยาว์คือนายกองแห่งเผ่าลั่วหยุนนามลู่เป่ย… มาที่นี่เพื่อช่วยท่านลู่หวู่ถอนผนึกแห่งบาป และสืบทอดดาราจักรพรรดิ ขอท่านลู่หวู่เปิดประตูวังให้ข้าด้วย!”

เสียงของหนิงฝานสะท้อนก้องไปทั้งวัง เมื่อเสียงดังสะท้อนได้ครู่หนึ่ง เสียงอสูรขนาดยักษ์ขยับกายดังมา

ก่อนจะปรากฏเสียงของอสูรดังสนั่น “นายกอง? อ้อ… คนที่ลู่ตู้เฉินไหว้วานมา นั่นภาพวาดขุมทรัพย์เซียนทองคำ เป็นภาพวาดที่ข้ามอบให้ลู่ตู้เฉิน… การที่เขามอบภาพนี้ให้เจ้า แสดงว่าเจ้าเป็นคนที่เขาไว้ใจ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะมาช่วยข้าถอนผนึก และสืบทอดดาราจักรพรรดิสินะ...”

*ตูม!*

เสียงระเบิดดังสนั่น แรงกดดันเทียบเท่าขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นสูงสุดปรากฏ สร้างกระแสลมที่รุนแรงพัดพาเข้าใส่หนิงฝานราวกับกำลังทดสอบ

ดวงตาซ้ายหนิงฝานเปล่งแสงสีม่วง กระตุ้นให้กระแสลมแหวกทางหลีกให้เขา

“ถูกตามที่ท่านกล่าว… ข้อแรกที่มาก็เพื่อเติมเต็มคำสัญญา… อีกข้อคือข้าต้องการดาราจักรพรรดิ ผู้อาวุโสโปรดเปิดประตูวังให้ข้าด้วย!”

หนิงฝานกล่าวพลางเก็บภาพวาดไป จากนั้นนำตัวหมากกระดานสีดำออกมา

เขาสามารถต้านรับแรงกดดันของลู่หวู่ได้ด้วยการกระตุ้นโลหิตฟู่ลี่ในร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ลู่หวู่ตกตะลึง เพราะหนิงฝานอยู่เพียงขอบเขตตัดวิญญาณขั้นกลาง แต่กลับต้านรับแรงกดดันของตนได้

แต่เมื่อสังเกตุเห็นหมากกระดานสีดำในมือ ลู่หวู่ก็ถอนแรงกดดันทันที

“เจ้าผ่านการทดสอบ!”

หนิงฝานไม่รู้ว่าตัวหมากสีดำมีความอะไร แต่นอกจากลู่หวู่แล้ว คนอื่นๆคงไม่รู้

ในอดีตก่อนที่ลู่หวู่จะหลับไหล มันได้มอบกุญแจดอกหนึ่งให้ลู่ตู้เฉิน

จากนั้นผู้ที่ได้กุญแจต้องเข้าสู่วังดาราและหากุญแจส่วนที่สองให้พบ ซึ่งก็คือตัวหมากสีดำ เมื่อได้มาแล้ว ต้องเข้าถึงพลังดาราทมิฬผ่านตัวหมากให้ได้ จึงจะมีสิทธิ์ได้ครอบครองดาราจักรพรรดิ ซึ่งฝานทำได้ทั้งหมดแล้ว

ในชั่วพริบตาก่อนที่ลู่หวู่จะเปิดประตูวัง มันเหลือไปเห็นศพนางสวรรค์ สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง จนลืมแม้กระทั่งเปิดประตู!

“องค์หญิง!”

มันตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลานสวรรค์โบราณถูกทำลายมาแล้ว 150 ล้านปี มันไม่เคยคิดว่าจะได้พบกับองค์หญิงอีก

ลู่หวู่เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่ลานสวรรค์ถูกทำลาย แต่ก็แลกมากับการที่ต้องสูญเสียความทรงจำ แต่ถึงอย่างนั้น มันยังจำจักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่ และองค์หญิงของมันได้

แม้มันจะตกตะลึงในสายเลือดอสูรของหนิงฝาน แต่มันตกตะลึงยิ่งกว่าที่หนิงฝานมาพร้อมกับองค์หญิงของมัน มันไม่รู้ว่าหนิงฝานคือผีเสื้อน้อยตัวนั้น ตัวที่ชอบบินวนอยู่ในสวนสมุนไพร คลอเคลียข้างกายองค์หญิงของมัน

เสียงระเบิดดังสนั่น ข่ายอาคมสังหารหม่นแสง

“ลู่เป่ย! เข้ามาในวังดาราได้ เจ้าคือผู้ที่จะได้รับดาราจักรพรรดิ แต่คนอื่นห้ามเข้ามา… สถานที่แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของจักรพรรดิสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ นอกจากผู้ถือครองกุญแจและผู้ที่มีพลังในขอบเขตจักรพรรดิเซียน คนอื่นเข้าไม่ได้!”

ประตูวังที่ซ่อนอยู่เปิดออก หนิงฝานเดินผ่านประตูเข้าไป ปล่อยให้เหล่าสตรีเฝ้ารออยู่ภายนอก

ทันทีที่ผ่านประตูเข้าไป หนิงฝานสัมผัสได้ว่าหมากกระดานสีดำคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาเข้าไปในวังได้ หากไม่มีมัน เขาอาจถูกสังหาร

ภาพที่ปรากฏด้านหลังประตูวัง คือถ้ำที่มืดสลัว หนิงฝานทะยานไปตามเส้นทางพักใหญ่ ก่อนจะหยุดฝีเท้า

ภาพที่หนิงฝานเห็นเบื้องหน้าคืออสูรร่างกายใหญ่โตกว่า 8 พันจ้าง ทั่วร่างปกคลุมด้วยขนสีขาวกระจ่างราวกับปุยเมฆ แต่สิ่งที่เห็นนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง เป็นเพียงภาพลวงตา

บนร่างอยู่อสูรตนนั้นมีรอยสลักสีแดงโลหิตอยู่

“ข้าคือลู่หวู่… ข้ารู้สึกราวกับว่าเคยพบเจ้ามาก่อน… แปลกจริงๆ”

“ข้าเองก็รู้สึกเหมือนท่าน”

หนิงฝานยังคงจำได้ว่า ยามที่เขาทะลวงขอบเขตตัดวิญญาณ และมีโอกาสได้สัมผัสกับพลังแห่งชีวิต เขาได้ย้อนเห็นภาพที่ตนเองคือผีเสื้อน้อยบินวนในสวนสมุนไพร เห็นลู่หวู่ยืนตระหง่านอยู่บนรถเพลิงทองคำ

ลู่หวู่ในยามนี้ไม่ใช่อสูรที่ยิ่งใหญ่ในวันวาน เป็นเพียงผู้ที่สิ้นชีพ เหลือไว้เพียงดวงจิตที่ถูกผนึกไว้ไม่ให้กลับสู่วัฏแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

ถึงมันจะจดจำมู่เหว่ยเหลียงได้ แต่มันคงไม่รู้ว่านางตาย และไม่รู้ว่านางเพราะสาเหตุอะไร

“พลังแห่งชีวิตคือพลังที่ยิ่งใหญ่ แม้จะแข็งแกร่งเพียงใดยังไม่อาจรอดพ้น...”

หนิงฝานจ้องมองลู่หวู่พลางขมวดคิ้ว “ผนึกที่พันธะนาการตัวท่านคือผนึกแห่งการลงทัณฑ์ เมื่อท่านตาย มันจะผนึกดวงจิตของท่านให้คงอยู่ ณ ที่แห่งนี้ไปตลอดกาล”

“อืม… ผนึกนี่ทำให้ข้าไปไหนไม่ได้ ก่อนที่ข้าจะเข้าสู่นิทรา พวกตระกูลใหญ่ได้สั่งให้ข้าส่งดาราจักรพรรดิให้ แต่ข้าไม่ยอม พวกมันจึงประทับตราผนึกไว้กับข้า… จนป่านนี้ข้าก็จำไม่ได้แล้วว่าทำไมลานสวรรค์ถึงถูกทำลาย ข้าจำได้แค่ว่า จักรพรรดิสวรรค์ได้สั่งไว้ว่าห้ามมอบดาราจักรพรรดิให้กบฏเด็ดขาด ผู้ที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง คือผู้ที่มีโลหิตของเผ่าพันธุ์จักรพรรดิ!”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ แววตาลู่หวู่แปรเปลี่ยนโกรธแค้น แต่สุดท้ายก็สงบลง

มีเรื่องราวต่างๆมากมายที่มันหลงลืมเหตุผล

“หากเจ้าช่วยข้าถอนผนึกนี่ได้ ข้าก็จะได้กลับเข้าสู่วัฐแห่งการเกิดใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ช่างมัน… เจ้ารับตัวหมากสีขาวนี่มัน มันจะทำให้เจ้าได้เข้าใจในวิชาของจักรพรรดิดารา”

ลู่หวู่อ้าปาก ตัวหมากสีขาวลอยออกมา และเคลื่อนไปบนฝ่ามือหนิงฝาน

เมื่อตัวหมากทั้งสองอยู่เคียงคู่ บางสิ่งก็ปรากฏในทะเลสติหนิงฝาน วิชาขัดเกลาร่างกายและหลายๆสิ่ง ได้ผสานเข้ากับดวงจิตของหนิงฝาน

ดาราทมิฬดวงใหญ่ปรากฏเหนือวังยักษ์ พลังดาราทมิฬที่ทรงอานุภาพถ่ายเทลงยังวังยักษ์ ผสานเข้ากับร่างกายของหนิงฝาน อาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงของเขาฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ

“นี่คือวิชาดาราทมิฬของนายท่านข้า! เป็นวิชารักษาที่ทรงพลัง แม้จะได้บาดเจ็บร้ายแรง แต่ก็รักษาให้หายได้ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง… นับว่าเจ้าโชคดีมากที่มาในสภาพบาดเจ็บปางตาย เพราะการฟื้นฟูของร่างกายเจ้า คือตัวช่วยชั้นเลิศในการทำความเข้าใจวิชา” ลู่หวู่กล่าวด้วยความอิจฉา แต่ยามนี้ หนิงฝานไม่มีเวลามาพูดคุยด้วย

ในใจของเขาปรากฏภาพของดวงดาราสีดำทมิฬ ปรากฏภาพของการเล่นหมากกระดานที่ได้รับการอธิบายไปทีละขั้น

“นี่คือวิชาดาราทมิฬ!”

“หากข้าบรรลุวิชานี้ได้ แม้ว่าข้าจะบาดเจ็บขนาดไหน ก็รักษาให้หายได้ในเวลาสั้นๆ ที่สำคัญ ข้าอาจช่วยหนิงกู่ หนิงหงหง และเหว่ยเหลียงได้!”

“นี่เป็นโอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้ว ข้าต้องบรรลุวิชานี้ให้ได้ ข้าต้องเข้าถึงความลับของมันให้ได้!”...

จบบทที่ GE339 สืบทอดดาราจักรพรรดิ [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว