เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE152 อานุภาพของดาราอัสนี [ฟรี]

GE152 อานุภาพของดาราอัสนี [ฟรี]

GE152 อานุภาพของดาราอัสนี [ฟรี]


ยักษ์สูงใหญ่เก้าจ้างเก้าฉื่อเหยียบย่ำเข้าสู่หุบเขา มวลวิหคแตกตื่น

กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากยักษ์ตนนั้น ปีศาจบุบผาแดงรู้สึกคุ้นเคย

หาจำไม่ผิด เป็นของผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณที่อยู่บนเรือเหาะ คาดไม่ถึงว่าผู้เยาว์เช่นนั้นจะบรรลุวิชาขัดเกลาร่างกายในระดับที่ทำให้มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม

ไม่… จะกล่าวว่าภัยคุกคามก็ไม่ถูก… ยักษ์ตนนั้นให้ความรู้สึกพิกล ราวกับมันปิดบังอะไรบางอย่างไว้

ข่ายอาคมคุ้มกันหุบเขาพังทะลาย ยักษ์ตนนั้นเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปิดทางเข้าหุบเขาเอาไว้

ในยามนั้นเอง เสียงอัสนีฟาดผ่าดังสนั่น หมู่สัตว์มวลวิหคปั่นป่วนโกลาหล ขนลุกชูชันสั่นสะท้าน

ปีศาจบุบผาแดงและยักษ์ตนนั้นจับจ้องกัน ทันใดนั้น แสงดาราที่หน้าผากยักษ์ตนนั้นเปล่งประกายเจิดจ้า หมู่เมฆหนาก่อตัวบนท้องนภา ก่อนปรากฏอัสนีสีเงินฟาดฝ่าเสียงดังสนั่น

ปีศาจบุบผาแดงรู้สึกราวกับอัสนีสายนั้นพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของมันโดยไม่อาจเลี่ยง เมื่ออัสนีเข้าใกล้มัน มันเร่งทิ้งร่างชู่ซวนเชียนสื่อแล้วนำโล่ขนาดเล็กๆออกมาต้านด้วยความตกใจ

วิชาวิญญาณมีอันสนีด้วยหรือ?

ความสามารถของยักษ์ตนนั้นเหนือกว่าที่มันคาดเอาไว้มาก มันไม่กล้าประมาท เพราะหากผู้เชี่ยวชาญที่ครอบเส้นลมปราณอัสนี้ใช้อัสนีจู่โจม มันต้านรับได้ด้วยมือเปล่า แต่อัสนีสีเงินนั้นไม่เกิดขึ้นจากวิชา แต่มันเกิดจากธรรมชาติ ที่มีเพียงแต่เหล่าเทพหรือเซียนเท่านั้นที่ควบคุมได้...

เมื่ออัสนีสัมผัสโล่ โล่วิญญาณระดับสูงก็สลายกลายเป็นผง จนทำให้ดวงตาปีศาจบุบผาแดงเบิกกว้าง

มันคืออสูรที่หลับไหลในดินแดนวิญญาณอสูรนับแสนปี ปราณของมันในคราวนั้นก็สูญสลายไปด้วย

ยามนี้มันฟื้นฟูพลังจนบรรลุขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นต้น แม้มันไม่มีสมบัติวิญญาณ แต่มันก็สังหารผู้เชี่ยวชาญแคว้นซ่งไปไม่น้อย

ในเมื่อมันเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม มันจะพ่ายให้กับผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำได้อย่างไร แต่ยักษ์เกราะเงินเบื้องหน้าที่เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ กลับน่าสะพรึงกลัว ต่อให้มันฟื้นคืนพลังทั้งดังเก่า ก็ใช่ว่าจะต่อกรกับยักษ์ตนนี้ได้ง่ายๆ

ดังนั้นมันจึงคิดหนี หากต้องสู้กับยักษ์ตนนี้ มันไม่อาจเอาชัยได้ มันจึงใช้ย่างก้าวพริบตาหนีออกจากหุบเขา โดยไม่สนใจเหล่าสตรีที่จับมา

แม้จะน่าเสียดาย แต่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอันตราย มันย่อมไม่เสี่ยงชีวิต

แต่ปีศาจบุบผาแดงยังไม่ทันได้ออกจากหุบเขา หุบเขากลับถูกม่านแสงสีม่วงปกคลุมไว้

แสงสีม่วงนี้คือข่ายอาคมระดับดวงจิตแรกเริ่มขั้นกลาง เป็นข่ายอาคมป้องกันของนิกายอัสนีม่วง ช่วยป้องกันไม่ให้ปีศาจบุบผาแดงหนีออกจากหุบเขาได้ชั่วคราว

สิ่งที่เกิดขึ้นดูราวกับยักษ์ตนนี้ได้เตรียมการไว้ก่อนแล้ว… ไม่เพียงตั้งใจมาช่วยคน แต่ยังตั้งใจมาสังหารปีศาจบุบผาแดงด้วย

เมื่อไม่อาจหลบหนี สิ่งที่ทำได้คือสู้… สีหน้าปีศาจบุบผาแดงแปรเปลี่ยนอัปลักษณ์ เจตนาต่อสู้เพิ่มพูนพลางกล่าวอย่างดุดัน “เจ้ามนุษย์ หากเจ้าจะตำหนิที่ข้าชิงตัวพวกนางมา ข้าก็ขออภัย… แต่เมื่อเจ้าคิดเป็นศัตรูของข้า จ้าวอสูรผู้หนุนหลังข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

“ฮึ่ม!” ยักษ์ตนนั้นแค่นเสียง มันกำหมัดขนาดใหญ่ อัสนีสีเงินฟาดผ่าเข้าใส่ปีศาจบุบผาแดง มันเร่งหลบสุดกำลัง แววตาเผยเจตนาสังหารรุนแรง

ยักษ์ตนนี้คือหนิงฝาน ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาแอบช่วยชู่ซวนเชียนสื่อและนิกายฝ่ายธรรมะอย่างลับ… ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาทำสิ่งต่างๆไปมากมาย หนึ่งในนั้นคือค้นหาที่ซ่อนตัวของปีศาจบุบผา และแอบวางข่ายอาคมเอาไว้

นอกจากนี้ หนิงฝานยังใช้เวลาว่างศึกษาการสร้างสมบัติวิญญาณ

ดวงดาราบนหน้าผากหนิงฝาน ทำให้หนิงฝานสามารถควบคุมอัสนีได้

อัสนีของหนิงฝานนั้นผิดธรรมดา ราวกับมันตั้งใจจู่โจมไปที่ปีศาจบุบผาแดงโดยตรง มันไม่อาจหลบได้ทัน ทำได้เพียงป้องกัน… หนิงฝานฉวยโอกาสนั้นกลับคืนร่างปกติ มุ่งเข้าหาชู่ซวนเชียนสื่อ นำอาภรณ์ของตนห่มกายให้นาง แล้วนำสร้อมข้อมือใส่ข้อมือของนางไว้

“สวมอาภรณ์ให้เสร็จ หากเจ้าเห็นมันกำลังจะหนี ให้ใช้สร้อยข้อมือนี่จู่โจมมัน...”

ชู่ซวนเชียนสื่อใบหน้าเห่อร้อนด้วยความอาย

นางอายที่ตนเป็นคนขอออกจากเรือเหาะ แต่สุดท้ายหนิงฝานก็กลับมาช่วย หากเขาไม่ม่ นางคงไม่รอดมือปีศาจบุบผาแดงอย่างแน่นอน

ยามนี้นางเปลือยเปล่า ปีศาจบุบผาแดงฉีกกระชากอาภรณ์ของนางจนขาดสะบั้น

นางเร่งสวมใส่อาภรณ์ของหนิงฝานอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อหวนคิดว่าอาภรณ์ที่ตนใส่เป็นอาภรณ์ที่หนิงฝานเคยสวม นางยิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีก

สร้อยข้อมือที่นางได้นั้น แผ่กลิ่นอายของสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด จนทำให้นางต้องประหลาดใจ

นางคาดไม่ถึงว่าสร้อยข้อมือที่ดูธรรมดานี้ จะเป็นอาวุธที่ทรงพลัง

สร้อยข้อมือที่นางได้รับ เหมือนกับวงแหวนที่นางเคยใช้ ทั้งยังดูทรงพลังกว่าด้วย

สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงขึ้นไปอีกคือ เจตจำนงค์เทพที่แฝงอยู่ภายใน และอำนาจของจักรวาล

“นี่...” นางอุทาน

“สร้อยข้อมือนั่นเป็นของเจ้า...” หนิงฝานกำมือ ดาราบนหน้าผากเปล่งประกาย อัสนีสีเงินฟาดผ่าใส่ปีศาจบุบผาแดง… เขากำลังขบคิดวิธีจะช่วยสตรีที่ถูกจับตัวมา แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนจะต้องนำพวกนางทั้งหมดเข้ามาไว้ในแหวนกระถางขัดเกลา

“ขอล้ำค่าเช่นนี้เหตุใดต้องมอบให้ข้า?!”

นางตกใจกับการกระทำของหนิงฝาน ยามนี้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงห้ามนางปฏิเสธ

“รีบออกไปข้างนอกแล้วป้องกันข่ายอาคมไว้!”

ในยามนั้นเอง ปีศาจบุบผาอาศัยช่วงที่อัสนีอ่อนกำลัง หลุดออกจากจู่โจมพันธะนาการมาได้

ดูเหมือนอานุภาพของอัสนีจะขึ้นอยู่กับวิชาขัดเกลาร่างกาย...

ชู่ซวนเชียนสื่อเข้าใจสถานะการณ์ นางจึงบเก็บคำถามและข้อสงสัย แล้วออกจากหุบเขาเพื่องป้องกันข่ายอาคม และไม่ปล่อยให้ปีศาจบุบผาหลบหนี

ในเมื่อมีสร้อมข้อมือนั้นอยู่ นางก็มั่นใจว่าปีศาจบุบผาแดงจะทำอันตรายนางไม่ได้

นางออกจากหุบเขาไป เหลือเพียงหนิงฝานกับปีศาจบุบผาแดง

หากไม่ทุ่มเต็มกำลัง ปีศาจบุบผาแดงก็ไม่อาจทะลวงข่ายอาคมไปได้… เมื่อมันหลุดจากการจู่โจมของอัสนเงินได้ มันเริ่มหวาดกลัว

“มนุษย์เอ๋ย… เจ้าคิดจะเข่นฆ่าให้ตายกันไปข้างเลยใช่มั้ย? นายท่านของข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ ท่านเป็นถึง 1 ใน 12 ขุนพลอสูร!”

“เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว!”

หนิงฝานประหลาดใจกับสิ่วที่มันกล่าว

ในสมัยโบราณมีข่าวลือว่า มีเพียงสัตว์อสูรที่บรรลุขอบเขตตัดวิญญาณเท่านั้นที่จะได้รับการกล่าวขานว่าขุนผลอสูร บางทีอสูรตนนั้นอาจเป็นผู้สลัก

ในเมื่อได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับมัน หนิงฝานก็ไม่อาจปล่อยมันไปได้อีก ไม่งั้น แคว้นเยว่อาจกลายเป็นเหมือนแคว้นซ่ง

แต่เรื่องขุนผลอสูรนั้น หนิงฝานเชื่อว่าหากจับปีศาจบุบผาแดงได้แล้วลบอักษรที่สลักบนหน้าผากของมันออก ต่อให้ขุนพลอสูรแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่อาจหาเขาพบ

“วังวนมังกรเพลิง!”

แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา มังกรเพลิงทมิฬทะยานออกจากร่าง แปรเปลี่ยนเป็นเสาเพลิงขนาดใหญ่

แต่ในชั่วยพริบตานั้น สีหน้าและแววตาที่หวาดกลัวของมันกลับแปรเปลี่ยนเป็นมีความสุข

“เพลิงปีศาจทมิฬ! คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีเพลิงปีศาจทมิฬ นายท่านลี่ป่านต้องการเพลิงชนิดนี้! หากท่านได้เพลิงปีศาจทมิฬมา ท่านจะกลายร่างเป็นมังกรได้… ได้ยินข่าวลือว่ามันปรากฏในแคว้นเยว่ แต่คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะนำมันมาให้ข้าถึงที่”

อีกฝ่ายคิดจะช่วงชิงเพลิง แต่ด้วยอานุภาพของเพลิงชนิดนี้รุนแรงมาก ต่อให้เป็นหนิงฝานยังยากจะชิงมัน

“มนุษย์เอ๋อ… เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเอง! วิชาอสูร ‘บุบผาร่วงโรย’”

ปีศาจบุบผาแดงขยับมือเป็นท่าทาง ก่อนจะปรากฏกลีบดอกไม้จำนวนมาก

นางใช้วิชาในระดับดวงแรกเริ่ม

ด้วยระยะห่างจากหนิงฝานไม่มากนัก ทำให้มันเชื่อว่าหนิงฝานจะไม่มีทางหลบได้ ...

จบบทที่ GE152 อานุภาพของดาราอัสนี [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว