เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE280 แก้แค้นให้เผ่าลั่วหยุน (5) [ฟรี]

GE280 แก้แค้นให้เผ่าลั่วหยุน (5) [ฟรี]

GE280 แก้แค้นให้เผ่าลั่วหยุน (5) [ฟรี]


เสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองลั่วหยุน คืนวันเช่นนี้ ไม่เคยมีในเผ่าลั่วหยุนมาก่อน

นายกองลู่เป่ย ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นต้น สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสุดท้ายได้ เรื่องนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึง

ยิ่งด้วยวิชาร่างวิญญาณ ยิ่งทำให้แดนสองแห่งนี้สั่นสะท้าน

คนของเผ่าลั่วหยุนได้สลักภาพร่างของหนิงฝานลงในใจ พลังที่แข็งแกร่งไร้ข้อกังขา สังหารฟาดฟันศัตรู

ผู้ใดที่คิดร้ายต่อคนสำคัญของเขา เขาจะหันกระบี่เข้าหามันและปลิดชีพ...

หลังจากผ่านการต่อสู้ที่รุนแรงกับซัวเถิงและหวางเซี่ยว กลิ่นอายพลังของหนิงฝานอ่อนลงมาก ราวกับกระบี่ที่ทรงอานุภาพ ฟาดฟันออกไปเต็มแรงจนทำให้อานุภาพของกระบี่ลดลง แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อหนิงฝาน มันยิ่งทำให้เจตนาต่อสู้ของเขาเพิ่มพูน

แม้ฝักกระบี่จะพังยังเหลือกระบี่และด้าม แม้ด้ามและตัวกระบี่จะพังยังเหลือเศษกระบี่ที่ใช้ทิ่มแทงศัตรูได้

หนิงฝานยามนี้บาดเจ็บไม่น้อย แม้โลหิตจะดันขึ้นมาถึงลำคอ แต่เขายังฝืนกลืนมันลงไป แววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัว

“หวางเซี่ยวตายแล้ว… วันนี้ข้าลู่เป่ยจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง! หากผู้ใดไม่ยอมรับก็เข้ามา!”

เสียงของหนิงฝานสะท้อนก้องไปรอบทิศ เสียงไชโยโห่เงียบสนิท

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยย่อมมี หนิงฝานยามนี้เหนื่อยอ่อน หากผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นกลางขึ้นประลอง สมควรล้มหนิงฝานได้

แต่ถึงอย่างนั้น แม้เป็นลู่เจี่ยเฟินที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงยังไม่กล้าก้าวขึ้นเวที

เพราะเหตุใด?

เพราะไม่มีใครรู้ว่าหนิงฝานยังเก็บซ่อนอะไรไว้อีก บางทีหนิงฝานอาจยังมีไพ่ตายที่จะช่วยสังหารได้

หนิงฝานกวาดตามองไปรอบๆและหยุดที่ลู่เจี่ยเฟิน มันขมวดคิ้ว แววตาเผยความกังวล

ในกระเป๋าของมันมีศพอสูรในขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงอยู่ หากมันใช้ศพปีศาจเข้าช่วย มันสมควรเอาชนะหวางเซี่ยวได้ แต่ยามนี้ มันกลับหวั่นเกรงแววตาหนิงฝาน

กลิ่นอายที่หนิงฝานแผ่ออกมาทำให้ศพปีศาจของมันสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“กลิ่นอายนี่… ไม่ผิดแน่! ลู่เป่ยมีศพปีศาจในขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงอยู่ หากมันมี ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงสุดก็สังหารได้!”

เมื่อรู้เช่นนั้น มันจึงเบี่ยงสายตาหนีหนิงฝาน แสดงให้เห็นว่ามันยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะแม้องค์ชายซูฉวนสู้กับหนิงฝาน เขาก็ไม่ได้แพ้อีกฝ่ายอย่างแน่นอน

ลู่เจี่ยเฟินอยากได้ดาราจักรพรรดิที่อยู่ในแดนสาม แต่ดูเหมือนยามนี้ จะไม่มีที่ว่างสำหรับมันแล้ว

มันต้องยอมตัดใจเพราะไม่อาจเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนิงฝานได้

หากจะให้เอาชีวิตไปทิ้งกับแผนที่แค่ไม่กี่แผ่น ไร้สาระ! ผู้ที่จะเข้าไปยังแดนสามมีด้วยกันทั้งหมด 50 คน มันย่อมเป็นหนึ่งในนั้น

“ข้าผู้นำเผ่าเพลิงลู่เจี่ยเฟินไม่กล้ารับคำท้าของนายกองเป่ย!”

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆขมวดคิ้ว เมื่อผู้นำเผ่าเพลิงยอมรับความพ่ายแพ้ เผ่าใดจะกล้าท้าทายหนิงฝาน?

ยิ่งเผ่ารอยแยกพิภพยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง มันหวาดกลัวและไม่กล้าสบตาหนิงฝาน

“เห้อ… ลู่เป่ยใช้วิชาที่สังหารหวางเซี่ยวได้ในพริบตา… ข้าจะไปสู้มันได้ยังไง? ไม่ว่าใครก็ต้องยอม หากก้าวขึ้นไปบนเวทีคงไม่พ้นกลายเป็นเถ้าถ่าน...”

ไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นเวที เหล่าผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงมองหน้ากันพลางถอนหายใจ ทั้งหมดสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า มีกลิ่นอายขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงแผ่ออกมาจากหนิงฝาน

“เด็กนั่นมีศพปีศาจขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลง… แบบนี้ใครจะสู้มันได้!”

ผู้เชี่ยวชาญสองคนยืนขึ้น จ้องมองหนิงพลางป้องมือ

“วิชากรรชนีเจ้าช่างทรงพลังข้า พวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าจึงยอมรับความพ่ายแพ้! เจ้าทรงพลังและมีอีกสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า... ในแดนสองนี้ย่อมไม่มีผู้ใดเอาชนะเจ้าได้… พวกข้าขอยกแผนที่ให้เจ้า!”

หนิงฝานหันมองพลางยิ้มให้ เขายื่นมือรับแผนที่ เก็บเข้ากระเป๋า แล้วป้องมือให้ทั้งสอง

“ขอบคุณ”

เหตุที่หนิงฝานยังกล้าหยัดยืนบนเวทีแม้ตนเองจะอ่อนแรง เพราะเขามีศพปีศาจอยู่

เขาจงใจปล่อยกลิ่นอายของศพปีศาจออกมาเพื่อขู่ขวัญ และมันก็ได้ผลกับลู่เจี่ยเฟินแห่งเผ่าเพลิง และบุรุษสองคนเมื่อครู่ที่เป็นผู้นำเผ่าวายุและเผ่าอัสนี ดังนั้นยามนี้ เขาจึงมีแผนที่อยู่กับตัว 4 ส่วนแล้ว!

การแสดงออกว่าตนอ่อนแอและปิดบังอำพรางส่วนที่แข็งแกร่งเอาไว้ ทำให้ศัตรูหวาดระแวง อีกฝ่ายย่อมไม่อยากเอาชีวิตมาเสี่ยง

ในเมื่อยังมีสิ่งที่ทรงพลังปิดซ่อน ย่อมเป็นไปได้สูงว่ายังมีสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าซ่อนอยู่

หนิงฝานหันมองซูฉวน ซูฉวนยิ้ม นำแผนที่ออกมา 3 แผ่นแล้วส่งให้หนิงฝาน

“หวางเซี่ยวพ่ายแพ้ไปแล้ว เผ่าเพลิงย่อมไม่มีใครเอาชนะเจ้าได้… เจ้ามีสิ่งที่ข้าไม่อาจเอาชนะได้ง่ายๆอยู่ เช่นนั้น ข้าขอมอบแผนที่ทั้งหมดให้!”

หนิงฝานรับแผนที่มาพลางขมวดคิ้ว เขาจงใจแผ่กลิ่นอายของศพปีศาจเพื่อข่มขู่ผู้นำเผ่าเพลิง เผ่าอัสนี และเผ่าวายุเท่านั้น แต่ซูฉวนกลับยังสัมผัสได้

ซูฉวนร้ายกาจ เมื่อมันรู้ว่าไม่อาจเอาชนะหนิงฝานได้ง่าย มันจึงยอมส่งแผนที่ให้ทันที การยอมแพ้ของมันเป็นการผลักแรงกดดันให้กับตำหนักราชาอสูร หากอีกฝ่ายไม่ยอมก็ต้องเป็นผู้ห้ำหั่นกับหนิงฝานเอง

หนิงฝานมีแผนที่แล้ว 7 แผ่น เหลืออยู่กับสนมจื่ออีก 2 แผ่น

สนมอสูรจื่อไม่เคยยอมแพ้ต่อผู้ใด นั่นหมายความว่า นางไม่มีทางยอมส่งแผนที่ให้หนิงฝานง่ายๆ นางอาจจะลงสนามสู้กับหนิงฝาน

และดูเหมือนการยอมแพ้ของซูฉวนเพื่อยืมมือตำหนักราชาอสูรจะได้ผล

“เจ้าไม่คู่ควรกับแผนที่! เพราะเจ้าไม่ใช่เผ่าพันธุ์อสูร!”

คำกล่าวของสนมอสูรจื่อทำให้รอบข้างที่เงียบสนิท ส่งเสียงอึกทึกอีกครั้ง

“สนมอสูรจื่อระวังคำพูดด้วย! นายกองเป่ยเป็นตัวแทนของเผ่าลั่วหยุน เหตุใดจะไม่ใช่เผ่าพันธุ์อสูร!”

“เรื่องที่นายกองเป่ยปลุกโลหิตครั้งที่ 2 และสามารถปลุกโลหิตของเผ่าพันธุ์จักรพรรดิออกมาได้นั้น เป็นที่รู้กันทั่ว!”

“ฮึ่ม! ปลุกโลหิตได้แล้วยังไง? ถ้าอยากได้แผนที่ก็ต้องช่วงชิง เหตุใดต้องกล่าวให้มากความ!”

เสียงเฮดังสนั่น!!

หนิงฝานไม่ได้สนใจที่จะเปิดเผยตัวต่อผู้ใด แต่ด้วยโลหิตอสูรที่เขาปลุกได้นั้นเป็นหลักฐานชั้นดี ไม่ว่าผู้จะกล่าวว่าเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์อสูร ใครเล่าจะเชื่อ?

แต่ถึงจะมีคนรู้ว่าเขาเป็นมนุษย์ แต่ใครเล่าจะกล้าเอ่ยปาก

ไม่ว่าหนิงฝานจะเป็นลู่เป่ยหรือไม่นั้นไม่สำคัญ สำหรับลู่ตู้เฉินแล้ว หนิงฝานคือนายกองแห่งเผ่าลั่วหยุน

มนุษย์นั้นไม่เข้าใจวิธีอัญเชิญโบราณของเผ่าพันธุ์อสูร เหตุใดจะเข้าสู่แดนสองแห่งนี้ได้?

แม้จะมีในบันทึกโบราณว่ามนุษย์สามารถฝึกวิชาอสูรและปลุกโลหิตอสูรได้นั้น แต่ยังไม่มีผู้ใดปลุกโลหิตของเผ่าพันธุ์จักรพรรดิได้สักราย

ดังนั้น แม้คำกล่าวของสนมอสูรจื่อเป็นความจริง แต่ใช่ว่าจะมีผู้ใดเชื่อ

สนมอสูรวู่หยานถอนหายใจ นางรู้ว่าหนิงฝานเป็นมนุษย์ แต่นางไม่บอกผู้ใดเพราะบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ

ว่านเอ๋อร์รู้สึกผ่อนคลายที่ตันตนของหนิงฝานไม่ถูกเปิดเผย เพราะหากทุกคนเชื่อว่าหนิงฝานไม่ใช่อสูร เขาจะถูกอสูรทั้งหมดตามล่า

“สนมอสูรจื่อ ท่านจะพูดจาให้ผู้คนสับสนทำไม!”

หนิงฝานยิ้ม แต่นางทำสีหน้าไม่พอใจ

“ฮึ่ม! ข้าพูดผิดเอง… หากเจ้าต้องการแผนที่จากข้าง เจ้าต้องเอาชนะคนของตำหนักราชาอสูรให้ได้ก่อน ข้ายังมีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงอีก 2 คนที่ยังไม่ได้เข้าร่วม… วู่หยาน เด็กนั่นใกล้ตายแล้ว ไปปลิดชีวิตมันซะ!”

“ข้า...” วู่หยานไม่อยากขึ้นเวทีประลองกับหนิงฝาน

เมื่อสนมอสูรจื่อเห็นแววตาของวู่หยานว่านางหวาดกลัวหนิงฝาน

“สนมอสูรจื่อ… ข้า...สู้เขาไม่ได้...”

“เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าเหรอ!” นางขมวดคิ้วแน่น นางตั้งใจจะเปิดเผยตัวตนหนิงฝานเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญนับแสนที่มาชม รุมสังหารหนิงฝาน แต่กลับกลายเป็นว่า นางเป็นฝ่ายเสียหน้าแทน

ยิ่งวู่หยานปฏิเสธคำสั่งที่เด็ดขาดของนาง นางจึงไม่พอใจและตบวู่หยานไปอย่างจัง

*เพี้ยะ*!

ใบหน้าของวู่หยานปรากฏรอยฝ่ามือแดง

“วู่หยาน… ในเมื่อเจ้ากล้าขัดคำสั่งข้า เจ้าคงรู้ถึงผลที่จะตามมา”

มุมปากวู่หยานปรากฏคราบโลหิต นางก้มหน้าหลบสายตาไม่กล้าโต้เถียงสนมอสูรจื่อ

“ไว้กลับไปถึงตำหนักราชาอสูรเมื่อไหร่ เจ้าจะถูกขังเป็นเวลา 100 ปี”

ถูกขังเพียง 100 ปีแลกกับการที่คนรักของว่านเอ๋อร์ปลอดภัย ถือว่าคุ้มค่า

“พี่วู่หยาน!” เมื่อว่านเอ๋อร์เห็นวู่หยานถูกทำร้าย นางแทบจะเข้าจู่โจมสนมอสูรจื่อ แต่ลู่เฉิงผู้เป็นพี่ชายห้ามไว้

“นางเป็นสนมคนโปรดของราชาอสูร… อย่าได้ผลีผลาม!”

สนมคนโปรด… สถานะสนมคนโปรดของราชอสูรทำให้ผู้คนในแดนสวรรค์อสูรหวาดกลัวและไม่กล้าแตะต้องสนมอสูรจื่อ

แต่ยามนี้ แววตาหนิงฝานกลับแปรเปลี่ยนเย็นชา ที่วู่หยานเจ็บตัวก็เพราะเขา

“สนมอสูรซี เจ้าออกไปแทน!”

สนมอสูรจื่อชี้นิ้วไปยังเด็กสาวในอาภรณ์เหลือง แม้นางจะดูน่ารักราวกับเด็ก แต่นางแผ่นกลิ่นอายขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงออกมา

น่าเสียดายที่นางยังไม่รู้ว่าหนิงฝานมีวิชาเย้ายวนที่ทรงพลังมาก

เมื่อนางกำลังจะก้าวขึ้นสู่เวที นางสบตาหนิงฝาน ในชั่วลมหายใจนั้น ร่างกายของนางสั่นเทาไม่หยุด

“ปีศาจ… วิชาเย้ายวน! คนผู้นั้นมีวิชาเย้ายวนที่ทรงพลังมาก ซีหลานสู้มันไม่ได้!”

“นี่เจ้า!” สนมอสูรอยากจะขึ้นไปบนเวทีด้วยตัวเอง เพียงแต่มีกฏว่าห้ามผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงสุดขึ้นประลอง

นางไม่รู้ว่าหนิงฝานมีศพปีศาจขอบเขตกึ่งไร้ดัดแปลงอยู่ แม้เขาไม่มีวิชาเย้ายวน เขาก็ยังใช้ศพปีศาจเอาชนะนางได้

ยามนี้ สนมอสูรจื่อโกรธแค้นอย่างที่สุด นางแค่นเสียงอย่างโกรธเคืองก่อนนำแผนที่ 2 แผ่นออกมาแล้วโยนให้หนิงฝาน

“ลู่เป่ย… ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

“อืม… คืนนี้ข้าจะอาบน้ำให้สะอาดและรอท่านบนเตียง!”

“เจ้า!” นางแค่นเสียง เผยเจตนาสังหารและจากไป

เด็กนี่ช่างโอหังกล้าท้าทายนาง แต่ต้องปล่อยมันไปก่อน ไว้เข้าแดนสามเมื่อใดค่อยสังหาร

ก่อนที่นางจะไป นางหันมองสนมอสูรวู่หยานด้วยสายตาเย็นชา

“ไว้กลับไปตำหนักราชาอสูรเมื่อไหร่ ข้าจะขอราชาอสูรให้ขังเจ้าหมื่นปี!”

“หมื่นปี...” วู่หยานทำได้เพียงถอนหายใจ

หนิงฝานขมวดคิ้ว เขาจะนำนางและผู้ติดตามของนางทั้งหมดมาเป็นกระถางขัดเกลา เพื่อแก้แค้นให้วู่หยาน

หากจะทำที่นี่ก็ดูจะไม่เหมาะ แต่ถ้าเป็นในแดนสามย่อมไม่มีผู้ใดเห็น

ยามนี้หนิงฝานได้แผนที่มาครองทั้งหมดแล้ว ยังเหลือผู้ที่จะได้เข้าแดนสามอีก 49 คน การประลองหลังจากนี้ใครจะได้เข้าไปบ้างนั้น หนิงฝานไม่สนใจ… แม้จะได้แผนที่มาครบ แต่หากไร้ซึ่งโลหิตของสัตว์อสูรมาบูชายัญก็ไม่อาจเปิดประตูทางเข้าได้ ดังนั้น การเตรียมการในส่วนที่เหลือจึงต้องใช้เวลา

“ลั่วหยุนได้ที่ 1...” หนิงฝานหลับตา แม้ผู้คนจะไชโยโห่ร้อง แต่มันไม่ได้ทำให้เขาดีใจ

ที่ 1 แล้วยังไง… แค่นั้นยังไม่พอ!

“ข้าไม่ต้องการเป็นที่ 1 ของที่นี่… แต่ข้าจะเป็นที่ 1 ของโลกพิรุณ!”

หนิงฝานผายมือดูดซับเอาปราณม่วงโดยรอบมาบีบอัดจนกลายเป็นผนึกสีม่วงเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนจะลงจากเวที

ผลึกม่วงแต่ละก้อนที่เขาได้นั้น เทียบเท่ากับโอสถปลุกโลหิต 1 เม็ด

เมื่อหนิงฝานก้าวลงจากเวที ผู้คนที่ขวางแหวกทางให้เดิน

เขาเดินไปหาว่านเอ๋อร์และสัมผัสใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยน

“ข้าช่วยเจ้าแก้แค้นแล้ว...”

“แต่เจ้าก็บาดเจ็บไม่น้อย...” นางกล่าวด้วยแววตาที่ห่วงใยหนิงฝาน นางหันมองเหล่าสนมอสูรที่กำลังจากไป จากนั้นเขย่งปลายเท้ากระซิบที่ข้างหูหนิงฝาน

“ข้ามีเรื่องอยากขอร้องเจ้า...”

“ทำไมต้องกระซิบด้วย?” หนิงฝานรู้จักจั๊กจี้ที่หู เพราะนางกำลังหายใจรดหูเขาอยู่

“เดี๋ยวคนอื่นจะได้ยิน… เจ้าพอจะหาทางช่วยไม่ใช่พี่วู่หยานถูกคนใจร้ายอย่าสนมอสูรจื่อขังได้หรือเปล่า… ข้าได้ยินมาจากอาจารย์ว่าคุกที่ตำหนักราชาอสูรน่ากลัวมาก...” ว่านเอ๋อร์ไม่พอใจสนมอสูรจื่อ นางรู้ว่าเหตุใดวู่หยานถึงได้ยอมถูกขัง

“ข้าคิดไว้แล้ว… นางไม่มีทางได้กลับไปถึงตำหนักอสูรอย่างแน่นอน!”

“ว่าไงนะ? นี่เจ้าคิดจะ...” ว่านเอ๋อร์ไม่กล้ากล่าวคำว่า ‘ฆ่า’ เพราะสำหรับสนมอสูรแห่งตำหนักราชาอสูรนั้น ถือเป็นเรื่องต้องห้าม

“เปล่า ข้าแค่จะทำให้พวกนางมาเป็นกระถางขัดเกลา… ไม่ฆ่าให้เสียของหรอก...” หนิงฝานยิ้มอย่างชั่วร้าย แต่นั่นทำให้ว่านเอ๋อร์หัวเราะ สำหรับหนิงฝานแล้ว การชิงตัวพวกนางมาเป็นกระถางขัดเกลาถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุด

ตอนนี้หนิงฝานควรเข้าไปปลอบวู่หยาน… นางต้องขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย นางย่อมเศร้าใจมาก

“นางช่างน่าสงสาร...”

จบบทที่ GE280 แก้แค้นให้เผ่าลั่วหยุน (5) [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว