เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE157 แคว้นเหว่ย [ฟรี]

GE157 แคว้นเหว่ย [ฟรี]

GE157 แคว้นเหว่ย [ฟรี]


แคว้นเยว่เป็นที่ลุ่มน้ำ แคว้นซ่งเป็นพื้นที่ป่าภูเขา แต่แคว้นเชิ่งเต็มไปด้วยสงคราม… ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยหลุมศพ

นิกายฝ่ายอธรรมทำลายนิกายฝ่ายธรรมะจนแทบสูญสิ้น แต่ในหมู่นิกายฝ่ายอธรรมเองก็มีการต่อสู้แย่งชิงเช่นกัน

ระหว่างทาง หนิงฝานเห็นนิกายหลายแห่งถูกทำลาย  ทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยภูเขาและสายน้ำเต็มไปด้วยควันไฟ

แคว้นเชิ่งในยามนี้ปั่นป่วนโกลาหนเป็นอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญตกตายทุกวัน และมีคนขุดหลุมศพฝังให้ทุกวัน

นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นเชิ่ง หากไร้ซึ่งพลัง ก็จะกลายเป็นผู้ที่นอนในหลุมศพ

ชู่ซวนเชียนสื่อไม่ชอบบรรยากาศของแคว้นเชิ่ง นางเกลียดการต่อสู้ หนิงฝานก็เช่นกัน ทั้งสองมองหลุมศพที่เรียงรายดาษดื่น

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหลุมศพเหล่านั้นฝังร่างบุรุษหรือสตรี

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหลุมศพเหล่านั้นฝังร่างผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นชีพจรหรือแก่นทองคำ

ชีวิตถือกำเนิด ตกตายสู่พื้นดิน...

แม้แคว้นเชิ่งจะปั่นป่วนวุ่นวาย แต่หนิงฝานก็รู้สึกนับถือ

เพราะแม้จะถูกศัตรูสังหาร แต่ผู้ที่สังหารจะขุดหลุมฝังศพให้… ความใจกว้างเช่นนี้ แม้ผู้เชี่ยวชาญของแคว้นเยว่และแคว้นซ่งยังไม่อาจเทียบเคียง

หนิงฝานจ้องมองหลุมศพเหล่านั้น สภาพจิตใจยกระดับขึ้นช้าๆ

เมื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งการฝึกตน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าตนจะตายเมื่อใด แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม ก็อาจถูกผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณสังหารโดยไม่รู้ตัว

แต่สุดท้าย...ทุกคนก็กลับคืนสู่ผืนดิน

บุบผาร่วงโรยคืนสู่ดิน มนุษย์ตายก็คืนสู่ผืนดิน

“ที่เจ้ามองสุสานพวกนั้นขนาดนี้ เจ้าอยากลงไปขุดสุสานหรือไง?” ชู่ซวนเชียนสื่อมองหนิงฝาน

“อย่าอคติคิดกับข้าแบบนั้นเลย...” หนิงฝานหลับตาพลางกล่าว

“ความโศกเศร้าไม่จางหาย ผู้คนขับขานบทเพลิงส่ง ร่างกายคืนสู่ธุลี…. แคว้นเชิ่งประกอบไปด้วยเต๋าแห่งความเป็นและความตาย เหนือจากสิ่งข้าเข้าใจ…จนข้าไม่อาจเข้าใจมันได้ แต่มันก็มอบประโยชน์ให้ข้าไม่น้อย”

คำกล่าวของหนิงฝานทำให้นางประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก

สิ่งที่นางเห็นและเข้าใจคือนิกายฝ่ายธรรมะและอธรรมห้ำหั่นฆ่าฟัน แต่สิ่งที่หนิงฝานเห็นคือเต๋าอันยิ่งใหญ่

ยามกลางวันฝึกฝน ยามตะวันตกดินฟังเพลงขลุ่ยขับขาน ยามราตรีจ้องมองหลุมศพสุสานมากมาย

ตั้งแต่โลหิตอสูรของหนิงฝานถูกกระตุ้น เขาก็เริ่มฝึกฝนวิชาอสูรที่พื้นฐานที่สุดอย่างต่อเนื่อง

การได้ฟังเพลงขลุ่ยขับขาน ทำให้หัวใจแห่งปีศาจหนิงฝานสงบ

การได้จ้องมองสุสานหลุมศพในยามราตรี ทำให้เจตจำนงค์เทพพิรุณของเขาทรงพลังมากขึ้น

การเดินทางในแคว้นเชิ่งนับว่าได้ประโยชน์ ที่เห็นอย่างชัดเจนคือหนิงฝานสามารถกระตุ้นโลหิตอสูรในร่างได้

หนิงฝานฝึกฝนวิชาอสูรพื้นฐานไปมากมาย จนครบจำนวนธาตุทั้งห้า

แม้จะกล่าวว่าเป็นวิชาอสูรที่พื้นฐานที่สุด แต่พวกมันก็ฝึกฝนได้ยาก… เมื่ออสูรบรรลุถึงขอบเขตแก่นทองคำ พวกมันต้องเลือกว่าจะกลายร่างเป็นมนุษย์ หรือคงร่างอสูรเอาไว้กังเดิม แต่หากอสูรใดครอบครองโลหิตวิญญาณแท้จริงไว้ สามารถเปลี่ยนร่างได้ทั้งสองแบบตามใจปรารถนา

ส่วนใหญ่แล้วจะมีอสูรในขอบเขตแก่นทองคำที่เลือกที่จะไม่กลายร่างเป็นมนุษย์...

ในบรรดาวิชาอสูรที่หนิงฝานฝึกฝน แม้จะเป็นวิชาที่เรียบง่าย ไม่ทรงอานุภาพเทียบเท่าวิชาในระดับแก่นทองคำหรือดวงจิตแรกเริ่ม แต่ก็ไม่อาจดูถูกพวกมัน เพราะแต่ละวิชาล้วนได้รับสืบทอดมาจากอสูรโบราณ ซึ่งแฝงไปด้วยความจริง

วิชาอสูรจะให้ความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของนิ้ว แตกต่างจากวิชาของมนุษย์ ผู้ที่จะใช้วิชาอสูรได้ล้วนต้องเป็นผู้มีการเคลื่อนไหวนิ้วที่แม่นยำ เพราะต้นกำเนิดปราณอสูรและปราณของมนุษย์นั้นต่างกัน

ปราณอสูรภายในร่าง เหล่าอสูรจะใช้มาป้องกันการจู่โจม ส่วนการโจมตีนั้นจะเกิดจากพลังจิตและพลังธรรมชาติที่หยิบยืมมา

ยามนี้หนิงฝานขยับนิ้วได้อย่างเชื่องช้า เขาใช้เวลา 10 ลมหายใจจึงจะใช้วิชาหนึ่งๆได้

แต่เมื่อฝึกฝนบ่อยเข้า ความเร็วในการขยับนิ้วมือก็เพิ่มมากขึ้น จากสิบลมหายใจเหลือเพียงสามลมหายใจ จากนั้นก็เหลือเพียงหนึ่งลมหายใจ

ในยามเช้า หนิงฝานมักจะฝึกฝนการขยับนิ้ว

เพราะแม้เป็นวิชาอสูรที่ง่ายที่สุด ยังต้องการเคลื่อนไหวของนิ้วถึง 10 ท่าทาง

ชู่ซวนเชียนสื่อเห็นหนิงฝานฝึกขยับนิ้วเป็นท่าทางด้วยความเร็วสูง แม้นางจะเคยเห็นผู้ที่ขยับนิ้วเป็นท่าทางได้อย่างรวดเร็ว แต่คนเหล่านั้นไม่นับเป็นอันใดเมื่อเทียบกับหนิงฝาน

ยิ่งฝึกฝนนานไป หนิงฝานก็ยิ่งขยับนิ้วได้เร็วขึ้น กระทั่งเขารู้สึกราวกับใกล้ชิดธรรมชาตมากขึ้นเรื่อยๆ

ยามนี้ปราณของหนิงฝานดำเนินมาถึงจุดตีบตัว ร่างกายไม่อาจทะลวงระดับต่อไป แต่วิชาอสูรช่วยให้หนิงฝานยกระดับความเข้มข้นของปราณ ระดับของปราณยังเท่าเดิม แต่ความรุนแรงของปราณจะเพิ่มพูน

สิ่งที่ทำให้หนิงฝานสนใจไม่ได้มีเพียงการช่วยยกระดับความเข้มข้นของปราณ แต่เป็นการผสานรวมเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ เป็นความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์

มีข่าวลือว่าเทพกษัตริย์ของโลกใบหนึ่งคืออสูรที่ทรงพลังไร้ผู้ต้าน

ในแดนสวรรค์ทั้ง 4 และโลกทั้ง 9 ใบนั้น อสูรนับเป็นตัวตนที่อยู่ใกล้ธรรมชาติมากที่สุด

หนิงฝานเพิ่งเริ่มฝึกฝนวิชาอสูรได้ไม่นาน จึงยังไม่ทราบว่าปราณอสูรของหนิงฝานคือธาตุใด

ตอนนี้หนิงฝานมีธาตุเพลิงน้ำแข็ง ดาราบนหน้าผากก็เป็นธาตุเพลิงและโลหะ

เมื่อฝึกฝนวิชาอสูร หนิงฝานไม่อยากฝึกฝนธาตุวารี เพลิง และโลหะ เขาอยากเลือกระหว่างไม้กับดินมากกว่า

โลหะ ไม้ วารี เพลิง และดิน เป็นห้าธาตุหลัก หากหนิงฝานฝึกฝนธาตุไม้และดินได้ เขาจะกลายเป็นผู้ครอบครองหลายธาตุ

ซึ่งนอกจากผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มก็ไม่มีทางได้ครอบครอง

สิ่งที่ยากที่สุดของการทะลวงขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม คือการผสานธาตุทั้ง 5 แล้วสร้างเป็นดวงวิญญาณ

หลังจากฝึกฝนวิชาอสูรที่ปีศาจบุบผาแดงฝึกฝน หนิงฝานก็ได้ครอบ 4 ธาตุ เหลือเพียงธาตุดิน

หากหนิงฝานรวบรวมปราณทั้ง 5 ธาตุได้ เขาก็จะก่อดวงจิตได้หากบรรลุขอบเขตแก่นทองคำ ซึ่งหากเทียบกับผู้เชี่ยวชาญทั่วไป อย่างน้อยต้องใช้เวลา 100 ปี

ความคิดฝึกวิลาอสูรเพื่อทำให้ตนเองได้ครอบครองธาตุทั้ง 5 นั้น หนิงฝานได้มาจากความเข้าใจในเส้นลมปราณหยินหยางปีศาจโบราณ

วิชากระดูกยักษ์ที่ฝึกฝนคือวิชาธาตุเพลิง หนิงฝานจะเปลี่ยนเป็นวิชาธาตุดินที่ทรงพลังอย่าง ‘การแปลงศพปีศาจ’

ศพถูกฝังไว้ในดิน กักเก็บพลังงานของดินเอาไว้

ก่อนหน้านี้หนิงฝานเสียใจที่ไม่อาจฝึกตนวิชาการแปลงศพปีศาจ เพื่อสร้างเส้นลมปราณศพขึ้น

ยามนี้หนิงฝานต้องการปราณศพ ผสานกับเส้นลมปราณหยินหยางปีศาจ เพื่อทำให้ได้ความสามารถที่ใกล้เคียงกับผู้ที่ครอบครองเส้นลมปราณศพ

ดังนั้นเมื่อมาถึงแคว้นเชิ่ง หนิงฝานจึงสนใจหลุมศพเบื้องล่างเป็นพิเศษ

แต่น่าเสียดายที่ไม่มีหลุมศพของผู้เชี่ยวชาญดวงจิตทองคำ เพราะไม่งั้น ปราณศพก็คงไม่เพียงพออย่างที่หนิงฝานต้องการ

หนิงฝานทำได้เพียงถอนหายใจ คงต้องรอให้บรรลุขอบเขตแก่นทองคำที่ทะเลไร้สิ้นสุดก่อน จึงจะออกตามหาสุสานของผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม เพื่อดูดซับปราณศพ

หนิงฝานไม่รู้ว่าในอนาคตตนเองจะกลายเป็นอะไร เขาอาจกลายเป็นปีศาจ หรือเป็นศพที่ทรงพลังแต่เน่าสลาย

เขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เขาต้องการเพียงความแข็งแกร่ง

เรือเหาะในยามนี้ล่วงเข้าสู่แคว้นเหว่ย...

แคว้นแห่งนี้นี้เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ นิกาย และอสูร...

“สหายเต๋าซัวหมิง… เจ้าอาจไม่รู้ว่ายามนี้มีอสูรจำนวนมากกำลังบุกจู่โจมนิกายจิน พวกมันนำทัพกว่าแสนเข้าล้อมจากทุกทิศทาง… สหายเต๋าบอกได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงจะไปที่นั่น?” บนเรือเหาะ ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำคนหนึ่งกล่าวถามหนิงฝาน

ผู้ที่กล่าวถามหนิงฝานคือชายผู้มีรูปร่างสูงถึง 8 ฉื่อ แต่ผอมบางเหมือนลิง

เมื่อเข้าสู่แคว้นเหว่ยหนิงฝานก็ใช้ชื่อปลอมว่าซัวหมิง

แคว้นเหว่ยแห่งนี้ห่างไกลจากแคว้นเยว่มาก บางทีอาจมีผู้เชี่ยวชาญจากทะเลไร้สิ้นสุดเดินทางมา เขาจึงไม่อยากใช้ชื่อจริง

เมื่อเรือเหาะของหนิงฝานผ่านภูเขาลูกหนึ่งในแคว้นเหว่ย หนิงฝานสังเกตุเห็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่งกำลังถูกกลุ้มรุม ชู่ซวนเชียนสื่อจึงลงไปจัดการ

จำนวนอสูรในแคว้นเหว่ยมีมากกว่าที่หนิงฝานจินตนาการเอาไว้ และนอกจากมีอสูรในขอบเขตแก่นทองคำแล้ว ยังมีอสูรในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม

วิหารพิรุณได้ส่งผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มมาช่วยจัดการกับอสูรที่ออกอาลวาด

ผู้เชี่ยวชาญที่พบ นำกลุ่มคนออกสำรวจ แต่เมื่อกำลังจะกลับนิกายตน ฝูงอสูรกลับรุมล้อมพวกมัน

ผู้ติดตามทั้งหมดตกตาย เหลือแต่มันที่รอดชีวิตเพราะชู่ซวนเชียนสื่อช่วย

เมื่อมันได้ขึ้นเรือเหาะ มันก็ไม่ยอมจากไป เพราะเมื่อมันเห็นชู่ซวนเชี่ยนสื่อและจิงสั่วที่ทรงพลัง จึงขอโดยสารกลับนิกายด้วย

ผู้เชี่ยวชาญคนนี้มีนามว่าฮั่วเหลียน

ผู้ติดตามของมันตกตาย  แต่มันยังยิ้มได้

เมื่อได้พบที่หลบภัย มันก็ทำตัวเหมือนกระต่ายน้อยไร้พิษสง… ช่างไร้ยางอาจ

ยามนี้ฮั่วเหลียนไม่รู้ว่ามันถูกหนิงฝานมองว่าเป็นคนไร้ยางอาจ และเห็นแก่ตัว

เมื่อได้รู้สถานการณ์ปัจจุบันของแคว้นเหว่ยและนิกายจิน หนิงฝานก็ขมวดคิ้ว

เขาจะเดินทางไปนิกายจินเพื่อใช้ข่ายอาคมเคลื่อนย้าย แต่ยามนี้นิกายกลับถูกอสูรรุมล้อม

อสูร… อสูรไม่อาจรวมตัวกันได้เป็นกองทัพหากไร้ซึ่งผู้นำ… หรือจะลี่ป่าน?

หนิงฝานมีปีศาจบุบผาแดงไว้กับตัว หากเข้าสู่นิกายจิน เขาจะเจอปัญหาหรือไม่ไม่อาจทราบ

ในขณะที่หนิงฝานขบคิดอยู่นั้น เหนือท้องฟ้าก็ปรากฏสายลมปีศาจ ที่เคลื่อนเข้าหาเรือเหาะอย่างช้าๆ

ในสายลมปีศาจนั้น มีเผ่าอสูรอยู่ด้วยกัน 10 ตน... 4 ตนอยู่ในระดับแก่นทองคำขั้นต้น และหนึ่งตนในนั้นอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุด

เมื่อฮั่วเหลียนคนกลุ่มอสูรที่มา สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

พวกมันตามมา…

จบบทที่ GE157 แคว้นเหว่ย [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว